สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง บ้านพักพัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
เพชรบุรี

เพชรบุรี

>

ที่พักเพชรบุรี

>

แผนที่เพชรบุรี

>

ร้านอาหารเพชรบุรี

>

การเดินทางเพชรบุรี

>

ประวัติเพชรบุรี


อำเภอเมืองเพชรบุรี, เพชรบุรี
 


พระนครคีรี (เขาวัง)

เป็นโบราณสถานเก่าแก่คู่เมืองเพชรบุรี ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง 92 เมตร เดิมเรียกว่า เขาสมนหรือเขาคีรี พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพอพระราชหฤทัย ที่จะสร้างพระราชวังสำหรับเสด็จแปรพระราชฐานขึ้นบนยอดเขาแห่งนี้ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาเพชรนิสัยศรีสวัสดิ์ ปลัดเมือง เพชรบุรีเป็นนายงานก่อสร้างจนสำเร็จเรียบร้อยเมื่อปี พ.ศ. 2403 ทรงพระราชทานนามว่า พระนครคีรี แต่ชาวเมืองเพชรเรียกกันติดปากว่าเขาวัง สืบมาจนบัดนี้  พระนครคีรีมีพระที่นั่ง พระตำหนัก วัด และกลุ่มอาคารต่าง ๆ มากมาย ส่วนใหญ่เป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบนิโอคลาสสิคผสมสถาปัตยกรรมจีน ตั้งอยู่บนยอดเขาใหญ่ ๆ 3 ยอดด้วยกัน ดังนี้

ยอดเขาด้านทิศตะวันออก บริเวณไหล่เขาเป็นที่ตั้งของวัดมหาสมณาราม ภายในพระอุโบสถ มีภาพเขียนฝีมือขรัวอินโข่ง บนผนัง ทั้งสี่ด้าน เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ส่วนบนยอดเขาเป็นที่ตั้งของวัดพระแก้ว เป็นวัดประจำ พระราชวังพระนครคีรี เช่นเดียวกับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งเป็นวัดประจำพระบรมมหาราชวัง ในกรุงเทพฯ ภายในวัดพระแก้วประกอบด้วยพระอุโบสถขนาดเล็ก ประดับด้วยหินอ่อน ด้านหลังเป็น พระพุทธเสลเจดีย์ ด้านหน้าพระอุโบสถเป็นหอระฆังรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมขนาดเล็ก  เขายอดกลาง เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุจอมเพชร มีความสูง 40 เมตร บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน จากจุดนี้ สามารถมองเห็นพระที่นั่งต่าง ๆ บนยอดเขาอีก 2 ยอด รวมทั้งทิวทัศน์ของตัวเมืองเพชรบุรีได้อีกด้วย ยอดเขาด้านทิศตะวันตก เป็นที่ตั้งของพระราชวังที่ประทับอันได้แก่ พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท พระที่นั่งราชธรรมสภา หอชัชชวาลเวียงชัย หอพิมานเพชรมเหศวร ตำหนักสันถาคารสถาน หอจตุเวทปริตพจน์

ศาลาทัศนา-นักขัตฤกษ์ นอกจากนี้แล้วยังมีโรงรถ โรงม้า ศาลามหาดเล็ก ศาลาลูกขุน ศาลาต่าน ศาลาเย็นใจ ทิมดาบ โรงครัว ตามแบบพระราชวังทั่วไป รอบพระราชวังมีป้อมล้อมอยู่ทั้ง 4 ทิศคือ ป้อมทศรถป้องปากทางทิศตะวันออก ป้อมวรุฬหกบริรักษ์ ทางทิศใต้ ป้อมวิรุฬปักษ์ป้องกันทางทิศตะวันตก และป้อมเวสสุวรรณรักษาทางทิศเหนือ

กรมศิลปากรได้ใช้บางส่วนของพระราชวังบนยอดเขาด้านทิศตะวันตกนี้จัดตั้งเป็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี ภายในเก็บรักษาโบราณวัตถุต่าง ๆ ได้แก่ เครื่องราชูปโภคของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รูปหล่อโลหะสำริด และทองเหลืองที่ใช้สำหรับตกแต่งห้องต่าง ๆ ในพระที่นั่ง และเครื่องกระเบื้องของจีน ญี่ปุ่น และยุโรป เฉพาะส่วนของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินี้ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ทุกวัน

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 08.30-16.30 น. ค่าเข้าชม (รวมค่าเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี) ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 40 บาท นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นชมเขาวังได้ โดยการเดินขึ้น หรือโดยสารรถรางไฟฟ้า (ตั๋วไป-กลับ รวมค่าเข้าชมทั้งหมด) เสียค่าบริการ ชาวไทย 20 บาทชาวต่างชาติ 20 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ (032)425600

ปากทางพระนครคีรีพระนครคีรี (เขาวัง) ลิงที่พระนครคีรีช่วงมีเทศกาลพอดีมีธงพร้อมโคมไฟประดับวิวด้านบนประดับไปด้วยไฟ


อ่านต่อรายละเอียด พระนครคีรี (เขาวัง)
---------------------------------------

เขาบันไดอิฐ

เป็นเขาขนาดย่อมมียอดสูง 121 เมตร อยู่ห่างจากเขาวังประมาณ 2 กม. บนยอดเขามีวัดเก่าแก่ สมัยอยุธยา ชื่อวัดเขาบันไดอิฐ อันเป็นสำนักวิปัสสนากรรมฐานที่มีชื่อเสียงมาแต่เดิม ในสมัยปลาย กรุงศรีอยุธยานั้น เจ้าอธิการแสงแห่งวัดเขาบันไดอิฐ มีชื่อเสียงในด้านกรรมฐานมาก สมเด็จพระเจ้าเสือเคยทรงฝากตัวเป็นศิษย์ นอกจากวัดเขาบันไดอิฐ ถ้ำแรก คือ "ถ้ำประทุน" มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ตามผนังถ้ำทั้งสองด้าน ลึกเข้าไปจะเป็นถ้ำ "พระเจ้าเสือ" ที่ชื่อเช่นนี้ เพราะมีเรื่องเล่ากันมาว่า พระเจ้าเสือได้เสด็จมาหาอาจารย์แสง และได้ถวายพระพุทธรูปยืนปางห้าม สมุทรสูงประมาณ 2 เมตร และได้ประดิษฐานไว้ที่ถ้ำนี้ ถ้าหากเดินต่อลึกเข้าไปทางด้านใต้จะมีบันได ลงสู่ถ้ำอีกคูหาหนึ่ง มีชื่อเรียกว่า ถ้ำพระพุทธไสยาสน์ ด้วยมีพระนอนองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ มีพุทธลักษณะที่งดงามและตรงซอกผนังถ้ำมีประทุนเรือทำด้วยไม้เก่าแก่มาก เป็นประทุนเรือที่พระเจ้าเสือถวายอาจารย์แสง นอกจากถ้ำที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เขาบันไดอิฐยังมีถ้ำอีกมากมาย เช่น ถ้ำพระอาทิตย์ พระจันทร์ ถ้ำสว่างอารมณ์ ถ้ำช้างเผือก และถ้ำดุ๊ค ซึ่งมีชื่อตามดุ๊คโยฮันฮัลเบิร์ต ผู้สำเร็จราชการเมืองปอร์นสวิค ผู้เคยมาเยือนเพชรบุรีและมาเที่ยวถ้ำแห่งนี้

เขาบันไดอิฐเขาบันไดอิฐภายในถ้ำมีพระพุทธรูประฒังข้างวัดด้านหน้าวัด


อ่านต่อรายละเอียด เขาบันไดอิฐ
---------------------------------------

วัดมหาธาตุวรวิหาร

อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 500 เมตร เป็นวัดเก่าแก่  ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเพชรบุรีฝั่งตะวันตก ภายในวัดแบ่งเขตพุทธวาสออกจากเขตสังฆาวาส สิ่งที่น่าสนใจ ในวัด ได้แก่ ปรางค์ห้ายอด เป็นปรางค์ก่ออิฐฉาบปูน สร้างตามคติมหายานถวายพระธยานิพุทธทั้งห้า ซึ่งทำรูปจำลองประดิษฐาน อยู่บนยอด

ปรางค์แต่ละองค์ สันนิษฐานว่าเดิมปรางค์ห้ายอดนี้  คงจะเป็นพระเจดีย์ห้ายอด เช่นเดียวกับที่เมืองนครศรีธรรมราช แล้วมาแก้ไขเป็นปรางค์ในสมัยหลัง ภายในปรางค์ใหญ่ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ ภาพปูนปั้นต่าง ๆ ในวิหารหลวงและพระอุโบสถ ฝีมือช่างเมืองเพชร ซึ่งหาดูได้ยาก นอกจากนั้นในวิหารยังบรรจุพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเพชรบุรีนับถือมาก คือ รูปหลวงพ่อวัดมหาธาตุ รูปหลวงพ่อบ้านแหลม และรูปหลวงพ่อวัดเขาตะเครา

พระประทานวัดมหาธาตุวรวิหารวัดมหาธาตุวัดมหาธาตุวรวิหารวัดมหาธาตุวรวิหาร


อ่านต่อรายละเอียด วัดมหาธาตุวรวิหาร
---------------------------------------

วัดพระพุทธไสยาสน์

ตั้งอยู่เชิงเขาวังด้านทิศใต้ เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยา ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่มีลักษณะ งดงามและมีขนาดใหญ่เป็นหนึ่งในสี่ของประเทศ

วัดพระพทธไสยาสน์วัดพระพทธไสยาสน์


อ่านต่อรายละเอียด วัดพระพุทธไสยาสน์
---------------------------------------

ถ้ำเขาหลวง

เป็นแหล่งท่องเที่ยวถ้ำของเพชรบุรี ซึ่งมีถ้ำสำคัญที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอยู่ ๔ ถ้ำคือ ถ้ำเขาย้อย ถ้ำเขาบันไดอิฐ ถ้ำเขาเตาหม้อ และถ้ำเขาหลวง ซึ่งถ้ำเขาหลวงนี้นิยมเป็นแหล่งท่องเที่ยวกันมานานนับร้อยปีแล้ว ถ้ำเขาหลวง อยู่ในพื้นที่ของอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งจังหวัดนี้มีประวัติและความเป็นมาที่น่าศึกษา เคยเป็นเมืองที่จมอยู่ในทะเลในสมัยทวารวดี ในพื้นที่ราบทางตะวันออกของจังหวัด ตั้งแต่อำเภอชะอำ อำเภอท่ายาง อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอบ้านแหลม จนถึงอำเภอเขาย้อย จะเป็นทะเลทั้งหมดไปจนถึงตัวเมืองราชบุรี และมีเมืองโบราณสมัยทวารวดี อยู่ในจังหวัดราชบุรีคือ เมืองคูบัว ชุมชนโบราณสมัยทวารวดีที่สำคัญ ได้แก่ เขตชุมชนโบราณหนองปรง เขตอำเภอเมืองเพชรบุรี โบราณสถานทุ่งเศรษฐี ที่บ้านโคกเศรษฐี ตำบลนายาง อำเภอชะอำ ชื่อเมืองเพชรบุรี มาปรากฎหลังชมุชนโบราณพ้นสมัยทวารวดีแล้วคือ สมัยสุโขทัย มาสมัยอยุธยา เพชรบุรีอยู่ในฐานะเมืองหน้าด่าน เมืองอู่ข้าว อู่น้ำ และมีความสำคัญดังกล่าวมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์

การเดินทาง ไปเที่ยวเพชรบุรีจะไปทางรถยนต์ หรือทางรถไฟก็สะดวกทั้งสิ้น แต่หากไปทางรถไฟ ซึ่งมีไปวันละหลายขบวน แต่เมื่อไปถึงเมืองเพชรบุรีแล้ว ต้องหารถพรรคพวกมารับไปเที่ยว หรือเที่ยวโดยรถสี่ล้อเล็กที่ชาวเมืองเรียกว่า "รถเล้ง" หรือไปเที่ยวกับรถไฟ ไปเช้า เย็นกลับ ไม่ทราบว่ายังจัดอยู่หรือเปล่า สนใจลองโทรถามดู ๐๒ ๒๒๕ ๖๙๖๔ ต่อ ๕๒๑๗ แต่ผมชอบขับรถไปเองสนุกกว่า เพชรบุรีอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ ฯ มีสถานที่เที่ยวในตัวเมืองได้หลายแห่ง ของกิน อร่อย ๆ หากินได้แยะ รวมทั้งของฝากที่จะหิ้วกลับมาด้วย ขนมอร่อยที่ลือชื่อคือ ขนมหม้อแกง หากเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว มีเส้นทางไปได้ ๒ เส้นทางคือ

เส้นทางที่ ๑  ไปตามถนนเพชรเกษม หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ ผ่านไปตั้งแต่บางแค นครปฐม ราชบุรี ปากท่อ เขาย้อย เพชรบุรี เส้นนี้ระยะทางประมาณ ๑๖๖ กม. ไกลพอ ๆ กับไปลพบุรี หากมีเวลาเส้นนี้เหมาะสำหรับเที่ยวกลับ เพราะได้แวะนครปฐม แหล่งของกินใหญ่ยามค่ำคือ ที่บริเวณด้านตะวันตกขององค์พระปฐม มากมายหลายสิบเจ้าเลยทีเดียว

เส้นทางที่ ๒  หากมาทางด่วนพระราม ๙ พอลงจากทางด่วนมาสู่ถนนพระราม ๒ แล้ววิ่งไปผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม ปากท่อ เส้นนี้หากเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ในวันกลับรถจะติดมากคือ ติดกันตั้งแต่เลี้ยวเข้าสาย ๓๕ (พระราม ๒) ที่บริเวณแยกวังมะนาว รถจะเริ่มติดมาจนยันทางด่วนนั่นแหละ จากปากท่อก็ทับกับเส้นทางที่มาจากราชบุรีคือ ถนนเพชรเกษมเส้นนี้ประมาณ ๑๒๑ กม. ใกล้กว่ามาก แต่ทำเวลาไม่ค่อยได้ ถ้าเป็นวันหยุด ยิ่งหยุดยาวก็ติดยาวดีนัก

จะไปเส้นทางที่ ๑ หรือที่ ๒ หากออกเช้ากะไปกินข้าวเช้าตามทาง ก็ขอแนะนำว่าไปกินข้าวแกงที่เขาย้อยดีที่สุด อร่อยสุด ๆ เช่นกัน ก่อนถึงทางแยกไปสถานีรถไฟเขาย้อย จะมีร้านข้าวแกงร้านใหญ่ ๆ อยู่หลายร้าน ร้านที่ผมชิมเขาประจำ และชิมมานานเลยสิบปี จนเขาขยายร้านใหญ่โต ขาไปจะอยู่ทางขวามือ ต้องไปกลับรถมาจากสี่แยก มีอาหารคงจะถึงร้อยอย่าง

เมื่อวิ่งมาถึงเขตเพชรบุรี ก่อนเข้าเมืองจะพบทางเลี้ยงเมืองทางขวา หากจะไปชะอำ หัวหิน ก็แยกขวาไปได้เลย แต่ถ้าจะเข้าเมืองก็ตรงไปจะชนกับสามเแยกศาลหลักเมือง ถ้าเลี้ยวขวาก็จะไปยังเขาวัง แต่หากขึ้นเขาวังทางนี้ต้องเดินขึ้นเขาไป แต่ถ้าจะขึ้นโดยรถรางไฟฟ้า หรือเคเบิลคาร์ถึงทางเลี่ยงเมืองให้เลี้ยวขวาไปนิดเดียว จะเห็นสถานีรถไฟฟ้าอยู่ทางซ้ายมือ ขึ้นรถไฟฟ้าไม่ต้องเดินขึ้นบันไดไปสู่เขาวัง

ตรงสามแยกศาลหลักเมือง ที่เลี้ยวขวามาเขาวัง หากเลี้ยวซ้ายไปตามถนน ๓๑๗๓ อีกประมาณ ๓ กม. เศษ ๆ คือ ทางลงถ้ำเขาหลวง ซึ่งเดี๋ยวนี้สะดวกมาก ถนนคอนกรีตอย่างดี เมื่อไปถึงลานจอดรถ ทางซ้ายมีทางลงสู่ถ้ำจันทน์ เป็นสำนักสงฆ์วิปัสสนา ทางขวามีที่ขายอาหารลิง เพราะลิงแยะ และมีห้องสุขาที่สะอาด แต่ไม่สากล เก็บค่าบริการคนละ ๒ บาท สุดทางของถนนก่อนลงถ้ำคือ ศาลาที่จำลองแบบมาจาก "ศาลาสวนหลวง ร.๙"

ทางซ้ายของศาลาสวนหลวง ร.๙ มีบันไดคอนกรีตเดินไปสู่ปากน้ำ พอถึงปากถ้ำต้องเดินลงบันไดที่ค่อนข้างชัน เดินลงไปอีก ๙๙ ขั้น ซึ่งผมต้องใช้ความอดทน ความมานะพยายามอย่างสูง ในการเดินลงไป ขาลงไม่กลัว ขาขึ้นไม่แน่ใจว่าจะไต่ขึ้นมาไหวหรือไม่ และน่าจะเป็นการลงไปถ้ำเขาหลวงเป็นครั้งสุดท้ายของผม ที่จะไปแล้วลงไปในถ้ำ สมัยก่อนเคยไปมาตั้งแต่สี่สิบปีที่แล้ว เป็นการไปครั้งแรก ซึ่งครั้งนั้นจะต้องเดินไปจากจุดที่เรียกว่า ลานจอดรถ ยังไม่มีลาน ไม่มีบันไดเดินไปปากถ้ำ ต้องเดินไต่เขาไป พอถึงปากถ้ำต้องลงไปในถ้ำ ด้วยบันไดไม้ไผ่หวาดเสียวดีพิลึก แต่ตอนนั้นกับตอนนี้ผิดกัน เพราะร่างกายมันไม่ยอมไต่บันได ก็ยังดีที่ลงไปตามบันได ๙๙ ขั้น และไต่กลับขึ้นมาได้โดยไม่ต้องอาศัยโคร ค่อย ๆ ขึ้นมาอย่ารีบร้อนมันก็ขึ้นได้เอง

ประวัติเล่าไว้ว่า รัชกาลที่ ๔ เสด็จมาพร้อมโอรส ๒ พระองค์ และโปรดให้พระบรมวงศานุวงศ์ ร่วมกันสร้างพระ และทรงบูรณะ เช่น สร้างรอยพระพุทธบาทจำลอง รัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จมาบูรณะต่อ แล้วพระราชทานนามว่า วิมานจักรี ปัจจุบันมีพระพุทธรูปในถ้ำรวม ๑๗๐ องค์ มีเจดีย์ในถ้ำ ๖ องค์ ภายในถ้ำแบ่งพื้นที่โดยธรรมชาติเป็น ๓ ห้องคือ

ห้องแรก  มีพระพุทธบาทจำลอง มีหินที่เกิดจากน้ำหยดลงมาเป็นรูปเหมือนเต่า ห้องนี้หินงอก หินย้อยสวยมา และหินย้อยบางก้อนถูกคนลักตัดเอาไป

ห้องที่ ๒  เดินต่อไปจากห้องแรก เดินสะดวกถึงกันหมดทั้ง ๓ ห้อง มีพระพุทธรูปเรียงรายรอบห้อง มีปล่องให้แสงสว่างเข้ามาพื้นถ้ำ นอกจากสวยแล้วยังให้ความสว่าง มีพระพุทธไสยาสน์ หลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้ลงมาเที่ยวถ้ำ จะมากราบไหว้บูชา มีธูปเทียนจำหน่ายให้นำไปบูชา มีพระนาคปรก และที่ฐานพระพุทธรูปองค์หนึ่ง ยังมีตราประจำพระองค์ของรัชกาลที่ ๑ - ๕ จารึกไว้ด้วย

ภายในถ้ำทุกห้องงามด้วยหินงอกหินย้อย และมีอากาศเย็นสบาย ไม่อับชื้น  ถ้ำเขาหลวงมีชาวไทย ชาวต่างประเทศ ลงมาเที่ยวกันนานนับร้อยปีแล้ว มีบันทึกของชาวยุโรปและภาพปรากฏในงานพิมพ์ของอังรี มูโอ นักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศสที่เดินทางมายังไทย ลาว กัมพูชา แล้วกลับไปตีพิมพ์ไว้เมื่อ พ.ศ.๒๔๐๗  ถ้ำเขาหลวงนี้สุนทรภู่ได้เคยมาเที่ยวและเล่าไว้ในนิราศเมืองเพชร

"ดูว้างเวิ้งเชิงพนมน่าชมเชย   ต่างแหงนเงยชมชะง่อนก้อนศิลา

เป็นลดหลั่นชั้นช่องมีห้องหับ    แลสลับเลื่อมลายคล้ายเลขา

กลางคีรินหินห้อยย้อยระย้า      ดาษดาดูดูดังพู่พวง"


อ่านต่อรายละเอียด ถ้ำเขาหลวง
---------------------------------------

วัดใหญ่สุวรรณาราม

อยู่ที่ถนนพงษ์สุริยา ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 1 กิโลเมตร วัดนี้สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา และได้มีการบูรณะในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในวัดมีศาลาการเปรียญ เป็นพระตำหนักไม้สักทั้งหลังที่พระเจ้าเสือแห่งกรุงศรีอยุธยา พระราชทานแด่พระสังฆราชชาวเพชรบุรี ศาลาการเปรียญนี้มีการแกะสลักไม้ที่สวยงาม โดยเฉพาะบานประตูสลักลายก้านขดปิดทอง และยังมีธรรมาสน์เทศน์ ซึ่งแกะสลักลงรักปิดทอง รูปทรงเป็นบุษบกที่งดงามและสมบูรณ์ บนผนังภายในพระอุโบสถ มีภาพเขียนเทพชุมนุม อายุกว่า 300 ปี สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าชมศิลปกรรมในพระอุโบสถและศาลาการเปรียญ ต้องไปติดต่อขอกุญแจที่เจ้าอาวาส

Unseen Thailand พระ 6 นิ้ว(เท้าขวา)

พระประธาน


อ่านต่อรายละเอียด วัดใหญ่สุวรรณาราม
---------------------------------------

พระรามราชนิเวศน์

พระราชวังบ้านปืน"  ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหม้อ อำเภอเมือง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์ให้สร้างด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อเป็นพระราชนิเวศน์ สำหรับประทับแรม ในฤดูฝน ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดซื้อที่จากราษฎร และให้จอมพลเรือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้า บริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต กับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นแม่กองจัดการก่อสร้าง สร้างแบบสถาปัตยกรรมยุโรป ออกแบบโดยมิสเตอร์คาลเดอริง ชาวเยอรมัน เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2452แล้วเสร็จในปี  พ.ศ. 2459 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า พระที่นั่งศรเพ็ชร-ปราสาท และทรงเปลี่ยนเป็นพระรามราชนิเวศน์ ปี พ.ศ. 2461 ใช้เป็นที่รับรองแขกเมือง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนผู้กำกับลูกเสือ โรงเรียนฝึกหัดครูเกษตรกรรม โรงเรียนประชาบาลประจำตำบล ฯลฯ

การเข้าชมต้องทำหนังสือล่วงหน้าถึงผู้บังคับการจังหวัดทหารบก กองพันที่ 3 กรมทหารราบที่ 11 อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี 76000 หรืออาจติดต่อที่ป้อมยามแลกบัตรเพื่อขอเข้าชมอย่างไม่เป็นทางการ

พระรามราชนิเวศน์พระรามราชนิเวศน์


อ่านต่อรายละเอียด พระรามราชนิเวศน์
---------------------------------------

วัดกำแพงแลง

วัดกำแพงแลง อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 2 กม. วัดนี้เดิมเป็นเทวสถานในสมัยขอม สร้างตามลัทธิศาสนาพราหมณ์ ต่อมาเมื่ออิทธิพลของศาสนาพุทธได้แผ่ขยายเข้ามาในบริเวณนั้น จึงได้ดัดแปลงเทวสถานแห่งนี้เป็นศาสนสถานในพระพุทธศาสนานิกายมหายาน และหีนยาน ตามลำดับ เทวสถานที่สร้างขึ้น เดิมมีปรางค์ 5 หลัง ทำด้วยศิลาแลง ปัจจุบันเหลือเพียง 4 หลัง สันนิษฐานว่าปรางค์แต่ละหลัง ใช้เป็นที่ประดิษฐานเทวรูป เช่น พระอิศวร พระนารายณ์ พระพรหม พระนางอุมา เพราะเมื่อ พ.ศ. 2499 มีผู้ขุดพบรูปสลักของพระนางอุมาในปรางค์องค์หนึ่งที่พังลง วัดนี้เมื่อดัดแปลงเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนสถานแล้วได้สร้างพระอุโบสถขึ้น โดยมิได้เปลี่ยนสภาพเดิมไปมากนัก จะเห็นได้ว่ารอบๆ วัดยังมีกำแพงที่ก่อด้วยศิลาแลงล้อมรอบอยู

ด้านทิศใต้

  

  

 

 

ตะวันตกเฉียงใต้

 

Wat Kampaenglaeng, Phetchburi

All rights reserved by  Thai-Tour.Com


อ่านต่อรายละเอียด วัดกำแพงแลง
---------------------------------------

หาดเจ้าสำราญ

อยู่ห่างจากตลาดเมืองเพชรบุรีประมาณ 15 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 3177 เป็นชายหาดที่เคยเป็น สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมากตั้งแต่สมัยโบราณ ตามประวัติเล่ากันว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เคยเสด็จ มาที่นี่พร้อมด้วยสมเด็จพระเอกาทศรถ ทรงพอพระราชหฤทัยในความงามของหาดแห่งนี้มาก ทรงประทับ แรมอยู่หลายวัน จนกระทั่งชาวบ้านเรียกหาดนี้ว่า หาดเจ้าสำราญ มาจนปัจจุบัน หาดเจ้าสำราญเจริญ ถึงขีดสุดในสมัยรัชกาลที่ 6 หาดเจ้าสำราญมีชื่อเสียงกว่าชายทะเลแห่งใด ๆ ในเมืองไทยสมัยนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้สร้างพระตำหนักที่ประทับขึ้น ณ ริมหาดแห่งนี้เรียกว่า พระตำหนักหาดเจ้าสำราญ สำเร็จในปีพ.ศ. 2461 ต่อมารื้อไปสร้างใหม่ที่มฤคทายวัน


อ่านต่อรายละเอียด หาดเจ้าสำราญ
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา