สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง บ้านพักพัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
อุบลราชธานี

อุบลราชธานี

>

ที่พักอุบลราชธานี

>

แผนที่อุบลราชธานี

>

ร้านอาหารอุบลราชธานี

>

การเดินทางอุบลราชธานี

>

ประวัติอุบลราชธานี


กำแพงเพชร สถานที่ท่องเที่ยว

" กรุพระเครื่อง เมืองคนแกร่ง ศิลาแลงใหญ่ กล้วยไข่หวาน น้ำมันลานกระบือ "
 


ตลาดยามเช้าโขงเจียม

ตลาดยามเช้าที่อำเภอโขงเจียม มีพืชผลทางเกษตรที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปตามฤดูกาล แต่ปลาชนิดต่างๆ ดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์ของตลาดแห่งนี้ เนื่องจากมีสองสายน้ำ ลำน้ำมูล และลำน้ำโขงไหลมาบรรจบกันที่อำเภอโขงเจียม ใกล้ตัวอำเภอ ถ.แคล้วประดิษฐ์ ริมทางหลวง 2134 บ้านด่านเก่า ต.โขงเจียม ก่อนถึงสะพานข้ามแม่น้ำมูล จะเห็นตลาดอยู่ซ้ายมือ

ตลาดเริ่มคึกคื้น เวลา 04.00-09.00 น.ทุกวัน

ผลผลิตที่นำมาขายได้แก่ ปลาต่างๆ เช่น ปลาบึก ปลาตะเพียน ปลาสร้อย ปลาช่อน ปลาแขยง ปลาเทโพ ปลากดคัง ปลาม้า ปลาเนื้ออ่อน ตลอดจน กบ เขียด กิ้งก่า แย้ หนู ไข่มดแดง มาวางขายละลานตา

อาหารยามเช้า ปาท๋องโก๋ร้อน + น้ำเต้าหู้ กาแฟโบราณ ชา โอวันติน หรือหากไม่อิ่ม ต้องหาก๋วยเตี๋ยวญวนสักชาม

ปลาชนิดต่างๆ เป็นสัญลักษณ์ของตลาดแห่งนี้ตลาดยามเช้าโขงเจียมสมกับที่ได้ชื่อว่าปลานั้นเป็นสัญลักษณ์ของตลาดโขงเจียมตลาดสดเทศบาลตำบลบ้านด่าน


อ่านต่อรายละเอียด ตลาดยามเช้าโขงเจียม
---------------------------------------

ท่าปลาริมโขง

ตลาดซื้อขายปลาริมแม่น้ำโขง ช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การเที่ยวชม คือ 06.00-08.00 น. ช่วงเดือน เม.ย. - ต.ค. จะมีปลามาขายมาก

ที่ตั้ง: อยู่ใตตัวเมือง สุดซอยฉวีวิสัย ถ.ราษฏรบำรุง บ้านด่านเก่า ทางไป ร้านอาหารริมโขงและแม่น้ำสองสี ซอยจะเล็กมาก ไม่มีจุดสังเกตุใดๆ ปลาที่ซื้อขายส่วนใหญ่เป็นปลาขนาดใหญ่ เช่น ปลาเทโพ ปลาคัง ปลาแค้ ปลาม้า แต่น่าเสียดายช่วงที่ผมไปเป็นฤดูหนาว ตลาดจึงดูคึกคักน้อยกว่า

ท่าปลาริมโขงเป็นตลาดซื้อขายปลาริมแม่น้ำโขงท่าปลาริมโขง


อ่านต่อรายละเอียด ท่าปลาริมโขง
---------------------------------------

แม่น้ำสองสี

หรือดอนด่านปากแม่น้ำมูล อยู่ในเขตบ้านเวินบึก นั่งเรือจากตัวอำเภอโขงเจียมไปประมาณ 5 นาที เป็นบริเวณที่แม่น้ำสองสายมาบรรจบกัน คือ แม่น้ำโขงสีปูน แม่น้ำมูลสีคราม อยู่ห่างจากจังหวัด อุบลราชธานี 84 กม. จุดที่สามารถมองเห็นแม่น้ำสองสีได้อย่างชัดเจน คือ บริเวณลาดริมตลิ่ง แม่น้ำมูล แม่น้ำโขงหน้าวัดโขงเจียม และบริเวณบางส่วนของหมู่บ้านห้วยหมาก ในเดือนเมษายนจะเป็นเดือนที่เห็นความแตกต่างของสีน้ำได้ชัดเจนที่สุด นอกจากนี้แล้วบริเวณใกล้เคียงยังมีบริการเรือพาล่องชม ทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำ หรือซื้อของที่ระลึก ที่ตลาดหมู่บ้านในฝั่งประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาวอีกด้วย

เป็นบริเวณที่แม่น้ำสองสายมาบรรจบกัน คือ แม่น้ำโขงสีปูน แม่น้ำมูลสีครามแม่น้ำสองสีในเดือนเมษายนจะเป็นเดือนที่เห็นความแตกต่างของสีน้ำได้ชัดเจนที่สุดแม่น้ำสองสีแม่น้ำสองสี


อ่านต่อรายละเอียด แม่น้ำสองสี
---------------------------------------

วัดถ้ำคูหาสวรรค์

ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 2222 ก่อนถึงอำเภอโขงเจียมประมาณ 6 กม. วัดนี้ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2521 โดย "หลวงปู่คำคนิง จุลมณี" ซึ่งใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมจำพรรษา ปัจจุบัน หลวงปู่ท่านได้ มรณภาพแล้ว แต่ร่างกายของท่านไม่เน่าเปื่อย บรรดาลูกศิษย์ได้เก็บร่างของท่านไว้ในโลงแก้วเพื่อบูชา บริเวณวัดมีจุดชมวิวสามารถมองเห็นทัศนียภาพของลำน้ำโขงและฝั่งลาวได้อย่างชัดเจน

วัดถ้ำคูหาสวรรค์วัดนี้ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2521วัดนี้ก่อสร้างขึ้นโดยหลวงปู่คำคนิง จุลมณีวัดถ้ำคูหาสวรรค์บริเวณวัดมีจุดชมวิวสามารถมองเห็นทัศนียภาพของลำน้ำโขง


อ่านต่อรายละเอียด วัดถ้ำคูหาสวรรค์
---------------------------------------

ถ้ำเหวสินธุ์ชัย

ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 2222 ก่อนถึงโขงเจียมประมาณ 7 กม. เลี้ยวเข้า ไปประมาณ 2 กม. ทางเดียวกับแก่งตะนะ บริเวณถ้ำเป็นสำนักสงฆ์ มีพระพุทธไสยาสน์ลักษณะงดงาม และมีชื่อในการปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด โดยรอบวัดมีลักษณะเป็นไหล่เขา มีก้อนหินขนาดใหญ่เรียงรายอยู่มากมาย มีต้นไม้และดอกไม้สวยงาม นอกจากนี้ยังมีน้ำตกจากหน้าผาลงมาบริเวณ ด้านหน้าพระนอน เป็นที่ร่มเย็นสวยงาม จะมีน้ำมากในช่วงปลายฤดูฝน

ป้ายบอกทางไปน้ำตกถ้ำเหวสินธุ์ชัยถ้ำเหวสินธุ์ชัยบริเวณถ้ำเหวสินธุ์ชัยถ้ำเหวสินธุ์ชัยบรรยากาศบริเวณถ้ำเหวสินธุ์ชัย


อ่านต่อรายละเอียด ถ้ำเหวสินธุ์ชัย
---------------------------------------

เขื่อนปากมูล

เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียวสร้างกั้นแม่น้ำมูลที่บ้านหัวเหว่ อำเภอโขงเจียม มีความสูง 17 เมตร ยาว 300 เมตร อำนวยประโยชน์ในด้านการเกษตรและผลิตกระแสไฟฟ้า เขื่อนปากมูลอยู่ห่าง จากตัวเมืองอุบลราชธานีประมาณ 75 กม. ห่างจากจุดบรรจบของแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขงประมาณ 6 กม. สันของเขื่อนปากมูลสามารถใช้เป็นเส้นทางลัดจากอำเภอโขงเจียม ไปอำเภอสิรินธรได้โดยไม่ต้อง ย้อนไปอำเภอพิบูลมังสาหาร นอกจากนี้บริเวณท้ายเขื่อนยังสามารถล่องเรือชมทิวทัศน์ลำน้ำมูลที่งดงามโดย ตลอดไปบรรจบ กับแม่น้ำโขง บริเวณที่เรียกว่า แม่น้ำสองสี

เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียวสร้างกั้นแม่น้ำมูลที่บ้านหัวเหว่เขื่อนปากมูลอำนวยประโยชน์ในด้านการเกษตรและผลิตกระแสไฟฟ้าเขื่อนปากมูลบริเวณท้ายเขื่อนยังสามารถล่องเรือชมทิวทัศน์ลำน้ำมูลที่งดงามได้


อ่านต่อรายละเอียด เขื่อนปากมูล
---------------------------------------

อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ

มีพื้นที่ประมาณ 50,000 ไร่ ในเขตอำเภอสิรินธรและอำเภอโขงเจียม ภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงและเนิน เขาเตี้ยๆ สภาพป่าทั่วไปเป็นป่าแพะหรือป่าแดง ต้นไม้ในป่ามีลักษณะแคระแกรน บางส่วนเป็นทุ่งหญ้า ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2524 ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำมูล บริเวณแก่งตะนะ การเดินทางสามารถไปได้สองเส้นทางคือ หมายเลข 217 สายอุบลราชธานี-พิบูล มังสาหาร-ช่องเม็ก ประมาณ 75 กิโลเมตร แล้วแยกซ้าย ไปตามเส้นทาง 2173 อีก 13 กิโลเมตร ส่วน อีกเส้นทางหนึ่งคือเส้นทาง หมายเลข 2222 ซึ่งสามารถชมแก่งตะนะได้อย่างสวยงาม โดยหินจะโผล่ ด้านนี้มากกว่า มองเห็นแก่งตะนะได้ชัดเจน ในเขตอุทยานฯ มีสถานที่ท่องเที่ยวดังนี้

แก่งตะนะ

เป็นแก่งกลางลำน้ำมูลที่ใหญ่ที่สุด ตัวแก่งเป็นแผ่นหินขนาดใหญ่กั้นขวางลำน้ำมูล สายน้ำที่ ไหลผ่านแก่งตะนะแยกเป็นน้ำตกใหญ่น้อยสวยงามน่าชม

ดอนตะนะ

เป็นดอนที่เกิดขวางแม่น้ำมูล และแบ่งแม่น้ำออกเป็นสองสาย มีความกว้างประมาณ 450 เมตร ยาวประมาณ 700 เมตร ทางตอนเหนือของดอนตะนะมีหาดทรายเหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง บนดอนตะนะยังมีป่าอยู่ทั่วไป เป็นสภาพป่าดิบแห้ง มีต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น และมีป่าสักขึ้นตาม ธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันสามารถเดินข้ามสะพานแขวนไปยังดอนตะนะได้

แก่งคันเหว่

ประกอบไปด้วยแนวหินยาวประมาณ 1 กิโลเมตร กว้างประมาณ 300 เมตร และยังมีหาดทรายตามแก่งหิน ประกอบด้วยโขดหินใหญ่น้อย มีหลุมยุบและรอยแหว่งเว้าปรากฏอยู่ทั่วไปในเดือน ธันวาคมสายน้ำจะสูงเอ่อไหลตามแก่งหินอย่างเชี่ยวกราก ทำให้เกิดทัศนียภาพอันสวยงาม

น้ำตกตาดโตน

ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 2173 ซึ่งแยกจากทางหลวงหมายเลข 217 เข้าไป ประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่ง เกิดจากลำห้วยตาดโตน ไหลผ่านลานหิน แล้วตกลงสู่ที่ลุ่ม เกิดเป็นแอ่งน้ำสามารถลงเล่นน้ำได้ มีน้ำเย็นใสสะอาด บริเวณโดยรอบเป็นป่าไม้และ ดอกไม้นานาพันธุ์

บริเวณที่ทำการอุทยานมีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว รายละเอียดติดต่อกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. 579-7223, 579-5734

อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะแก่งตะนะเป็นแก่งกลางลำน้ำมูลที่ใหญ่ที่สุดอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะบรรยากาศรอบๆ อุทยานแก่งตะนะ


อ่านต่อรายละเอียด อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ
---------------------------------------

สามพันโบก

สามพันโบก เป็นแก่งหินที่อยู่ใต้ลำน้ำโขง เนื่องจากในช่วงฤดูน้ำหลากแก่งหินดังกล่าวจะจมอยู่ใต้บาดาล แก่งหินกลายเป็นแอ่งเล็ก-ใหญ่ จำนวนมากด้วยแรงน้ำวนกัดเซาะ ซึ่งจะปรากฏให้เห็นเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง (ประมาณเดือนมกราคม – เมษายน) ทั้งนี้ ที่เรียกว่า "สามพันโบก" เพราะบนแก่งหินมีแอ่งน้ำขนาดเล็กใหญ่จำนวนมากกว่า 3,000 แอ่ง (คำว่า "โบก" เป็นภาษาลาว แปลว่า "แอ่ง") จึงเรียกที่นี่ว่า สามพันโบก

สามพันโบก เป็นแก่งหินที่อยู่ใต้ลำน้ำโขง จะสามารถเห็นได้เฉพาะช่วงต้นปีสามพันโบกสามพันโบกบนแก่งหินมีแอ่งน้ำขนาดเล็กใหญ่จำนวนมากกว่า 3,000 แอ่งสามพันโบกสามพันโบกสามพันโบกแต่ละแอ่งก็จะมีรูปร่างแตกต่างกันออกไป


อ่านต่อรายละเอียด สามพันโบก
---------------------------------------

อุทยานแห่งชาติผาแต้ม

มีพื้นที่ประมาณ 140 ตารางกิโลเมตร ในเขตอำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร ได้ รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2534 สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง และเนิน เขา มีหน้าผาสูงชันซึ่งเกิดจากการแยกตัวของผิวโลก สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าเต็งรัง มีหินทรายลักษณะ แปลกตากระจายอยู่ทั่วบริเวณ มีพันธุ์ไม้ดอกที่สวยงามขึ้นอยู่ตามลานหิน

การเดินทางจากอำเภอโขงเจียมใช้ เส้นทาง 2134 ต่อด้วยเส้นทาง 2112 แล้วแยกขวาไปผาแต้ม อีกราว 5 กิโลเมตร รวมระยะทางจาก โขงเจียมประมาณ 18 กิโลเมตร สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ ได้แก่   

เสาเฉลียง

อยู่ก่อนถึงผาแต้มประมาณ 3 กม. เป็นหินตั้งซ้อนกันโดยธรรมชาติ มีลักษณะคล้ายดอกเห็ดเรียงรายกันอยู่มากมาย ซึ่งหินดังกล่าวจะปรากฏเห็นซากเปลือกหอย กรวด ทราย อยู่ในแผ่นดินขนาดใหญ่ ซึ่งนักธรณีวิทยาสันนิษฐานว่า เมื่อประมาณล้านกว่าปีมาแล้ว บริเวณนี้คงจะเป็นทะเลมาก่อนอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม เสาเฉลียง >>>

-----------------------------------------------------------------

ลานหินแตก

ประติมากรรมทางธรรมชาติอีกชิ้น จากการซึกกร่อนโดยพลังน้ำและความร้อนทางธรรมชาติอยู่เลยจากเสาเฉลียงไปทางด้านหลัง

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ลานหินแตก >>>

 

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

เปิด 08.00-16.30 น.ไทยทัวร์แนะนำให้นักท่องเที่ยวพักเหนื่อยพร้อมเรียนรู้ข้อมูลอุทยานฯก่อนเที่ยวชมสถานที่ต่างๆศูนย์บริการฯอยู่ใกล้ลานจอดรถ เป็นอาคารปูนชั้นเดียว มีห้องโถงจัดแสดงภูมิประเทศของ อุทยานฯ และสัตว์ป่า มีรูปภาพสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง เช่น น้ำตก ลานดอกไม้ จำหน่ายของที่ระลึก ด้านหลังเป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่สวยงามเราสามารถของแผนที่เดินเท้าไปชมภาพเขียนสีโบราณได้ อย่างน้อยก็รู้ว่าเราเองสามารถเดินไปชมได้มากน้อยแค่ไหน เพราะภาพเขียนสีโบราณแต่ละจุดไม่ใกล้กันเลย

อ่านรายละเอียดและรูปภาพเพิ่มเติม ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว >>>

-----------------------------------------------------------------

ภาพเขียนโบราณ

 

บริเวณด้านล่างของผาแต้มมีภาพเขียนสี ก่อนประวัติศาสตร์ปรากฏเรียงรายอยู่เป็นระยะ มีอายุไม่ต่ำกว่าสามพันถึงสี่พันปี ทางอุทยานฯ ได้ทำทางเดินจากหน้าผาด้านบนลงไปชมภาพเขียนสีเหล่านี้ที่หน้าผาด้านล่าง ระยะทางประมาณ 500 เมตร ภาพเขียนจะอยู่บนผนังหน้าผายาวติดต่อกันประมาณ 180 เมตร ซึ่งเป็นมุมต่ำกว่า 90 องศา มีภาพทั้งหมด ประมาณ 300 ภาพ แบ่งเป็น 5 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ภาพคนทำนา ภาพสัตว์ ภาพมือ ภาพลายเรขาคณิต และภาพตุ้ม (เครื่องมือจับปลาของชาวประมงริมโขง)

ด้านตรงข้ามผา แต้มคือ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจจะชม พระอาทิตย์ขึ้นก่อนที่แห่งใดในประเทศไทย ในบริเวณดังกล่าวในลักษณะเดียวกันกับที่หมู่บ้านเวินบึกที่ตั้ง อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงไม่ไกลจากบริเวณแม่น้ำสองสีมากนัก ซึ่งทุกวันนี้จะมีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปท่อง เที่ยวเป็นจำนวนมาก

ภาพเขียนโบราณแบ่งเป็น 4 ชุดใหญ่ๆ ชุดที่สวยและชัดเจนที่สุดคือ ชุดที่ 2 คลิกอ่านและดู ภาพเขียนสีโบราณ

 

-----------------------------------------------------------------

 

ถ้ำมืด

ตั้งอยู่ที่บ้านซะซอม ตามทางหลวงหมายเลข 2112 เลี้ยวซ้ายไปทางบ้านทุ่งนาเมือง ประมาณ15 กิโลเมตร เป็นถ้ำขนาดกว้าง 4 เมตร สูง 6 เมตร ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปแกะสลัก เรียงรายกันมากมาย แสดงว่าคงจะเคยใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนามาก่อน

-----------------------------------------------------------------

น้ำตกสร้อยสวรรค์

 

ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 2112 ห่างจากตัวอำเภอโขงเจียมประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ไหลจากหน้าผาสูงชันสองด้านสูงประมาณ 20 เมตร มองดูคล้ายสร้อยที่ แขวนอยู่ในคอ มีน้ำไหลตลอดปี บริเวณน้ำตกเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>> น้ำตกสร้อยสวรรค์

 

-----------------------------------------------------------------

น้ำตกทุ่งนาเมือง

ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 2112 ห่างจากน้ำตกสร้อยสวรรค์ ประมาณ 13 กิโลเมตร เป็นน้ำตก ขนาดกลางที่มีความสวยงาม และอยู่ใกล้เส้นทางน้ำไหลลดหลั่นลงมาตามโขดหิน ชั้น บนสูงสุดประมาณ 25 เมตร บริเวณโดยรอบมีดอกไม้ต่างๆ มากมาย อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>> น้ำตกทุ่งนาเมือง

-----------------------------------------------------------------

น้ำตกแสงจันทร์ (น้ำตกรู)

อยู่ห่างจากน้ำตกทุ่งนาเมืองเพียง 1 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2112 เป็นน้ำตกที่มี ความสวยงามและมีลักษณะพิเศษ คือ น้ำจะตกลงผ่านปล่องหินสู่เบื้องล่าง มองดูคล้ายแสงจันทร์ซึ่งเต็มดวงลาดส่องมายังพื้นโลก บริเวณโดยรอบมีโขดหินน้อยใหญ่เรียงรายกันอยู่ และมีต้นไม้ นานาพันธุ์อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>> น้ำตกแสงจันทร์

 

-----------------------------------------------------------------

 

นอกจากนี้ยังมีสถานที่น่าสนใจอื่นๆ อีก ได้แก่ ผาเจ็ก ผาเมย ภูนาทาม ภูโลง สวนหิน ภูกระบอ ภูจ้อมค้อม น้ำตกห้วยพอก ฯลฯ ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์สวยงาม เหมาะสำหรับการเดินทาง ท่องเที่ยวแบบทัวร์ป่า

อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ยังไม่มีบริการบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว ผู้ประสงค์จะค้างแรมในเขตอุทยาน แห่งชาติผาแต้มต้องเตรียมอุปกรณ์การพักแรมมาเอง และต้องกางเต๊นท์ ในที่ซึ่งอุทยานฯ จัดเตรียมไว้ให้

 


อ่านต่อรายละเอียด อุทยานแห่งชาติผาแต้ม
---------------------------------------

เสาเฉลียง

เสาเฉลียง ตั้งอยู่ที่ ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม

การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 217 จากจังหวัดอุบลราชธานี ไปอำเภอพิบูลมังสาหาร แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 2222 ไปอำเภอโขงเจียม จากอำเภอโขงเจียมใช้เส้นทางสาย 2134 (โขงเจียม - ศรีเมืองใหม่) ประมาณ 5 กิโลเมตร แยกขวา เข้าเส้นทางสาย 2112 อีกประมาณ 9 กิโลเมตร มีทางแยกขวาไปผาแต้ม จะถึงเสาเฉลียงประมาณ 1.5 กิโลเมตรก่อนถึงผาแต้ม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดอุบลราชธานี

เสาเฉลียงเป็นลักษณะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สืบเนื่องมาจากกระบวนการกัดเซาะและกัดกร่อนด้วยอิทธิพลของน้ำและลม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการสึกกร่อนโดยแม่น้ำหรือธารน้ำไหลกัดเซาะเป็นเวลาชั่วนาตาปี เกิดขึ้นในชั้นหินที่วางตัวอยู่ในแนวราบหรือเกือบราบและในแต่ละชั้นมีส่วนประกอบของแร่ที่แตกต่างกัน จึงทำให้มีความแข็งและทนทานที่ไม่เหมือนกัน

 ประติมากรรมชิ้นเอกร่วมกันของหินทราย 2 ยุค คือ หินทรายยุค ครีเตเซียส ซึ่งมีอายุประมาณ 130 ล้านปี เป็นส่วนดอกเห็ดอยู่ท่อนบน และหินทราย ยุคไดโนเสาร์ มีอายุประมาณ 180 ล้านปี เป็นส่วนต้น เสาหินท่อนล่างโดยผ่านการถูกชะล้างพังทลายอันเกิดจากสภาพอากาศ ฝนและลมพายุเป็นเวลาหลายล้านปี ซึ่งคุณสมบัติทางธรณีวิทยาของหินทรายนั้นง่ายต่อการสึกกร่อนกว่าหินชนิดอื่นที่จัดอยู่ในกลุ่มหินชึ้นเดียวกัน และเมื่อผ่านการสึกกร่อนไปได้ระยะหนึ่งก็มีสิ่งที่เรียกว่า กระบวนการต้านทานทางธรรมชาติ และแรงกดทับของเม็ดฝนทำให้หินทรายแข็งยิ่งขึ้น เป็นผลให้สามารถรักษาสภาพให้คงรูปได้ดังที่เห็นอยู่ในรูปข้างๆนี้ เสาเฉลียง แผลงมาจาก "สะเลียง" แปลว่า "เสาหิน

เสาเฉลียงประวัติความเป็นมาของเสาเฉลียงเสาเฉลียงเป็นลักษณะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติประติมากรรมชิ้นเอกร่วมกันของหินทราย 2 ยุค คือ ยุคครีเตเซียส และยุคไดโนเสาร์


อ่านต่อรายละเอียด เสาเฉลียง
---------------------------------------

ภาพเขียนสีโบราณ

เปิด 08.00-16.30 น. ไทยทัวร์แนะนำให้นักท่องเที่ยวพักเหนื่อยพร้อมเรียนรู้ข้อมูลอุทยานฯก่อนเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ศูนย์บริการฯอยู่ใกล้ลานจอดรถ และลานผาแต้ม เป็นอาคารปูนชั้นเดียว มีห้องโถงจัดแสดงภูมิประเทศของ อุทยานฯ และสัตว์ป่า มีรูปภาพสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง เช่น น้ำตก ลานดอกไม้ จำหน่ายของที่ระลึก ด้านหลังเป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่สวยงาม เราสามารถของแผนที่เดินเท้าไปชมภาพเขียนสีโบราณได้ อย่างน้อยก็รู้ว่าเราเองสามารถเดินไปชมได้มากน้อยแค่ไหน เพราะภาพเขียนสีโบราณแต่ละจุดไม่ใกล้กันเลย เราควรศึกษาแผนที่ก่อนเดินทาง แผนที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม

ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ กลุ่มที่ 1(ผาขาม)

หรือ ศิลปะถ้ำ คือ ศิลปะหรือภาพที่เกิดจากการวาด/เขียนเป็นสี และทำรูปรอยลงบนพื้นหิน มักพบตามถ้ำเพิงผา ผนังหิน ก้อนหิน ที่มักเรียกรวมๆ กันไปว่าถ้ำ จึงมักเรียกงาน ภาพเขียนถ้ำนี้ว่าศิลปะถ้ำ ศิลปะถ้ำที่สร้างขึ้นด้วย 2 เทคนิคใหญ่ๆ คือ 1. การลงสี หรือการสร้างภาพด้วยสีในวิธีต่างๆ เช่น วาดด้วยสีแห้ง เขียน หรือระบายเป็นรูป พ่นสี สะบัดสี การทาบหรือทับ 2. การทำรูปรอยลงในหิน มีวิธีต่างๆ เช่น ฝน จาร ขูดขีด แกะหรือ ตอก ฯลฯ การใช้สีที่พบในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม เป้นสีแดง จะสัมพันธ์กับพิธีกรรมที่เกี่ยวกับความตาย เพราะตามแหล่งโบราณคดีหลายแห่งในประเทศไทยมักจะเป็นสีแดง หรือสิ่งของสีแดง ในหลุมฝังศพงานศิลปะที่ผาแต้มจึงอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมที่เกี่ยวกับความตายของผู้ตายในสมัยนั้น ภาพเขียนสีในอุทยานแห่งชาติผาแต้มที่พบ และเป็นที่รู้จัก มากที่สุดในประเทศไทย โดยมีกลุ่มภาพเขียน ทั้งหมด 4 กลุ่ม ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชื่อว่า "ศิลปะถ้ำ" สีที่คนในยุคนั้นใช้ จะเป็นสีจากแร่ชนิดหนึ่ง ที่มีชื่อเรียกว่า เฮมาไทด์ หรือ หินเทศ ภาษาพื้นบ้านเรียกชหินชนิดนี้ว่า ดินลูกรัง ที่จริงแล้วก็คือหินทรายชนิดหนึ่ง มีชื่อหลักว่า หินทรายแดง จะพบได้ทั่วไปในพื้นที่ประเทศไทย และจะพบมากในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งเต็มไปด้วยภูเขาหินทราย หินทรายแดง ประกอบด้วยอนุภาคดินทรายแป้งที่มีความละเอียดมา มีสีเทาปนแดง แร่ที่เป็น องค์ประกอบหลักคือแร่ควอตร์ และแร่เหล็กที่เรียกว่า เฮมาไทด์ (HEMATITE) ภาพเขียนกลุ่มที่ 1 นี้เป้นกลุ่มภาพเขียนสีจุดแรกที่อยู่ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติศิลปะถ้ำ อยู่ด้านใต้หน้าผาของผาขามมีความสูงจากยอดเขาถึงทางราบแนวหน้าผา 260 เมตร ภาพเขียนสีกลุ่มที่ 1 นี้ อาจจะมองเห็นไม่ชัดเจนมากนักต้องสังเกตตามผนังหิน จะปรากฏภาพที่ระบายด้วยสีแดงออกคล้ำคล้ายสีน้ำหมาก ภาพที่ปรากฏคือ ภาพปลา ภาพสัตว์ 4 เท้า ที่ค่อนข้างเลือน จำนวน 1 ตัว คือ ภาพช้าง โดยมีเส้นตั้ง เส้นเฉียง และเส้นนอน วาดทับบนรูปภาพเหล่านั้น ลักษณะของภาพปลา จะเป็นการแสดงภาพแบบโครงสร้างภายใน หรือเรียกว่าภาพเอกซเรย์ ขนาดของภาพ จะแตกต่างกันไป

ภาพเขียนสีกลุ่มที่ 2 ผาแต้ม

เป็นภาพเขียนสีกลุ่มที่ใหญ่อยู่ห่างจากเขียนกลุ่มผาขาม 300 เมตร ภาพเขียนสีในจุดนี้ เป็นกลุ่มภาพเขียนสีที่มีขนาดใหญ่ และ ยาวถึง 180 เมตรมีหลากหลายแบบทั้งภาพคน สัตว์ และอื่นๆ กว่า 300 ภาพ ปะปนกัน บางภาพก็ซ้อนทับกันอยู่ ภาพที่พบในจุดนี้จะมีลักษณะ สามารถแยกประเภทได้ชัดเจนใช้สีแดงเป็นส่วนใหญ่ มีการใช้เทคนิคทั้งการลงสี และการทำรูปรอยลงในเนื้อหินลักษณะเด่นของกลุ่มภาพเขียนสีที่ผาแต้มนี้จะเป็นภาพของฝ่ามือมนุษย์ แบบทึบ และแบบโปร่ง ภาพสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ เห็นได้ชัดเจนว่า เป็นทั้งสัตว์บก และสัตว์น้ำ ภาพเขียนที่เป็นสัตว์บก เช่น ช้าง วัว หมา และภาพเขียนสีที่เป็นสัตว์น้ำ เช่น เต่าหรือตะพาบ ปลาบึก(ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่พบในลำน้ำโขง) ลักษณะของการวาดภาพมีทั้งการวาดโครงร่าง และการระบายสีทึบ ภาพสัตว์ต่างๆ ที่ปรากฏอยู่นี้ควรเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของมนุษย์ในยุคนั้น การสร้างภาพเขียนสีสร้างโดย 2 เทคนิคใหญ่ๆ คือ

1. การลงสี (Pictograph) หรือการสร้างภาพด้วยสี ในวิธีต่างๆ เช่นวาดด้วยสีแห้ง(Drawing Withdraw Pigment) เขียนหรือ ระบายเป็นรูป (Painting) พ่นสี (Stenciling) สะบัดสี (Paint Splattering) การทาบหรือทับ (Imprinting) 2. การทำรูปรอยลงในหิน มีวิธีต่างๆ เช่นฝน จารขูดขีด แกะหรือ ตอก ฯลฯ การใช้สีที่พบจะเป็นสีแดงจะสัมพันธ์กับพิธีกรรมที่เกี่ยวกับความตาย เพราะตามแหล่งโบราณคดีหลายแห่งในประเทศไทย มักจะพบสีแดงหรือสิ่งของ สีแดงในหลุมฝังศพงานศิลปะที่ผาแต้ม จึงอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมที่เกี่ยวกับความตายของผู้ตายในสมัยนั้นภาพเขียนสีในอุทยานแห่งชาติผาแต้มที่พบและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทยมีทั้งหมด 4 กลุ่มตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติชื่อว่าศิลปะถ้ำ สีที่คนในยุคโบราณมักใช้ในการวาดคือ หินเทศ ที่จริงแล้วก็คือ หินทราย ชนิดหนึ่ง มีชื่อหลักว่าหินทรายแดง จะพบได้ทั่วไปในพื้นที่ประเทศไทย และจะพบมากในพื้นที่ภาคอีสานซึ่งเต็มไปด้วยภูเขาหินทราย หินทรายแดงจะประกอบด้วยอนุภาคดินทรายแป้งที่ความละเอียดมาก สีเทาปนแดง แร่ที่เป็นองค์ประกอบหลักคือแร่ควอตร์และแร่เหล็กที่เรียกว่า hematite คนในยุดก่อนรู้จักนำเอาหินทรายแดงมาใช้ ประโยชน์โดยเฉพาะตามแหล่งภาพเขียนสีโบราณจะพบว่ามีการนำเอาหินทรายแดงหรือหินเทศมาใช้เป็นวัตถุดิบในการวาดภาพตามผนังถ้ำ ตามหน้าผา หรือวาดลงบนเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ

ภาพเขียนสีกลุ่มที่ 4 ผาหมอนบน

ห่างจากภาพเขียนกลุ่มที่ 3 ประมาณ 300 เมตรระยะทางเดิน แต่ทางเดินแคบและชันไม่เหมาะสำหรับเด็กเล็กที่จะเดินตามไปด้วย ค่อนข้างอันตราย แต่เป็นระยะที่เราสามารถเห็นภาพเขียนแค่เอื้อมมือถึง ภาพเขียนกลุ่มนี้อยู่บนแนวก้อนหินเดียวกับกลุ่มี่ 3 แต่อยู่ด้านบน ต้องเดินผ่านช่องเบียดสาว (ช่องทางเดินแคบระหว่างหิน 2 ก้อน)

ภาพเขียนสีกลุ่มที่ 3 ผาหมอนล่าง

ห่างจากจุดที่ 2 ประมาณ 700 เมตร หรือเราอาจเดินกลับทางเดิม แล้วนั่งรถย้อนมาทางเสาเฉียง สู่ผาหมอนก็ได้ รถจอดได้ใกล้ศาลาแล้วเดินลงสู่ กลุ่มภาพเขียนที่ 4 และ 3 ตามลำดับ คำว่าผาหมอน เป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกเพิงผาหินแห่งนี้ เนื่องจากว่ามีหินขนาดใหญ่ 2 ก้อน เรียงคู่กัน อยู่บริเวณหน้าผาชั้นบน (ถ้ำผาหมอน) ซึ่งถ้ามองจากด้านล่างขึ้นมาจะเห็นก้อนหินทั้งสองคล้ายหมอนหิน 2 ใบ วางเรียงอยู่ จากลักษณะของหินที่คล้ายหมอนหินดังกล่าว จึงเป็นที่มาของชื่อ "ผาหมอน" ที่ชาวบ้านใช้เรียกขานมาหลายชั่วอายุคนตราบจนทุกวันนี้

ภาพเขียนในกลุ่มที่ 3 และ 4 นี้ได้แก่ ภาพคน ภาพสัตว์ ภาพวาดลายเส้น และภาพฝ่ามือ เป็นต้น

ภาพเขียนสีโบราณภาพเขียนสีโบราณ อุทยานแห่งชาติผาแต้มลักษณะของการวาดภาพมีทั้งการวาดโครงร่าง และการระบายสีทึบ ภาพสัตว์ต่างๆภาพเขียนสีโบราณภาพเขียนสีโบราณ


อ่านต่อรายละเอียด ภาพเขียนสีโบราณ
---------------------------------------

น้ำตกตาดโตน

เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยตาดโตน ตกจากชั้นหินแนวโค้งลงสู่ที่ลุ่ม เกิดเป็นแอ่งน้ำ ด้านบนเป็นพลาญหินกว้าง มีน้ำไหลผ่าน เหมาะแก่การลงเล่นน้ำและนั่งพักผ่อน เพราะบริเวณโดยรอบเป็นป่าไม้ร่มรื่น และมีพรรณไม้หลายชนิดให้ศึกษา โดยเฉพาะช่วงปลายฤดูฝน

น้ำตกตาดโตนบริเวณทางไปน้ำตกตาดโตนน้ำตกตาดโตน ด้านบนเป็นพลาญหินกว้าง มีน้ำไหลผ่านน้ำตกตาดโตน


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกตาดโตน
---------------------------------------

ลานหินแตก

อยู่ถัดจากเสาเฉลียงขึ้นไปบนเนินเขา

ลานหินแตกเป็นลักษณะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สืบเนื่องมาจากกระบวนการกัดเซาะและกัดกร่อนด้วยอิทธิพลของน้ำและลม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการสึกกร่อนโดยน้ำหรือธารน้ำไหลกัดเซาะเป็นเวลาชั่วนาตาปี

ลานหินแตกลานหินแตกเป็นลักษณะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติลานหินแตกลานหินแตก


อ่านต่อรายละเอียด ลานหินแตก
---------------------------------------

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

เปิด 08.00-16.30 น.  ไทยทัวร์แนะนำให้นักท่องเที่ยวพักเหนื่อยพร้อมเรียนรู้ข้อมูลอุทยานฯก่อนเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ  ศูนย์บริการฯอยู่ใกล้ลานจอดรถ และลานผาแต้ม เป็นอาคารปูนชั้นเดียว มีห้องโถงจัดแสดงภูมิประเทศของ อุทยานฯ และสัตว์ป่า มีรูปภาพสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง เช่น น้ำตก ลานดอกไม้ จำหน่ายของที่ระลึก ด้านหลังเป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่สวยงาม  เราสามารถของแผนที่เดินเท้าไปชมภาพเขียนสีโบราณได้ อย่างน้อยก็รู้ว่าเราเองสามารถเดินไปชมได้มากน้อยแค่ไหน เพราะภาพเขียนสีโบราณแต่ละจุดไม่ใกล้กันเลย

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติผาแต้มมีห้องโถงจัดแสดงภูมิประเทศของ อุทยานฯ และสัตว์ป่าศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติผาแต้มศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติผาแต้ม


อ่านต่อรายละเอียด ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
---------------------------------------

น้ำตกสร้อยสวรรค์

อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่สวยงามมีแอ่งน้ำที่สามารถลงเล่นน้ำได้ จะมีน้ำไหลในช่วงเดือนมิฟถุนายน - ธันวาคม เกิดจากลำธาร 2 สาย คือ ห้วยสร้อย น้ำตกในลักษณะแนวบันไดและห้วยสะหนม น้ำจะตกลงในแนวดิ่งหน้าผาทำมุม 90 องศา ซึ่งทั้งสองสายจะไหลมาบรรจบกันในเบื้องล่าง มองดูลักษณะคล้ายสายสร้อยสูงราว 50 - 90 เมตร กว้างราว 30 เมตร ก่อนไหลลงสู่ลำน้ำโขง ในบริเวณไม่ไกลนัก หากท่านมาช่วงต้นฤดูหนาว จะได้พบกับทุ่งดอกไม้ขาดใหญ่ หลายจุด สร้อยสุวรรณา ดอกมณีเทวา ดอกหางเสือ ดอกดุสิตา ดอกหยาดน้ำค้าง ฯลฯ

------------------------------------------------

สร้อยสุวรรณา ลักษณะ :  เป็นพืชล้มลุก อายุฤดูเดียว สูง 10 - 30 ซม.  

------------------------------------------------

 มณีเทวา

ลักษณะ :  เป็นเหง้าเส้น ๆ อยู่ในดินมีอายุเพียงฤดูเดียว 

------------------------------------------------

 ดุสิตา

ลักษณะ : เป็นพืชกินแมล สูงประมาณ 25 ซม.

 ------------------------------------------------

 หยาดน้ำค้าง

ลักษณะ : เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก สูล 3 - 30 ซม. ต้นตั้งตรง หรือทอดเอน ทั้งลำต้น ใบและก้านดอกมีสีแดง สะดุดตาเมื่อได้รับแสงเต็มที่

------------------------------------------------

 หางเสือ

ลักษณะ : พืชล้มลุก อายุหลายปี สูง 1 - 1.5 ม. แตกกิ่งใกล้โคนต้นมีขนสากปกคลุมทั่วไป กิ่งก้านเป็นเหลี่ยม สันมน สีม่วงแดง  

 

 


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกสร้อยสวรรค์
---------------------------------------

น้ำตกทุ่งนาเมือง

น้ำตกทุ่งนาเมืองเป็นอีกหนึ่งในน้ำตกที่ถูกซ่อนเร้นไว้เคียงคู่กับเถาวัลย์ยักษ์ อายุนับพันปี น้ำตกแห่งนี้ก็อยู่ในเส้นทางเดียวกันกับ น้ำตกสร้อยสวรรค์ น้ำตกแสงจันทร์ ทางเดินทางต่อไปอีกสัก ๑ กม. ก็จะถึงน้ำตกทุ่งนาเมือง แต่หลายคนและหลาย ๆ ทัวร์มักจะไปสิ้นสุดอยู่ที่น้ำตกแสงจันทร์แล้วเดินทางกลับ ถ้าท่านยังจำโฆษณาเหล้ายี่ห้อรีเจนซี่ได้ ก็จะจำภาพเถาวัลย์ยักษ์ที่ปรากฎอยู่ในภาพยนต์โฆษณาต่อจากภาพของน้ำตกแสง

น้ำตกทุ่งนาเมือง อยู่ในเส้นทางเดียวกันกับ น้ำตกสร้อยสวรรค์เถาวัลย์ยักษ์ที่น้ำตกทุ่งนาเมืองน้ำตกทุ่งนาเมืองน้ำตกทุ่งนาเมือง


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกทุ่งนาเมือง
---------------------------------------

น้ำตกแสงจันทร์

อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 41 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็ก สูงประมาณ 8 เมตร เกิดจากลำห้วยท่าโลงไหลตกลงจากเพิงหน้าผาเป็นช่องโพรงอันเกิดจากการกัดเซาะของน้ำตามธรรมชาติ ลักษณะของโพรงมองดูคล้ายรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว มีเส้นผาศูนย์กลางประมาณ 2 เมตร ก่อนไหลลงสู่ลำน้ำโขง

เป็นน้ำตกขนาดเล็ก ลักษณะของโพรงมองดูคล้ายรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวน้ำตกแสงจันทร์


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกแสงจันทร์
---------------------------------------

แก่งตะนะ

แก่งกลางลำน้ำมูล เมื่อลำน้ำมูลทั้งสองสายมาบรรจบกัน ผ่านโขดหินขนาดมหึมากลางลำน้ำกินอณาเขตกว้างราว 1 ตร. กม. ในฤดูฝนน้ำมากอาจไม่มีโอกาสเห็นแก่งหินนี้


อ่านต่อรายละเอียด แก่งตะนะ
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา