สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง บ้านพักพัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
สกลนคร เชิญประชาสัมพันธ์ข้อมูลของท่าน ฟรี......สนใจที่พักในบริเวณใกล้เคียง คลิกที่นี่ ที่พัก อุบลราชธานี

สกลนคร

>

ที่พักสกลนคร

>

แผนที่สกลนคร

>

ร้านอาหารสกลนคร

>

การเดินทางสกลนคร

>

ประวัติสกลนคร


สงขลา  สถานที่ท่องเที่ยว
 


พระธาตุเชิงชุม

ที่ตั้งวัดพระธาตุเชิงชุมตั้งอยู่ริมหนองหารในเขต เทศบาลสกลนคร มีพื้นที่ 18 ไร่ 1 งาน 27 ตารางวา อยู่ปลายสุดของถนนเจริญเมือง มี อาณาเขตดังนี้ ทิศเหนือและทิศตะวันออก ติดกับหนองหารหลวงและบ้านเรือนชาวคุ้มทิศ ตะวันตก ติดกับถนนเรืองสวัสดิ์ ทิศใต้ ติดกับ ถนนเจริญเมือง  ประวัติความเป็นมา   ตามอุรังค นิทาน กล่าวว่า วัดพระธาตุเชิงชุม เป็นสถานที่ พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาโปรดชาวเมืองหนองหาร หลวง และกล่าวว่าบริเวณนี้เป็นที่บรรจุพระบาท ของพระพุทธเจ้า 4 พระองค์ คือ พระพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า กุกสันโธ โกนาคมโน กัส สะโป และโคตมะ ซึ่งก่อนจะเสด็จดับขันธ์ ปรินิพพาน ต้องไปประทับรอยพระบาทไว้ที่นั่นทุก พระองค์ นับว่าพระพุทธเจ้าพระนามว่า ศรี อาริยเมตตรัย องค์ที่ 5 ในภัทกัปป์นี้ ก็จะประทับรอยพระบาทไว้เช่นกัน ด้วยเห ตะนี้จึงถือกันว่าวัดพระธาตุเชิงชุม จึงเป็นวัดแรกที่พระยาสุวรรณภิงคาระ พระะ นางนารายณ์เจงเวง และเจ้าคำแดง อนุชาพระยา สิวรรณภิงคาร มาสร้างวัดขึ้นเมื่อย้ายราชธานี จากบริเวณซ่งน้ำพุและท่านางอายฝั่งตรงข้าม หนองหาร เมื่อครั้งหนองหารล่มเพราะการกระทำของ พญานาค    อย่างไรก็ตาม จากหลักฐานเสมา หินที่พบอยู่รอบ ๆ วัดพระธาตุเชิงชุม และหลักฐานแท่านบูชารูปเคารพ ตลอดยนศิลาจารึกตัว อักษรขอมในพุทธศตวรรษที่ 15 - 16 ซึ่งอยู่ ติดผนังทางเข้าภายในอุโมงค์พระธาตุเชิงชุม (ชั้นใน) ซึ่งก่อเป็นพระธานุหรือ สถูปขนาดเล็ก หลักฐานเหล่านี้บ่งบอกว่า บริเวณ วัดพระธาตุเชิงชุมได้มีชุมชนเกิดขึ้น ต่อเนื่องกันมา โดยเฉพาะศิลาจารึกที่กรอบประตู ทางเข้าปรางค์ขอมหรือสถูป ซึ่งมีความกว้าง 49 ซ.ม. ยาว 52 ซ.ม. เขียน เป็นตัวอักษรขอมโบราณ เนื้อความกล่าวถึงบุคคลจำนวน หนึ่ง ได้พากันไปชี้แจงแก่โขลญพล หัว หน้าหมู่บ้าน พระนุรพิเนาตามคำแนะนำ ของกำแสดงว่าที่ดินที่ราษฎรหมู่บ้านพะ นุรนิเนามอบให้โบลูญพลนี้มี 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเป็นที่ดินในหลักเขต ให้ขึ้น กับหัวหน้าหมู่บ้านพะนุรพิเนา นอกจาก เรื่องการมอบที่ดินแล้ว ข้อความตอนท้ายของ จารึกได้กล่าวถึงการกัลปนาของโขลญพลที่ได้ อุทิศตน สิ่งของที่นา แด่เทวสถานและสงกรานต์  กล่าวโดยสรุปในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 - 16 บริเวณวัดพระธาตุเชิงชุมคงถูกปกครอง โดยคนกลุ่มขอมที่พากันสร้างวัด โดยอุทิศ ที่ดิน บริวาร ข้าทาส ให้ดูแลวัด หรือศา สนสถานแห่งนี้ ซึ่งอาจเป็นศาสนสถานตาม คติพราหมณ์หรือพุทธมหายานก็ได้  ความสำคัญต่อชุมชน    หลักฐานการตั้งชุมชนบริเวณวัดพระ ธาตุเชิงชุมในสมัยรัตนโกสินทร์ค่อนข้างเด่น ชัด โดยเฉพาะพงศาวดาร ฉบับพระยาประจันตประเทศธานี (โง่นคำ) กล่าวว่าในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดผ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้อุปฮาดเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมไพร่พลตัวเลก มาตั้งเมืองรักษาพระธาตุเชิงชุม เมื่อมีผู้ คนมากขึ้นก็โปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านธาตุ เชิงชุม ขึ้นเป็นเมืองสกลทวาปี เมื่อปี พ .ศ.2329 อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดศึก เจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์เป็นกบฏใน พ.ศ .2370 เมืองสกลนครต้องโทษเป็นกบฎขัดขืนอาญา ศึก เจ้าเมืองฝักใฝ่กับเจ้าอนุวงค์ไม่ได้เตรียม กำลังไพร่พล กระสุนดินดำ เว้ให้ทัพหลวงตาม คำสั่ง พระธานีเจ้าเมืองสกลทวาปีถูกประหาร ชีวิต ญาติพี่น้องเจ้าเมืองถูกกวาดต้อนไปอยู่ เมืองกบิลประจันตคาม จึงทำให้บริเวณวัดพระธาตุ เชิงชุม ซึ่งเป็นศูนย์กลางของเมืองถูกทิ้งร้าง ชั่วคราวปล่อยให้หมู่บ้านรอบ ๆ 10 หมู่บ้าน เป็นข้าพระธาตุดูแลวัดแห่งนี้    หลังการกบฎของเจ้าอนุวงศ์ ราชวงศ์ (คำ) แห่งเมือง มหาชัยกองแก้วได้เข้ามาพึ่งบราโพธิสมภาร โปรดเกล้าแต่งตั้งให้เป็นพระประเทศธานี(คำ) เจ้าเมืองและให้ราชวงศ์เมืองกาฬสินธุ์มาดำรงตำแหน่ง อุปฮาด ให้ท้าวอินน้องชายราชวงศ์(คำ)เป็น ราชวงศ์ ให้ท้าวบุตรเมืองกาฬสินธุ์เป็นราชวงศ์ มีการสร้าง กุฏิ ศาลาการเปรียญตั้งแต่นั้นมาวัดพระธาตุเชิงชุมก็เจริญขึ้นตามลำดับ จึงถือว่าวัดพระธาตุเชิงชุมเป็นศูนย์กลางของเมืองสกลนคร มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  ลักษณะทางสถาปัตยกรรม    ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของพระธาตุเชิงชุม วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร มีโบราณสถาน โบราณวัตถุสำคัญ ๆ นับแต่องค์พระธาตุเชิงชุม หลวงพ่อพระ พุทธองค์แสน พระอุโบสถ พระวิหาร หอจำศีล (สิมหลังเล็ก) 90 ไตร ฯลฯ ในที่นี้ขอ อธิบายเฉพาะตัวสถาปัตยกรรมขององค์พระธาตุเท่านั้น    พระธาตุเชิงชุมเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนสี่ เหลี่ยม สูง 24 เมตรเศษ มีซุ้มประตู 4 ด้าน คือ ด้านตะวันตก ด้านเหนือ ด้านใต้ ลักษณะประตูเป็นประตู ปิด - เปิด ได้แต่เปิดไม่ได้มากเพราะติด องค์สถูปภายใน ซึ่งเจดีย์องค์ใหม่สร้างครอบไว้ ส่วนด้านตะวันออกเป็นประตูทางเข้าสถูปภายใน วิหาร    ทรวดทรงของพระธาตุเชิงชุม เป็นทรงเจดีย์ สี่เหลี่ยมลดชั้นจากฐานขึ้นไปสู่ยอดเป็น ช่วง ๆ 3 ช่วง จึงถึงเต้าระฆัง และรับด้วย ดวงปลีที่ทำเป็นทรงบัวเหลี่ยมปักยอดฉัตร ทองคำ ลักษณะการลดชั้นเจดีย์รับด้วยดวงปลี ทรงบัวเหลี่ยม ทำให้องค์พระธาตุเชิงชุมมี ความสวยงามกระทัดรัดไม่เทอะทะ เช่น เจดีย์ทรง ฐานกว้างเตี้ย นอกจากนี้สถาปนิกยังสร้างให้ซุ้ม ประตู 3 ด้าน เพื่อให้ประชาชนเห็นองค์พระธาตุ (สถูป) เดิมภายใน ต่อมาได้มีการ นำพระพุทธรูปปางห้ามญาติ อิทธิพลล้านช้าง มาติดไว้ในซุ้มทั้ง 3 ด้าน นับว่าเป็น ส่วนประกอบองค์สถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ และเป็นประติมากรรม แบบล้านช้างที่แท้จริง    องค์ประกอบสำคัญขององค์พระธาตุเชิงชุมคือ ซุ้มประตูโขงทรงหอแก้วดอ เป็นลักษณะหอแก้วเฟื่อง คือ มีขนาดพองาม และ ในพื้นที่ครึ่งหนึ่งของปริมณฑล ทำให้พื้นที่ บริเวณฐานเจดีย์องค์พระธาตุสวยงาม ในส่วนราย ละเอียดของซุ้มประตูนั้นเป็นงานสถาปัตยกรรมฝีมือช่าง ชั้นครู โดยเฉพาะลายของก้นหอยซึ่งทำขนาด ใหญ่น้อยเรียงกันไป เพียงแต่มีปูนขาวทาบ ทับนนหนาปิดบังความคมชัดของลายก้นหอย อันวิจิตรบรรจง

วัดพระธาตุเชิงชุมพระธาตุเชิงชุมคำกล่าวนมัสการพระธาตุเชิงชุมพระธาตุเชิงชุมเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนสี่ เหลี่ยม สูง 24 เมตรเศษ มีซุ้มประตู 4 ด้านพระธาตุเชิงชุมวัดพระธาตุเชิงชุมพระธาตุเชิงชุมพระธาตุเชิงชุมวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร


อ่านต่อรายละเอียด พระธาตุเชิงชุม
---------------------------------------

หนองหาน

เป็นทะเลสาบน้ำจืด ที่มีชื่อเสียงและกว้างใหญ่มากแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 123 ตร.กม. เป็นที่รวมของลำห้วยต่าง ๆ หลายสายและยังเป็นต้นน้ำของลำน้ำก่ำซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญทางด้านการเพาะปลูกการเลี้ยงสัตว์ การประมง ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านในชุมชนรอบหนองหาน ระดับน้ำในหนองหานลึกประมาณ 3 - 8 เมตร ในบริเวณหนองหานมีเกาะต่างๆ กว่า 20 เกาะ เช่นเกาะดอนสวรรค์ ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด บนเกาะมีวัดร้าง และพระพุทธรูปเก่าแก่ นอกจากนั้นตามเกาะต่างๆ เหล่านี้จะมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่มากมาย เป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิด บางเกาะได้สร้างศาลาพักร้อน เช่น เกาะแก้ว เกาะดอนสะคาม และเกาะดอนสะทุง ฯลฯ ซึ่งในเวลากลางวันสาหร่ายซึ่งอยู่ใต้พื้นน้ำ เมื่อแดดส่องลงในน้ำจะเห็นสาหร่ายเป็นสีทอง


อ่านต่อรายละเอียด หนองหาน
---------------------------------------

พระธาตุดุม

อยู่ที่วัดพระธาตุดุม บ้านธาตุดุม ตำบลงิ้วดอน ถนนสาย รพช. ทางไป โรงเรียนพัฒนาศึกษา ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 3 กม. มีปรางค์องค์เดียวสร้างด้วยศิลาแลงสมัยเดียวกับพระธาตุนารายณ์เจงเวง แต่องค์ปราสาทเล็กกว่ามีเพียงยอดเดียวไม่มีฐานรองรับ พบทับหลังทั้ง4 ด้าน ด้านทิศเหนือเป็นภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์นอกจากนี้ยังมีภาพเทวดาทรงพาหนะเหนือหน้ากาลประกอบด้วยสัตว์ต่าง ๆ เช่น ช้าง สิงห์ และลายใบไม้ม้วน การกำหนดอายุ ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 - 17 ศิลปะเขมรแบบบาปวน

พระธาตุดุมมีปรางค์องค์เดียวสร้างด้วยศิลาแลงสมัยเดียวกับพระธาตุนารายณ์เจงเวงพระธาตุดุม


อ่านต่อรายละเอียด พระธาตุดุม
---------------------------------------

พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์มั่นภูริทัตโต

ตั้งอยู่ในวัดป่าสุทธาวาส เดินทางไปตามถนนสุขเกษมจนถึงศูนย์ราชการจังหวัดมีทางแยกซ้ายไปอีกประมาณ 250 เมตร ตัวพิพิธภัณฑ์มีลักษณะการก่อสร้างแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ประยุกต์สร้างด้วยกระเบื้องดินเผา ภายในพิพิธภัณฑ์มีรูปหล่อเหมือนองค์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตในท่านั่งสมาธิ และมีตู้กระจกบรรจุอัฐิของท่านที่แปรสภาพเป็นแก้วผลึกใสสีขาว ยกฐานสูงพื้นปูด้วยหินอ่อน พร้อมทั้งตู้แสดงเครื่องอัฐบริขาร รวมทั้งประวัติความเป็นมาของท่านตั้งแต่เกิดจนมรณภาพพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต กำเนิดในสกุลแก่นแก้ว ที่ตำบลโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 15 ปี และอุปสมบทเมื่ออายุ 22 ปี ที่วัดเลียบ จังหวัดอุบลราชธานี

ท่านเป็นพระที่ยึดมั่นในปฏิมาธุดงด์กรรมฐานเป็นวัตรมีพระในสายเดียวกับท่านอีกหลายองค์ ที่ได้เข้ามาปฏิบัติและฝึกวิปัสสนากรรมฐานตามแนวของท่าน เช่น หลวงปู่ฝั้น อาจาโร หลวงปู่ขาว อาลนาโยหลวงปู่แหวน สุจินต์โน เป็นต้น ในระยะหลังท่านเริ่มมีอาการป่วยบ่อย จึงย้ายจากการธุดงด์กรรมฐานเข้ามาจำพรรษาที่วัดป่าสุทธาวาส และมรณภาพเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492

พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตภายในพิพิธภัณฑ์มีรูปหล่อเหมือนองค์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตในท่านั่งสมาธิ


อ่านต่อรายละเอียด พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์มั่นภูริทัตโต
---------------------------------------

พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์

ตั้งอยู่กลางเทือกเขาภูพาน บนเส้นทางหลวงสายสกลนคร -กาฬสินธุ์ เส้นทางหลวงหมายเลข 213 ห่างจากตัวเมืองสกลนคร 13 กม. มีทางแยกเข้าไปทางด้านขวามือ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2106 เป็นสถานที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ตลอดจนพระราชวงศ์ ในคราวเสด็จแปรพระราชฐานเยี่ยมพสกนิกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณสถานที่ตั้งเป็นป่าไม้ร่มรื่น มีไม้ดอกไม้ประดับตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ในระหว่างที่ไม่ได้ประทับอยู่ที่พระตำหนัก ทรงอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ ทุกวัน โดยทำหนังสือถึงสำนักเลขาธิการพระราชวัง พระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน กรุงเทพฯ 10200 และเมื่อได้รับหนังสือตอบรับแล้วจึงจะเดินทางไปชมได้

พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์เป็นสถานที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ


อ่านต่อรายละเอียด พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์
---------------------------------------

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์

ตั้งอยู่ติดกับหนองหานบริเวณตำบลธาตุเชิงชุม ในตัวเมือง มีเนื้อที่ประมาณ 120 ไร่ ได้รับอนุมัติให้จัดสร้างขึ้นเป็นแห่งที่ 10 ของประเทศไทย สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเปิดสวนฯ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2530 มีลักษณะเป็นสวนล้อมสระน้ำขนาดใหญ่ ชื่อสระพังทอง เป็นสระโบราณ เชื่อกันว่าสร้างมาพร้อมกับการสร้างพระธาตุเชิงชุม ภายในบริเวณสวนประกอบด้วยสวนไม้ดอกไม้ประดับ สวนป่า สวนน้ำ สวนหิน สวนออกกำลังกาย และน้ำพุที่สูงราว 69 เมตร ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาหาความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ได้อีกด้วย สวนแห่งนี้เปิดตั้งแต่เวลา 04.00 - 21.00 น.  นอกจากนั้นยังมีสวนเทิดพระเกียรติ 60 พรรษา มหาราชินี สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 60 เมื่อ พ.ศ. 2536 เป็นสวนขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนพื้นที่ ประมาณ 80 ไร่ อยู่ที่บ้านหนองบัวใหญ่ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 22 เส้นทางสายสกลนคร - บ้านธาตุ แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปอีกประมาณ 200 เมตร จะถึงบริเวณสวนซึ่งครอบคลุมพื้นที่ดอนขาม ดอนลังกา ภายในบริเวณประกอบด้วยสวนพฤกษชาตินานาพันธุ์ ศาลาพักร้อน น้ำพุ จุดชมวิว ที่อาศัยของนกนานาชนิด และยังเป็นสถานที่พักผ่อนของชาวสกลนครซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน


อ่านต่อรายละเอียด สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
---------------------------------------

สะพานขอม

อยู่ก่อนเข้าตัวเมือง บนถนนสายสกลนคร - อุดรธานี สันนิษฐานว่าเป็นสะพานโบราณ ที่สร้างขึ้น เพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจรจากตัวเมืองสกลนครไปยังนอกเมือง เนื่องจากบริเวณนี้เดิมเป็นที่ลุ่มน้ำท่วมขัง สะพานที่เห็นในปัจจุบันก่อด้วยศิลาแลง เป็นสะพานซึ่งสร้างขึ้นใหม่หลังจากของเดิมได้ถูกรื้อทิ้งเพื่อก่อสร้างถนน


อ่านต่อรายละเอียด สะพานขอม
---------------------------------------

สถานแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด

ตั้งอยู่ในสถานีประมงน้ำจืด ถนนใสสว่าง ภายในจัดแสดงและให้ความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ปลาชนิดต่างๆ ที่ค้นพบในภาคอีสานเช่น ปลาเผือก ปลาหอม ปลาเสือตอ ปลาออสก้าลาย ปลาจันทร์เทศ เป็นต้น

ภายในจัดแสดงและให้ความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ปลาชนิดต่างๆเปิดบริการวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08:30 น. - 16:30 น.สถานแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด ภาคอีสาน


อ่านต่อรายละเอียด สถานแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด
---------------------------------------

ปราสาทพระธาตุนารายณ์เจงเวง

ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดพระธาตุนารายณ์เจงเวง บ้านธาตุ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 5 กม. โดยใช้เส้นทางสายสกลนคร - อุดรธานี ทางหลวงหมายเลข 22 ถึงบริเวณบ้านธาตุซึ่งอยู่ก่อนถึง สี่แยกถนนเลี่ยงเมืองไปเล็กน้อยแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 400 เมตร เป็นพระธาตุประกอบด้วยปรางค์องค์เดียว สร้างด้วยหินทรายบนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่ สลักลวดลายลงบนเนื้อหิน มีทับหลังจำหลักภาพพระกฤษณะฆ่าสิงห์ ในรูปแบบศิลปะเขมร สมัยบาปวน ลักษณะคล้ายกับปราสาทหินของขอมที่ปรากฏหลายแห่งภาคอีสาน ลวดลายสลักหินบนซุ้มประตู หน้าต่างยังมีลักษณะสมบูรณ์ปรากฏชัดซึ่งเชื่อกันว่าเป็นฝีมือของผู้หญิงสร้างทั้งหมด เพื่อแข่งขันกับผู้ชายที่สร้างพระธาตุภูเพ็ก รูปแบบและศิลปะกำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 งานประเพณีของพระธาตุเจงเวงจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 11 ค่ำ - 15 ค่ำ เดือน 4 ของทุกปี

คำนมัสการองค์พระธาตุนารายณ์เจงเวง เป็นพระธาตุประกอบด้วยปรางค์องค์เดียว สร้างด้วยหินทรายบนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่ลักษณะคล้ายกับปราสาทหินของขอมที่ปรากฏหลายแห่งภาคอีสาน ลวดลายสลักหินบนซุ้มประตูปราสาทพระธาตุนารายณ์เจงเวงปราสาทพระธาตุนารายณ์เจงเวง


อ่านต่อรายละเอียด ปราสาทพระธาตุนารายณ์เจงเวง
---------------------------------------

ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร

อยู่ภายในสถาบันราชภัฎสกลนคร ถนนนิตโย ตำบลธาตุนาแวง เป็นที่แสดงสิ่งของ เครื่องใช้ของชนเผ่าต่าง ๆ พร้อมภาพประวัติและเอกสารแสดงความเป็นมาทางศิลปวัฒนธรรม ติดต่อให้เข้าชมโทร. (042) 711274 เปิดบริการตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น.

ศูนย์วัฒนธรรมไทยโส้เป็นที่แสดงสิ่งของ เครื่องใช้ของชนเผ่าต่าง ๆศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดสกลนครศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดสกลนครศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดสกลนครเปิดบริการตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น.


อ่านต่อรายละเอียด ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร
---------------------------------------

ชาวภูไทบ้านโนนหอม

ตำบลโนนหอม อยู่ห่างจากตัวเมืองไปตามเส้นทางสกลนคร- นาแก (ทางหลวงหมายเลข 223) ประมาณ 13 กม. มีทางแยกขวาอีกประมาณ 2 กม. ชาวภูไทที่บ้านโนนหอมนี้อพยพมาจากฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง เมื่อประมาณ 100 กว่าปีแล้ว และยังรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวภูไทไว้ ติดต่อการแสดงจัดพาแลงและการฟ้อนรำของชาวภูไทล่วงหน้าที่ ศูนย์สาธิตการตลาดบ้านโนนหอม เลขที่ 5 หมู่ที่ 2 ตำบลโนนหอม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร


อ่านต่อรายละเอียด ชาวภูไทบ้านโนนหอม
---------------------------------------

ถนนคนเดินฮักเมืองสกล

ถนนคนเดินฮักเมืองสกล เป็นถนนคเดิน ชอป รับสายลม ที่หอบเอาความเย็น ผ่านเวิ้งน้ำมาจากหนองหาร มีทั้งของใช้ ของทำมือ ของกิน ให้ทุกท่านได้เดินเลือกสรรหาของที่ใช่ ของที่ชอบกันได้เลย เหมาะสำหรับมาเที่ยวเป็นครอบครัว หรือเพื่อนฝูง

ถนนคนเดินฮักเมืองสกลมีร้านค้าต่างๆ มากมายถนนคนเดินฮักเมืองสกล


อ่านต่อรายละเอียด ถนนคนเดินฮักเมืองสกล
---------------------------------------

บ้านท่าแร่

หมู่บ้านท่าแร่ หรือเรียกว่า ชุมชนคาทอลิค ตั้งอยู่ในริมหนองหาร บนทางหลวงหมายเลข 22 (สกลนคร-นครนม) ต.ท่าแร่ อ.เมือง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 21 กม. หมู่บ้านท่าแร่ เป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็นหมู่บ้านที่มีประชากรนับถือศาสนาคริสต์มากที่สุดในประเทศไทย เป็นชุมชนที่เก่าแก่มีอายุกว่า 100 ปี ชาวบ้านแทบทุกหลังคาเรือนนับถือศาสนาคริสต์ ในอดีตประมาณปี พ.ศ.2427 ประชากรชาวท่าแร่เป็นคริตชน อพยพมาจากประเทศเวียดนามประมาณ 40 คน อาศัยอยู่ในตัวเมืองสกลนคร และมีบาทหลวงเกโก(มิชชั่นนารีชาวฝรั่งเศส) เป็นผู้ดูแลความเป็นอยู่ แต่เนื่องจากจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น กอปรกับมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ของรัฐบางคน จึงได้ย้ายมาตั้งถิ่นฐานใหม่ที่บ้านท่าแร่ ซึ่งเต็มไปด้วยป่าไม้มีหินลูกรังทั่วไป และคนพื้นเมืองเรียก "หินแฮ่" และยังเป็นที่ตั้งของอัครสังฆมณฑลท่าแร่ หนองแสง หรือสำนักมิสซังท่าแร่ฯ หมู่บ้านนี้มีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมตารางหมากรุก คล้ายกับบ้านเมืองในแถบประเทศตะวันตก นอกจากนี้ยังมีบ้านเรือนสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศสที่งดงามเรียงรายสองข้างทางในถนนสายหลักของหมู่บ้านเป็นจำนวนมาก 


อ่านต่อรายละเอียด บ้านท่าแร่
---------------------------------------

วัดพุทธไสยาราม

วัดพระพุทธไสยาราม ตั้งอยู่ที่บ้านเชียงเครือ ต.เชียงเครือ อ.เมือง จ.สกลนคร อยู่ห่างจากตัวเมืองสกลนคร ไปตามถนนสายสกลนคร-นครพนม ประมาณ 25 กิโลเมตร อยู่ติดกับหนองหารด้านทิศตะเหนือ วัดแห่งนี้ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ หรือชาวบ้านเรียกว่าพระนอน พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ที่มีการบอกเล่ากันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ ใครที่ไปกราบไหว้บูชา มักประสบผลสำเร็จแทบทุกคน ซึ่งเป็นพระที่สร้างขึ้นมาไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด


อ่านต่อรายละเอียด วัดพุทธไสยาราม
---------------------------------------

น้ำตกคำหอม

น้ำตกคำหอมเเป็นน้ำตกที่สวยงามมากเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เเพราะเดินทางเข้าภึงน้ำตกได้สะดวกสบาย น้ำตกคำหอมเกิดจากป่าบนเทือกเข้าภูพานเป็นน้ำตกในลำธารหินทรายไหลลดหลั่นลงมา และแผ่ออกไปตามลานหินเป็นบริเวณกว้าง


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกคำหอม
---------------------------------------

ฟาร์มฮัก สกลนคร

Farm Hug ตั้งอยู่ที่ จ.สกลนคร เป็นร้านอาหาร โดยเน้นพวกโคขุนโพนยางคำ มีร้านกาแฟ ฟาร์มแกะ มีจัดมุมต่างๆ ไว้ถ่ายรูป ในบรรยากาศ cowboy แกะในฟาร์มนี้ น่าเอ็นดูมาก เข้ากับคนง่าย มุมสำหรับไว้ถ่ายรูปก็มีมายมายเลยครับ เช่น ง่ายๆ เลยก็ถ่ายกับป้าย Farm Hug การตกแต่งภายนอกร้านก็เป็นบรรยากาศน่ารักๆ ด้วยบรรดารูปปั่นคุณแกะ มากมายเลยทีเดียว

ที่ตั้ง: 263 บ้านโพนยางคำ ตำบลโนนหอม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

เวลาเปิด-ปิด: 11.30-22.00 น.

โทร. 08 8572 6288

Farm Hug ภายในมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และฟาร์มแกะมีมุมถ่ายรูปมากมายFarm Hugบรรยากาศภายใน Farm Hugบริเวณฟาร์มแกะแกะในฟาร์มนี้ น่าเอ็นดูมาก เข้ากับคนง่ายFarm Hugนอกจากแกะแล้วก็มีกระต่ายด้วยFarm Hug


อ่านต่อรายละเอียด ฟาร์มฮัก สกลนคร
---------------------------------------

ครามสกล

ครามสกล คือ ธุรกิจค้าผ้าฝ้ายย้อมคราม ทอมือ ที่เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มผู้ประกอบการที่มีความรัก หลงไหล ในผ้าฝ้ายย้อมคราม ทอมือของจังหวัดสกลนคร ผ้าคราม คือ ผ้าย้อมสีธรรมชาติจากคราม บริเวณที่ผลิตกันมากจะอยู่ในแถบพื้นที่จังหวัดสกลนครซึ่งเป็นแหล่งที่ยอมรับว่าเป็นแหล่งผลิตผ้าย้อมครามที่มีคุณภาพ ลวดลายสวยงาม รวมทั้งมีสีสัน รูปแบบที่เฉพาะตัว นอกจากนี้ ชุมชนที่อยู่ในท้องถิ่นมีความรู้และทักษะในการทอผ้าและการย้อมด้วยสีธรรมชาติจากครามเพื่อใช้เองภายในครัวเรือนและใช้เป็นสินค้าเพื่อแลกเปลี่ยนกันมาช้านานแล้ว สิ่งนี้จึงถือว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่นอันสวยงามอีกประการหนึ่ง

 


อ่านต่อรายละเอียด ครามสกล
---------------------------------------

วัดถ้ำผาแด่น

วัดถ้ำผาแด่น ประชาชนขึ้นมาสักการะวัดถ้ำผาเเด่น ที่อยู่บนเขาระหว่างที่เราขับรถเดินทางขึ้นไป สามารถมองเห็นวิวสวยๆของวัดที่ตั้งสง่ามองเห็นแต่ไกลแบ่งเป็นหน้าผาหลายชั้น

จุดที่บอกว่าสวยอีกจุดนึงเลยและต้องบอกว่าที่ได้คำขาลว่า หินเทพ เพราะเป็นลานหินแกะสลักเป็นรูปต่างๆ ทั้งครุฑเวสสุวรรณ พระพุทธเจ้าปางต่างๆ ไปชมความสวยงานของประติมากรรมชั้นเลิศกันได้เลย เรียกได้ว่าเที่ยวไปอิ่มบุญไปและตื่นตาตื่นใจกับประติมากรรมฝีมือมนุษย์ที่แกะสลักภูเขาทั้งลูกเปลี่ยนจากหินภูเขาธรรมดา กลายเป็นของมีคุณค่าทางจิตใจไม่สามารถเปรียบเป็นมูลค่าได้

วัดถ้ำผาแด่นวัดถ้ำผาแด่นเป็นลานหินแกะสลักเป็นรูปต่างๆ ทั้งครุฑเวสสุวรรณ พระพุทธเจ้าปางต่างๆวัดถ้ำผาแด่นประติมากรรมฝีมือมนุษย์ที่แกะสลักภูเขาทั้งลูกวัดถ้ำผาแด่นวัดถ้ำผาแด่นวัดถ้ำผาแด่น


อ่านต่อรายละเอียด วัดถ้ำผาแด่น
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา