สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง บ้านพักพัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
สิงห์บุรี ... รีวิว ที่พักสิงห์บุรี ....

สิงห์บุรี

>

ที่พักสิงห์บุรี

>

แผนที่สิงห์บุรี

>

ร้านอาหารสิงห์บุรี

>

การเดินทางสิงห์บุรี

>

ประวัติสิงห์บุรี


อำเภออินทร์บุรี, สิงห์บุรี


วัดม่วง

ตั้งอยู่ที่ตำบลอินทร์บุรีริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ติดถนนสายเอเซีย ห่างจากตัวตลาดอินทร์บุรีมีทางเลี้ยวซ้ายไปประมาณ ๒.๕ กิโลเมตร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นประมาณปี พ.ศ. ๒๓๖๕ เดิมนั้นมีต้นมะม่วงอยู่มากจึงเรียกว่า “วัดม่วง” ภายในวัดมีวิหารเก่าแก่เป็นอาคารปูนรูปสี่เหลี่ยมพื้นผ้ามีมุขยื่นออกมาที่หน้าบันประดับด้วยภาชนะเครื่องถ้วยต่างๆ ในวิหารมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยพุทธลักษณะงดงาม ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีรูปฐานสิงห์ มีฐานบัวขนาดใหญ่รองรับ เพดานประดับด้วยลายเขียนรูปดาว มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนด้วยสีฝุ่น ฝีมือช่างพื้นบ้านสันนิษฐานว่าเขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ และมีเรื่องราวพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า ตลอดจนแสดงภาพชีวิตความเป็นอยู่วัฒนธรรมของสังคมโบราณในระดับต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

 


อ่านต่อรายละเอียด วัดม่วง
---------------------------------------

วัดโบสถ์

ห่างจากตัวเมือง ไปตามเส้นทางสายสิงห์บุรี-ชัยนาท (สายเก่า)ประมาณ ๑๖ กม. เป็นพระอารามหลวง เดิมเป็นวัดร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี และพระอุโบสถเพียงแห่งเดียวที่สร้างโดยใช้รางรถไฟเป็นแกนกลางข้างล่าง

   วัดโบสถ์ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี หรือเป็นพระอารามหลวงวัดแรกในจังหวัดสิงห์บุรี เมื่อปี พ.ศ. 2525 โดยมีพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระเทพสุทธิโมลี เป็นผู้มีอุปการะคุณต่าง ๆ ต่ออำเภออินทร์บุรี และเป็นวัดที่มีพระภิกษุ สามเณรเป็นจำนวนมาก

   ภายในวัดยังมีโรงเรียนวัดโบสถ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนประถม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอินทร์บุรี หอสมุดแห่งชาติ และโรงเรียนพระปริยัติธรรม (โรงเรียนพระภิกษุ สามเณร) เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ตั้งแต่ ม. 1 - 6 เป็นสถานศึกษาของสามเณรทั้งทางโลกและทางธรรม ซึ่งในปัจจุบันนี้มีสามเณรที่เรียนประมาณ 90 รูป

ประวัติวัดโบสถ์     วัดโบสถ์ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลอินทร์บุรีอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี อานาเขตทิศเหนือยาว ๑๔๐ เมตร ติดต่อกับหมู่บ้านเอกชน ทิศใต้ยาว ๒๘๕ เมตร ติดต่อแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศตะวันตกยาว ๒๙๐ เมตร ติดกับถนนหลังวัด ลักษณะทั่วไปพื้นที่ เป็นที่ราบรุ่มน้ำท่วมถึง รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

ความเป็นมา    วัดโบสถ์เป็นวัดเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมากลายเป็นวัดร้าง จนถึง พ.ศ. ๒๔๑๖ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงมีพระภิกษุ ๓ รูป คือ พระอาจารย์คง พระอาจารย์แผน และพระอาจารย์ต่าย แห่งวัดประยูรวงศาวาส ได้มาถากถางปลูกเป็นกระท่อมผักอยู่ที่วัดโบสถ์นี้ ต่อมาชาวบ้านที่อยู่ใกล้วัด มีขุนจ่าเมือง (นิล) และอุบาสกคำ เป็นหัวหน้าช่วยกันสร้างกุฏิและศาลาให้เป็นที่พำนักอาศัย โดยมีพระอาจารย์คง ปกครองวัดอยู่ได้นาน ๔ ปี จึงลาสิขา พระฉ่ำซึ่งเป็นศิษย์พระอาจารย์คง จึงไดปกครองวัดต่อมา และขุนจ่าเมืองอินทร์เป็นหัวหน้าบำรุงอุปถัมภ์วัดให้เจริญในด้านการก่อสร้างขึ้นมาระยะหนึ่ง เมื่อพระอาจารย์ฉ่ำมรณภาพ พระอาจารย์เอม ได้ซ่อมแซมเสนาสนะหลายอยาง เช่น กุฏิ ศาลา และอุโบสถ โดยมีพระศักดิ์บุรีนทร์เป็นหัวหน้าในการสร้างพระอุโบสถด้วย

   วัดโบสถ์เดิมเป็นวัดมหานิกาย ภายหลังเปลี่ยนเป็นวัดธรรมยุต เพราะมีพระสงฆ์วัดโบสถ์ไปเปลี่ยนแปลงเป็นวัดธรรมยุต ที่วัดบวรนิเวศวิหาร. กรุงเทพฯ และได้ศึกษาพระธรรมวินัย กับสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมหมื่นวชิรญาณวโรรส จนโปรดและทรงจัดให้พระครูสังฆบิบาล (อิน) นำคณะสงฆ์วัดบวรนิเวศวิหาร อีก ๒ รูป มาอยู่วัดโบสถ์ คือ พระสมุห์ยิ้ม และพระห่วง พร้อมด้วยพระวัดโบสถ์ที่มาศึกษาอีก ๔ รูป คือ พระลม พระศิษ พระเฟื่อง และพระลา เป็นพระธรรมยุตมาอยู่วัดโบสถ์ เมื่อ ปีวอก พ.ศ. ๒๔๓๘

การดำเนินของกรมการศาสนาได้ดำเนินการต่อไป     วัดโบสถ์ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๑ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๕

   อนึ่ง เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาท พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ และสมเด็จพระเจ้าฟ้าจุฬาพรวลัยรักษ์ ได้เสด็จมาทรงตัดลูกนิมิตพระอุโบสถ และได้พระราชทานพระราชทรัพย์จำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท เพื่อบำรุงวัดนี้ด้วย

   วัดโบสถ์ก่อนที่จะได้รับยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงนั้น มีเจ้าอาวาส ปกครองมามาตามลำดับ ดังนี้      1. พระอาจารย์คง ปกครองวัดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2416 เป็นเวลา 4 ปี      2. พระฉ่ำ รักษาการเมื่อพระอาจารย์คงลาสิขา      3. พระอาจารย์เอม ปกครองวัดนานถึง 10 และลาสิขาเมื่อปี พ.ศ. 2473      4. พระครูสังฆบริบาล (อิน) เป็นพระธรรมยุตรูปแรกที่ปกครองวัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2438 สร้างความเจริญให้กับจนได้เลื่อนสมณศักดิ์ที่ พระครูสิงหบุราจารย์ เจ้าคณะใหญ่จังหวัดสิงห์บุรี ทำให้การศึกษาของวัดเจริญก้าวหน้าขึ้นมาก ปกครองวัดอยู่นาน 9 ปี ก็ถึงแก่มรณภาพที่ภูมิลำเนาเดิมของท่านเมื่อ ปีมะโรง เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2447      5. พระสิงหบุราจารย์ (ลบ ฐิตาโภ) ปกครองวัดตั้งแต่ พ.ศ. 2447-2497      6. พระครูธรรมวรานุยุตติ์ (ฟู อาภาคโม) ปกครองวัดตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2497 – 2500      7. พระราชเมธาภรณ์ (ผึ่ง โรจโน) ปกครองวัดตั้งแต่ พ.ศ. 2500 – เป็นต้นมา พัฒนาวัดจนรุ่งเรืองทุกด้าน และได้เลื่อนสมณศักดิ์ “พระเทพสุทธิโมลี” มรณภาพเมื่อ วันที่ 20 เมษายน 2525      8. เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน พระสุนทรธรรมโสภิต (ประยงค์ ปภาโส) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสพระอารามหลวง เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2526 ปัจจุบัน ได้เลื่อนสมณศักดิ์ เป็น พระราชวินัยเวที และเป็นเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี - อุท้ยธานี - ชัยนาท (ธรรมยุต)

โดย พระสุพล สุภวโร  

 

 


อ่านต่อรายละเอียด วัดโบสถ์
---------------------------------------

พิพิธภัณฑ์อินทร์บุรี

ประวัติเมืองอินทร์บุรี

จากหลักฐานทางโบราณคดี (ตามรูปที่ทีมงานไทยทัวร์ถ่ายด้านล่าง) พบว่าเคยมีชุมชนโบราณอาศัยอยู่ ตั้งแต่สมัยทวาราวดี เมื่อราวพุทธศตวรรตที่ 12-16 โดยมีการพบโบราณวัตถุหลายชนิดที่แหล่งโบราณคดีบ้านคูเมือง ตำบลห้วยชัน อำเภออินทร์บุรี

อำเภออินทร์บุรี เดิมเรียกเมืองอินทร์บุรี เป็นเมืองชายแดนทางเหนือของอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา มีอาณาเขตติดต่อกับเมืองชัยนาทหัวเมืองตอนใต้ของอาณาจักรสุโขทัย

ในสมัยอยุธยานี้ ครั้นเมืองสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ได้ตั้งเมืองสิงห์บุรีเป็นเมืองลูกหลวง เมืองอินทร์บุรี เมืองพรหมบุรี เป็นเมืองหลานหลวง และเมืองทั้งสามเป็นหัวเมืองชั้นใน และหัวเมืองหน้าด่านรายทาง ทางด้านทิศเหนือโดยมีเมืองลพบุรีเป็นเมืองหน้าด่านหลัก แสดงให้เห็นว่าเมืองสิงห์บุรี เมืองอินทร์บุรี และเมืองพรหมบุรี เป็นเมืองมาก่อนที่พระเจ้าอู่ทอง ทรงตั้งกรุงศรีอยุธยาแล้ว แต่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างเมืองมาในสมัยใด

เมืองอินทร์บุรี เดิมตั้งอยู่บริเวณเหนือวัดปราสาท ต่อมาย้ายไปตั้งอยู่บริเวณเหนือวัดโบสถ์ เจ้าเมืองอินทร์บุรีคนสุดท้าย คือ พระศักดิบรินทร์

เมืองอินทร์บุรี  เป็นเมืองหน้าด่านสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตามที่ประกฎ คือ พระเจ้าบุเรงนอง ยกทัพใหญ่มาล้อมกรุงศรี ฝ่ายไทยซึ่งมีสมเด็จประมหาจักรพรรดิและพระมหินทร์ได้เตรียมป้องกันพระนครอย่างเต็มที่ เมืองลพบุรีเป็นเมืองหนึ่งที่พระราชพงศาวดาสกล่าวว่าถูกเกณฑ์ให้ไปรักษาเมืองเช่นเดียวกับเมืองสุพรรณบุรี อินทร์บุรี เพชรบุรี ฯลฯ และปรากฎในปี พ.ศ. 2307 สมัยของพระเจ้าเอกทัศ ซึ่งทรงเตรียมแผนการต่อสู้กับพม่า คือ ขั้นที่ 1 ให้เกณฑ์ทหารออกไปรักษาด่าน แบ่งกองทัพเรือออกเป็น 9 กอง ๆ ละ 20 ลำ แต่ละกองมีทหารประจำกองละ 1,400 คน พร้อมด้วยเครื่องศาสตราวุธ เรือรบมีปืนใหญ่ 1 กระบอก ปืนขนาดเล็ก 1 กระบอก แล้วแบ่งไปประจำที่ต่าง ๆ

ประวัติความเป็นมา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี ตั้งอยู่ในบริเวณวัดโบสถ์ (พระอารามหลวง) ตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เริ่มจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ของวัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2481 โดยอดีตเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ พระเทพสุทธิโมลี (ผึ่ง โรจโน) ซึ่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี - อุทัยธานี (ฝ่ายธรรมยุต) ซึ่งท่านได้รวบรวมศิลปวัตถุโบราณวัตถุจากการบริจาคของประชาชน นำมาจัดแสดงเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนผู้สนใจทั่วไป โดยใช้ชื่อว่า "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ วัดโบสถ์" ต่อมามีโบราณวัตถุจำนวนมากและได้จัดถูกต้องตามหลักวิชาการ จึงได้ส่งมอบให้แก่กรมศิลปากรรับผิดชอบและขออนุมัติเปลี่ยนชื่อเป็น "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี" ปัจจุบัน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี สังกัดสำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ

ประเภทการจัดแสดง จัดแสดงนิทรรศการถาวรในอาคาร 2 หลัง มีจำนวน 4 ห้อง คือ - จัดแสดงนิทรรศการถาวรจำนวน 2 ห้อง คือ ชั้นบนของอาคารเพิ่ม ดุริยางกูร และอาคารศักดิ์บุรินทร์ - จัดแสดงนิทรรศการพิเศษจำนวน 2 ห้อง คือ ชั้นล่างของอาคารเพิ่ม ดุริยางกูร และอาคารศักดิ์บุรินทร์ โบราณวัตถุที่จัดแสดง อาคารเพิ่ม ดุริยางกูร ชั้นบน จัดแสดงศิลปวัตถุและโบราณวัตถุที่เกี่ยวข้องพระพุทธศาสนา ชั้นล่าง จัดแสดงนิทรรศการภูมิปัญญาไทยในท้องถิ่น อาคารศักดิ์บุรินทร์ ชั้นบน จัดแสดงศิลปวัตถุโบราณวัตถุที่ได้จากการขุดค้นแหล่งโบราณคดีบ้านคูเมือง และแหล่งเตาแม่น้ำน้อย ชั้นล่าง จัดแสดงการละเล่นพื้นบ้านของเด็กไทย

การติดต่อ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี ตำบล อินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี 16100 โทรศัพท์ (036) 581-986 วันเวลาเปิด - ปิด เปิด : วันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา 8.30 - 16.00 น. ปิด : วันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ การเข้าชม ค่าธรรมเนียมเข้าชม ชาวไทยและชาวต่างประเทศ 5 บาท ร้านหนังสือ จำหน่ายหนังสือที่เกี่ยวกับศิลปโบราณคดีและหนังสืออื่นๆ

ขอขอบคุณ กรมศิลปากร ที่อำนวยความสะดวกในการถ่ายภาพ และข้อมูลแก่ทีมงาน http://www.thai-tour.com

ด้านหน้าพิพิทธภัณฑ์ อินทร์บุรีของโบราณ สมัยก่อนของเครื่องสมัยก่อนเครื่องปั้นดินเผาสมัยก่อนพระพุทธรูปภายในพิพิธภัณฑ์


อ่านต่อรายละเอียด พิพิธภัณฑ์อินทร์บุรี
---------------------------------------

วัดสุทธาวาส (วัดใหม่)

ตั้งอยู่ที่ตำบลทับยา อำเภออินทร์บุรี ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 311 (สิงห์บุรี-อินทร์บุรี) กิโลเมตรที่ 11-12 เลยจากวัดกระดังงาบุปผารามไปประมาณ 5 กิโลเมตร

 จิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถจิตกรรมฝาผนัง


อ่านต่อรายละเอียด วัดสุทธาวาส (วัดใหม่)
---------------------------------------

เมืองโบราณบ้านคูเมือง

(อยู่ภายในสวนรุกขชาติคูเมือง) ตั้งอยู่ที่บ้านคูเมือง ตำบลห้วยชัน ภายในสวนรุกขชาติคูเมือง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 23 กิโลเมตร สันนิษฐานว่าเป็นชุมชนโบราณสมัยทวาราวดี ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยม มุมมน กว้าง 650 เมตร ยาว 750 เมตร สูงจากพื้น 1 เมตร มีเนินดินขนาดใหญ่ มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ มีการขุดค้นพบภาชนะดินเผามากมาย เช่น เครื่องถ้วยชาม หม้อ ไห กาน้ำ ลูกปัดหินสีต่าง ๆ ตะคันดินเผา ธรรมจักรหินเขียว ตุ้มหู ลูกปัด หินสี และเหรียญเงินมีคำจารึกว่า “ศรีทวารวดีศวรปุญยะ” แสดงให้เห็นว่ามีชุมชนอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ติดต่อกันมาตั้งแต่สมัยฟูนันจนถึงรัตนโกสินทร์       ปัจจุบันวัตถุโบราณที่ค้นพบได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี และภายในบริเวณเมืองโบราณบ้านคูเมืองปัจจุบันได้จัดให้เป็นสวนรุกขชาติ มีเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ มีคูน้ำโบราณล้อมรอบ มีพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ร่มรื่นสวยงาม การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๓๑๑ เส้นสิงห์บุรี-อินทร์บุรี (สายเก่า) กิโลเมตรที่ 17 หรือห่างจากตัวอำเภออินทร์บุรีประมาณ 7 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าเส้น ทางหมายเลข 3285 เส้นอินทร์บุรี-หนองสุ่ม

 


อ่านต่อรายละเอียด เมืองโบราณบ้านคูเมือง
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา