สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง บ้านพักพัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
พิษณุโลก Pitsanulok English Version, Please Click Here !!

พิษณุโลก

>

ที่พักพิษณุโลก

>

แผนที่พิษณุโลก

>

ร้านอาหารพิษณุโลก

>

การเดินทางพิษณุโลก

>

ประวัติพิษณุโลก


อำเภอเมืองพิษณุโลก, พิษณุโลก


พิพิธภัณฑ์ ทหารกองทัพภาคที่ 3

พิพิธภัณฑ์ทหาร ทภ.๓ : เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๑ พล.ท.จิรเดช คชรัตน์ มทภ.๓ มีดำริให้จัดสร้าง พิพิธภัณฑ์ทหาร ทภ.๓ แห่งใหม่ เพื่อเป็นแหล่งร่วมรวมประวัติศาสตร์ ทภ.๓ ซึ่งได้ก่อตั้งมาเป็นเวลายาวนานกว่าศตวรรษ เพื่อให้ทหารและบุคคลทั่วไปเยี่ยมชม และศึกษาหาความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์การทหาร รวมทั้งพระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชวีรมหากษัตริย์ไทยที่ทรงเป็นนักรบที่กล้าหาญเด็ดเดี่ยว ผู้ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย มิให้ตกอยู่ในอำนาจของอริราชศัตรู เพื่อส่งเสริมให้อนุชนรุ่นหลังได้เกิดความภาคภูมิใจ ความรัก หวงแหน เอกราชของประเทศชาติได้ช่วนกันปกป้องให้ประเทศไทยคงอยู่ตราบชั่วนิรันด

บริเวณทางเข้าพิพิธภัณฑ์ทหารกองทัพภาคที่ ๓อุปกรณ์ประจำตัวของทหารพิพิธภัณฑ์ทหารกองทัพภาคที่ ๓บรรยากาศรอบๆ พิพิธภัณฑ์ทหารกองทัพภาคที่ ๓


อ่านต่อรายละเอียด พิพิธภัณฑ์ ทหารกองทัพภาคที่ 3
---------------------------------------

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุฯ (วัดใหญ่)

 

ชาวบ้านส่วนใหญ่มักเรียกขานกันว่า วัดใหญ่ กันจนติดปาก พระประธานองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานในวิหารคือ พระพุทธชินราช ชาวเมืองพิษณุโลกก็นิยมเรียกกันว่า หลวงพ่อ ซึ่งหมายถึง "หลวงพ่อพระพุทธชินราช" นั่นเอง วัดใหญ่ นับเป็นพระอารามหลวงที่สำคัญของจังหวัด เพราะเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของชาวเมืองและชาวไทยทั้งประเทศ ตั้งอยู่ที่ถนนพุทธบูชา ตำบลในเมือง ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองเมื่อปี พ.ศ. 1900

 

ภายในวัดสิ่งโบราณสถานโบราณวัตถุล้ำค่ามากมาย อาทิ

 

   พระพุทธชินราช เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ ขนาดหน้าตักกว้าง 5 ศอก 1 คืบ 5 นิ้ว และสูง 7 ศอก ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดในประเทศ เส้นรอบนอกพระวรกายอ่อนช้อย พระขนงโก่ง พระเกตุมาลาเป็นเปลวเพลิง พระหัตถ์มีปลายนิ้วทั้งสี่เสมอกัน ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษเรียกว่า ทีฒงฺคุลี ซุ้มเรือนแก้วทำด้วยไม้แกะสลักสร้างในสมัยอยุธยา แกะสลักเป็นรูปมกร (ลำตัวคล้ายมังกร มีงวงคล้ายช้าง) อยู่ตรงปลายซุ้ม และตัวเหรา (คล้ายจระเข้) อยู่ตรงกลาง และมีเทพอสุราคอยปกป้ององค์พระอยู่ 2 องค์ พระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท) แห่งกรุงสุโขทัย โปรดให้สร้างขึ้นพร้อมกับพระพุทธชินสีห์และพระศรีศาสดา ซึ่งปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดสุทัศน์เทพวรารามและวัดบวรนิเวศวิหารตามลำดับ

 

 

 บานประตูประดับมุก ที่ทางเข้าพระวิหารด้านหน้า สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2299 เป็นฝีมือช่างหลวงสมัยอยุธยาตอนปลาย ในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมโกศ ตรงกลางประตูมีสันอกเลาประดับลวดลายพุ่มข้าวบิณฑ์ สองข้างเป็นลายกนกก้านแย่ง ช่วงกลางอกเลามีรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน เรียกว่า นมอกเลา เป็นรูปบุษบก มีรูปพระอุณาโลมซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธองค์ประดิษฐานบนบัลลังก์อยู่ในบุษบก สองข้างเป็นรูปชุมสายซึ่งเป็นเครื่องสูงชนิดหนึ่ง เป็นรูปฉัตรสามชั้น ใต้ฐานบุษบกมีหนุมานแบกฐานไว้ ส่วนเชิงล่างของอกเลาทำเป็นรูปกุมภัณฑ์ยืนถือกระบองท่าสำแดงฤทธิ์ ส่วนลวดลายบานประตูเป็นลายกนกที่มีภาพสัตว์หิมพานต์ เช่น ราชสีห์ คชสีห์ เหมราช ครุฑ กินรีรำ และภาพสัตว์อื่น ๆ และยังมีลาย อีแปะ ด้านละ 9 วงมัดนกหูช้างประกอบช่องไฟระหว่างวงกลม หรือวงกลมเป็นลายกรุยเชิง มีลายประจำยามก้ามปูประดับขอบรอบบานประตู เดิมบานประตูวิหารพระพุทธชินราชทำด้วยไม้สักแกะสลัก เมื่อทำบานประตูประดับมุกเสร็จแล้ว บานประตูเก่าได้นำไปประดับประตูวิหารพระแท่นศิลาอาสน์ จังหวัดอุตรดิตถ์

 

     พระเหลือ พระยาลิไทรับสั่งให้ช่างนำเศษทองสัมฤทธิ์ที่เหลือจากการสร้างพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา มารวมกันหล่อพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดเล็ก เรียกว่า พระเหลือ และพระสาวกยืนอีก 2 องค์ ส่วนอิฐที่ก่อเตาสำหรับหลอมทองได้นำมารวมกันบนฐานชุกชี พร้อมกับปลูกต้นมหาโพธิ์ 3 ต้นบนชุกชี เรียกว่า โพธิ์สามเส้า ระหว่างต้นโพธิ์ได้สร้างวิหารน้อยขึ้นหนึ่งหลัง อัญเชิญพระเหลือกับพระสาวกไปประดิษฐาน เรียกว่า วิหารพระเหลือ

 

     พระอัฏฐารส เป็นพระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติด้านหลังพระวิหาร สูง 18 ศอก สร้างในสมัยเดียวกับพระพุทธชินราช ราว พ.ศ. 1811 เดิมประดิษฐานอยู่ในวิหารใหญ่แต่วิหารได้พังไปจนหมด เหลือเพียงเสาที่ก่อด้วยศิลาแลงขนาดใหญ่ 3-4 ต้น เรียกว่า เนินวิหารเก้าห้อง

 

     พระปรางค์ประธาน ศิลปสมัยอยุธยาตอนต้น ฐานย่อเหลี่ยมไม้ยี่สิบ เดิมเป็นเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์แบบสุโขทัยแท้ ต่อมาถูกแปลงให้เป็นพระปรางค์ในสมัยอยุธยา

 

วิหารแกลบ         พระเจ้าเข้านิพพาน เป็นโบราณวัตถุสมัยอยุธยา นับว่าเป็นชิ้นสำคัญของวัดพระศรีรัตนมหาวรวิหาร ถือว่าเป็นการจำลองสังเวชนียสถานของพระพุทธเจ้า คาดว่ามีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งมีลักษณะเป็นหีบบรรจุพระบรมศพ ทำด้วยศิลาตั้งอยู่บนจิตราการ ประดับด้วยลวดลายลงรักปิดร่องกระจกสวยงาม ที่ปลายหีบมีพระบาททั้งสองยื่นออกมา และบริเวณด้านหน้า หรือด้านท้าย หีบพระบรมศพ มีพระมหากัสสปะเถระ นั่งนมัสการพระบรมศพ         วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เปิดทุกวัน เวลา 6.30-18.00 น. ส่วนพิพิธภัณฑ์ในวัดเปิดเวลา 8.30-16.30 น.

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารจุดวางรองเท้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร


อ่านต่อรายละเอียด วัดพระศรีรัตนมหาธาตุฯ (วัดใหญ่)
---------------------------------------

วัดนางพญา

ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับวัดราชบูรณะ ถัดไปทางทิศตะวันออก มีลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยเดียวกับวัดราชบูรณะ ต่างกันที่วัดนางพญาไม่มีพระอุโบสถมีแต่วิหาร วัดนี้มีชื่อเสียงในด้านพระเครื่อง เรียกว่า พระนางพญา ซึ่งเล่าลือกันถึงความศักดิ์สิทธิ์ ปัจจุบันหาได้ยากมาก มีก็แต่ที่ได้สร้างจำลองขึ้นภายหลัง มีการพบกรุพระเครื่องครั้งแรกใน พ.ศ. 2444 และครั้งหลังเมื่อ พ.ศ. 2497

 

 

วัดนางพญา Wat Nang Phaya

 


อ่านต่อรายละเอียด วัดนางพญา
---------------------------------------

วัดจุฬามณี

ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลกไปทางใต้ตามถนนบรมไตรโลกนารถ ประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานที่มีมาก่อนสมัยสุโขทัย เคยเป็นที่ตั้งของเมืองสองแควเก่า ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่า สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถทรงสร้างพระวิหารและเสด็จออกผนวชที่วัดนี้ เมื่อ พ.ศ. 2007 เป็นเวลา 8 เดือน 15 วัน โดยมีข้าราชบริพาร ออกบวชตามเสด็จถึง 2,348 รูป มีโบราณสถานสำคัญคือ ปรางค์แบบขอมขนาดย่อม ฐานกว้าง 11 เมตร ยาว 18 เมตร ก่อด้วยศิลาแลง ด้านหน้าก่อเป็นแบบตรีมุข ตั้งบนฐานสูงซ้อนกันสามชั้น แต่ละชั้นย่อมุมไม้ยี่สิบ มีปูนปั้นประดับลวดลายตามขั้น ตอนล่างแถบหน้ากระดานและบัวหน้ากระดานเป็นลายหงส์ เหมือนกับองค์ปรางค์ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดลพบุรี สมัยที่ยังสมบูรณ์อยู่มีกำแพงแก้วล้อมรอบ ใกล้เคียงกันมีมณฑปพระพุทธบาทจำลองซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้โปรดให้สร้างขึ้น แผ่นจารึกหน้ามณฑปมีใจความสรุปได้ว่า เมื่อ พ.ศ. 2221 สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงมีพระบรมราชโองการให้ใช้ผ้าทาบรอยพระพุทธบาท สลักลงบนแผ่นหิน พระราชทานไว้เป็นที่กราบไหว้ของฝูงชน

 

 

 

 

 

 


อ่านต่อรายละเอียด วัดจุฬามณี
---------------------------------------

วัดเจดีย์ทอง

ตั้งอยู่บนถนนพญาเสือเช่นเดียวกับวัดอรัญญิก ปัจจุบันเหลือเพียงเจดีย์ทรงบัวตูม ซึ่งเป็นศิลปะสมัยสุโขทัยเพียงองค์เดียวของจังหวัดที่สมบูรณ์ มีฐานกว้างประมาณ 9 เมตร สูง 20 เมตร


อ่านต่อรายละเอียด วัดเจดีย์ทอง
---------------------------------------

วัดราชบูรณะ

ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก ทางใต้ของวัดพระศรีมหาธาตุ พระอุโบสถมีลักษณะพิเศษคือ ที่ชายคาตกแต่งด้วยนาค 3 เศียร มีลักษณะอ่อนช้อยงดงาม พิจารณาดูตามชื่อแล้ว วัดราชบูรณะน่าจะเป็นวัดที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้าง เชื่อว่าเป็นสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ เนื่องจากทรงประทับอยู่ที่เมืองพิษณุโลกถึง 25 ปี และทรงมีบทบาททางบำรุงพระศาสนาที่พิษณุโลกมากที่สุด

 

 

วัดราชบูรณะ Wat Ratchaburana

 


อ่านต่อรายละเอียด วัดราชบูรณะ
---------------------------------------

เรือนแพ

เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง ของจังหวัดพิษณุโลก บริเวณสองฝั่งแม่น้ำน่าน ในเขตอ.เมืองพิษณุโลก มีเรือนแพ ตั้งเรียงแพตั้งเรียงราย ไปตามลำน้ำ จากทิศเหนือสู่ทิศใต้ ชีวิตชาวแพเป็นชีวิตที่เรียบง่าย นักทัศนาจร นิยมถ่ายภาพไว้ เป็นที่ระลึก เพราะเป็นภาพที่หาดูไม่ได้ง่ายนัก


อ่านต่อรายละเอียด เรือนแพ
---------------------------------------

ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

 

ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ซึ่งเป็นพระราชวังจันทน์มาก่อนในอดีต ตัวศาลเป็นศาลาทรงไทยโบราณตรีมุข พระรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชมีขนาดเท่าองค์จริง ประทับนั่ง พระหัตถ์ทรงพระสุวรรณภิงคารหลั่งน้ำในพระอิริยาบถประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง สร้างโดยกรมศิลปากร เสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2404 มีการจัดงานสักการะพระบรมรูปในวันที่ 25 มกราคมของทุกปี

     เมื่อเดือนมีนาคม 2535 กรมศิลปากรได้ขุดค้นพบแนวเขตพระราชฐานพระราชวังจันทน์ ซึ่งเป็นสถานที่พระราชสมภพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งนับว่าเป็นการขุดค้นทางโบราณคดีและทางประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของจังหวัด ในปัจจุบันกรมศิลปากรได้กลบหลุมขุดเพื่อเป็นการอนุรักษ์โบราณสถานไว้ จนกว่าจะได้มีการขุดค้นอย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง

 

ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช Shrine of King Narasuan, the Great

 

 


อ่านต่อรายละเอียด ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
---------------------------------------

พระราชวังจันทน์

พระราชวังจันทน์เป็นสถานที่พระราชสมภพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม โดยเมื่อเดือนมีนาคม 2535 กรมศิลปากรได้ขุดค้นพบแนวเขตพระราชฐานพระราชวังจันทน์ในบริเวณโรงเรียน ซึ่งนับว่าเป็นการขุดค้นทางโบราณคดีและทางประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของจังหวัด ในปัจจุบันทางกรมศิลปากรได้กลบหลุมขุดค้นบางส่วนเพื่อเป็นการอนุรักษ์โบราณสถานไว้จนกว่าจะมีการขุดค้นอย่างจริงจังอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ยังมีโบราณสถานบางส่วนที่ยังไม่ได้กลบไว้ให้ผู้สนใจได้ชมลบะศึกษาต่อไป

พระราชวังจันทน์พระราชวังจันทน์แม่น้ำฝั่งตรงข้ามกับพระราชวังจันทน์


อ่านต่อรายละเอียด พระราชวังจันทน์
---------------------------------------

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าสิบเอก ดร.ทวี-พิมพ์ บูรณเขตต์

ตั้งอยู่ตรงข้างกับโรงหล่อพระบูรณะไทย ถนนวิสุทธิกษัตริย์ อ.เมืองพิษณุโลก เป็นที่เก็บรวบรวมศิลปะพื้นบ้าน ตั้งแต่ชิ้นเล็กๆ จนถึงชิ้นใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักสาน เครื่องปั้นดินเผา เครื่องใช้ในครัวโบราณ และเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ เช่น เครื่องวิดน้ำด้วยมือ เครื่องสีข้าว เครื่องดักสัตว์ ตลอดจนเครื่องมือในการจับหนูและแมลงสาบ   จ่าสิบเอก ดร. ทวี บูรณเขตต์ ได้รับการยกย่องว่าเป็น "คนดีศรีพิษณุโลก" คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติยกย่องให้เป็น "บุคคลดีเด่นทางวัฒนธรรมสาขาการช่างฝีมือ" ประจำปี 2526 และสภามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเสนอชื่อเข้ารับพระราชทางปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาศิลปะ เมื่อปี พ.ศ. 2527 เนื่องจากเป็นผู้ที่มีฝีมือในทางประติมากรรม และเป็นผู้อนุรักษ์ศิลปะพื้นบ้านโดยเฉพาะศิลปะของล้านนาไทยไว้มากที่สุดพิพิธภัณฑ์นี้ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ค่าผ่านประตู 50 บาทต่อท่าน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ โทร. (055) 252-121

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีบรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี


อ่านต่อรายละเอียด พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าสิบเอก ดร.ทวี-พิมพ์ บูรณเขตต์
---------------------------------------

พิษณุโลกไนท์บาซาร์

พิษณุโลกไนท์บาซาร์  ตั้งอยู่บนถนนพุทธบูชาริมแม่น้ำน่าน เป็นอาคารตกแต่งงดงาม ขนานแนวริมตลิ่ง ประกอบด้วยร้านจำหน่ายสินค้าของที่ระลึก และร้านอาหารมากมาย นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนแห่งหนึ่งของจังหวัดพิษณุโลก

การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ถึงวังน้อยแล้วแยกเข้าทางสายเอเชีย หลวงหมายเลข 32 ผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท เข้านครสวรรค์ แล้วใช้เส้นทางสาย 177ตรงสู่พิษณุโลก รวมระยะทาง 177 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่สะดวกที่สุด


อ่านต่อรายละเอียด พิษณุโลกไนท์บาซาร์
---------------------------------------

วัดวิหารทอง

เป็นวัดใหญ่ ตั้งอยู่ติดกับสำนักงานที่ดินจังหวัดพิษณุโลกทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำน่าน เยื้องกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุเล็กน้อย ปัจจุบันเป็นวัดร้างเหลือแต่เนินฐานเจดีย์ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก และเสาศิลาแลงขนาดใหญ่ประมาณ 7 ต้น เดิมเป็นที่ประดิษฐานพระอัฏฐารสซึ่งปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดสระเกศ

ถ่ายในช่วงกลางคืนตะกราตามากป้ายวัดวิหารทองวัดวิหารทอง วัดวิหารทองที่นี่สวยตระการตามากวัดวิหารทอง


อ่านต่อรายละเอียด วัดวิหารทอง
---------------------------------------

มะขามยักษ์

มีอายุประมาณ 700 ปี อยู่ที่ต.บ้านกอก จากตัวเมืองใช้เส้นทางไปนครสวรรค์ เลี้ยวซ้ายตรงคอสะพานข้ามแม่น้ำ-น่านไปประมาณ 700 เมตร อยู่ในบริเวณที่ดินของคุณยายไสว ภู่เพ็ง ตามประวัติกล่าวว่าเดิมบริเวณนี้เป็นป่าพง วันหนึ่งมีช้างเชือกหนึ่งหลุดเข้ามาอาศัยอยู่รอบ ๆ ต้นมะขามไม่ยอมห่างเจ้าของต้องใช้กำลังอย่างมากจึงสามารถนำช้างกลับไปได้ ไม่นานช้างนั้นก็ตายในลักษณะยืนตาย ต่อมาบริเวณโคนต้นมะขามนั้นเกิดมีตะปุ่มตะป่ำงอกขึ้นมาจนเป็นรูปหัวช้างพร้อมทั้งมีรากงอกเป็นรูปงวง และงาช้าง ซึ่งได้ผุกร่อนจนไม่อาจมองเห็นรูปร่างหัวช้างได้อีก อย่างไรก็ตาม ต้นมะขามนี้แผ่กิ่งก้านสาขาใหญ่โตให้ความร่มรื่นอย่างมาก และที่คบกิ่งด้านเหนือ จะมีกล้วยไม้ติดอยู่ซึ่งจะมีดอกในเดือนหกทุกปี ฉะนั้นชาวบ้านจึงทำบุญกันในวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี มีมหรสพลิเกแสดงด้วย


อ่านต่อรายละเอียด มะขามยักษ์
---------------------------------------

กำแพงคูเมือง

กำแพงเมืองพิษณุโลกแต่เดิมเป็นกำแพงดินเช่นเดียวกันกับกำแพงเมืองสุโขทัย คาดว่า สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เพื่อเตรียมรับศึกพระเจ้าติโลกราชแห่งราชอาณาจักรล้านนา และต่อมาในรัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ ได้โปรดให้ซ่อมแซมกำแพงเมืองอีกครั้ง เพื่อเตรียมรับศึกพม่าพอถึงรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้โปรดให้ช่างฝรั่งเศสสร้างกำแพงใหม่ โดยก่อด้วยอิฐให้แข็งแรงยิ่งขึ้นต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดให้รื้อกำแพงเมืองและป้อมต่าง ๆ เสีย เพื่อมิให้พม่าซึ่งรุกรานไทยยึดเป็นที่มั่น ฉะนั้น ในปัจจุบันจึงเหลือเพียงกำแพงดินบางจุด ที่เห็นได้ชัด ในขณะนี้ คือ บริเวณวัดโพธิญาณซึ่งอยู่ทางเหนือใกล้ ๆ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช บริเวณวัดน้อย ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกใกล้ทางรถไฟ และบริเวณสถานีตำรวจภูธร จังหวัดพิษณุโลก  สำหรับคูเมืองที่เห็นได้ชัด คือ แนวที่ขนานกับถนนพระร่วง ทางด้านตะวันตก ขนาดกว้างประมาณ 12 เมตร ซึ่งได้มีการขุดลอกเพื่อมิให้ตื้นเขินอยู่เสมอ

กำแพงคูเมืองกำแพงคูเมือง อ.เมือง  พิษณุโลกกำแพงคูเมืองฟุตบาทข้างๆกำแพงปืนใหญ่อยู่ข้างบนกำแพงคูเมือง


อ่านต่อรายละเอียด กำแพงคูเมือง
---------------------------------------

วัดอรัญญิก

เจดีย์วัดอรัญญิกวัดอรัญญิก เป็นวัดโบราณสมัยสุโขทัย ตั้งอยู่อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก บริเวณนอกกำแพงเมือง ประมาณ 1 กิโลเมตร ตามความนิยมในสมัยสุโขทัยที่สร้างสร้างวัดในป่าและ ให้ชื่อว่า "อรัญญิก"    ลักษณะสถาปัตยกรรมของวัด เจดีย์องค์ประธานเป็นทรงลังกา ฐานกลม องค์ระฆังเหลือครึ่งซีกจนถึง บัลลังก์ พบร่องรอยการบูรณะจึงมีรูปแบบผสมผสาน พบซากอุโบสถ ซากใบเสมาหินศิลปสมัยสุโขทัย พระพุทธรูปศิลปะเชียงแสน สุโขทัย และอยุธยา มีคูน้ำล้อมเนินดิน


อ่านต่อรายละเอียด วัดอรัญญิก
---------------------------------------

สระสองห้อง

อยู่ทางด้านตะวันตกของพระราชวังจันทน์นอกกำแพงปัจจุบันอยู่นอกรั้วของโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม เดิมชาวบ้านเรียกว่า "หนองสองห้อง" เป็นที่ประทับสำราญพระทัยของพระมหากษัตริย์ที่มาประทับ ณ พระราชวังจันทน์ 


อ่านต่อรายละเอียด สระสองห้อง
---------------------------------------

ศาลหลักเมือง พิษณุโลก

เสาหลักเมือง พิษณุโลก ประดิษฐานอยู่ภายในศาลหลักเมือง ฝั่งตะวันตกริมแม่น้ำน่าน ใกล้กับศาลากลาง จังหวัดพิษณุโลก ออกแบบอาคารโดยกรมศิลปากร เป็นแบบยอดปรางค์ เสาหลักเมืองทำจากไม้มงคลหลายชนิด เสาหลักเมืองจังหวัดพิษณุโลก เป็นเสาที่ทำจากไม้มงคลหลายชนิด ได้รับมอบหมายจากหลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก

ศาลหลักเมืองพิษณุโลก


อ่านต่อรายละเอียด ศาลหลักเมือง พิษณุโลก
---------------------------------------

ถนนคนเดิน พิษณุโลก

ถนนคนเดินพิษณุโลก ได้ร่วมกันสร้างแหล่งท่องเที่ยวให้แก่จังหวัด ได้บริหารจากเทศบาลจังหวัดพิษณุโลก ได้คัดสรรร้านขายของ และจัดระเบียบต่างๆ ซึ่งจะเน้นธีมของถนนคนเดินให้มี ความเป็นไทย นั้นจึงเป็นที่มีขายสินค้า และกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในถนนคนเดิน เช่น อาหารไทยๆ ขนมไทย หรือ กิจกรรมการลำวง ณ.ลานลำวง หรือบริเวณหน้าวัดจันทร์วัดออกนั่นเอง

ตั้งอยู่ที่ถนนสังฆบูชา โรงเรียนวันจันทร์ตะวันออก - วัดจันทร์ตะวันออก เปิดทุกวันเสาร์เป็นตั้งแต่เวลา 17.00-22.00

 ถนนคนเดิน พิษณุโลกถนนคนเดิน พิษณุโลกถนนคนเดิน พิษณุโลกถนนคนเดิน พิษณุโลกถนนคนเดิน พิษณุโลกถนนคนเดิน พิษณุโลกถนนคนเดิน พิษณุโลก


อ่านต่อรายละเอียด ถนนคนเดิน พิษณุโลก
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา