สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง บ้านพักพัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
ระนอง ......เชิญประชาสัมพันธ์ข้อมูลของท่าน ฟรี......

ระนอง

>

ที่พักระนอง

>

แผนที่ระนอง

>

ร้านอาหารระนอง

>

การเดินทางระนอง

>

ประวัติระนอง


อำเภอเมือง, ระนอง


บ่อน้ำร้อน-สวนสาธารณะ

อยู่ห่างจากเขตเทศบาลเมืองระนองไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 4005 ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 2 กิโลเมตร ในปี พ.ศ.2433 พระบาทสมเด็จพระเจ้าจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เสด็จประพาสเมืองระนอง ได้พระราชทานชื่อถนนที่จะไปยังบ่อน้ำร้อนว่า “ถนนชลระอุ” บ่อน้ำร้อนซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาตินี้มีอยู่ 3 บ่อ คือ บ่อพ่อ บ่อแม่และบ่อ ลูก ทั้ง 3 บ่อมีอุณหภูมิสูงประมาณ 65 องศาเซลเซียส สามารถใช้ดื่มและอาบได้ มีประโยชน์ต่อร่างกายในแง่การบำบัดรักษาสุขภาพ นอกจากนี้ยังถือเป็นน้ำบริสุทธิ์ จึงเป็นแหล่งหนึ่งที่นำไปผ่านพิธีพุทธาภิเษก ทำน้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่อใช้เป็นน้ำพระพุทธมนต์ในคราวพระราชพิธีฉลองพระ ชนมพรรษา ครบ 5 รอบ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากนั้นบริเวณใกล้ ๆ บ่อน้ำร้อนได้จัดเป็นสวนสาธารณะ “รักษะวาริน” มีศาลาที่พักและห้องอาบน้ำร้อนไว้บริการด้วย

บ่อน้ำร้อนบ่อแม่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากโซนเล่นน้ำสระว่ายน้ำป้ายด้านหน้า พุน้ำร้อน ระนอง


อ่านต่อรายละเอียด บ่อน้ำร้อน-สวนสาธารณะ
---------------------------------------

วัดหาดส้มแป้น

วัดหาดส้มแป้น ตั้งอยู่หมู่ 3 ตำบลหาดส้มแป้น ห่างจากเทศบาลเมืองระนองไปตามทางหลวง หมายเลข 4005 (ถนนชลระอุ) ระยะทาง 7 กิโลเมตร หรือห่างจากสวนสาธารณะรักษะวาริน 6 กิโลเมตร สิ่งน่าสนใจภายในวัดคือ ปลาพลวง ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากอาศัยอยู่ในคลองหาดส้มแป้น ไม่มีผู้ใดจับปลาดังกล่าวเพราะถือว่าเป็นปลาศักดิ์สิทธิ์ ในบริเวณวัดมีศาลาริมน้ำสำหรับให้นักท่องเที่ยวให้อาหารปลา และวัดหาดส้มแป้นยังเป็นที่ตั้งของศาลาที่ประดิษฐานรูปเหมือนหลวงพ่อคล้าย ซึ่งเป็นพระภิกษุที่ประชาชนในภาคใต้ให้ความ เคารพนับถือมาก และมรณภาพที่วัดนี้

ด้านหน้าวัดหาดส้มแป้นเข้ากราบไหว้พระ บูชา

 


อ่านต่อรายละเอียด วัดหาดส้มแป้น
---------------------------------------

สุสานเจ้าเมืองระนอง

ตั้งอยู่ด้านขวามือของทางหลวงหมายเลข 4004 (ระนอง-ปากน้ำ) ห่างจากเขตเทศบาลเมืองประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นสุสานแบบจีนฝังศพของพระยารัตนเศรษฐี(คอชู้เจียง) เจ้าเมืองระนองคนแรก บริเวณสุสานซึ่งเป็นที่ดินที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 บริเวณสุสานปูด้วยศิลา 3 ชั้น สองข้างมีตุ๊กตาแกรนิตโบราณนำมาจากประเทศจีน ประกอบด้วยรูปขุนนางจีนฝ่ายบู๊ฝ่ายบุ๋นรูปม้า รูปแพะ รูปสิงห์โต


อ่านต่อรายละเอียด สุสานเจ้าเมืองระนอง
---------------------------------------

วัดสุวรรณคีรี

อยู่ในเขตเทศบาลเมืองระนอง ไปตามถนนหมายเลข 4004 (สายระนอง-ปากน้ำ) เป็นวัดเก่าแก่อายุร้อยกว่าปี ในวัดมีเจดีย์ศิลปะพม่าสูง 10 เมตร มีอายุกว่า 70 ปี สร้างโดยชาวพม่า ในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปยืนทรงเครื่องลวดลายงดงามมาก และมีหอระฆังลายแมว

วัดสุวรรณคีรี (วัดขี้เหล็ก) ตั้งอยู่เลขที่ 796 ถนนรุ่งประชา แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร หรือเรียกบริเวณนี้ว่า สามแยกคลองชักพระ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 13 ไร่ 1 งาน 12 ตารางวา โฉนดเลขที่ 4435 พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มอยู่ริมคลองบางกอกน้อย มีคูนํ้าโดยรอบวัดอาณาเขตทิศเหนือติดต่อกับคูนํ้าทิศใต้ติดต่อกับคูนํ้าและโรงเรียนเสริมศรัทธาทิศตะวันออกติดต่อกับคูนํ้ากั้นเขตทิศตะวันตกติดต่อกับคลองบางกอกน้อยวัดสุวรรณคีรี(วัดขี้เหล็ก) เป็นวัดโบราณเก่าแก่สร้างในปลายรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประมาณ พ.ศ. 2228 เดิมมีนามว่า “วัดขี้เหล็ก” โดยมีพระธุดงค์รูปหนึ่งได้มาปักกลดอยู่ในบริเวณดงต้นขี้เหล็กซึ่งมีอยู่มากมาย ชาวบ้านจึงช่วยกันสร้างเป็นวัดขึ้นมา และวัดนี้ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่หมดทั้งวัดในราว พ.ศ. 2338 โดยสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท และได้เปลี่ยนนามวัดเสียใหม่ว่า “วัดสุวรรณคีรี” วัดนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาราวพ.ศ. 2228 พร้อมกับระยะเวลาการประกาศสร้างวัด เขตวิสุงคามสีมากว้าง 26 เมตร ยาว 40เมตรในวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2472 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จมาถวายพระราชทานผ้าพระกฐินต้นเป็นการส่วนพระองค์

ด้านหน้าวัดสุวรรณคีรีภายในพระอุโบสถพระประทาน ยืนจุดตีระฆัง


อ่านต่อรายละเอียด วัดสุวรรณคีรี
---------------------------------------

น้ำตกปุญญบาล

ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติลำน้ำกระบุรี เป็นน้ำตกที่ไหลแรงตลอดปี อยู่ติดกับถนนเพชรเกษมสายเก่า บริเวณกิโลเมตรที่ 598 ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 2 กิโลเมตร มีนักท่องเที่ยวแวะชมปีละเกือบแสนคน ต้นน้ำเกิดจากป่าละอุ่นและป่าราชกรูด บริเวณต้นน้ำของน้ำตกปุญญบาลมีต้นพญาไม้ หรือขุนไม้ ขนาดโตวัดรอบที่ระดับความสูงเพียงอก 442 เซนติเมตร สูง 50 เมตร

เดิมชื่อน้ำตกเส็ดตะกวด ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลบางนอน ริมทางหลวงหมายเลข 4 ทางไปจังหวัดชุมพร กิโลเมตรที่ 597 จะเห็นน้ำตกอยู่ด้านขวามือ สูงประมาณ 20 เมตร เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวแวะพักผ่อน มีบริเวณที่จอดรถ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก

น้ำตกปุญญบาลน้ำตกปุญญบาลน้ำตกแรงมาก เป็นช่วงน้ำเยอะมากช่วงนี้น่าเล่นน้ำที่สุดแล้วน้ำตกปุญญบาล มาแล้วไม่ผิดหวัง


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกปุญญบาล
---------------------------------------

น้ำตกโตนเพชร

ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลราชกรูด ห่างจากเขตเทศบาลเมืองระนอง 29 กิโลเมตร (ระนอง-พังงา) กิโลเมตรที่ 641 เลี้ยวซ้ายไปตามถนนลูกรังที่มีป้ายบอกทางเข้าค่ายลูกเสือระนอง 2 กิโลเมตร จากนั้นเดินเท้าเข้าไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณน้ำตกโตนเพชร ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีทั้งหมด 11 ชั้น แต่ละชั้นสายน้ำมีลักษณะลดหลั่นลงมาผ่านแนวชะง่อนหินดูสวยงาม และมีน้ำไหลตลอดทั้งปี โดยต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาพ่อตาโชงโดง ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดระนอง ส่วนสภาพป่าข้างเคียงเป็นป่าดิบชื้น สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะไปชมน้ำตกโตนเพชร สามารถติดต่อชาวบ้านที่อยู่ใกล้น้ำตกให้เป็นผู้นำทางไปชมน้ำตกได้


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกโตนเพชร
---------------------------------------

อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว

นับได้ว่าเป็นน้ำตกคู่เมืองระนอง เพราะทุกคนที่เดินทางผ่านตัวเมืองระนองจะต้องเห็นสายน้ำสีขาวของน้ำตกหงาวที่ไหลตกลงมาจากหน้าผาสูง อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 417,500 ไร่ หรือ 668 ตารางกิโลเมตร อยู่ในอำเภอเมือง อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง และอำเภอพะโต๊ะ อำเภอทุ่งตะโก อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนทอดตัวยาวระหว่างสองจังหวัด มีสันเขานมสาวเป็นเส้นแบ่งเขตจังหวัดระนองกับจังหวัดชุมพร  อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว เดิมชื่อ อุทยานแห่งชาติคลองเพรา มีประวัติการจัดตั้งเริ่มจากเมื่อในปี พ.ศ. 2521 ป่าไม้เขตสุราษฎร์ธานี ได้มีหนังสือถึงกรมป่าไม้แจ้งว่า บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าทุ่งระยะนาสัก ท้องที่อำเภอสวี จังหวัดชุมพร สภาพป่าและภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีไม้มีค่าเป็นจำนวนมาก เป็นป่าต้นน้ำลำธาร สัตว์ป่าชุกชุม ธรรมชาติสวยงามเหมาะแก่การจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวในลักษณะของอุทยานแห่งชาติ

หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งกองอนุรักษ์สัตว์ป่าได้สำรวจแล้วแจ้งว่า ป่าดังกล่าวไม่เหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า    กองอุทยานแห่งชาติได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ไปสำรวจเบื้องต้นได้รับรายงานว่า พื้นที่ดังกล่าวมีสภาพธรรมชาติที่เหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติได้ ประกอบกับในปี พ.ศ. 2524 นายประมวล กุลมาตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร ได้มีหนังสือกราบเรียน ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี เสนอว่า ที่หมู่บ้านหมู่ที่ 13 (ปัจจุบัน หมู่ที่ 5) ตำบลตะโก อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร มีน้ำตกสวยงาม น้ำไหลตลอดปี มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ เห็นควรสงวนไว้จัดเป็นอุทยานแห่งชาติ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีบัญชาให้กรมป่าไม้รับไปพิจารณาดำเนินการต่อไป    กองอุทยานแห่งชาติ จึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ออกไปดำเนินการบุกเบิกจัดตั้งอุทยานแห่งชาติคลองเพราตั้งแต่ปีงบประมาณ 2524 แต่ต่อมาเกิดเหตุการณ์บ้านเมืองไม่สงบ เนื่องจากการแทรกซึมของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ไม่เป็นที่ปลอดภัยต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จึงได้ระงับแผนงานไว้เป็นการชั่วคราว เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ในปี พ.ศ. 2526 กองอุทยานแห่งชาติจึงได้ให้เจ้าหน้าที่ออกไปบุกเบิกจัดตั้งอุทยานแห่งชาติคลองเพราอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2527 เป็นต้นมา

   สำหรับน้ำตกหงาวนั้น เดิมคือ วนอุทยานน้ำตกหงาว อยู่ในท้องที่ตำบลหงาว อำเภอเมือง จังหวัดระนอง มีแนวเขตตามแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาน้ำตกหงาว มีเนื้อที่ประมาณ 2.93 ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดระนอง อยู่ในความดูแลของสำนักงานป่าไม้จังหวัดระนองมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2498 จนถึงปี พ.ศ. 2524 จึงได้โอนไปขึ้นกับกองอุทยานแห่งชาติ ซึ่งได้ให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแหลมสนมาเป็นผู้ควบคุมดูแลวนอุทยานน้ำตกหงาวอีกหน้าที่หนึ่ง    ต่อมาในปี พ.ศ. 2532 ได้มีการผนวกวนอุทยานน้ำตกหงาวเข้าเป็นเขตอุทยานแห่งชาติคลองเพราและเปลี่ยนชื่อมาเป็น “อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว” เมื่อปี พ.ศ. 2537    ปัจจุบันอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แล้ว ประกอบด้วยพื้นที่ทั้งหมด 417,500 ไร่ โดยได้ตราพระราชกฤษฎีกากำหนดที่ดินป่าป่าละอุ่น และป่าราชกรูดในท้องที่ตำบลบางแก้ว ตำบลละอุ่นใต้ ตำบลบางพระเหนือ ตำบลละอุ่นเหนือ อำเภอละอุ่น ตำบลบางริ้น ตำบลหาดส้มแป้น ตำบลหงาว ตำบลราชกรูด อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ป่าทุ่งระยะ ป่านาสัก ป่าเขาตังอา ป่าคลองโชน ป่าพะโต๊ะ ป่าปังหวาน และป่าปากทรง ในท้องที่ตำบลเขาค่าย อำเภอสวี ตำบลช่องไม้แก้ว ตำบลตะโก อำเภอทุ่งตะโก ตำบลนาขา ตำบลวังตะกอ ตำบลหาดยาย อำเภอหลังสวน และตำบลปังหวาน ตำบลพระรักษ์ ตำบลพะโต๊ะ ตำบลปากทรง อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนที่ 44 ก วันที่ 2 มิถุนายน 2542 เป็นลำดับที่ 93 ของประเทศ    ลักษณะภูมิประเทศ    เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนมีที่ราบน้อยมาก เทือกเขาเป็นทิวยาวในแนวเหนือ–ใต้ ประกอบด้วย เขาแดน เขาห้วยเสียด เขานมสาว ยอดเขาที่สูงที่สุด คือ ยอดเขานมสาว มีความสูง 1,089 เมตรจากระดับน้ำทะเล สันเขาที่เป็นแนวยาวนี้เป็นเส้นแบ่งเขตจังหวัดระนองกับจังหวัดชุมพร และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญ เช่น คลองสวี คลองเพรา คลองตะโก และคลองหลังสวน ในจังหวัดชุมพร คลองละอุ่น คลองระวิ คลองหาดส้มแป้น คลองบางริ้น คลองหงาว และคลองราชกรูด ในจังหวัดระนอง    ลักษณะภูมิอากาศ    สภาพภูมิอากาศ อยู่ในเขตลมมรสุม ในฤดูฝนจะมีฝนตกชุกระหว่างเดือน พฤษภาคม - ธันวาคม ช่วงที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยว คือ ในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน - เมษายน    พืชพรรณและสัตว์ป่า    สภาพป่าในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว เป็นป่าดิบชื้น มีต้นไม้ใหญ่ ไม้มีค่าและไม้พื้นล่างขึ้นอยู่หนาแน่นที่สำคัญ ได้แก่ พญาไม้ ตะเคียนทอง หลุมพอ จำปา ยาง ยูง บุนนาค ตะแบก อินทนิล มังตาล กระบาก ตาเสือ ตะเคียนทราย สมพง พิกุลป่า มะม่วงป่า ไข่เขียว ฯลฯ พืชพื้นล่างและพืชอิงอาศัยได้แก่ หวาย ระกำ ไผ่ เฟิน โกมาซุม และบัวผุด เป็นต้น    โกมาซุม เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดระนอง เป็นกล้วยไม้ชนิดหนึ่ง มีชื่อว่า “เอื้องเงินหลวง” ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dendrobium formosum Roxb. ex Lindl. มีลักษณะคล้ายดอกแคทลียา กลีบสีขาว กลีบใหญ่จะมีแต้มสีเหลืองอ่อนอยู่ตรงกลาง ดอกจะมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ จะออกดอกในช่วงเดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม พบมากบริเวณป่าที่มีความชุ่มชื้นสูง โดยเฉพาะป่าที่น้ำตกหงาว    สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ ได้แก่ สมเสร็จ กระทิง เสือดำ หมี เก้ง ลิง ค่าง หมูป่า หมีขอ เลียงผา กระรอก งูเห่า งูจงอาง งูเหลือม เต่า ตะพาบน้ำ ไก่ป่า นกหว้า นกกาฮัง นกเงือก ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีสัตว์ที่เป็นจุดเด่นที่สำคัญยิ่ง คือ “ปูเจ้าฟ้า” ปูน้ำตกพันธุ์ใหม่ พบครั้งแรกในโลกที่บริเวณน้ำตกหงาว จังหวัดระนอง นอกจากนั้น มีการพบช้างป่าในป่าพะโต๊ะ จำนวน 2 โขลง    ปูเจ้าฟ้า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Phricotelphusa sirindhorn Naiyanete ชื่อสามัญว่า Panda crab เป็นปูชนิดใหม่ของโลกพบครั้งแรกที่น้ำตกหงาว มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่โดดเด่นไม่เหมือนปูน้ำจืดทั่วๆ ไป คือ บริเวณส่วนของกระดองและก้ามเป็นสีขาว บริเวณปากและเบ้าตา และขาทั้งสี่คู่ เป็นสีม่วงดำ

น้ำตกหงาว มองจากไกลๆน้ำตกที่ไหลตามภูเขา


อ่านต่อรายละเอียด อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว
---------------------------------------

ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาว

อยู่ห่างจากตัวเมืองระนองประมาณ 15 กิโลเมตร ป่าชายเลนหงาวเป็นแหล่งเกิดและเติบโตของสัตว์ทะเลนานาชนิด ก่อนที่จะแข็งแรงและอาศัยหากินในทะเล ที่ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาวได้จัดเจ้าหน้าที่ไว้นำชมธรรมชาติ ทั้งพรรณไม้ป่าและสัตว์ป่า การทัศนศึกษาในเขตป่าชายเลนนี้ ต้องทำจดหมายถึงหัวหน้าศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาว หมู่ที่ 4 บ้านล่าง ตำบลหงาว อำเภอเมือง จังหวัดระนอง 85000 หรือสำนักงานป่าไม้จังหวัด โทร. 0 7784 8392

 

เห็นปลาตีนด้วย


อ่านต่อรายละเอียด ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาว
---------------------------------------

ภูเขาหญ้าหรือเขาหัวล้าน

 ภูเขาหญ้าหรือเขาหัวล้าน หรือเขาผี ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลหงาว จากเขตเทศบาลเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 4 (ระนอง-พังงา) ประมาณ 13 กิโลเมตร เขาหัวล้านหรือเขาผีนี้ เป็นภูเขาที่ไม่มีไม้ใหญ่ขึ้น ในฤดูฝนมีหญ้าสีเขียวขึ้นปกคลุมแนวเขาที่ทอดตัวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ บางครั้งจึงเรียกว่า ภูเขาหญ้า ที่ราบเชิงเขามีทางเดินเท้าสำหรับนักท่องเที่ยวขึ้นสู่บนสันเขาเพื่อชมทิวทัศน์โดยรอบ

 

ภูเขาหญ้าหรือเขาหัวล้าน หรือเขาผี อยู่ในเขต ต.หงาว จากเขตเทศบาลเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 4 (ระนอง-พังงา) ประมาณ 11-12 กิโลเมตร เขาหัวล้านหรือเขาผีนี้ เป็นภูเขาที่ไม่มีไม้ใหญ่ขึ้น พืชพรรณที่ปรากฏส่วนใหญ่ในฤดูฝนคือ หญ้าสีเขียวซึ่งขึ้นปกคลุมแนวเขาที่ทอดตัวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ บางครั้งจึงเรียกกันว่า ภูเขาหญ้า ในช่วงฤดูร้อนหญ้าจะตาย ภูเขาจึงแลดูเป็นสีน้ำตาล ที่ราบเชิงเขามีทางเดินเท้าสำหรับนักท่องเที่ยวขึ้นสู่บนสันเขาเพื่อชมทิวทัศน์โดยรอบ

 ภูเขาหฯ้า หรือเขาหัวล้านทางผ่านภูเขาหญ้า


อ่านต่อรายละเอียด ภูเขาหญ้าหรือเขาหัวล้าน
---------------------------------------

หาดชาญดำริ

อยู่ห่างจากเทศบาลเมืองระนองไปตามทางหลวงหมายเลข  4004  (ระนอง - ปากน้ำ)  ระยะทาง  9  กิโลเมตร  หรือห่างจากสุสานเจ้าเมืองระนอง  8  กิโลเมตร  ก่อนถึงหาดชาญดำริประมาณ  200  เมตร  จะเป็นเนินเขาสูง  สามารถชมทิวทัศน์ของชุมชนปากน้ำระนอง  และเกาะสองหรือวิคตอเรียพอยท์ของฝั่งพม่า  ตลอดจนเกาะแก่งอื่น ๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณปากน้ำกระบุรีและยังเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถชมพระอาทิตย์ตกได้  หาดชาญดำริเป็นที่ตั้งของจันทร์สมบีชรีสอร์ท  โดยมีท่าเทียบเรือสำหรับเรือท่องเที่ยวซึ่งบริการนำเที่ยวไปยังเกาะต่าง ๆ  ของระนองในทะเลอันดามัน

หน้าทะเล ชายหาดชาญดำริ

 


อ่านต่อรายละเอียด หาดชาญดำริ
---------------------------------------

วิคตอเรียพอยท์ หรือ เกาะสอง

เป็นดินแดนในฝั่งสหภาพพม่า ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับประเทศไทย โดยมีแม่น้ำกระบุรีกั้นขวางตรงตัวจังหวัดระนองพอดี นักท่องเที่ยวที่ต้องการไปชมหรือซื้อสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก เช่น พลอย เครื่องหวาย เครื่องเขินพม่า เครื่องประดับทำจากเปลือกหอยและงาช้าง ฯลฯ สามารถเช่าเรือหางยาวจากท่าสะพานปลาในอัตราลำละ 200-300 บาท ใช้เวลาข้ามฟากประมาณ 20 นาที อนุญาตให้ข้ามไปเที่ยวได้เฉพาะคนไทยเท่านั้น แต่ต้องทำบัตรผ่านแดนก่อน โดยติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนอง ถนนสะพานปลา โทร. 0 7782 2016, 0 7781 2331 โทรสาร 0 7782 1216


อ่านต่อรายละเอียด วิคตอเรียพอยท์ หรือ เกาะสอง
---------------------------------------

เกาะช้าง

ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลเกาะพยาม อยู่ห่างจากเกาะพยามประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นเกาะขนาดใหญ่ มีชาวบ้านอาศัยอยู่บนเกาะประมาณ 80 ครอบครัว ซึ่งอพยพมาจากเกาะพะงัน เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง และจังหวัดอื่น ๆ ทางภาคกลาง กว่า 30 ปีมาแล้ว ด้านทิศตะวันออกของเกาะไม่มีหาดทราย แต่มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนและมีชาวเล เผ่ามอแกน มาอาศัยอยู่เป็นบางครั้ง    นอกจากนั้นเกาะช้าง ยังเป็นแหล่งปลูกกาหยู (เม็ดมะม่วงหิมพานต์) พันธุ์พื้นเมืองที่ดีที่สุดของประเทศแห่งหนึ่ง และมีศูนย์แปรรูปผลิตผลทางการเกษตร ของกลุ่มแม่บ้านเกาะช้าง ซึ่งจะผลิตไวน์จากผลกาหยู การแปรรูปเม็ดมะม่วงหิมพานต์อีกด้วย

กิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวบนเกาะช้าง ได้แก่    การเดินออกกำลังกายไปจุดชมวิวของเกาะช้าง ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง เสียค่าคนนำทาง คนละ 100 บาท สำหรับหมู่คณะ 10 คน ราคา 300 บาท    การตกปลา เกาะช้างเป็นแหล่งปลาชุกชม เช่น ปลาเก๋า ปลากะพง ปลาหม้อแตก ปลาอินทรี และเกาะเกียงใกล้ ๆ กับเกาะช้างก็มีปลาชุกชุมเช่นกัน อาทิ ปลาสากเหลือง ปลาสากดำ ปลาสละ ปลากะมง เป็นต้น นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือเพื่อตกปลาแบบใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง คนละ 200 บาท หรือแบบไปเย็นกลับเช้า คนละ 500 บาทได้จากชาวบ้านบนเกาะ    การขี่จักรยานเสือภูเขา ผ่านสวนกาหยู สวนยางที่ร่มรื่น ป่าชายเลน ชมปูหลากสีนานาชนิด    การดูนก มีนกมากมายหลายชนิดที่เกาะช้าง โดยเฉพาะนกเงือก เป็นนกเงือกพันธุ์เล็ก เรียกว่า “นกแก๊ก” และชาวบ้านบนเกาะช้างจะไม่จับหรือยิงนกเงือก ทำให้นกเงือกบนเกาะคุ้นเคยและไม่กลัวคน สามารถหาดูได้ง่าย ยกเว้นเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่นกเงือกสร้างรังเลี้ยงลูก    อบสมุนไพร ที่วัดเกาะช้าง โดยสมุนไพรโบราณ    การเดินทาง สามารถเช่าเรือจากปากน้ำระนอง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ค่าโดยสารชายไทย 60 บาท ชาวต่างประเทศ 100 บาท หากต้องการเช่าเหมาเรือไป-กลับ ราคา 1,000-1,500 บาท สอบถามข้อมูลได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดระนอง โทร. 0 7781 1091, 0 7782 2748 โทรสาร 0 7782 3058

 


อ่านต่อรายละเอียด เกาะช้าง
---------------------------------------

ศาลหลักเมืองระนอง

ชาวระนองถือว่า จังหวัดระนองเป็นเมืองน้ำแร่ มีน้ำแร่เป็นทรัพยากรหลัก มีสายฝนมากมาย และในการทำเหมืองแต่เดิมจะต้องมีการใช้น้ำ จึงมีความเชื่อเรื่องพญานาค โดยสร้างพญานาค หันหน้าเข้าหากันไว้ด้านหน้าศาลหลักเมือง

ในอดีตเคยเป็นบ้านพักเก่าของพระยารัตนเศรษฐี เจ้าเมืองระนอง ศาลหลักเมืองมีลักษณะเป็นศาลาจัตุรมุขทรงไทย มียอดศาลาตามลักษณะภูมิสถาปัตย์พระธาตุไชยาจำนวนห้ายอด มีความสูงถึงยอด 13.60 เมตร ตัวศาลมีขนาดกว้างยาวด้านละ 6 เมตร มีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2533 และมีการบวงสรวงทุกปี ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ของทุกปี จะมีการบวงสรวงโดยพรามณ์ จากสำนักพระราชวังเป็นผู้ประกอบพิธี ซึ่งในแต่ละปีมีประชาชน และนักท่องเที่ยวตั้งใจเดินทางมาบูชาอธิษฐานขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และครอบครัว นิยมจะจุดธูป 3 ดอก พร้อมดอกไม้กราบไหว้ขอพรหรือขอสิ่งที่ต้องการ โดยบนบานว่าให้ได้รับความสุข ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต ตลอดจนปัญหาชีวิตที่ประสบอยู่ให้หายคลายไป 

ด้านหน้าของ ศาลหลักเมืองระนองเสาหลักเมืองเสาหลัก ไว้สำหรับกราบไหว้


อ่านต่อรายละเอียด ศาลหลักเมืองระนอง
---------------------------------------

อ่าวใหญ่

อ่าวใหญ่ หาดทรายเป็นพื้นราบลงสู่ทะเล เรือสามารถเข้าจอดได้เฉพาะช่วงปลายของหาดตอนเหนือ และช่วงปลายของหาดตอนใต้ เพื่อหลบลูกคลื่นที่มีทิศทางตัดเฉียงกับชายหาดตอนใต้ไปสู่ชายหาดตอนเหนือ ตลอดแนวชายหาดมีบาร์เบียร์ บังกะโล ที่พักราคาประหยัดอยู่หลายแห่ง อ่าวใหญ่มีชื่อเหมือนกับอ่าวใหญ่ของเกาะช้าง ชายหาดถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนโดยลำคลองเล็กๆ ชายหาดตอนเหนือมีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร ตอนเหนือสุดเป็นโขดหิน ส่วนชายหาดตอนใต้มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ตอนใต้สุดเป็นโขดหิน 


อ่านต่อรายละเอียด อ่าวใหญ่
---------------------------------------

ท่าเรือเกาะพยาม

ท่าเรือบนเกาะพยาม อยู่ติดกับวัดเกาะพยาม มีร้านค้า ร้านอาหาร และที่เช่ามอเตอร์ไซด์ไว้ขับรอบเกาะ ถนนเล็กจึงไม่มีรถยนต์วิ่งผ่าน เราสามารถติดต่อเรื่อไปกลับ ได้ตามร้านค้าบริเวณนี้

การเดินทางไปเกาะพยาม

ท่าเทียบเรือ ตำบลปากน้ำ เป็นท่าเรือสำหรับการเดินทางไปเที่ยวเกาะพยาม เกาะช้าง จังหวัดระนอง มีบริการเรือโดยสารเป็นประจำทุกวัน เดินทางไปเกาะพยาม จะมีเรือออกจากท่าเทียบเรือ

สำหรับคนที่จะโดยสารเรือเร็วเรือจะออกเกือบทุกชั่วโมงคนละ 300 บาท เรือหมดช่วงเวลา 17.00 น.

เดินทางไปเกาะพยาม สามารถนั่งเรือโดยสาร โดยจะมีบริการนักท่องเที่ยว

จากท่าเรือระนอง – เกาะพยาม 2 เที่ยว ในเวลา 09.00 น. และ 14.00 น.

เที่ยวกลับจากเกาะพยาม – ท่าเรือระนอง 2 เที่ยวเช่นกัน ในเวลา 08.30 น. และ 14.00 น. ราคา 150 บาท

หรือใช้บริการเรือเร็วโดยจะมีบริการ

จากเกาะพยาม – ท่าเรือระนอง เวลา 09.00 น. และ 13.30 น.

จากท่าเรือระนอง – เกาะพยาม เวลา 10.00 น. และ 14.30 น.

โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 – 40 นาที ราคา 350 บาท


อ่านต่อรายละเอียด ท่าเรือเกาะพยาม
---------------------------------------

น้ำพุร้อนพรรั้ง

น้ำพุร้อนพรรั้ง ตั้งอยู่ที่ บ้านพรรั้ง ตำบลบางริ้น อำเภอเมือง จังหวัดระนองในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว โดยน้ำร้อนมีลักษณะใสสะอาด ไม่มีกลิ่นกำมะถัน ก๊าซไข่เน่า หรือมีคราบสีขาวของแคลไซต์ติดอยู่กับหิน สามารถดื่มกินได้ พบก๊าซผุดขึ้นมากับน้ำพุร้อนบ้างไม่มาก

บ่อน้ำร้อนพรรั้ง เกิดจากสายน้ำแร่ร้อน ที่มีอุณหภูมิสูงประมาณ 35-40 องศาเซลเซียล ไหลซึมออกมาจากผิวดิน และกระจายเป็นแอ่ง มีตาน้ำมากถึง 13 ตาน้ำ อยู่ใกล้ลำธาร บริเวณบ่อน้ำร้อนได้รับการปรับสภาพภูมิทัศน์ให้สวยงาม สามารถเดินชมพันธุ์ไม้นานาชนิด มีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น บ่อน้ำร้อนแบบแช่เท้า แบบแช่ทั้งตัว แบบตักอาบ ที่อาบน้ำกลางแจ้ง มีลำธารธรรมชาติซึ่งเมื่อแช่เท้าลงไปก็จะมีปลามาตอดกลายเป็นสปาปลาบำบัด ห้องสุขา ศาลาพักผ่อน ที่จอดรถ ร้านอาหาร และบ้านพัก เป็นต้น

ของขึ้นชื่ออีกอย่างนึงก็คือ ไข่ต้มน้ำแร่ เนื่องจากน้ำร้อนที่นี่อุณหภูมิไม่สูงมากนัก จึงต้องใช้เวลานานกว่าไข่จะสุก(12-18 ชั่วโมง) แต่ก็มีผู้ประกอบการต้มไข่ขายอยู่ด้วย นักท่องเที่ยวสามารถซื้อรับประทานได้ ในตอนเช้าจะมีกาแฟขายคู่กันอีกด้วย

น้ำพุร้อนบ้านพรรั้ง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมาอาบน้ำแร่ แบบใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทั้งแบบไปเช้า-เย็นกลับ หรือพักค้าง เนื่องจากอยู่ห่างจากตัวจังหวัดระนอง เพียง 10 กิโลเมตร

ด้านหน้าของน้ำพุร้อนพรรั้งประตูทางเข้าน้ำพุร้อนบ้านพรรั้งน้ำพุร้อนพรรั้งทางเดิน


อ่านต่อรายละเอียด น้ำพุร้อนพรรั้ง
---------------------------------------

วัดเกาะพยาม

วัดเกาะพยาม มีเอกลักษณ์คือ เป็นพระอุโบสถกลางน้ำ บนหลังประดิษฐานพระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ มองเห็นสวยเด่นเป็นสง่ามาแต่ไกล ปัจจุบันทางเจ้าอาวาสและแม่ชีช่วยกันสร้างพระองค์ใหญ่ และหลวงปู่ทวดไว้ริมน้ำหน้าวัด บริเวณวัด ให้ลองสังเกตดีๆ จะมีระบบนิเวศน์ของสัตว์เล็กตามชายหาด และกล้วยไม้บางชนิดเกาะตามต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศยามเย็นที่นี่น่าพักผ่อนริมท่าเรือของวัด


อ่านต่อรายละเอียด วัดเกาะพยาม
---------------------------------------

ระนองแคนย่อน

ระนองแคนย่อน หรือ บึงมรกต เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกจุดหนึ่งที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนทั้งในยามเช้าและยามเย็น เป็นอีกสถานที่ที่ชาวระนองนิยมไปนั่งพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์

ระนองแคนย่อนนี้เกิดจากการทำเหมืองสมัยในอดีต ซึ่งใช้วิธีฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อสลายชั้นหินและดินในภูเขา ให้ไหลลงมารวมกันในแอ่งนี้ จากนั้นจึงสูบน้ำที่มีแร่เจอปนอยู่ไปคัดแยกเอาแร่ต่อไป ทำให้ภูมิประเทศบริเวณนี้ดูเว้าๆแหว่งๆแปลกตา เมื่อเหมืองแร่เลิกกิจการจึงเหลือแอ่งน้ำนี้ทิ้งไว้

ในยามเช้า ต้นไม้ต่างๆ ในบริเวณนี้จะคายน้ำ เกิดเป็นหมอกไล่น้ำก่อนที่จะจางหายไปในช่วงสายเพราะระเหยไปกับแดด ตกเย็นก็จะได้พบกับบรรยากาศร่มรื่น ริมบึงมีศาสาริมน้ำให้นั่งพักผ่อน ในบึงน้ำนี้มีปลาอยู่หลายชนิต เช่น ปลาดุก ปลาตะเพียนแดง ฯลฯ นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารปลาได้ โดยในบริเวณใกล้เคียงมีร้านจำหน่ายอาหารปลาให้บริการไว้ด้วย

ระยองแคนยอน มีศาลาริมน้ำด้วยบรรยากาศชิวๆริมน้ำป้ายให้ข้อมูล


อ่านต่อรายละเอียด ระนองแคนย่อน
---------------------------------------

พระราชวังรัตนรังสรรค์

พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง) ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขารัตนรังสรรค์ (ใกล้ศาลากลางจังหวัดระนอง) ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมือง จ.ระนองเป็นพระราชวังที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นการอนุสรณ์การเสด็จประทับแรมจังหวัดระนองของพระมหากษัตริย์3 พระองค์

<p >ประวัติที่มาพระราชวังรัตนรังสรรค์ เรื่องตำนานพระราชวังรัตนรังสรรค์นั้น เกี่ยวข้องตำนานเมืองระนอง โดยปี พ.ศ. 2433 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายตะวันตก เป็นครั้งแรกที่จะได้เสด็จไปถึงเมืองระนอง พระยารัตนเศรษฐี (คอซิมก๊อง)สร้างที่ประทับรับเสด็จที่บนเนินควนอันอยู่กลางเมือง สร้างล้วนด้วยเครื่องก่อประกอบกับไม้แก่นอย่างมั่นคง ประสงค์จะถวายเป็นราชพลีสนองพระเดชพระคุณซึ่งได้ทรงชุบเลี้ยงสกุลวงศ์มา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จไปทอดพระเนตรเห็นดำรัสว่า“...ทำงดงามมั่นคงสมควรจะเป็นวังยิ่งกว่าจะเป็นพลับพลา...”

จึงพระราชทานนามว่า “พระราชวังรัตนรังสรรค์” ให้เป็นเกียรติยศแก่เมืองระนองและสกุลของพระยารัตนเศรษฐีด้วย แต่ทรงพระราชดำริว่าที่เมืองระนองนาน ๆ จะเสด็จประพาสครั้งหนึ่ง วังทิ้งไว้เปล่าก็จะชำรุดทรุดโทรมเสีย จึงพระราชทานพระบรมราชานุญาตว่า โดยปกติให้ใช้พระราชวังนั้นเป็นศาลารัฐบาลและทำพิธีสำหรับบ้านเมือง ต่อมีการเสด็จประพาสเมื่อใดจึงให้จัดเป็นที่ประทับ ต่อมาองค์พระที่นั่งชำรุดทรุดโทรมจึงดัดแปลงสร้าง เป็นตึก แล้วใช้เป็นศาลากลางเมืองระนอง

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้เคยประทับแรม ณ พระที่นั่งรัตนรังสรรค์องค์ใหม่นี้ ต่อมาในปี 2545

จังหวัดระนองได้มีโครงการก่อสร้างพระที่นั่งรัตนรังสรรค์จำลองขึ้นในบริเวณใกล้เคียงกับสถานที่เดิมเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการเสด็จประทับแรมของพระมหากษัตริย์ทั้ง 3 พระองค์ และจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดระนองอีกด้วย

ในวันที่ 24 มิถุนายน 2547 คณะกรรมการบริหารพระที่นั่งรัตนรังสรรค์จำลอง จึงมีมติที่ประชุม ครั้งที่ 1/2547 ว่าให้เรียกชื่อพระที่นั่งรัตนรังสรรค์จำลองเป็น “พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง)” และสามารถเรียกได้ทั้งสองชื่อ เนื่องจากคำว่าพระที่นั่งหมายถึงอาคารหนึ่งภายบริเวณในพระราชวังนั่นเอง

 รูปปั้นด้านหน้าบรรไดทางเดินขึ้นจุดชมวิวภายในพระราชวังสรรค์


อ่านต่อรายละเอียด พระราชวังรัตนรังสรรค์
---------------------------------------

บ่อน้ำร้อนพรุลุมพี

บ่อน้ำร้อนพุหลุมพี เป็นบ่อพุน้ำร้อนขนาดเล็กไม่กว้างมาก น้ำใสๆ จนสามารถมองเห็นรอยแตกที่ก้นบ่อ มีฟองอากาศฟู่ลอยมาจากผิวพื้นใต้น้ำ เมื่อเอามือลงไปสัมผัสพบว่า น้ำร้อน เเต่ไม่ถึงกับเดือดมาก สามารถอาบน้ำได้

บ่อน้ำร้อนพรุลุมพีบ่อน้ำร้อนพรุลุมพี


อ่านต่อรายละเอียด บ่อน้ำร้อนพรุลุมพี
---------------------------------------

เกาะพยาม

 

เกาะพยาม ที่พักเกาะพยาม แผนที่เกาะพยาม กระทู้เกาะพยาม

ข้อมูลท่องเที่ยวเกาะพยาม

เกาะพยาม เป้าหมายที่ผมตั้งใจจะไปให้ถึงเมื่อหลายปีก่อน แต่มีต้องพลาดไป เพราะไม่ได้วางแผนไว้ก่อน เสียเวลาไปหาท่าเรือนานไปหน่อย ทำให้ไปไม่ทันเที่ยวเรือ ก็เลยไปนั่งเรือเที่ยวหมู่เกาะกำที่อยู่รอบๆ แทน ได้แก่ เกาะค้างคาว เกาะกำตก เกาะกำใหญ่ เกาะกำนุ้ย

ครั้งล่าสุด ผมวางแผนล่วงหน้าเป็นเดือนๆ ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด จึงไม่พลาด ผมเองก็เที่ยวมาหลายเกาะ ไม่ว่าจะเป็น เกาะพีพี เกาะลันตา เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า  เกาะช้าง เกาะหมาก เกาะกูด หมู่เกาะตะรุเตา เกาะเสม็ด เกาะสิมิลัน เกาะสุรินทร์ ฯลฯ เกาะเหล่านี้ต่างจาก เกาะพยามโดยสิ้นเชิง

เกาะพยามยังดิบอยู่มาก ไม่มีแสงสีปรุงแต่ง ความเจริญยังเข้าไม่ถึงนัก แต่สิ่งที่ได้จากการมาทริปนี้ มากจริงๆเรามาดูกันซิว่า เกาะพยามอยู่ที่ไหนในประเทศไทย มีอะไรบ้างบนเกาะ

เกาะพยาม อยูฝั่งทะเลอันดามัน จ.ระนอง เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่รองลงมาจากเกาะช้าง(ระนอง) อยู่ห่างเกาะช้างมา ทางใต้ 4 กิโลเมตร ตอนกลางของเกาะพื้นที่เป็นภูเขามีป่าไม้และสัตว์ป่าประเภทนก ลิงและหมูป่า พื้นที่บางส่วนถูกปรับเปลี่ยนเป็นสวน ชาวบ้านบนเกาะมีอาชีพทำสวนมะพร้าว สวนยางและสวนกาหยู ลักษณะทางภูมิศาสตร์ รอบๆ ชายฝั่งเป็นอ่าวสลับกับโขดหิน บริเวณตอนกลางของอ่าวเป็นหาดทราย

หมู่บ้านชาวมอแกน

ผลมะม่วงหิมพานต์

ปูเสฉวน

ตะวันออกซึ่งเป็นด้านหน้าเกาะ มี อ่าวไผ่ อยู่เหนือสุด ถัดมาเป็นอ่าวหินขาว ลงมาอีกหน่อยบริเวณอ่าวแม่หม้าย ใกล้ๆกันมีวัดเกาะพยามมีสะพานทางเดินไปสู่โบสถ์ที่ยื่นลงไปในทะเล ติดกันเป็นสะพานท่าเทียบเรือเอนกประสงค์ของเกาะพยาม ใกล้เคียงจะมีเรือประมงของชาวบ้านจอดพัก บริเวณอ่าวแม่หม้ายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและการค้าของเกาะพยาม พ้นจากอ่าวแม่หม้ายผ่านแหลมหินลงมาทางใต้ จะเห็น อ่าวมุก ใกล้ๆกันห่างฝั่งไม่มากนักคือ เกาะขาม เกาะเล็ก ๆ ที่เมื่อยามน้ำขึ้นเห็นแยกเป็นสองเกาะ แต่ชาวบ้านมักเรียกว่า เกาะปลาวาฬ สืบเนื่องจากรูปร่างของเกาะเมื่อน้ำลดจะมีสันทรายกว้างใหญเป็นทางเดินเชื่อมทั้งสองเกาะเข้าหากัน ฝั่งตะวันตกที่หันหน้าสู่ทะเลอันดามัน เหนือสุดเป็นโขดหิน ถัดพ้นลงมา อ่าวเขาควาย อ่าวที่มีหาดทรายกว้างทอดยาวโค้งเหมือนเขาควายกว่า 4 กิโลเมตร วกลงมาทางใต้ผ่านโขดหินลงผ่าน แหลมหรั่ง ลงมาถึง อ่าวใหญ่ ชายหาดของอ่าวถูกแบ่งเป็นสองส่วนโดยลำคลองเล็ก ๆ หาดทรายของอ่าวใหญ่เป็นหาดทรายกว้างแบบเดียวกันกับหาดทรายของ อ่าวเขาควาย

 

เกาะพยาม เป็นหมู่ที่ 1 ของตำบลเกาะพยาม อำเภอเมืองระนอง มีประชากรประมาณ 500 คน บนเกาะมีสถานีอนามัย โรงเรียน และวัดเกาะพยามที่มีพระอุโบสถกลางน้ำบนหลังประดิษฐานพระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ มองเห็นสวยเด่นเป็นสง่ามาแต่ไกล มีท่าเทียบเรือประมงแบบคอนกรีตที่สามารถใช้ได้ตลอดเวลา มีถนนเล็ก ๆ ใช้เป็นเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อไปยังอ่าวต่าง ๆ บนเกาะ ปัจจุบันยังไม่มีไฟฟ้าใช้ คงมีแต่ไฟฟ้าของเอกชนที่ปั่นไฟฟ้าใช้ในกิจการของตนเอง ชาวเกาะพยามรุ่นแรก ๆ อพยพมาจากเกาะสมุย  

เกาะพยามเป็นแหล่งผลิตเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่มีคุณภาพดี จนขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งกาหยูหวานของจังหวัดระนอง บรรยายมาถึงตอนนี้ รู้ไหมว่า กาหยู ก็คือ มะม่วงหิมพานต์นั้นเอง และรู้ไหมว่า คำขวัญจังหวัดระนองคือ "คอคอดกระ ภูเขาหญ้า กาหยูหวาน ธารน้ำแร่ มุกแท้เมืองระนอง" กาหยูหวาน ที่เกาะพยามนี้ขึ้นชื่อระดับจังหวัด เพราะขบวนการผลิตแบบดั้งเดิม คือ ใช้เตาฟืน ได้กลิ่นหอมน่ารับประทานกว่า ว่าแล้วก็เข้าเรืองเลยชมการทำเม็ดมะม่วงหิมพานต์ และขั้นตอนการผลิดอ่าวแม่หม้ายเป็นประตูใหญ่สู่เกาะพยาม หน้าอ่าวมีสะพานท่าเทียบเรือเมื่อเดินเข้าถึงฝั่งมีป้ายต้อนรับผู้มาเยือน มีเรือประมงของชาวบ้านจอดเรียงรายทั้ง 2 ฟากของสะพาน บริเวณใกล้เคียงแหล่งชุมนุมหลัก มีร้านขายอาหารและของใช้ประจำวัน เป็นจุดเริ่มต้นของถนนสายหลักที่ ลักษณะเป็นถนนคอนกรีตความกว้างประมาณ 3 เมตร ตัดผ่านชุมนุมเลียบอ่าวแม่หม้าย มีทางแยกตัดตรงไปสู่อ่าวเขาควายและอ่าวใหญ่ที่ผ่านแหล่งท่องเที่ยวทางเกษตรของเกาะ มีมอเตอร์ไซด์รับจ้างและให้เช่าที่บริเวณตลาด มีแผนที่แสดงแหล่งท่องเที่ยวทางเกษตรและแสดงลักษณะพื้นผิวของเกาะที่เป็นพื้นทราย แหล่งปะการัง และโขดหิน นักท่องเที่ยว สามารถนั้งแท็กซี่ ไปรีสอร์ท ตามหาดต่างๆ ได้ รู้ไหมครับว่าแท็กซี่ ก็คือ รถมอเตอร์ไซด์รับจ้างนั้นเองที่นี่ไม่รถเก๋งหรือปีคอัพ คนที่นี่ไม่อยากให้มีรถใหญ่วิ่ง สภาพถนนเป็น ถนนเลนเดียวและแคบ รถมอเตอร์ไซด์วิ่งสวนกันได้ แต่รถเก๋งไม่ได้และไม่ให้วิ่ง ซึ่งประเด็นนี้ผมเองก็เห็นด้วย ขืนไปทำถนนใหญ่โต ความเจริญเข้ามามาก ธรรมชาติต้องเสียไป โดยสภาพของเกาะเองก็รับไม่ได้ ประชากรก็มีแค่ 500 คนเท่านั้นเป็นความคิดที่ดี หากนักท่องเที่ยวจะเช่ารถมอเตอร์ไซด์ขี่ วันละแค่ 200 บาท(ไม่รวมน้ำมัน) ถึงน้ำมันจะแพง แต่คุ้มค่ากับอะไรหลายอย่างที่ได้อะไรหลายอย่างที่ได้ หมายถึง อะไรหรือ1) ทางที่คดเคี้ยวบ้างลาดชันบ้าง แต่ได้ชมทัศนียภาพ หากวิ่่งบนถนนริมหาด ก็ได้เห็น ชีวิตสัตว์เล็กๆ ริมทะเล ไม่ใช่บิดรถเลยไปเฉยๆ หากวิ่งบนกลางเกาะ ผ่านสวนกาหยูของชาวบ้าน เรียนรู้กับการปลูก การเก็บ การเผา การอบ เราจะรู้ว่าไม่งายเลย กว่าจะได้เม็ดมะม่วงที่แสนอร่อย2) มีกล้วยไม้บางชนิดที่เกิดได้แถวภาคใต้ และพบได้ที่นี่3) นั่งพักผ่อนชิลๆ บนท่าเรือ ในยามที่แสงแดดไม่ร้อน มองเห็น เกาะในฝั่งพม่า4) ชมอาทิตย์ตกที่ อ่าวใหญ่ อ่าวเขาควาย  สวยอย่าบอกใคร5) แวะทักทายชาวมอแกน ถึงหมู่บ้าน 6) กิจกรรมเดินดูป่ชายเลนที่ อ่าวเขาควาย 7) กิจกรรมบนชายหาดที่กว้างและยาวที่สุดของอ่าวใหญ่8) ตกกลางคืน ในช่วงฤดูท่องเที่ยว (พ.ย. - มี.ค.) ปารตี้คุย ในบาร์เบียร์ ริมหาดกับชาวต่างชาติ แลกเปลี่ยนความคิด คุณจะได้อะไรดีๆ กลับไปเยอะ ฝรั่งจะรู้จักเกาะพยามดีกว่าคนไทยเราๆท่านๆเสียอีก พวกที่เลือกที่จะเดินทางมาที่เกาะพยามนี่ ส่วนใหญ่เป็นพวกที่หลีกหนึความเจริญจาก เกาะพีพี ภูเก็ต สมุย เกาะเต่า เกาะพะงัน....สังเกตุุได้จากรีสอร์ทที่พักส่วนใหญ่ยังเป็นบังกะโลหลังคาจากอยู่เลย ราคา ไม่ถึง 1000 บาท ห้องแอร์ไม่ค่อยมี หากมีจะเป็นไฟปั่นเองเปิด-ปิดเป็นเวลา ดีครับประหยัดพลังงานที่ไม่จำเป็น ช่วยลดปัญหาโลกร้อน

 

แนะนำอ่านกระทู้เกาะพยาม ใครมีไอเดียอะไรดีๆ ก็ช่วยกันโพส์หน่อย

ตำนานเกาะพยามในสมัยก่อนการเดินทางยังไม่สะดวกเท่าปัจจุบัน เรือโดยสารมีเพียงวันละเที่ยวเท่านั้น ส่วนขากลับ ไม่มีท่าเรือโดยสาร ซึ่งถ้าอยากจะกลับขึ้นฝั่งในเมือง ก็ต้องอาศัยโบกไม้ โบกมือ ขอติดเรือที่ผ่านไปมา เรียกว่าต้องใช้ความ “พยายาม” อย่างมากในเรื่องของการเดินทาง จึงเป็นที่มาของ "เกาะพยาม"

อีกตำนาน เล่าว่า เมื่อก่อน "เกาะยาม" แห่งนี้เคยเป็นฟาร์มมุกของนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น และเนื่องจากกลัวว่าจะมีขโมยมาลักหอยมุกไป จึงต้องจ้างชาวบ้านบนเกาะให้มาเป็นยาม ทำให้ชาวบ้านเรียกเกาะแห่งนี้ว่า "เกาะยาม" แต่ไม่รู้อย่างไรจึงเพี้ยนมาเป็นเกาะพยามได้

ข้อมูลต่อจากนี้ไปผมเลือกมาบางส่วนจากกรมป่าไม้ ที่คิดว่าเป็นประโยชน์แก่นักท่องเที่ยว

ทรัพยากรธรรมชาติ1. พืชพรรณ สังคมพืชในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพยามสามารถจำแนกออกเป็น- ป่าชายเลน รวมเรื้อที่ประมาณ 60,625 ไร่ คิดเป็น 33 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ประกอบด้วยพันธุ์พืชถึง 35 ชนิด 18 สกุล 14 วงศ์ เช่น แสม แสมขาว แสมทะเล แสมดำ ถั่วขาว ถั่วดำ พังกาหัวสุมดอกขาว พังกาหัวสุมดอกแดง โปรงขาว โปรงแดง ตาตุ่มทะเล หลุมพอทะเล ฝาดดอกแดง ฝาดดอกขาว โกงกางใบเล็ก โกงกางใบใหญ่ ลำพู ลำแพน ตะบูนดำ ตะบูนขาว และจาก เป็นต้น พืชพื้นล่าง ได้แก่ สำมะง่า เถากระเพาะปลา เหงือกปลาหมอดอกขาว เหงือกปลาหมอดอกม่วง ปรงทะเล ปรงหนู เป็นต้น

- ป่าดงดิบ เนื้อที่ประมาณ 18,125 ไร่ หรือ 10 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ พันธุ์ไม้ที่พบรวม 49 ชนิด เช่น กระท้อนป่า ตำเสา ขนุนป่า ขุนไม้ ไข่เขียว เฉียงพร้านางแอ ตะเคียนทอง ตีนเป็ด เทพธาโร ทุ้งฟ้า ยมหิน สะตอ เลือดควาย หลาวชะโอน เป็นต้น พืชพื้นล่างได้แก่ หวายกำพวน หวายแดง ระกำ มอส เฟิน เป็นต้น

- ป่าชายหาด พบได้ตามแนวชายหาดบางส่วนของพื้นที่เกาะช้างและเกาะทรายดำ พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ สนทะเล จิกทะเล หยีทะเล เตยทะเล และปรงทะเล เป็นต้น

- ทุ่งหญ้า พบบริเวณเขายิว เกาะทรายดำ โดยจะมีหญ้าชนิดต่างๆ มีหญ้าคาเป็นหลัก

2. สัตว์ป่า สามารถจำแนกออกได้เป็น- สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ประกอบด้วย ลิงแสม นากใหญ่ขนเรียบ บ่าง กระรอก กระแต หมูป่า ตุ่น พังพอน ชะมดเช็ด กระจง ลิงลม ค่างดำ ชะนีธรรมดา เสือปลา เก้ง ค้างคาวแม่ไก่เกาะหนูชนิดต่าง และโลมา- นก สำรวจพบ 52 ชนิด เช่น กนยางชนิดต่างๆ เหยี่ยว อีกา นกนางแอ่น นกแซงแซว ไก่ป่า นกกวัก นกกินเปี้ยว นกออก นกเอี้ยง นกดุเหว่า นกแก๊ก นกขุนทอง นกเปล้า และนกกางเขนดง นกกางเขนบ้าน นกเขาไฟ นกตบยุง นกกระแตแต้แว้ด นกเป็ดน้ำ เป็นต้น- สัตว์เลื้อยคลาน ประกอบด้วย ตะกวด เหี้ย งูเห่า งูจงอาง งูเหลือม และเต่าชนิดต่างๆ- สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ประกอบด้วยกบ คางคก อึ่งอ่าง เขียด และปาด- แมลง ได้แก่ ผีเสื้อ แมลงปอ ตั๊กแตน จิงโจ้น้ำ แมลงสาปทะเล เป็นต้น

3. ทรัพยากรทางทะเล ประกอบด้วย ปูก้ามดาบ ปูเสฉวน กุ้งแชบ๊วย กุ้งเคย กุ้งกะต่อม กุ้งดีดขัน แม่หอบ หอยตะโกรม หอยกะทิ หอยเจดีย์ หอยขาว ปลาตีน ปลากระบอก ปลากระทุงเหว ปลาข้างลาย ปลาปักเป้า ปลาสาก ปลากะพงแดง ปลากะพงขาว ปลาเก๋า ปลาอินทรี แมงกระพรุน หมึก หอยเม่น ปลิงทะเล และปะการัง เป็นต้น

การท่องเที่ยว1.แหล่งท่องเที่ยว พื้นที่ป่าชายเลนบริเวณใกล้แนวชายฝั่ง เป็นพื้นที่กว้างใหญ่คงสภาพป่าที่สมบูรณ์ มีความหลากหลายทางระบบนิเวศ ซึ่งต่อกิจกรรมนันทนาการและการท่องเที่ยวรวมถึงการศึกษาวิจัย ต้นโกงกางเป็นกลุ่มของต้นโกงกางใบเล็กที่มีขาดสูงใหญ่ที่ยังคงเหลือแห่งเดียว ในประเทศไทย อยู่บริเวณทิศเหนือของเกาะยิว หาดทรายแดง บนเกาะตาวัวดำเป็นหาดทรายที่มีสีออกแดงคล้ายอิฐ เกิดจากการทับถมของ เปลือกหอยนานาชนิดที่ถูกกระแสคลื่นพัดพามาทับถมไว้เป็นเวลานาน ประกอบกับทิวทัศน์ของโขดหินและป่าเขาที่สวยงาม อ่าวปอ บริเวณทิศใต้ของเกาะทรายดำ มีลักษณะเป็นเวิ้งอ่าวที่เงียบสงบมีทิวทัศน์ของชายหาดและป่าชายเลนที่สวยงาม หาดหินงาม บริเวณรอบ เกาะไฟไหม้ พบเพียงแห่งเดียวในหลายๆเกาะ ในอุทยานแห่งชาติเกิดจากการทับถมของหินกลมมนหลายหลากสี ขนาดเล็กจำนวนมากเป็นเวลานาน เกิดแสงสะท้อนวาววับเมื่อยามกระแสคลื่นสาดซัด สะพานหินธรรมชาติ บนเกาะทะลุประติมากรรมทางธรรมชาติ โขดหินที่วางตัวสลับซับซ้อนและ หาดทรายที่ขาวสะอาดบริเวณเกาะช้าง

ในเกาะพยาม สามารถจัดให้มีกิจกรรมนันทนาการได้อย่างหลากหลายอันนำไปสู่ธุรกิจการท่องเที่ยว กล่าวคือ กิจกรรมนันทนาการและการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ สามารถดำเนินการได้ในรูปแบบต่างๆดังนี้ คือ

1) กิจกรรมเดินป่า ไปตามเส้นทางเดินเท้าที่ตัดผ่านเข้าไปในป่า ทั้งป่าบกและป่าชายเลน 2) กิจกรรมถ่ายรูปตามธรรมชาติ อันเป็นรายละเอียดที่อยู่ตามธรรมชาติ เช่น ดอกไม้ป่า พืชหายาก และสัตว์ต่าง 3) กิจกรรมส่อง / ดูนก ทั้งที่เป็นนกประจำท้องถิ่น นกอพยพ และนกหายาก โดยการนั่งเรือหรือพายเรือไปตามลำคลองสายเล็กๆ ในป่าชายเลน หรือการเดินเท้าไปตามเส้นทางที่จัดให้มีขึ้น 4) กิจกรรมแล่นเรือและศึกษาธรรมชาติ เพื่อชมทัศนียภาพของเกาะแก่ง โขดหินและป่าชายเลน 5) กิจกรรมดำน้ำชมปะการัง เพื่อเกิดความเพลิดเพลิน และใกล้ชิดธรรมชาติใต้ทะเล 6) กิจกรรมพักแรมด้วยเต็นท์ บริเวณกลางป่าหรือชายหาดตามเกาะต่างๆ

2.สิ่งอำนวยความสะดวก ได้แก่ สถานที่กางเต็นท์ ลานจอดรถ ท่าเทียบเรือ ทางเดินศึกษาธรรมชาติ พื้นที่ปิกนิก และห้องสุขารวม

ในการประกอบกิจกรรมนันทนาการในเขตอุทยานแห่งชาติไม่ว่าจะเป็น การเล่นน้ำ การนั่งเรือชมทิวทัศน์ ชมถ้ำ การดำผิวน้ำ ดูปะการัง การพักแรมค้างคืน การก่อไฟ ให้กระทำได้เฉพาะในเขตหรือบริเวณที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้เท่านั้น ไม่ควรกระทำหรือ ส่งเสียงอื้อฉาวรบกวนคนหรือสัตว์ ไม่เดินออกนอกเส้นทางถาวร ไม่สัมผัสหรือจับต้องภาพเขียนสีและหินงอกหินย้อย ตลอดจนป ฏิบัติตนตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด หรือตามที่เจ้าหน้าที่ได้ทำเครื่องหมายไว้ สำหรับผู้ที่ไปกางเต็นท์พักแรมจะต้อง เตรียมเครื่องนอน และอุปกรณ์ในการพักแรมไปเอง และต้องเก็บและทำความสะอาดที่พักให้เรียบร้อยเมื่อเลิกใช้แล้ว การก่อไฟ จะต้องไม่เก็บหรือ ตัดกิ่งไม้ยืนต้นมาใช้และต้องระมัดระวังมิให้ไฟลุกลามไปยังที่อื่น ต้องดับไฟให้สนิททุกครั้งที่เลิกใช้ และสำหรับผู้ที่พิศมัยในการดำน้ำ ดูปะการังจะต้องเตรียมอุปกรณ์ไปเอง หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามได้ที่ ส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเล สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม้ จตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. (02) 5612918-21ข้อมูล"ทรัพยากรธรรมชาติ" จาก http://www.forest.go.th กรมอุทยานแห่งชาติ (กรมป่าไม้)


อ่านต่อรายละเอียด เกาะพยาม
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา