สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง บ้านพักพัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
เพชรบูรณ์ Petchbun English Version, Please Click Here !!

เพชรบูรณ์

>

ที่พักเพชรบูรณ์

>

แผนที่เพชรบูรณ์

>

ร้านอาหารเพชรบูรณ์

>

การเดินทางเพชรบูรณ์

>

ประวัติเพชรบูรณ์


อำเภอเมืองเพชรบูรณ์, เพชรบูรณ์


วัดมหาธาตุ

ตั้งอยู่ที่ถนนนิกรบำรุง ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์ มีเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ แบบสุโขทัย สูงประมาณ 3 วา สมเด็จพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า วัดนี้คงสร้างมาแต่ครั้งสุโขทัย ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่องาม ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อเพชร

หลวงพ่อเพชร


อ่านต่อรายละเอียด วัดมหาธาตุ
---------------------------------------

ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเพชรบูรณ์

อยู่ที่ถนนหลักเมือง ใจกลางเมืองเพชรบูรณ์ เสาหลักเมืองเป็นเสาหินที่สมเด็จพระยาดำรงราชานุภาพทรงนำมาจากเมืองศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์เมื่อปี พ.ศ 2447 เมืองศรีเทพเป็นเมืองโบราณแบบทวารวดีและขอม คาดว่ามีอายุตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 11-12 ลงมาจนถึงพุทธศตวรรษที่17 - 18 จึงนับว่าเป็นเสาหลักเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย อยู่เยื้องตรงข้ามหอวัฒนธรรมนครบาลเพชรบูรณ์

ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเพชรบูรณ์


อ่านต่อรายละเอียด ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเพชรบูรณ์
---------------------------------------

วัดไตรภูมิ

ตั้งอยู่ที่ถนนเพชรรัตน์ เป็นวัดเก่าแก่ เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธมหาธรรมราชา พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเพชรบูรณ์ พระพุทธมหาธรรมราชาเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปสมัยลพบุรี ชาวบ้านพบในแม่น้ำป่าสักบริเวณหน้าวัด จึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดนี้ ต่อมาพระพุทธรูปองค์นี้ได้หายไป และมีผู้พบในแม่น้ำบริเวณที่พบครั้งแรกจึงถือกันเป็นประเพณีของจังหวัดเพชรบูรณ์ คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้อุ้มพระพุทธรูปลงดำไปยังก้นแม่น้ำ แล้วโผล่ขึ้นมา ทำเช่นนี้จนครบทั้ง 4 ทิศ ถือว่าเป็นสิริมงคลแก่จังหวัด และถ้าไม่ได้กระทำพิธีอุ้มพระดำน้ำจะเกิดฝนแล้งพิธีอุ้มพระดำน้ำนี้จะทำในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10

ประวัติ มีตำนานเล่าว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์แห่งนครธมได้พระราชทานพระพุทธมหาธรรมราชาแก่พ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราด (อ. หล่มสัก) ในครั้งที่ทรงอภิเษกสมรสกับพระนางสิงขรมหาเทวี พระธิดาของพระองค์ เพื่อเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง แต่หลังจากพ่อขุนผาเมืองและพ่อขุนบางกลางท่าว เจ้าเมืองบางยาง (อ. นครไทย) ร่วมกันกอบกู้อิสรภาพให้แก่คนไทย พระนางสิงขรมหาเทวีทรงแค้นเคืองมาก จึงเผาเมืองราดจนย่อยยับ เสนาอำมาตย์ต้องอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาหลบหนีไฟ โดยล่องแพมาตามแม่น้ำป่าสัก แต่เนื่องจากแม่น้ำมีความคดเคี้ยว ประกอบกับกระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก ทำให้แพแตก องค์พระจมหายไปในแม่น้ำ จนกระทั่งชาวประมงไปพบ จึงเกิดประเพณีอุ้มพระดำน้ำในเวลาต่อมา ในวันสงกรานต์ชาวเพชรบูรณ์จะร่วมกันสรงน้ำพระพุทธมหาธรรมราชาเป็นประจำทุกปี    สิ่งน่าสนใจ    พระพุทธมหาธรรมราชา  เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิสมัยลพบุรี หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 13 นิ้ว สูง 18 นิ้ว ไม่มีฐาน พระพักตร์กว้าง มีลักษณะเป็นเหลี่ยม พระโอษฐ์แบะ แลดูน่าเกรงขาม พระกรรณยาวเกือบจรดพระอังสา พระเศียรทรงเทริดหรือชฎา ทรงสร้อยพระศอ พาหุรัด และประคตเป็นลวดลายงดงาม ประดิษฐานบนโต๊ะบูชาในศาลาไม้ มีจำนวนสององค์ องค์จริงคือองค์บนสุด ส่วนองค์ที่อยู่ด้านล่างหล่อจำลองขึ้นใหม่เพื่อใช้ประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำ เนื่องจากองค์จริงหล่อด้วยสัมฤทธิ์ เมื่อนำลงดำน้ำบ่อยๆ เกรงว่าจะทำให้องค์พระหมองคล้ำหรือชำรุดเสียหาย

พระพุทธมหาธรรมราชา


อ่านต่อรายละเอียด วัดไตรภูมิ
---------------------------------------

วัดพระแก้ว

ตั้งอยู่ที่ต.ในเมือง เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่เรียงกัน กับวัดพระสิงห์ และวัดพระเสือ โดยวัดพระสิงห์อยู่ทางทิศเหนือ วัดพระแก้วอยู่ตรงกลางและวัดพระเสืออยู่ทางทิศใต้ มีโบราณสถานสำคัญคือ พระเจดีย์หลังพระอุโบสถในวัดพระสิงห์ และ "พระปรางค์กลีบมะเฟือง" ที่วัดพระแก้ว กรมศิลปากรสันนิษฐานว่าพระพุทธรูปที่ขุดพบนั้นสร้างมานานกว่าเจ็ดร้อยปี นอกจากนี้ยังมีกรุ โอ่ง พระพุทธรูปและของสำคัญต่างๆ เช่น เครื่องปั้นดินเผา พระพุทธรูปทองคำเนี้อสัมฤทธิ์ เนี้อเงิน แผ่นทองคำ และพระผงดินเผา แบบสุโขทัย

บรรยากาศภายในวัดพระแก้วพระพุทธรูปทองคำเนี้อสัมฤทธิ์วัดพระแก้ว


อ่านต่อรายละเอียด วัดพระแก้ว
---------------------------------------

หอวัฒนธรรมนครบาลเพชรบูรณ์

เป็นหอประชุมขนาดใหญ่ ใช้ประโยชน์ในด้านการศึกษาที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจัดเป็นการแสดงภาพและของเก่าจากกรมศิลปาการ บางส่วนที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในยุคต่างๆ ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ส่วนที่2 จัดเวทีการแสดงทางด้านประวัติศาสตร์ ประเพณีและวัฒนธรรมต่างๆ ของจังหวัดเพชรบูรณ์

หอวัฒนธรรมนครบาลเพชรบูรณ์บรรยากาศรอบๆ หอวัฒนธรรม


อ่านต่อรายละเอียด หอวัฒนธรรมนครบาลเพชรบูรณ์
---------------------------------------

สวนรุกขชาติผาเมือง

ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ "หนองนารี" ตั้งอยู่ริมถนนนารีพัฒนา หมู่ที่ 5 ต.สำเดียง หลังสนามกีฬาจังหวัดเพชรบูรณ์ ห่างจากตัวเมือง 2 กม. มีบึงน้ำขนาดใหญ่ บรรยากาศร่มรื่น มีร้านอาหาร เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเพชรบูรณ์


อ่านต่อรายละเอียด สวนรุกขชาติผาเมือง
---------------------------------------

อ่างเก็บน้ำชลประทานห้วยป่าแดง

อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันตกตามทางหลวงหมายเลข2006 ประมาณ 8 กม. เป็นแหล่งพักผ่อนริมน้ำที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่ง เกิดจากการสร้างเขื่อนกั้นห้วยป่าแดงในเขตตำบลป่าเล่า อ่างเก็บน้ำนี้แวดล้อมด้วยทัศนียภาพของขุนเขาและสายน้ำที่งดงามโดยเฉพาะในยามเช้าตรู่และยามเย็น ช่วงที่พระอาทิตย์ขึ้น-ลง ประชาชนนิยมมาพักผ่อนหย่อนใจ นั่งรับประทานอาหาร สังสรรค์กับเพื่อฝูง ในบริเวณมีร้านขายอาหารบริการ อาหารที่ขึ้นชื่อคือ อาหารจำพวกปลาน้ำจืด เช่น ปลาเผา ปลาทอด

เมื่อฤดูแล้ง เกษตรกรในเขตอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ต้องเดือดร้อน ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างหนักมาทุก ๆ ปี ด้วยเหตุนี้ กรมชลประทานจึงได้ดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดงขึ้น เมื่อ พ.ศ.2500 แล้วเสร็จใน พ.ศ.2550 เพื่อเก็บกักน้ำในลำห้วยป่าแดงไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภค การอุตสาหกรรม การเกษตรกรรม ตลอดจนการประปา ของราษฎรในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ตามแผนพัฒนาของคณะกรรมการจังหวัดภาคเหนือ              โครงการฯ นี้ สามารถส่งน้ำให้เกษตรกรใช้ในการเพาะปลูกได้ปีละ 2 ครั้ง ครั้งแรกสำหรับการปลูกข้าวนาปี ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน - ต้นเดือนพฤศจิกายน พื้นที่เพาะปลูกข้าวประมาณ 13,560 ไร่ ส่วนครั้งที่ 2 ส่งน้ำให้ใช้เพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ได้แก่ ถั่วเขียว ตั้งแต่กลางเดือนมกราคม - ต้นเดือนกุมภาพันธ์ เฉลี่ยปริมาณน้ำที่ใช้ปีละประมาณ 1,800,000 - 2,500,000 ลบ.ม.              อ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดง ตั้งอยูู่ที่บ้านป่าแดง หมู่ที่ 3 ตำบลป่าเลา อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ ทั้งปี ประมาณ 25 ล้าน ลบ.ม. ระดับเก็บกัก +158.60 ม. (รทก.) ความจุของอ่างฯ 20,700,000 ลบ.ม.  ในการส่งน้ำให้เกษตรกร ทางโครงการฯ จะส่งด้วยระบบคลองส่งน้ำ โดยแบ่งพื้นที่ส่งน้ำออกเป็น 2 โซน โซนแรกอยู่ทางฝั่งซ้ายของลำห้วยป่าแดง รับน้ำจากคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้ายคลองซอย 1 ขวา และคลองซอย 2 ขวา ส่งผ่านคูน้ำจำนวน 35 สาย และท่อส่งน้ำเข้านาจำนวน 8 ท่อ โซนที่ 2 อยู่ฝั่งขวาของลำห้วยป่าแดง รับน้ำจากคลองสายใหญ่ฝั่งขวา คลองซอย 1 ซ้าย และคลองซอย 2 ซ้าย ส่งผ่านคูน้ำจำนวน 18 สาย และท่อส่งน้ำเข้านาจำนวน 9 ท่อ รวมพื้นที่ส่งน้ำทั้ง 2 โซน จำนวน 13,560 ไร่              ปัจจุบัน กรมชลประทานอนุญาตให้ 3 หน่วยงาน สูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดงไปผลิตน้ำประปา เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชนและให้หน่วยทหารในสังกัดใช้อุปโภคบริโภค ได้แก่ การประปาเพชรบูรณ์ จังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ และกองพลทหารม้าที่ 1 รวมปริมาณน้ำทั้ง 3 หน่วยงาน ที่สูบไปใช้ผลิตน้ำประปาได้ เฉลี่ยปีละประมาณ 3,240,000 ลบ.ม.

อ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดงบรรยากาศบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดงอ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดงอ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดง


อ่านต่อรายละเอียด อ่างเก็บน้ำชลประทานห้วยป่าแดง
---------------------------------------

วัดช้างเผือก

เป็นที่ประดิษฐานศพของพระครูพชราจารย์ หรือหลวงพ่อทบ ที่บรรจุศพอยู่ในโลงแก้ว ซึ่งศพของท่านไม่เน่าเปื่อย และเป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดเพชรบูรณ์และผู้ที่เดินทางผ่าน ในเดือนมีนาคมจะมีงานประจำปีครบรอบวันมรณภาพของหลวงพ่อทบเป็นประจำทุกปี การเดินทาง จากตัวเมืองเพชรบูรณ์ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข21 ถึงสามแยกวังชมพูเลี้ยวซ้านไปตามเส้นทางอำเภอหนองไผ่ อยู่ระหว่างกิโลเมตรที่118 ก่อนถึงสามแยกบ้านนายมซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางเข้าวัดไปอีกประมาณ 700 เมตร

ประวัติของหลวงพ่อทบ  พระเกจิดังๆ นั้นมีมาหลายยุคหลายสมัยโดยเฉพาะในช่วงโบราณกาล เรามักจะเคยได้ยินเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับพระหลายๆ ท่านถึงความศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏแก่สายตายชาวบ้าน อาทิ คาถาอาคมของสมเด็จโตที่สะกดวิญญาณนางนาคให้สงบลงได้ หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลให้กลายเป็นน้ำจืด พระที่ศักดิ์สิทธิ์ก็ยังคงมีมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง นักกีฬา หรือนักธุรกิจก็มักนิยมไปให้หลวงพ่อคูณเคาะศีรษะเพื่อความเป็นสิริมงคล           ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ก็เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีเรื่องราวพระที่ศักดิ์สิทธิ์นามว่า “พระครูวิชิต พัชราจารย์” หรือที่ชาวบ้านเรียกท่านว่า “หลวงพ่อทบ”           หลวงพ่อทบเกิดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2424 ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 4 ปีมะเส็ง ท่านเป็นบุตรของนายเผือก และนางอินทร์ ม่วงดี มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน ถิ่นฐานเดิมอยู่ที่บ้านยางหัวลม ตำบลวังชมภู           สมัยเด็กหลวงพ่อทบท่านชอบศึกษาเล่าเรียนภาษาขอม และวิชาอาคมต่างๆ เมื่ออายุได้ 16 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดช้างเผือก ตำบลนายม (วังชมภู) อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ จนอายุครบ 21 ปี ก็อุปสมบท ณ วัดเกาะแก้ว และได้รับฉายาว่า “ธมฺ มปฺ โญ ภิกขุ” เมื่ออุปสมบทแล้วก็ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดช้างเผือก 2 ปีจากนั้นก็ได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดวังโป่งอีก 2 ปี และท่านก็ได้ออกธุดงค์ไปตามป่าลึกทั้งในประเทศพม่า ลาว และเขมร แล้วฝึกวิชาอาคมต่างๆ           ตอนที่หลวงพ่อทบออกธุดงค์นั้นก็ต้องพบเจอกับสัตว์ป่านานาชนิด จนบางครั้งมีฝูงช้างป่าและเสือโคร่ง มาหากินและนอนอยู่ข้างกลด ท่านก็ได้แผ่เมตตาให้และภาวนาว่า “เอ็งหากิน ข้าก็หากิน เอ็งก็อยู่ ข้าก็อยู่ เมื่อมาก็ดีแล้ว จงนอนเสียเถิด” สัตว์ป่าเหล่านั้นก็นอนตามปกติโดยที่ไม่รบกวนหลวงพ่อทบเลย           เรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อยังคงมีปรากฏให้เห็นอีกเรื่อยมา ครั้งหนึ่งมีชายวิ่งมาขอความช่วยเหลือจากหลวงพ่อ บอกว่ามีคนจะตามฆ่าเพราะไปรู้เรื่องการปล้นของเขา หลวงพ่อก็หยิบเอาเศษไม้ที่ถากทิ้งไว้ขึ้นมาเสกเป่าคาถา แล้วยื่นให้ชายผู้นั้น แล้วบอกว่าถ้ามีคนเข้ามาให้อยู่เฉยๆ ไม่ต้องพูดอะไร สักพักก็มีกลุ่มคนวิ่งเข้ามาถามหลวงพ่อว่าเห็นคนวิ่งมาทางนี้หรือเปล่า หลวงพ่อไม่อยากโกหกจึงตอบไปว่า “ถ้ามีเอ็งก็เห็นแล้วซิ” ชายกลุ่มนั้นไม่พอใจจึงหันปืนยิงใส่หลวงพ่อ แต่ปืนกลับยิงไม่ออก กลุ่มโจรจึงก้มกราบและขออภัยที่ล่วงเกิน           ชื่อเสียงของหลวงพ่อทบเริ่มเป็นที่รู้จักต่อประชาชนทั่วๆ ไป เริ่มเห็นความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อ คือ เป็นพระที่เคร่งปฏิบัติศีล สมาธิดี แถมยังเป็นพระนักพัฒนาสร้างวัด สร้างโบสถ์ หลายแห่ง นอกจากนี้ยังได้สร้างพระเครื่อง และเครื่องรางของขลังไว้ปกป้องคุ้มครองชาวบ้านให้ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง           หลวงพ่อทบจำวัดอยู่ที่วัดพระพุทธบาทถึง 19 ปี ได้สมณศักดิ์เป็น “พระครู วิชิต พัชราจารย์” คุณลักษณะของท่านที่ได้รับการกล่าวขานคือ “หลวงพ่อทบ วาจาสิทธิ์ แห่งวัดพระพุทธบาทชนแดน”           ช่วงบั้นปลายชีวิตของหลวงพ่อทบท่านได้กลับมาพัฒนาที่วัดช้างเผือก ซึ่งขณะนั้นกลายเป็นวัดร้าง ให้กลับมาเจริญรุ่งเรือง วันหนึ่งหลวงพ่อทบนั่งคุยกับญาติโยม ศิษยานุศิษย์ ท่านพูดขึ้นมาลอยๆ ว่า “ถ้าหลวงพ่อเสียชีวิต ขอให้นำศพไว้ที่วัดช้างเผือกไม่ต้องเผา ต่อไปวันข้างหน้าจะมีผู้มาช่วยพัฒนาวัดช้างเผือกเอง”           หลวงพ่อทบมรณภาพเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2519 เวลาประมาณเที่ยงวัน แต่สรีระของท่านกลับไม่เน่าเปื่อยเหมือนกับพระเกจิดังๆ ทั่วไป ปัจจุบันสรีระของท่านเก็บรักษาไว้ในโรงแก้วภายในมณฑป ณ วัดช้างเผือก ให้ผู้ที่ไปเที่ยวสามารถเคารพสักระบูชาได้ โดย “วัดช้างเผือก” ตั้งอยู่ที่ ต.วังชมภู อ.เมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ก่อนถึงสามแยกวังชมภูประมาณ 2 กม. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.ภาคเหนือ เขต 3 โทร. 0-5525-2743,0-5525-9907

วัดช้างเผือกวัดช้างเผือกวัดช้างเผือกวัดช้างเผือก


อ่านต่อรายละเอียด วัดช้างเผือก
---------------------------------------

พุทธอุทยานเพชบุระ

พระพุทธมหาธรรมราชาเฉลิมพระเกียรติ ฯ เป็น “มหาพุทธานุสรณ์ บนแผ่นดินเพชรบูรณ์” อัน งดงาม ยิ่งใหญ่ มั่นคงถาวร วัฒนาสถาพรและเป็นมงคลแก่บ้านเมืองและผู้มีส่วนร่วมทุกคน อีกทั้ง ยังเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และเป็นจุดรวมใจของคนเพชรบูรณ์ทั้งปวง

พุทธอุทยานเพชบุระพุทธอุทยานเพชบุระ พุทธอุทยานเพชบุระพุทธอุทยานเพชบุระพุทธอุธยานเพชรบุระพุทธอุทยานเพชบุระ พุทธอุทยานเพชบุระพุทธอุทยานเพชบุระพุทธอุทยานเพชบุระ


อ่านต่อรายละเอียด พุทธอุทยานเพชบุระ
---------------------------------------

เขารัง

เป็นจุดชมวิวที่กว้างไกล อยู่บนเส้นทางสายเพชรบูรณ์-ตะพานหิน ถนนสายนี้สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อเปิดเมืองเพชรบูรณ์ ถนนสายนี้ได้คร่าชีวิตผู้คนที่สร้างทางจำนวนมาก โดยเสียชีวิต ด้วยโรคไข้มาลาเรีย


อ่านต่อรายละเอียด เขารัง
---------------------------------------

ไร่กำนันจุล

ไร่กำนันจุล  ก่อตั้งโดย กำนันจุล คุ้นวงศ์ เกษตรกรผู้เป็นเจ้าของไร่ส้มอันเลื่องชื่อที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ด้วยใจรักงานด้านการเกษตรประกอบกับเป็นผู้ที่ชอบเดินทางไปยังทุกภาคในประเทศจึงทำให้เข้าใจธรรมชาติและภูมิประเทศเป็นอย่างดีและเห็นว่าจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์มากเหมาะสมที่จะทำการเกษตรร้านไร่กำนันจุลเป็นแหล่งขายสินค้าทั้งแปรรูปและแบบสด  อาทิเช่น  ปลาส้มสมุนไพร แยมจิ๋ว ปลาส้ม กุนเชียงปลา มะม่วงแคนดี้ มะขามกวน มัลเบอร์รี่เข้มข้น น้ำพริกปลาส้มฟู มัลเบอร์รี่ไรซ์แครกเกอร์รสบาร์บีคิว หมี่กรอบส้มฟู กระเป๋าหูหิ้วที่ทำจากผ้าไหม หรือจะเป็นสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางที่นี่ก็มีจำหน่าย


อ่านต่อรายละเอียด ไร่กำนันจุล
---------------------------------------

อุทยานแห่งชาติตาดหมอก

อุทยานแห่งชาติตาดหมอก ในอุทยานแห่งนี้ มีน้ำตกสวยงามถึงสองแห่งซึ่งเป็นที่รู้จักในหมู่ของผู้รักธรรมชาติ ได้แก่ น้ำตกสองนางและน้ำตกตาดหมอก อยู่บนเทือกเขาสูง ต้นน้ำมาจากทิวเขาเพชรบูรณ์ ช่วงปลายฝนต้นหนาวเป็นช่วงที่เหมาะกับการเที่ยวชมมากที่สุด เพราะน้ำตกจะมีน้ำเต็มเปี่ยม ทางเดินสะดวกกว่าในฤดูฝน แต่ก็ควรออกเดินทางแต่เช้าและกลับก่อนค่ำอุทยานแห่งชาติตาดหมอกมีพื้นที่ 181,250 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อกลับ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูเขียว พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขาสูงชัน ปกคลุมด้วยป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าดงดิบ มีพันธ์ไม้สำคัญ เช่นตะแบก มะม่วงป่า ทะโล้ มะขามป้อม ฯลฯ และเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด


อ่านต่อรายละเอียด อุทยานแห่งชาติตาดหมอก
---------------------------------------

หอประวัติศาสตร์เพชรบุระ

หอประวัติศาสตร์เพชบุระ อาคารปั้นหยาสองชั้นซึ่งเดิมเป็นจวนเจ้าเมืองเพชรบูรณ์ที่สร้างขึ้น ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และได้ถูกปรับเปลี่ยนเป็นหอประวัติศาสตร์ฯ เมื่อปี พ.ศ. 2548 สมัยนายดิเรก ถึงฝั่ง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ภายในได้จัดแสดงนิทรรศการประวัติเมืองเพชรบูรณ์และวัตถุโบราณที่ขุดพบในเขตพื้นที่จังหวัด


อ่านต่อรายละเอียด หอประวัติศาสตร์เพชรบุระ
---------------------------------------

เสานครบาลเพชรบูรณ์

เสานครบาลเพชรบูรณ์ เสาจำลองนี้จากเสาของจริงซึ่งอยู่ที่ อำเภอหล่มสัก เป็นอนุสรณ์ถึงเหตุการณ์ครั้งที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม มีนโยบายย้ายเมืองหลวงมาที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เสานครบาลเพชรบูรณ์มียอดลักษณะเป็นกลีบบัว ที่ซุ้มและฐานตกแต่งด้วยประติมากรรมนูนต่ำ จำนวน 12 ภาพ เป็นภาพเหตุการณ์สำคัญในการย้ายเมืองหลวงจากกรุงเทพมหานครมายัง จังหวัดเพชรบูรณ์ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ครั้งจอมพล ป.พิบูลสงคราม เห็นว่า กรุงเทพฯ อยู่ในจุดล่อแหลมทางยุทธศาสตร์ หากศัตรูรุกรานเข้ามาทางอ่าวไทย อาจตั้งรับไม่ทันท่วงที จึงเห็นควรย้ายเมืองหลวงมาที่เพชรบูรณ์


อ่านต่อรายละเอียด เสานครบาลเพชรบูรณ์
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา