สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง บ้านพักพัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
สุโขทัย Sukhothai English Version, Please Click Here !!

สุโขทัย

>

ที่พักสุโขทัย

>

แผนที่สุโขทัย

>

ร้านอาหารสุโขทัย

>

การเดินทางสุโขทัย

>

ประวัติสุโขทัย


อำเภอศรีสัชนาลัย, สุโขทัย


อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย

ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองเก่า อำเภอศรีสัชนาลัย บนฝั่งขวาของแม่น้ำยม เดิมชื่อว่า "เมืองเชลียง" เปลี่ยนชื่อ เป็น "ศรีสัชนาลัย" ในสมัยกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วงขึ้นครองกรุงสุโขทัย และได้สร้างเมืองขึ้นใหม่ เป็นศูนย์กลางการปกครองแทนเชลียง ในบริเวณ อุทยานประวัติศาสตร์มีโบราณสถาน และโบราณวัตถุอยู่มากมาย สำรวจค้นพบแล้ว 134 แห่ง ที่สำคัญๆ ก็ได้แก่

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือวัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง หรือวัดพระปรางค์

 

ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองเก่าศรีสัชนาลัย ลงไปทางด้านใต้ประมาณ 3 กม. สิ่งสำคัญภายในวัด มีพระปรางค์องค์ใหญ่ก่อด้วยศิลาแลง ฐานสี่เหลี่ยมจตุรัสกว้าง 22.50 เมตร ด้านหน้าพระปรางค์มีบันไดขึ้นไปสู่ซุ้มประตูเข้าองค์ปรางค์ ซึ่งมีพระปรางค์องค์เล็กตั้งอยู่กลางห้อง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ

 

-----------------------------------------------------------------

 วัดเจดีย์เจ็ดแถว

วัดเจดีย์เจ็ดแถวนี้ นับว่ามีความสวยงามมากกว่าวัดอื่นในเมืองสุโขทัย เพราะมีเจดีย์แบบต่างๆ กันมากมายเป็นศิลปะสุโขทัยแท้ก็มี เป็นศิลปะแบบศรีวิชัยผสมสุโขทัยก็มี นอกจากนี้ภายในเจดีย์บางองค์ยังมีภาพเขียนผนังอีกด้วย แต่ในปัจจุบันลบเลือนไปเกือบหมดแล้ว

 

-----------------------------------------------------------------

วัดช้างล้อม

อยู่ในเขตตัวเมืองศรีสัชนาลัย เป็นวัดสำคัญของเมือง มีเจดีย์ทรงลังกาองค์ใหญ่เป็นหลักของวัด ที่ฐานเจดีย์มีช้างปูนปั้นยืนหันหลังชนผนังเจดีย์อยู่โดยรอบ จำนวน 39 เชือก และช้างที่อยู่ตาม มุมเจดีย์ทั้ง 4 ทิศ ตกแต่งเป็นช้างทรงเครื่องตัวใหญ่สวยงามกว่าช้างเชือกอื่นๆ โดยรอบเหนือฐาน เจดีย์จะมีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยทุกซุ้ม

-----------------------------------------------------------------

วัดนางพญา

เป็นวัดที่มีลวดลายปูนปั้นงดงามมาก ปรากฏอยู่บนซากผนังวิหารด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็น วิหารขนาดเจ็ดห้อง ภายในวิหารตามเสาทุกด้านมีเทพนมและลวดลายต่างๆ ทำด้วยสังคโลกไม่เคลือบ เจดีย์ของวัดก่อด้วยศิลาแลงสูงใหญ่ และมีสภาพสมบูรณ์รอบฐานเจดีย์ มีเสาโคมไฟโดยตลอด มีบันไดขึ้นไปบนเจดีย์

-----------------------------------------------------------------

วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่

อยู่ไม่ห่างจากวัดเจดีย์เจ็ดแถวนัก มีกำแพงศิลาแลงล้อมรอบ สิ่งสำคัญของวัดนี้ก็คือ เจดีย์ทรงลังกา ที่ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจตุรัส ทำให้ดูแปลกตากว่าเจดีย์ทรงลังกาวัดอื่นๆ

-----------------------------------------------------------------

 

วัดสวนแก้วอุทยานน้อย

หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า วัดสระแก้ว มีพระเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์เป็นหลักของวัด ด้านหน้าของซุ้ม ประดิษฐานพระพุทธรูป ทางด้านทิศตะวันตกมีสระน้ำอยู่สระหนึ่งทำให้สันนิษฐานว่าวัดนี้คือ วัดแก้วราชประดิษฐานที่มีกล่าวถึงในพงศาวดารเหนือนั่นเอง

-----------------------------------------------------------------

วัดเขาพนมเพลิง

ตั้งอยู่บนยอดเขาลูกเตี้ยๆ ของเมืองเก่าศรีสัชนาลัย สิ่งที่สำคัญของวัดนี้อยู่ที่ตัวพระเจดีย์ศิลาแลง และวิหารใหญ่ด้านหน้า ด้านหลังของเจดีย์มีมณฑปเล็กๆ หลังหนึ่งตั้งอยู่ ที่วิหารมีเสาศิลาแลงและ พระพุทธรูปซึ่งตั้งเป็นประธานแต่ได้ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา พระประธานในวิหารประทับ หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสร้างด้วยศิลาแลงเป็นชั้นๆ นำมา ต่อกัน และตกแต่งพอกปูนภายนอกอีกทีหนึ่ง

-----------------------------------------------------------------

วัดเขาสุวรรณคีรี

อยู่ทางทิศตะวันตก ห่างจากยอดเขาพนมเพลิง 200 เมตร และมีความสูงกว่ายอดเขาพนมเพลิง เล็กน้อย เป็นที่ตั้งของพระเจดีย์ที่มีรูปเป็นองค์ระฆังคว่ำใหญ่โตและสูงมาก ฐานของเจดีย์ทำสูงขึ้น ไปถึง 5 ชั้น มีบันไดศิลาแลงเตี้ยๆ สำหรับเดินขึ้นไปบริเวณฐานของเจดีย์ ที่ด้านหลังของเจดีย์ใหญ่มีวิหารน้อยและเจดีย์ขนาดเล็กๆ และตรงกำแพงแก้วชั้นในทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีรูปยักษ์ปูนปั้น ขนาดใหญ่ และรูปสิงห์ รูปปูนปั้นเหล่านี้ชำรุดและล้มอยู่กับพื้นดิน ลักษณะของรูปยักษ์คล้ายรูปยักษ์ วัดช้างล้อมมาก สันนิษฐานว่า พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงสร้างวัดนี้

-----------------------------------------------------------------

วัดป่ากระสา

ไม่ปรากษประวัติความเป็นมา ชื่อปัจจุบันเป็นชื่อที่คนรุ่นหลังเรียก เนื่องจากเคยมีบ่อกระสาขึ้นอยู่จำนวนมาก ภายนวัดประกอบด้วยเจดีย์ทรงระฆังตั้งอยู่บนฐานสูง ด้านหน้ามีวิหารก่อด้วยศิลาแลง มีผนังเจาะช่องแสงเป็นซี่ลูกกรง  เจดีย์รายจำนวน 8 องค์ก่อด้วยศิลาแลง และตั้งเรียงรายล้อมรอบด้วยแท่นศิลาแลงสี่เหลี่ยมผืนผ้าปักเรียงชิดติดกันเป็นรั้วหรือกำแพงวัด มีประตูเข้าออกวัดทั้งสี่ด้าน

-----------------------------------------------------------------

วัดหลักเมือง

ปรากฏในหนังสือพระราชนิพนธ์ "เที่ยวเมืองพระร่วง" ของสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า "ข้าพเจ้าเชื่อว่าไม่ใช่เป็นวัดในพุทธศาสนาเป็นแน่ และมิใช่โบสถ์พราหมณ์ แต่จะเกี่ยวกับศาลผีหรือเทวดาอันใดอันหนึ่ง จึงได้เล่าต่อไปว่าบางทีจะเป็นหลักเมือง" ภายหลังได้มีการขุดแต่งและบูระณะโบราณสถานแห่งนี้ พบหลักฐานว่า น่าจะเป็นวัดในพุทธศาสนาเช่นเดียวกับโบราณสถานอื่นๆ

-----------------------------------------------------------------

วัดอุดมป่าสัก

โบราณสถานส่วนใหญ่สร้างด้วยอิฐ มีศิลาแลงปนแต่จำนวนน้อย หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เช่นเดียวกับวัดที่อยู่ในแนวแกนหลักของเมืองประกอบด้วยวิหารโถง 7 ห้อง หลังคาทรงมะนิลา ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย อาสนสงฆ์อยู่ทางด้านขวาของพระประธาน ด้านหลังวิหารมีกลุ่มเจดีย์ประธานและเจดีย์รายมีกำแพงล้อมรอบ เจดีย์ประธานมีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมสันนิษฐานว่าเป็นเจดีย์ทรงดอกบัวตูม หรือทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ รอบเจดีย์ประธานมีเจดีย์รายประจำมุมและประจำทิศ ขนาดฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาว 3 เมตร รวม 8 องค์ นอกจากนี้ยังมีฐานเจดีย์ขนาดเล็กอยู่โดยรอบประมาณ 29 องค์ มีฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 1 เมตร เท่ากันทุกองค์ โบราณสถานแห่งนี้ดำเนินการขุดแต่บูรณะเมื่อ พ.ศ. 2830

-----------------------------------------------------------------

ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาสังคโลก (เตาทุเรียง)

ตั้งอยู่ที่บ้านเกาะน้อย อยู่เหนือเมืองศรีสัชนาลัยไปอีกประมาณ 4 กม. มีเตาเผาที่ขุดพบแล้วกว่า 500 เตา ในบริเวณยาวประมาณ 1 กม. ถือได้ว่าเป็นนิคมอุตสาหกรรมของเมืองศรีสัชนาลัยมีการขุดพบเครื่องสังคโลกทั้งในสภาพสมบูรณ์และแตกหักเป็นจำนวนมาก ลักษณะเตาเผาจะเป็น รูปยาวรีคล้ายประทุนเรือจ้างยาวประมาณ 7-8 เมตร

ศูนย์ศึกษาฯ ดังกล่าว ปัจจุบันมีอยู่ 2 อาคาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเตาที่ใช้เป็นที่ศึกษา มีหมายเลขเตา ที่ใช้เรียกในการศึกษา คือ เตาที่ 42 และเตาที่ 61 ภายในตัวอาคารจะมีการตั้งแสดงโบราณวัตถุ เอกสารทางวิชาการ ตลอดจนวิวัฒนาการเครื่องถ้วยสมัยโบราณให้นักท่องเที่ยวชมอีกด้วย โดยศูนย์ฯ จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. และเวลา 13.00-16.00 น. ค่าธรรมเนียมเข้าชม คนไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 20 บาท

การเดินทาง

จากบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยไปทางทิศเหนือ ทางประตูหม้อไปถึง บ้านเกาะน้อยราว 5 กม. จะเห็นซากเตาเผาโบราณเรียงรายอยู่โดยทั่วไป หรือจากตัวอำเภอ ศรีสัชนาลัย ใช้เส้นทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1201 ลงมาที่บ้านเกาะน้อย ประมาณ 7 กม. จะเห็นอาคารศูนย์ฯ อยู่ทางซ้ายมือ


อ่านต่อรายละเอียด อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย
---------------------------------------

วัดเขาพนมเพลิง

เป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ตั้งอยู่บนเขาพนมเพลิง สูงประมาณ 25 เมตร ใกล้กำแพงเมือง ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ทางขึ้นวัดมีสองทาง คือ ทางด้านหน้าวัด และข้างวัดซึ่งทำเป็นบันไดศิลาแลงขนาดกว้างขวางประมาณ 6 เมตร  ประวัติเขาพนมเพลิง   ปรากฏในพงศาวดารเหนือตอนที่เกี่ยวกับการสร้างเมืองสวรรคโลก (ศรีสัชนาลัย) โดยกำหนดให้เขาพนมเพลิงอยู่กลางเมืองและได้สร้างวัดไว้บนเขาพนมเพลิง ดังกล่าวอ้างไว้ดังนี้ "กล่าวสำหรับเขาพนมเพลิงนั้นเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สำหรับประกอบพิธีบูชาไฟดังปรากฏข้อความในพงศาวดารเหนือ กล่าวถึงฤๅษีสัชนาลัยสั่งสอนบาธรรมราชว่า "สูเจ้าจงเอาพนมเพลิงเข้าไว้ในเมือง เป็นที่สร้างพรตบูชากูณฑ์ผู้เฒ่าจะสั่งสอน จงทำตามคำ"      จากประวัติในพงศาวดาวดังกล่าวหมายถึงเคยมีการใช้เขาพนมเพลิงเป็นแหล่งประกอบพิธีบำเพ็ญพรต แล้วจุดอัคคีบูชาเทวะเป็นเจ้า โดยกำหนดให้วัดเขาพนมเพลิงตั้งอยู่กลางเมืองศรีสัชนาลัย เป็นชัยภูมิของการสร้างเมืองให้โดดเด่นนั่นคือเป็นการสร้างมืองศรีสัชนาลัยที่โอบล้อมภูเขานี้ไว้ใจกลางเมือง เพื่อให้เป็นชัยภูมิอันเหมาะสมยิ่งในการประกอบพิธีดังกล่าว [1]  สถาปัตยกรรม   โบราณสถานที่อยู่บนเนินเขานี้ประกอบด้วย เจดีย์ประธานทรงลังกา ก่อด้วยศิลาแลง ตั้งแต่ก้านฉัตรขึ้นไปพังทลายหมด และมีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปที่ยังมีความสมบูรณ์อยู่พอสมควร ส่วนด้านหลังเจดีย์ประธานเมีเจดีย์ราย 3 องค์ และมีทางเดินลงมายังลานกว้างซึ่งมีมณฑปก่อด้วยศิลาแลง ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสยกพื้นสูง หลังคาโค้งแหลมขนาดใหญ่พอสมควรที่ชาวบ้านเรียกว่า ศาลเจ้าแม่ละอองสำลี[2] ลักษณะของศาลนี้มีความคล้ายคลึงกับมณฑปที่พบที่วัดบริเวณทางเข้า อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย

วัดเขาพนมเพลิงเจดีย์ประธานทรงลังกา ก่อด้วยศิลาแลง


อ่านต่อรายละเอียด วัดเขาพนมเพลิง
---------------------------------------

วัดเขาสุวรรณคีรี

เป็นหนึ่งในโบราณสถานสำคัญตั้งอยู่ใน อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย    สถานที่ตั้ง  วัดเขาสุวรรณคีรีตั้งอยู่บนเนินเขาอีกยอดหนึ่งในเทือกเขาเดียวกันกับวัดเขาพนมเพลิง โดยอยู่ทางทิศตะวันตก หรือหากเดินเท้าขึ้นมาจากด้านวัดเขาพนมเพลิง วัดนี้จะอยู่ด้านหลังเขาพนมเพลิงโดยมีทางเดินเชื่อมถึงกันห่างออกไปประมาณ 200 เมตร ทางขึ้นเป็นบันไดจำนวนหลายสิบขั้นทำจากศิลาแลงขนาดกว้างประมาณ 6 เมตร   สถาปัตยกรรม  วัดเขาสุวรรณคีรีสามารถมองเห็นยอดเจดีย์ที่สูงเด่นเป็นสง่าได้จากทางเข้าจุดขายบัตรเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยเนื่องจากตั้งอยู่บนเนินเขา โดยมีกลุ่มโบราณสถานที่สำคัญ คือ เจดีย์ประธานทรงระฆังขนาดใหญ่ก่อด้วยศิลาแลง ฐานของเจดีย์ทำสูงขึ้นไปถึง 5 ชั้นและยังมีความสมบูรณ์ค่อนข้างมากเมื่อขึ้นเป็นยังชั้นสูงสุดของฐานเจดีย์ประธานมองไปด้านหลัง สามารถเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยได้ สำหรับลานชั้นต่างๆ ของเจดีย์ประธานมีขนาดกว้างขวางพอสมควรสันนิษฐานว่าใช้สำหรับเป็นลานประทักษิณ โดยมีซุ้มพระทั้ง 4 ด้าน ตรงก้านฉัตรมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางลีลารอบก้านฉัตรเช่นเดียวกับวัดช้างล้อม ด้านหน้าเจดีย์ เป็นวิหารขนาด 7 ห้อง ฐานวิหารและเจดีย์รายก่อด้วยศิลาแลง ปัจจุบันเหลือเพียงเสาและฐานวิหาร สำหรับด้านหลังเจดีย์ประธานมีเจดีย์ขนาดปานกลางรูปร่างทรงกลมล้อมรอบด้วยแนวศิลาแลง ตรงกำแพงแก้วชั้นในทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีรูปยักษ์ปูนปั้นขนาดใหญ่และรูปสัตว์ รูปปูนปั้นเหล่านี้ชำรุดและล้มลงอยู่บนพื้นดิน ลักษณะของรูปยักษ์คล้ายกับรูปสัตว์ที่มีอยู่วัดช้างล้อมมาก สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยใกล้เคียงกัน  เมื่อลงจากวัดเขาสุวรรณคีรีจะมีทางแยกลงมาทางด้านขวา ไม่ต้องเดินย้อนกลับไปยังวัดเขาพนมเพลิง ก็สามารถลงมายังด้านล่างซึ่งมีทางเดินเชื่อมไปยังทางขึ้นวัดเขาพนมเพลิงได้เช่นเดียว


อ่านต่อรายละเอียด วัดเขาสุวรรณคีรี
---------------------------------------

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง

เป็นโบราณสถานที่อยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร เป็นวัดที่มีความสำคัญมาแต่โบราณกาล สร้างขึ้นเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๗ - ๑๘ โดยวัดนี้เป็นวัดสำคัญในเขตเมืองเชลียงมาแต่เดิม ปรากฏหลักฐานในศิลาจารึกหลักที่ ๑ และในสมัยกรุงธนบุรี เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเสด็จไปปราบชุมชนพระฝางเมืองสวางคบุรี แล้วได้เสด็จสมโภชพระบรมธาตุเมืองเชลียงนี้ด้วย และวัดนี้ยังเป็นที่สรงน้ำมูรธาภิเษก สำหรับพระเจ้าแผ่นดินใหม่ที่จะขึ้นเสวยราชสมบัติมาแต่ครั้งโบราณกาล    วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๘ได้โอนมาขึ้นในปกครองคณะสงฆ์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๙ ได้รับสถาปนาเป็นพระอารามหลวง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๑


อ่านต่อรายละเอียด วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง
---------------------------------------

อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย

เดิมชื่อป่าคา เป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียก มีความหมายถึงป่าคาหลวง หรือสันกลางแม่วังช้าง มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าคาขนาดใหญ่ เป็นต้นน้ำของแม่น้ำท่าแพ ภายในบริเวณ อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัยมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้แก่ 

 

น้ำตกทรายขาว ถ้ำธาราสันต์ โป่งเดือด ถ้ำค้างคาว

บริเวณอุทยานมีเนื้อที่ทั้งหมด 133,250 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2524

ติดต่อจองที่พัก หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย ตู้ ปณ. 10 ต. บ้านแก่ง อ. ศรีสัชนาลัย จ. สุโขทัย 64130 โทร. (055) 611179 ต่อ 163 หรือที่งานบริการบ้านพัก กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. 579-0529, 579-4842

การเดินทาง โดยรถยนต์จากจังหวัดสุโขทัย ตามถนนสายสุโขทัย-สวรรคโลก-ศรีสัชนาลัย (สายเก่า) จะเข้าสู่อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัยได้ 2 ทางคือ สายเก่า จากอำเภอสวรรคโลกเลี้ยวซ้ายไปอำเภอ ทุ่งเสลี่ยม ข้ามสะพานแม่น้ำยมไปอีกประมาณ 3 กม. เลี้ยวขวาไปตามทางสายใหม่ สวรรคโลก-ศรีสัชนาลัย ระยะทางประมาณ 20 กม. ถึงบ้านเมืองเก่า เลี้ยวซ้ายลงทาง ลูกรังถึงบ้านสารจิตรอีก 9 กม. แล้วเดินทางต่อผ่านบ้านแก่ง บ้านปากคะยางและบ้านป่าคา ถึงที่ทำการอุทยานฯ ระยะทางประมาณ 45 กม. และสายที่ 2 จากอำเภอศรีสัชนาลัยเลี้ยวซ้ายผ่านหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอศรีสัชนาลัย ข้ามสะพานแม่น้ำยม ผ่านหน้าโรงพยาบาลศรีสัชนาลัย เลี้ยวซ้ายไปตามทางสายใหม่ ศรีสัชนาลัย-สวรรคโลก ถึงบ้านหนองอ้อ เลี้ยวขวาลงทางลูกรังไปเชื่อมกับทางสายแรกที่บ้านสารจิตร รวมระยะทางถึงอุทยานแห่งชาติฯ ประมาณ 45 กม. จะมีป้ายบอกทางชัดเจน สภาพเส้นทางจะเป็นทางราดยาง ขนาดสองทางวิ่ง ก่อนจะเข้าอุทยานฯ จะต้องผ่านห้วยซึ่งมีสะพานข้ามอยู่แล้ว สำหรับการเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง จะมีรถออกจากอำเภอศรีสัชนาลัยเป็นรถสองแถว ขนาดใหญ่ จอดที่ตรงข้ามสถานีตำรวจภูธร อำเภอศรีสัชนาลัย มีป้ายเขียนนอกรถว่า "บ้านโป" จำนวน 1 คัน และมี "แม่เรืองทรัพย์" อีก 1 คัน ซึ่งรถทั้ง 2 คันจะออกเวลา 11.00 น. ค่าโดยสารถึงอุทยานฯ คนละ 30 บาท ในกรณีที่เดินทางเป็นหมู่คณะ อาจจ้างเหมาจากท่ารถดังกล่าวเข้าไปอุทยานฯ ได้ ราคาค่าจ้างเหมาต่อเที่ยวประมาณ 600 บาท


อ่านต่อรายละเอียด อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย
---------------------------------------

วัดอุดมป่าสัก

โบราณสถานส่วนใหญ่สร้างด้วยอิฐ มีศิลาแลงปนแต่จำนวนน้อย หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เช่นเดียวกับวัดที่อยู่ในแนวแกนหลักของเมืองประกอบด้วยวิหารโถง 7 ห้อง หลังคาทรงมะนิลา ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย อาสนสงฆ์อยู่ทางด้านขวาของพระประธาน ด้านหลังวิหารมีกลุ่มเจดีย์ประธานและเจดีย์รายมีกำแพงล้อมรอบ เจดีย์ประธานมีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมสันนิษฐานว่าเป็นเจดีย์ทรงดอกบัวตูม หรือทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ รอบเจดีย์ประธานมีเจดีย์รายประจำมุมและประจำทิศ ขนาดฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาว 3 เมตร รวม 8 องค์ นอกจากนี้ยังมีฐานเจดีย์ขนาดเล็กอยู่โดยรอบประมาณ 29 องค์ มีฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 1 เมตร เท่ากันทุกองค์ โบราณสถานแห่งนี้ดำเนินการขุดแต่บูรณะเมื่อ พ.ศ. 2830


อ่านต่อรายละเอียด วัดอุดมป่าสัก
---------------------------------------

วัดช้างล้อม

เจดีย์ประธาน โบราณสถานวัดช้างล้อมวัดช้างล้อม เป็นโบราณสถานสำคัญ ตั้งอยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย มีเจดีย์ทรงลังกาที่ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีช้างปูนปั้นเต็มตัวล้อมรอบ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อโดยรอบฐานทั้ง 4 ด้าน รวม 39 เชือก หมายถึง โพธิปักขิยธรรม 37 ประการ ซึ่งเป็นธรรมอันเป็นเครื่องหมายการตรัสรู้ ประกอบกับวิมุตติ 2 ประการ    สถานที่ตั้ง  ตั้งอยู่ภายในกำแพงเมืองเกือบกึ่งกลางตัวเมืองศรีสัชนาลัย บริเวณที่ราบด้านเชิงเขาพนมเพลิงด้านทิศใต้ ในแนวเดียวกันกับวัดเจดีย์เจ็ดแถว    ประวัติ  นักวิชาการสันนิษฐานว่า วัดช้างล้อมนี้น่าจะเป็นวัดเดียวกันกับที่ปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 1 ที่กล่าวไว้ว่าในปี พ.ศ. 1829 พ่อขุนรามคำแหงทรงให้ขุดเอาพระธาตุขึ้นมาทำบูชา และฝังลงในกลางเมืองศรีสัชนาลัยก่อนก่อพระเจดีย์ทับลงไป      สถาปัตยกรรม  โบราณสถานที่สำคัญ คือ เจดีย์ประธานทรงลังกาตั้งอยู่ภายในกำแพงแก้วสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยมีซุ้มประตูทั้ง 4 ทิศ ประตูด้านหน้าและประตูด้านหลังเป็นทางเข้าออกก่อเป็นกำแพงศิลาแลงหนามีการเล่นระดับที่ซุ้มประตูอย่างสวยงาม สำหรับประตูด้านข้างก่อเรียงอิฐศิลาแลงปิดไว้เป็นประตูตัน    เจดีย์ประธานทรงลังกาขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนกันหลายชั้น มีทางเดินเป็นบันไดขึ้นไปยังชั้นบน โดยรอบเจดีย์มีช้างปูนปั้นเต็มตัวประดับโดยรอบฐานทั้ง 4 ด้าน ด้านละ 9 เชือก (ยกเว้นด้านหนึ่งซึ่งเป็นบันไดทางขึ้นมีเพียง 8 เชือก) และที่มุมมีช้างขนาดใหญ่ประดับอีก 4 เชือก รวมเป็น 39 เชือก ช้างเชือกใหญ่ที่อยู่มุมเจดีย์เป็นช้างทรงเครื่องมีลวดลายปูนปั้นประดับที่คอ และข้อเท้าสวยงามกว่าช้างที่ฐานสี่เหลี่ยม ระหว่างช้างปูนปั้นที่ฐานนั้นจะมีเสาประทีปศิลาแลงสลับเป็นระยะ ด้านหน้าช้างแต่ละเชือกจะมีพุ่มดอกบัวตูมปูนปั้นวางตั้งอยู่    ปัจจุบันช้างปูนปั้นได้ผุผังไปเป็นส่วนใหญ่ เหลือที่เห็นเป็นรูปหัวช้างอยู่จำนวนไม่กี่เชือก แต่ยังคงแสดงออกถึงความงดงามของประติมากรรมสมัยสุโขทัยอย่างเต็มที่ ช้างปูนปั้นที่วัดช้างล้อมในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยมีลักษณะเด่นกว่าช้างปูนปั้นที่วัดอื่นๆ คือ ยืนเต็มตัวแยกออกจากผนัง มีขนาดสูงใหญ่เทียบเท่าหรือใหญ่กว่าช้างจริง    เบื้องเจดีย์ประธานมีบันได 2 ชั้นขึ้นสู่ลานประทักษิณ เหนือฐานประทักษิณมีซุ้มพระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัย 20 ซุ้ม โดยส่วนใหญ่ได้ผุผังไปเกือบหมด ยังเหลือที่สมบูรณ์เพียงไม่กี่องค์ เหนือบริเวณองค์ระฆังขึ้นไปเป็นบัลลังก์ก้านฉัตรประดับด้วยพระรูปพระสาวกปางลีลาปูนปั้นแบบนูนต่ำจำนวน 17 องค์    นอกจากนั้นวัดช้างล้อมยังมีวิหารที่อยู่ด้านหน้าเจดีย์ประธาน นอกนั้นเป็นวิหารขนาดเล็ก 2 หลัง และเจดีย์รายอีก 2 องค์

เจดีย์ภายในวัดช้างล้อมวัดช้างล้อมวัดช้างล้อม


อ่านต่อรายละเอียด วัดช้างล้อม
---------------------------------------

วัดเจดีย์เจ็ดแถว

เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่สำคัญของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ตั้งอยู่ในอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย โดยตัววัดตั้งอยู่ด้านหน้าวัดช้างล้อม หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ วัดนี้ มีเอกลักษณ์โดดเด่นกว่าวัดอื่นๆ ในเมืองศรีสัชนาลัย เพราะมีเจดีย์แบบต่างๆ กันมากมาย เช่น เจดีย์ประธานรูปดอกบัวตูมด้านหลังพระวิหารซึ่งเป็นศิลปะแบบสุโขทัยแท้ เจดีย์ราย 26 องค์    ประวัติ  สาเหตุความเป็นมาที่วัดนี้ชื่อว่า "วัดเจดีย์เจ็ดแถว" นั้น ชื่อนี้เป็นชื่อที่เรียกขึ้นภายหลังโดยราษฎรในท้องถิ่น สาเหตุที่เรียกเนื่องจากพบเจดีย์จำนวนมากมายหลายแถวภายในวัด    วัดเจดีย์เจ็ดแถวนี้น่าจะเป็นวัดที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งในเมืองศรีสัชนาลัย เนื่องจากเป็นวัดที่ตั้งอยู่ในแนวแกนหลักของเมือง โดยดูได้จากแผนที่เมือง อีกทั้งยังมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่ราษฎรธรรมดาจะเป็นผู้สร้างขึ้น ดังปรากฏในพระราชวินิจฉัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในหนังสือ เที่ยวเมืองพระร่วง ว่า "วัดเจดีย์เจ็ดแถวนี้เป็นวัดใหญ่ เพราะฉะนั้นจำจะต้องลองสันนิษฐานดูว่าเป็นของใคร นายเทียนกล่าวว่า วัดนี้เดิมเขาเรียกว่า วัดกัลยานิมิต เพราะว่านางพญาธิดาแห่งพระมหาธรรมราชา (บาธรรมราช) เป็นผู้สร้างขึ้น นายเทียนอ้างหนังสือที่ไฟไหม้นั้นเป็นพยานอีก" ส่วน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงมีพระวินิจฉัยว่าวัดนี้เป็นวัดที่มีความสวยงามกว่าวัดอื่นๆ อาจเป็นวัดของกษัตริย์ที่ครองเมืองนี้ และเจดีย์รายอื่นๆ คงเป็นที่บรรจุพระอัฐิของเจ้านายในราชวงศ์สุโขทัย น่าจะเป็นวัดที่บรรจุพระอัฐิของเจ้านายในราชวงศ์สุโขทัย     สถาปัตยกรรม  เจดีย์รายที่วัดเจดีย์เจ็ดแถวมีรูปแบบที่ได้รับอิทธิพลศิลปะจากที่ต่าง ๆหลายแห่ง เช่น ลังกา และพุกามด้านหลังเจดีย์ประธานมีเจดีย์รายที่มีลักษณะเด่น คือฐานเป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมจัตุรัส ยอดเป็นทรงกลม ภายในเจดีย์มีซุ้มโถงส่วนซุ้มโถงเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปูนปั้นมีภาพจิตรกรรมเป็นภาพอดีตพระพุทธเจ้า และเหล่าเทวดากษัตริย์ เจดีย์รายที่มีลักษณะเด่นองค์หนึ่งเรียกว่า เจดีย์ทรงปราสาท คือซุ้มจรนัมด้านหลังของเรือนธาตุ ทำเป็นซุ้มมณฑปมีเรือนยอดข้างบนสูงเป็นซุ้มทางทิศตะวันตกมีพระพุทธรูปปางนาคปรกประดิษฐานอยู่ เป็นพระพุทธรูปปางนาคปรกสมัยสุโขทัยที่สวยงามยิ่ง รวมทั้งหมดแล้ววัดเจดีย์เจ็ดแถวมีเจดีย์รายและอาคารขนาดเล็กแบบต่างๆ กันถึงเกินกว่า 30 องค์ สมกับที่ได้ชื่อว่าวัดเจดีย์เจ็ดแถว นอกจากนั้นยังมีกำแพงแก้วล้อมรอบอีกชั้นหนึ่ง ภายนอกกำแพงมีโบสถ์และบ่อน้ำ ซึ่งเดิมมีคูน้ำล้อมรอบ ทั้งนี้ภายในบริเวณวัดมีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพ นำผ้าสีมาพันไว้รอบต้นไม้


อ่านต่อรายละเอียด วัดเจดีย์เจ็ดแถว
---------------------------------------

วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่

อยู่ไม่ห่างจากวัดเจดีย์เจ็ดแถวนัก มีกำแพงศิลาแลงล้อมรอบ สิ่งสำคัญของวัดนี้ก็คือ เจดีย์ทรงลังกา ที่ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจตุรัส ทำให้ดูแปลกตากว่าเจดีย์ทรงลังกาวัดอื่นๆ

วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่มีกำแพงศิลาแลงล้อมรอบเจดีย์ทรงลังกา ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจตุรัสความเป็นมาของวัดสวนแก้วอุทยานใหญ่


อ่านต่อรายละเอียด วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่
---------------------------------------

วัดสวนแก้วอุทยานน้อย

หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า "วัดสระแก้ว" มีพระเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์เป็นหลักของวัดครับ ด้านหน้าของ ซุ้มประดิษฐาน พระพุทธรูปทางด้านทิศตะวันตกมีสระน้ำอยู่สระหนึ่ง ทำให้สันนิษฐานว่าวัดนี้คือวัดแก้วราช ประดิษฐาน ที่มีกล่าวถึงในพงศาวดารเหนือ

ความเป็นมาของวัดสวนแก้วอุทยานน้อยวัดสวนแก้วอุทยานน้อยวัดสวนแก้วอุทยานน้อย


อ่านต่อรายละเอียด วัดสวนแก้วอุทยานน้อย
---------------------------------------

วัดนางพญา

เป็นโบราณสถานที่อยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย อยู่ติดกำแพงเมืองด้านตะวันออก ในแนวเดียวกันกับวัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ วัดเจดีย์เจ็ดแถว เป็นวัดที่มีลวดลายปูนปั้นงดงามมาก ปรากฏอยู่บนผนังวิหารด้านตะวันตกเฉียงเหนือภายในวิหาร    ประวัติ  บอกไว้ว่า “นายเทียน ชาวบ้านในท้องถิ่นได้กราบทูลรัชกาลที่ 6 โดยอ้างเรื่องราวที่อ่านมาจากตำนานฉบับหนึ่งที่ไหม้ไฟไปแล้วว่า วัดนี้สร้างโดย นางพสุจเทวี ธิดาพระเจ้ากรุงจีน ซึ่งเป็นมเหสีของพระร่วง อย่างไรก็ตามไม่มีหลักฐานทางโบราณคดีสนับสนุนคำพูดดังกล่าว...”     สถาปัตยกรรม  วัดนางพญามีบริเวณกว้างขวางพอสมควร ภายในวัดมีเจดีย์ทรงลังกาประกอบซุ้มเรือนธาตุเป็นประธาน ก่อด้วยศิลาแลงสูงใหญ่ และมีสภาพสมบูรณ์รอบฐานเจดีย์ มีเสาโคมไฟโดยตลอด มีบันไดขึ้นไปบนเจดีย์ และมีวิหารซึ่งขนาดเจ็ดห้อง ซึ่งเป็นผังที่นิยมสร้างกันในแบบสุโขทัยและสถาปัตยกรรมเมืองเหนือ ภายในวิหารตามเสาทุกด้านมีเทพพนมและลวดลายต่างๆ ทำด้วยสังคโลกไม่เคลือบ    จุดเด่นของวัดนี้คือมีผนังเหลืออยู่ด้านหนึ่งโดยมีลวดลายปูนปั้น (Stucco Decoration) ที่สวยงามอยู่ แต่ปัจจุบันหลุดลอกออกไปพอสมควรแล้ว ทั้งนี้มีการสร้างหลังคาสังกะสีคลุมผนังไว้อีกทีเพื่อการอนุรักษ์ ผนังดังกล่าวเป็นผนังที่ไม่มีหน้าต่าง แต่มีช่องอากาศตามแบบสุโขทัยและอยุธยาตอนต้น    ประติมากรรมปูนปั้นวัดนางพญา    ผนังวิหารวัดนางพญาลวดลายปูนปั้นบนผนังวิหารวัดนางพญานี้ถือว่าเป็นประติมากรรมสุโขทัยยุคที่ 3 จากทั้งสิ้น 4 ยุค ซึ่งรูปแบบการปั้นในสมัยสุโขทัยยุคที่ 3 นี้เป็นการปั้นที่พัฒนาไปจากศิลปะสุโขทัยแบบบริสุทธิ์ มีความประณีต ประติมากรรมปูนปั้นประดับพุทธสถานเป็นภาพแบบอุดมคติ เพิ่งพัฒนารูปแบบตนเองให้หลุดพ้นไปจากธรรมชาติ โดยศิลปร่วมสมัยในประติมากรรมสุโขทัยยุคที่ 3 นี้ได้แก่ ภาพลวดลายสลักบนไม้ปลู ประดับเพดานวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เชลียง สุโขทัยเป็นต้น


อ่านต่อรายละเอียด วัดนางพญา
---------------------------------------

น้ำตกตาดเดือน

ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย เป็นน้ำตกที่อยู่ในห้วยท่าแพ สูงประมาณ 10 เมตร ลำน้ำไหลคดเคี้ยวตกลงแอ่งน้ำลึก สามารถลงเล่นน้ำได้ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเพียง 300 เมตร


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกตาดเดือน
---------------------------------------

วัดป่ากระสา

ไม่ปรากฎประวัติความเป็นมา ชื่อปัจจุบันเป็นชื่อที่คนรุ่นหลังเรียก เนื่องจากเคยมีบ่อกระสาขึ้นอยู่จำนวนมาก ภายนวัดประกอบด้วยเจดีย์ทรงระฆังตั้งอยู่บนฐานสูง ด้านหน้ามีวิหารก่อด้วยศิลาแลง มีผนังเจาะช่องแสงเป็นซี่ลูกกรง เจดีย์รายจำนวน 8 องค์ก่อด้วยศิลาแลง และตั้งเรียงรายล้อมรอบด้วยแท่นศิลาแลงสี่เหลี่ยมผืนผ้าปักเรียงชิดติดกันเป็นรั้วหรือกำแพงวัด มีประตูเข้าออกวัดทั้งสี่ด้าน

ความเป็นมาของวัดป่ากระสาเจดีย์รายจำนวน 8 องค์ก่อด้วยศิลาแลง


อ่านต่อรายละเอียด วัดป่ากระสา
---------------------------------------

วัดหลักเมือง

ปรากฏในหนังสือพระราชนิพนธ์ "เที่ยวเมืองพระร่วง" ของสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า "ข้าพเจ้าเชื่อว่าไม่ใช่เป็นวัดในพุทธศาสนาเป็นแน่ และมิใช่โบสถ์พราหมณ์ แต่จะเกี่ยวกับศาลผีหรือเทวดาอันใดอันหนึ่ง จึงได้เล่าต่อไปว่าบางทีจะเป็นหลักเมือง" ภายหลังได้มีการขุดแต่งและบูระณะโบราณสถานแห่งนี้ พบหลักฐานว่า น่าจะเป็นวัดในพุทธศาสนาเช่นเดียวกับโบราณสถานอื่นๆ

ประวัติคร่าวๆ ของวัดหลักเมืองบรรยากาศภายในวัดหลักเมือง


อ่านต่อรายละเอียด วัดหลักเมือง
---------------------------------------

น้ำตกตาดดาว

ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย มีต้นกำเนิดจากห้วยแม่ท่าแพ ตกผ่านหน้าผา สูงประมาณ 30 เมตร มีถึง 3 ชั้น เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงามมาก ลักษณะของธารน้ำตกจะแยกเป็น 2 สาย ไหลลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ในช่วงฤดูที่มีน้ำมาก ละอองของน้ำตกจะฟุ้งกระจายไปทั่ว และสะท้อนแสงแดดเกิดเป็นสายรุ้งงดงาม น้ำตกแห่งนี้อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 3 กิโลเมตร ต้องเดินเลียบลำห้วยไป สภาพทางช่วงสุดท้ายค่อนข้างชัน


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกตาดดาว
---------------------------------------

ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาสังคโลก (เตาทุเรียง)

ตั้งอยู่ที่บ้านเกาะน้อย ห่างจากตัวเมืองเก่าศรีสัชนาลัยเลียบแม่น้ำยมไปทางเหนือประมาณ 6.5 กิโลเมตร มีเตาเผาที่ขุดพบเตาเผาเครื่องถ้วยสังคโลกแล้วกว่า 500 เตา ในระยะทางยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ถือได้ว่าเป็นนิคมอุตสาหกรรมของเมืองศรีสัชนาลัย มีการขุดพบเครื่องสังคโลกทั้งในสภาพสมบูรณ์ และแตกหักเป็นจำนวนมาก ลักษณะเตาเผาจะเป็นรูปยาวรีคล้ายประทุนเรือจ้างยาวประมาณ 7-8 เมตร  ศูนย์ศึกษาฯ ดังกล่าว ประกอบด้วยอาคาร 2 หลัง ตัวอาคารสร้างครอบบริเวณเตาที่ศึกษา อาคารแรก คือ เตาที่ 42 เป็นเตาบนดิน อาคารที่สอง คือ เตาที่ 61 เป็นเตาใต้ดิน ภายในตัวอาคารจะมีการตั้งแสดงโบราณวัตถุ เอกสารทางวิชาการ ตลอดจนวิวัฒนาการเครื่องถ้วยสมัยโบราณให้นักท่องเที่ยวชม ศูนย์ศึกษาฯ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. อัตราค่าเข้าชม นักท่องเที่ยว ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท


อ่านต่อรายละเอียด ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาสังคโลก (เตาทุเรียง)
---------------------------------------

ถ้ำค้างคาว

อยู่ภายในอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัยซึ่งบริเวณอุทยานมีเนื้อที่ทั้งหมด 133,250 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2524  


อ่านต่อรายละเอียด ถ้ำค้างคาว
---------------------------------------

น้ำตกห้วยทรายขาว

ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย เกิดจากลำห้วยทรายขาว มี 7 ชั้น ลดหลั่นกันไปอยู่ใจกลางขุนเขาและแมกไม้อันสงบเงียบ ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 3 กิโลเมตร


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกห้วยทรายขาว
---------------------------------------

ถ้ำธาราวสันต์

ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย เป็นถ้ำหินปูนที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก ลักษณะเป็นลานกว้างเป็นชั้นๆ ภายในถ้ำมีค้างคาวอาศัยอยู่ จากปากถ้ำต้องไต่เขาลงไปในถ้ำตามซอกหิน มีอุโมงค์ทางเดินที่เป็นผนังหินของภูเขาสองลูกมาชนกัน ผ่านอุโมงค์ที่คล้ายธารน้ำไหล ผนังหินเป็นหินที่มีลักษณะคล้ายหินอ่อน และมีบริเวณหนึ่งเป็นหินทรายรูปหัวสิงโต


อ่านต่อรายละเอียด ถ้ำธาราวสันต์
---------------------------------------

โป่งเดือด

อยู่ภายในอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัยซึ่งบริเวณอุทยานมีเนื้อที่ทั้งหมด 133,250 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2524


อ่านต่อรายละเอียด โป่งเดือด
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา