สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง บ้านพักพัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
สมุทรสาคร ... แนะนำที่พัก......

สมุทรสาคร

>

ที่พักสมุทรสาคร

>

แผนที่สมุทรสาคร

>

ร้านอาหารสมุทรสาคร

>

การเดินทางสมุทรสาคร

>

ประวัติสมุทรสาคร


อำเภอเมืองสมุทรสาคร, สมุทรสาคร
 


วัดใหญ่จอมปราสาท (วัดใหญ่สาครบุรี)

วัดใหญ่จอมปราสาทเป็นวัดที่สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ในสมัยนั้นบริเวณด้านหน้าของวัดเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ มีฐานะเป็นเมืองท่าตลาดริมน้ำมีพ่อค้าจากทางทะเล และพ่อค้าจากเมือง ที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินมาติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันอย่างเนืองแน่น ส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าชาวจีน ดังนั้นจึงได้เรียกชุมชนนี้ว่า "บ้านท่าจีน" ปัจจุบันน้ำได้เซาะตลิ่งพังเข้าไปจนถึงบริเวณด้านหน้าวัด ทำให้พื้นที่ของชุมชนบ้านท่าจีนรุ่นแรกๆ ถูกทำลายล่มลงแม่น้ำจนหมด ชาวบ้านจะเรียกชื่อต่างๆ กันไป เช่น วัดใหญ่ วัดจอมปราสาทหรือ วัดใหญ่จอมปราสาท ในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้รับพระราชทานชื่อว่า " วัดใหญ่สาครบุรี " และทรงพระราชทานพระไตรปิฏกบรรจุตู้ละจบ จำนวน 39 เล่ม ให้มาประดิษฐาน ณ วัดแห่งนี้ในฐานะที่เป็นพระอารามหลวง  พระอุโบสถ : พระวิหาร ลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หลังคา เครื่องไม้มุงกระเบื้อง ช่อฟ้าใบระกาปูนปั้นประดับกระจก หน้าบันปูนปั้นประดับกระจก ด้านหน้ามีมุขยื่น ออกมาจำนวน 1 ห้อง ผนังก่ออิฐถือปูนด้านหน้ามีประตูทางเข้า 2 ประตู ซุ้มประตูปูนปั้นประดับกระจก ทรงมณฑป บานประตูเป็นไม้แกะสลักลวดลายพันธุ์พฤกษา และสิงสาราสัตว์ต่างๆ โดยแกะสลักลึกเข้า ไปในเนื้อไม้ เป็นฝีมือช่างโบราณที่มีความงดงามในเชิงช่างและศิลปะเป็นอันมาก ลักษณะลวดลายจะมีอิทธิพลของศิลปะจีนเข้ามาปะปนอยู่ด้วยทั้งสองบาน ผนังด้านข้างมีหน้าต่างด้านละ 6 บาน ซุ้มหน้าต่าง เป็นซุ้มหน้านางปูนปั้นประดับด้วยลายกระหนกเปลว บานหน้าต่างไม้แกะสลักเป็นลวดลายต้นไม้ ภูเขา รูปสัตว์และบุคคล แบบศิลปะจีน บานประตูและหน้าต่างของพระอุโบสถนี้แต่เดิมเป็นบานประตูและ หน้าต่างของพระวิหารเก่านำมาซ่อมแซม และติดไว้ที่พระอุโบสถ ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูป ประทับนั่ง ปางมารวิชัย ศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น บนเพดาน และขื่อมีลวดลายเขียนสีเป็นรูปดอกไม้และลายประจำยาม  พระวิหารเก่า : อาคารก่ออิฐถือปูนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าฐานบัวโค้งแอ่นคล้ายท้องเรือสำเภา สภาพปรัก หักพัง ผนังด้านทิศใต้และหลังคาพังทลายลงมาหมด ลักษณะของผนังก่ออิฐถือปูน สอบเข้าด้านบน ทางด้านหน้ามีซุ้มประตูทรงมณฑป ประดับลวดลายปูนปั้น 1 ช่อง ด้านหลังทึบ ผนังทางด้านทิศเหนือมีเสาประดับผนังแบ่งออกเป็น 5 ห้อง โดยห้องแรก และห้องสุดท้าย จะย่อมุมเข้าไป ส่วนอีก 3 ช่องเป็นผนังเรียบ ผนังห้องกลางมีช่อง หน้าต่าง 2 บาน ซุ้มหน้าต่างเป็นซุ้มหน้านางประดับลวดลายปูนปั้น ที่หัวเสาของผนัง ในแต่ละช่องประดับปูนปั้นเป็นลายกรวยเชิง สันนิษฐานว่าพระวิหารหลังนี้คงจะสร้าง ขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย  ศาลาการเปรียญ : ลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนทรง สี่เหลี่ยมยกพื้นสูง หลังคามุงกระเบื้องช่อฟ้าใบระกาปูนปั้นทาสีขาว หน้าบันไม้แกะสลักลวดลายก้านขด และพุ่มข้าวบิณฑ์ โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน เป็นหน้าบันไม้แกะสลักที่มีความงดงามที่ตั้งของอาคารทั้งสามหลังนั้น จะหันหน้าไปทางแม่น้ำท่าจีนด้านทิศตะวันออกในแนวระนาบเดียวกัน พระวิหารเก่าและพระอุโบสถจะอยู่ในเขตกำแพงแก้วก่ออิฐถือปูนเดียวกัน โดยจะมีซุ้มประตูทางเข้าด้านหน้า 1 ซุ้ม เป็นซุ้มประตูก่ออิฐถือปูนทรงมณฑป ส่วนศาลาการเปรียญตั้งอยู่นอกกำแพงแก้วทางด้านซ้ายของพระอุโบสถ  เจดีย์ทรงมณฑป : ลักษณะเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทรงมณฑปเรือนธาตุมีซุ้มทั้งสี่ด้าน ส่วนยอดเป็นปรางค์ สภาพชำรุดทรุดโทรมมาก มีรากไม้พันอยู่ทั้งองค์ การกำหนดอายุสมัย : กรุงศรีอยุธยาตอนปลาย-กรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น

วัดใหญ่จอมปราสาทวัดโบราณ สมุทรสาครวัดใหญ่จอมปราสาท สมุทรสาคร


อ่านต่อรายละเอียด วัดใหญ่จอมปราสาท (วัดใหญ่สาครบุรี)
---------------------------------------

วัดสุทธิวาตวราราม (วัดช่องลม)

วัดช่องลม ตั้งอยู่ตรงปากอ่าวสมุทรสาคร ตำบลท่าฉลอม ตรงข้ามกับตัวเมือง เดินทางโดยทางหลวงหมายเลข 35 เลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 35 เข้าถนนสุทธิวาตวิถีประมาณ 3 กิโลเมตร วัดช่องลมเป็นพระอารามหลวงได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม และเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ด้านหน้าวัดมีพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประดิษฐานอยู่ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินท่าฉลอม และทรงตั้งเป็นสุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทย

นอกจากนี้บริเวณวัดยังมีพระโพธิสัตว์กวนอิม ที่ชาวสมุทรสาครสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสที่ฉลองสิริราชสมบัติครบรอบ 50 ปี หลวงปู่แก้ว ( พระเทพสาครมุนี ) อดีตเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร และเจ้าอาวาสวัดสุทธิวาตวราราม ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาครประวัติ พระเทพสาครมุนี เดิมชื่อ แก้ว ชนสุวรรณ เกิดวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๔๖๖ ณ ตำบลกระสัง อำเภอกระสัง จังหวัดพระตะบอง ซึ่งขณะนั้นเป็นอาณาจักรประเทศไทย และได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดใกล้บ้านคือ วัดจำบกมาศ ตำบลกระสัง อำเภอกระสัง จังหวัดพระตะบอง เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๔๕๘ เพื่อศึกษาเล่าเรียนชั้นสามัญจนมีความรู้ความสามารถเขียนภาษาไทยได้คล่องแคล่ว ทั้งยังแตกฉานในภาษาขอมเป็นพิเศษ เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุวัดเดิมระยะหนึ่ง แล้วจึงย้ายมาจำพรรษา ที่วัดชำนิหัตถการ กรุงเทพมหานคร เพื่อศึกษาเล่าเรียนปริยัติธรรมกับภาษาบาลีควบคู่กับไปอย่างจริงจังพร้อมกับรับหน้าที่ครูสอนธรรมและบาลี ที่วัดชำนิหัตถการต่อไปอีกหลายปี ในปี พ.ศ. ๒๔๗๗ วัดหลักสองราษฎร์บำรุง ตำบลหลักสอง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ขาดครูสอนธรรม ท่านจึงมาช่วยสอนให้เป็นเวลา ๑ ปี การปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดของท่านทำให้เป็นที่เลื่อมใสศรัทรา แก่ประชาชนในละแวกนั้นเป็นอันมาก ด้วยท่านเคร่งครัดต่อพระธรรมวินัย มีระเบียบ อัธยาศัยและมนุษย์สัมพันธ์อันดีเลื่องลือไปทั่ว ประชาชนตำบลบ้านบ่อ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ได้พร้อมใจกันอาราธนามาเป็นครูสอนบาลี ณ วัดใหม่บ้านบ่อ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๘ ถึง พ.ศ. ๒๔๘๖ พอดีทางวัดคลองตันราษฎร์บำรุง ตำบลคลองตัน อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ขาดเจ้าอาวาสชั่วคราว ประชาชนกับพระภิกษุ สามเณร จึงร่วมใจกันอาราธนาท่านมาดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดคลองตันราษฎร์บำรุงสืบแทน ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๖ เป็นต้นมาและหลังจากที่ท่านได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดคลองตันแล้ว ท่านจัดระเบียบวินัยในการปฏิบัติพระภิกษุสามเณรภายในวัด พร้อมกับจัดระเบียบการปฏิบัติของประชาชนต่อวัดควบคู่กันไปด้วย ท่านจึงเป็นที่เคารพรักของชาวตำบลคลองตันทั้งปวง เนื่องจากท่านเป็นผู้ที่มีธรรมสูงเปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม มีความมุมานะแรงกล้า ประกอบกับจิตใจเด็ดเดี่ยวมั่นคงในการทำงาน ขยันหมั่นเพียรหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ เคร่งครัดต่อระเบียบวินัยและกติกาของวัด อบรมสั่งสอนศิษย์กับพระลูกวัดให้ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง เป็นครูสอนนักธรรมและบาลีเองโดยตลอด ดังนั้นในปี ๒๔๙๕ ทางคณะสงฆ์จึงอาราธนาท่านมาดำรงตำแหน่งที่วัดช่องลม

ผลงาน / เกียรติคุณที่ได้รับ หลวงปู่แก้วได้บำเพ็ญสาธารณะประโยชน์แก่ชุมชนในจังหวัดสมุทรสาครมากมาย เช่น สร้างสะพานสาครบุรี สร้างถนนเชื่อมต่อระหว่างตำบลท่าจีน ตำบลบางหญ้าแพรก ตำบลมหาชัย พร้อมทั้งอุปถัมภ์ปรับปรุงวัดใหญ่บ้านบ่อ วางผังก่อสร้างวัดบางหญ้าแพรก อุปการะโรงเรียนวัดช่องลม รวมทั้งร่วมทำพิธีนั่งปรก พิธีพุทธาภิเษกของวัดต่าง ๆ อีกเป็นจำนวนมาก ผลจากความเพียรพยายามพัฒนาวัดช่องลมจนเจริญรุ่งเรืองดังกล่าวนั้น จนได้รับพระราชทานพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. ประดิษฐานหน้าบันอุโบสถ พระราชทานฉัตร ๙ ชั้นทั้งสองข้างของพระประธานและพระราชทานนามวัดช่องลมใหม่ว่า “วัดสุทธิวาตวราราม ” หลังจากนั้นได้เลื่อนสมณะศักดิ์ท่านเป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามว่า “ พระเทพสาครมุนี ” ถึงแม้หลวงปู่แก้วจะมรณภาพจากไปด้วยโรคชรา รวมอายุได้ ๗๙ ปี ๘ เดือนเศษ รวมพรรษา ๕๙ พรรษา แต่คุณงามความดีของท่านไม่เสื่อมคลาย ยังมีประชาชนมาสักการบูชา ณ วิหารพระเทพสาครมุนี ( หลวงปู่แก้ว ) ของวัดสุทธิวาตวราราม ตราบจนปัจจุบัน


อ่านต่อรายละเอียด วัดสุทธิวาตวราราม (วัดช่องลม)
---------------------------------------

วัดโคกขาม

ตั้งอยู่ริมคลอง เป็นวัดเก่าแก่มีบริเวณกว้างขวาง มีท่าเทียบเรือให้ขึ้นชมได้ สิ่งที่น่าชมในวัดนี้คือ พระอุโบสถหลังเก่าด้านหน้ามีพระเจดีย์เก่าที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซม สถาปัตยกรรมการก่อสร้างศิลปะแบบอยุธยา ลวดลายการแกะสลักไม้ที่หน้าบันนั้นงดงาม นอกจากนั้นที่วัดนี้ยังเก็บโบราณวัตถุที่เล่ากันว่าเกี่ยวพันกับเรื่องของพันท้ายนรสิงห์ไว้หลายอย่าง เช่น ชิ้นส่วนของเรือพระที่นั่งเอกชัย และศาลเพียงตาของเดิม เป็นต้น  การเดินทางล่องคลองโคกขาม สามารถเช่าเรือหรือโดยสารเรือเมล์ได้ที่ ท่าเรือตลาดสังวาลย์ (ท่าเรือตลาดมหาชัย) หรือที่ท่าเรือบ้านไร่ก็ได้ ราคาเช่าเหมาขึ้นอยู่กับขนาดของเรือ และสถานที่ที่จะให้แวะชม เช่น เรือขนาดบรรทุก 10-15 คน จากท่าเรือตลาดสังวาลย์-เที่ยวคลองโคกขาม-วัดโคกขาม-ศาลพันท้ายนรสิงห์ ไป-กลับ ราว 2-3 ชั่วโมง ค่าเช่าเหมาตกลำละประมาณ 400-500 บาท

 วัดโคกขาม สมุทรสาครด้านใน วัดโคกขาม


อ่านต่อรายละเอียด วัดโคกขาม
---------------------------------------

คลองโคกขาม

พันท้ายนรสิงห์ เป็นนายท้ายเรือพระที่นั่งเอกไชยอยู่ในรัชสมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่ ๘ (พระเจ้าเสือ) ได้รับ ยกย่องว่าเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต จงรักภักดีและรักษาระเบียบวินัยยิ่งชีวิต เรื่องราวของพันท้ายนรสิงห์ปรากฏ อยู่ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับต่างๆ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ใน พ.ศ.๒๒๔๖ - ๒๒๕๒ สมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่๘ ประพาสปากน้ำสาครบุรี (ปัจจุบันคือจังหวัดสมุทรสาคร) เพื่อทรงเบ็ด ด้วยเรือพระที่นั่งเอกไชย มีพันท้ายนรสิงห์เป็นนายท้าย พันท้ายนรสิงห์เป็นชาวบ้านนรสิงห์ แขวงเมืองอ่างทอง การเสด็จประพาสปากน้ำสาครบุรีในครั้งนี้ เมื่อเรือพระที่นั่งไปถึงตำบลโคกขามคลองบริเวณดังกล่าวมีความคดเคี้ยวมาก พันท้ายนรสิงห์พยายามคัดท้ายเรือพระที่นั่งอย่างระมัดระวังแต่ไม่อาจหลบเลี่ยงอุบัติเหตุได้ หัวเรือพระที่นั่งชนกิ่งไม้ใหญ่หักตกลงไปในน้ำ พันท้ายนรสิงห์รู้โทษดีว่า ความผิดครั้งนี้ถึงประหารชีวิตตามโบราณราชประเพณี ซึ่งกำหนดว่าถ้าผู้ใดถือท้ายเรือพระที่นั่งให้หัวเรือพระที่นั่งหัก ผู้นั้นถึงมรณะโทษให้ตัดศีรษะเสียจึงกราบทูลพระกรุณาน้อมรับโทษตามพระราชประเพณี สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ ทรงพิจารณาเห็นว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นการสุดวิสัยมิใช่ความประมาท จึงพระราชทานอภัยโทษให้ แต่พันท้ายนรสิงห์กราบบังคมยืนยันขอให้ตัดศรีษะตนเพื่อรักษาขนบธรรมเนียมในพระราชกำหนดกฎหมาย เป็นการป้องกันมิให้ผู้ใดครหาติเตียนพระเจ้าอยู่หัวได้ว่าทรงละเลยพระราชกำหนดของแผ่นดินและเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างสืบไป พระองค์ทรงโปรดให้ฝีพายทั้งปวงปั้นมูลดินเป็นรูปพันท้ายนรสิงห์ แล้วให้ตัดศีรษะรูปดินนั้นเพื่อเป็นการทดแทนกัน แต่พันท้ายนรสิงห์ยังบังคมกราบทูลยืนยันขอให้ประหารตน แม้สมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่ ๘ จะทรงอาลัยรักน้ำใจพันท้ายนรสิงห์เพียงใดก็ทรงจำพระทัยปฎิบัติตามพระราชกำหนด ดำรัสสั่งให้เพชฌฆาตประหารพันท้ายนรสิงห์แล้วโปรดให้ตั้งศาลสูงประมาณเพียงตา นำศีรษะพันท้ายนรสิงห์กับหัวเรือพระที่นั่งเอกไชยซึ่งหักนั้น ขึ้นพลีกรรมไว้ด้วยกันบนศาล แล้วทรงพระราชดำริว่าคลองโคกขามคดเคี้ยวนักไม่สะดวกต่อการเดินเรือ บางครั้งชาวเมืองต้องเดินเรืออ้อมเป็นที่ลำบากยิ่ง สมควรจะขุดลัดตัดตรง เมื่อขุดเสร็จจึงได้รับพระราชทานนามว่า "คลองสนามไชย" ต่อมาเปลี่ยนเป็น "คลองมหาชัย"ทั้งนี้เพื่อเป็นการรำลึกถึงพันท้ายนรสิงห์ข้าหลวงเดิมซึ่งเป็นคนซื่อสัตย์ มั่นคง ยอมเสียสละชีวิตโดยไม่ยอมเสียพระราชประเพณี กรมศิลปากรได้ดำเนินการจัดสร้างศาลพันท้ายนรสิงห์ขึ้น อยู่ถัดจากศาลเก่าที่พังลงไม่มากนัก โดยกันอาณาบริเวณรอบๆ ศาลไว้


อ่านต่อรายละเอียด คลองโคกขาม
---------------------------------------

แม่น้ำท่าจีน

เป็นแม่น้ำสายสำคัญที่สุดของจังหวัด ต้นแม่น้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาทไหลผ่านจังหวัดสุพรรณบุรีจังหวัดนครปฐม แล้วไหลลงสู่อ่าวไทยที่ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมืองสมุทรสาคร

 แม่น้ำท่าจีนแม่น้ำท่าจีน สมุทรสาครแม่น้ำท่าจีน สมุทรสาคร กับบรรยากาศพระอาทิตย์ตกยามเย็น


อ่านต่อรายละเอียด แม่น้ำท่าจีน
---------------------------------------

นากุ้งนาเกลือ

เขตอำเภอเมืองสมุทรสาคร มีชายฝั่งทะเลที่เหมาะกับการทำนาเกลือนากุ้งหลายแห่ง โดยเฉพาะที่ตำบลกาหลง นาโคก บ้านบ่อ บางโทรัด โคกขาม พันท้ายนรสิงห์ และบริเวณ 2 ข้างทางสายธนบุรี-ปากท่อ ต่อเขตจังหวัด สมุทรสงคราม และมีนาเกลือ มีเกลือกองสีขาว มีนกหลายชนิดบินผ่านไปมา มีกังหันวิดน้ำเข้านาเกลือหมุนเล่นลม เป็นทัศนียภาพที่สวยงาม ผู้คนที่ใช้เส้นทางสายนี้สัญจรไปมามักหยุดชมอยู่เสมอ

 


อ่านต่อรายละเอียด นากุ้งนาเกลือ
---------------------------------------

หมู่บ้านชาวประมงท่าฉลอม

เป็นตำบลใหญ่เรียกว่า ตำบลท่าฉลอม เป็นเขตสุขาภิบาลแห่งแรกในประเทศไทย มีผู้ประกอบอาชีพประมงเป็นจำนวนมาก มีตลาดและกิจการต่อเรือที่ตั้งเรียงรายอยู่บนฝั่งแม่น้ำท่าจีน การเดินทางไปบ้านท่าฉลอม สามารถข้ามฟากที่ท่าเรือเทศบาลฝั่งมหาชัยใกล้กับศาลหลักเมือง หรือทางรถยนต์ตามเส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อเลยสี่แยกเข้าตำบลมหาชัยไปทางจังหวัดสมุทรสงคราม ประมาณ 3 กม. ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนแล้วแยกซ้ายเข้าตำบลท่าฉลอม

 หมู่บ้านชาวประมงท่าฉลอมหมู่บ้านชาวประมงท่าฉลอม


อ่านต่อรายละเอียด หมู่บ้านชาวประมงท่าฉลอม
---------------------------------------

ป้อมวิเชียรโชฎก

ตั้งอยู่ที่ตำบลมหาชัย ในตัวเมืองสมุทรสาคร สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2370 ก่อด้วยอิฐถือปูน กว้างประมาณศอกเศษ สูง 7 ศอก ในปัจจุบันยังปรากฏให้เห็นเพียงบางส่วน ป้อมนี้ สร้างไว้กันข้าศึกที่ยกเข้ามาทางทะเล ปืนใหญ่ที่ป้อมวิเชียรโชฎกปัจจุบันเก็บไว้ที่ศาลากลางจังหวัดและศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

 


อ่านต่อรายละเอียด ป้อมวิเชียรโชฎก
---------------------------------------

ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

ตั้งอยู่ที่ตำบลมหาชัย  อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร  ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร มีชื่อเดิมว่า "ศาลเทพเจ้าจอมเมือง" ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังที่ว่าการอำเภอเมืองหลังเก่า ภายในบริเวณป้อมวิเชียรโชฎก ปัจจุบันไม่ปรากฏศาลดังกล่าว จึงได้สร้างศาลหลักเมืองสมุทครสาครแทนศาลเดิม ด้านหลังของศาลจ้าพ่อหลักเมืองยังมีสถานที่ได้ท่องเที่ยวและเยี่ยมชมความงาม คือ เสาหลักเมืองสมุทราคร เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชาของชาวบ้าน

 


อ่านต่อรายละเอียด ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
---------------------------------------

ตลาดมหาชัย

ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน นับเป็นศูนย์กลางการค้า การคมนาคมของสมุทรสาคร ตลาดมหาชัยนี้มีท่าเรือหลายแห่งเป็นท่าเรือเมล์ที่ไปสู่ท้องที่ตำบลต่างๆ และสามารถเช่าเรือหางยาวไปเที่ยวคลองโคกขามได้ มีทั้งเช่าเหมาลำ และเรือประจำทาง  และยังมีสถานีรถไฟที่ใช้เดินทางเข้ากรุงเทพ มีท่าเรือที่สามารถข้ามฝั่งไปยังได้

 


อ่านต่อรายละเอียด ตลาดมหาชัย
---------------------------------------

สะพานปลา

เป็นสะพานปลาที่ใหญ่และทันสมัยแห่งหนึ่งรองจากกรุงเทพฯ อยู่ในเขตเทศบาลเมืองสมุทรสาครมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ทันสมัยที่ใช้ในการลำเลียงขนถ่ายผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเลทุกอย่างเป็นจำนวนมากเป็นศูนย์กลางการค้าปลาทะเล เป็นแหล่งที่เงินตราสะพัดหมุนเวียนวันละหลายล้านบาท

 


อ่านต่อรายละเอียด สะพานปลา
---------------------------------------

วัดป่าชัยรังสี

ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าบางปลา เป็นวัดที่สร้างอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือใช้ศิลปะการก่อสร้างหลายแบบแปลกตาบนเนื้อที่ 200 ไร่ การเดินทางใช้เส้นทางถนนเศรษฐกิจ (มหาชัย-กระทุ่มแบน) ห่างจากตำบลมหาชัยประมาณ 5 กม. แยกซ้ายตรงข้ามกับสถานีไฟฟ้าย่อยเข้าไป 1.5 กม.

 


อ่านต่อรายละเอียด วัดป่าชัยรังสี
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา