สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง บ้านพักพัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
พะเยา Payao English Version, Please Click Here !!

พะเยา

>

ที่พักพะเยา

>

แผนที่พะเยา

>

ร้านอาหารพะเยา

>

การเดินทางพะเยา

>

ประวัติพะเยา


อำเภอเมืองพะเยา, พะเยา
 


อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง

อดีตกษัตริย์ผู้ปกครองเมืองภูกามยาวลำดับที่ 9 ระหว่างปี พ.ศ. 1801-1841 เป็นยุคที่เจริญรุ่งเรืองมากประดิษฐานอยู่ที่สวนสาธารณะเทศบาลเมืองพะเยา (สวนสมเด็จย่า 90) หน้ากว๊านพะเยาเป็นพระสหายร่วมน้ำสาบานกับพ่อขุนเม็งรายแห่งเมืองเชียงรายและพ่อขุนรามคำแหงแห่งกรุงสุโขทัย ซึ่งทั้งสามพระองค์ได้กระทำสัตย์ต่อกัน ณ บริเวณแม่น้ำอิง ซึ่งปัจจุบันอยู่บริเวณสถานีประมงน้ำจืดพะเยา พ่อขุนงำเมืองเป็นผู้ทรงอิทธิฤทธิ์กล่าวกันว่าเมื่อพระองค์เสด็จไปทางไหน "แดดก็บ่อฮ้อน ฝนก็บ่อฮำจักให้แดดก็แดด จักให้บดก็บด" จึงได้พระนามว่างำเมือง

อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง


อ่านต่อรายละเอียด อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง
---------------------------------------

กว๊านพะเยา

เกิดจาการยุบตัวของเปลือกโลกเมื่อประมาณ 70 ล้านปีมาแล้วเป็นแอ่งน้ำซึ่งเป็นที่รวบรวมของลำห้วยต่างๆ 18 สาย ต่อมาในปี 2478 กรมประมงได้ตั้งสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพะเยาขึ้น บริเวณ ต้นแม่น้ำอิงและสร้างฝายกั้นน้ำทำให้เกิดเป็นบึงขนาดใหญ่ มีความลึกเฉลี่ย 1.5 เมตร คำว่า "บึง" ภาษาพื้นเมือง เรียกว่า "กว๊าน" กว๊านพะเยาเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญที่สุดของจังหวัดพะเยา คือเป็นทั้งแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญที่สุดของภาคเหนือตอนบน และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดพะเยา มีเนื้อที่ประมาณ 12,831 ไร่ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาชนิดต่างๆ เช่น ปลากราย ปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาจีน ปลาไน รวมทั้งปลานิล อันลือชื่อของจังหวัดพะเยา ทัศนียภาพโดยรอบกว๊านพะเยา มีความร่มรื่น สามารถมองเห็นแนวทิวเขาสลับซับซ้อน งดงามมาก บริเวณริมกว๊านมีร้านอาหารและจัดเป็นสวนสาธารณะเหมาะที่จะไปนั่งเล่น พักผ่อนหย่อนใจในยามเย็น ชมพระอาทิตย์ตกริมกว๊านเป็นภาพที่สวยงามมาก

กว๊านพะเยาบรรยากาศบริเวณกว๊านพะเยากว๊านพะเยากว๊านพะเยาบรรยากาศช่วงบ่ายๆตู้โทรศัพท์ข้างๆ กว้านพะเยาจุดที่วิวสวยที่สุดกว๊านพะเยา พะเยา 


อ่านต่อรายละเอียด กว๊านพะเยา
---------------------------------------

สถานีประมงน้ำจืดพะเยา

ตั้งอยู่ตรงถนนพหลโยธินระหว่างหลักกม.ที่ 734-735 เป็นสถานีเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด ปลาที่เพาะพันธุ์เพื่อแจกจ่ายแก่เกษตรกรได้แก่ ปลานิล ปลาไน ปลาตะเพียนขาว ปลายี่สกเทศ ฯลฯ และสามารถเพาะพันธุ์ปลาบึกได้สำเร็จเพื่อนำไปปล่อยในแหล่งน้ำต่างๆ สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ห้องจัดแสดงพันธุ์ปลาสวยงามที่หาดูยากไว้หลายชนิด เปิดให้ชมในวันเวลาราชการ และยังมีเรือนประทับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเมื่อครั้งเสด็จมาทรงงานที่จังหวัดพะเยาอยู่ในบริเวณเดียวกัน บริเวณรอบตำหนักจะมีดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ สระน้ำพุอันสวยงาม ตั้งอยู่บริเวณสถานีประมงพะเยา

สถานีประมงจังหวัดพะเยาสถานีประมงจังหวัดพะเยา


อ่านต่อรายละเอียด สถานีประมงน้ำจืดพะเยา
---------------------------------------

หอวัฒนธรรมนิทัศน์

อยู่ใกล้กับวัดศรีโคมคำ จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงโบราณวัตถุ เอกสารข้อมูลสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดพะเยา และเรื่องราวความเป็นมาทั้งด้านวรรณกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรมประเพณี และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวพะเยาโดยใช้รูปแบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ เปิดให้เข้าชมในวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.

หอวัฒนธรรมนิทัศน์หอวัฒนธรรมนิทัศน์ วัดศรีโคมคำ


อ่านต่อรายละเอียด หอวัฒนธรรมนิทัศน์
---------------------------------------

วัดศรีโคมคำ

 วัดศรีโคมคำ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองพะเยา ถนนพหลโยธิน ห่างจากตัวเมืองไปทางเหนือประมาณ ๑,๐๐๐ เมตร ด้านทิศใต้ -  ทิศตะวันตก  ติดกับกว๊านพะเยา   ทิศเหนือ – ตะวันออก ติดกับถนนพหลโยธิน เริ่มก่อสร้างองค์พระประธาน (พระเจ้าตนหลวง) เมื่อ  พ.ศ. ๒๐๓๔ มาสำเร็จบริบูรณ์เมื่อ พ.ศ.  ๒๐๖๗ ประมาณ ๓๓ ปี จัดเป็นวัดโดยสมบูรณ์ การก่อสร้างในสมัยนั้น พระเมืองตู้ เจ้าผู้ครองเมืองพะเยาผู้ทรงอุปถัมภ์

 

    ในกาลต่อมาหัวเมืองต่าง ๆ ของล้านนาไทยหลายหัวเมืองถูกข้าศึกพม่าเข้ารุกราน  ทำให้ประชาชนสูญเสียทรัพย์สินแก่ข้าศึก  แม้ทรัพย์สินของพระ ศาสนาก็ต้องทอดทิ้งปล่อยให้ปรักหักพัง  บ้านเมืองรกร้างว่างเปล่าอยู่ประมาณ ๕๖ ปี ถึง พ.ศ. ๒๓๘๗ ทรงโปรดเกล้าแต่งตั้งนายพุทธวงศ์   เมืองลำปาง  เป็นพระยาประเทศอุดรทิศ  ขึ้นมาครองเมืองพะเยา ทรงตั้งนายมหายศ เป็นพระยาอุปราช  ครั้นพระยาประเทศอุดรทิศถึงแก่อนิจกรรมไปทรง  โปรดเกล้าฯ  นายมหายศขึ้นครองเมืองพะเยาแทน ทรงตั้งเจ้าบุรีรัตน์ขั้นเป็นพระยาอุปราชแทน  ท่านทั้งสองได้เริ่มบูรณะองค์พระประธาน และบูรณะวัด  ศรีโคมคำขึ้นใหม่  เริ่มก่อสร้างพระวิหารและเสนาสนะขึ้นมีสภาพเป็นวัดสมบูรณ์  ต่อจากนั้นเจ้าผู้ครองเมืองพะเยาอีกพะเยาอีกหลายองค์ เช่น เจ้าหลวง อินทะชมพู เจ้าหลวงขัตติยะ เจ้าหลวงชัยวงศ์  จนถึงองค์สุดท้าย คือ พระยาประเทศอุดรทิศ (มหาชัย ศีติสาร) ครองเมืองพะเยา ทุกองค์ได้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดศรีโคมคำ

 

    พระวิหารหลังเก่าสร้างมานานชำรุดทรุดโทรม พระยาประเทศอุดรทิศทรงรื้อแล้วก่อสร้างใหม่ โดยนายพัฒน์เป็นช่างก่อสร้างก่อสร้างเป็นเวลานานไม่เสร็จนายช่างพัฒน์มาถึงแก่กรรมไป จึงทอดทิ้งไว้  ครั้นต่อมาการปกครองบ้านเมืองได้เปลี่ยนแปลงจากเจ้าผู้ครองเมืองมาเป็นระบบการปกครองเป็นมณฑล เรียกมณฑลพายัพ  กระจายอำนาจการบริหารออกเป็นจังหวัด อำเภอ  ตำบลหมู่บ้าน ตำแหน่งเจ้าผู้ครองก็เลิกร้างไป พระยาประเทศอุดรทิศกราบบังคมลาออกจากตำแหน่งทางการ จึงตั้งนายคลาย  บุษยบรรณ มาเป็นนายอำเภอเมืองพะเยา ในสมัยนั้นพระยาประเทศอุดรทิศแม้พ้นจากตำแหน่งแล้วก็ยังให้การอุปถัมภ์วัดศรีโคมคำเช่นเดิม มิได้ทรงทอดทิ้ง

 

    ขณะนั้นได้ทราบกิตติศัพท์ว่า ครูบาพระศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทยเกิดขึ้น ท่านสังกัดอยู่วัดบ้านปาง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูนท่านมีบารมีธรรมสูง  ทำการสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์โบราณวัตถุสถาน  ในเขตท้องที่จังหวัดลำพูน -  เชียงใหม่  มีประชาชนเลื่อมใสมาก ข่าวนี้ได้แพร่สะพัดทั่วไปในแถบ ล้านนาไทย  จึงได้ประชุมปรึกษากัน ทางฝ่ายคณะสงฆ์มีพระครูศรีวิราชวชิรปัญญาเจ้าคณะแขวงเมืองพะเยาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ทางฝ่ายบ้านเมืองมีพระยาประเทศอุดรทิศ อดีตเจ้าผู้ครองเมือง และนายคลาย  บุษยบรรณ  นายอำเภอเมืองพะเยา พร้อมด้วยพ่อค้า คหบดีประชาชนต่างก็มีความเห็นชอบพร้อมเพรียงกัน จังไปอาราธราครูบาศรีวิชัยมาเป็นประธานก่อสร้างพระวิหารวัดศรีโคมคำ โดยใช้ให้พระปัญญา วัดบ้านปิน  และจ่าสิบตำรวจเอกอ้าย  พูนชัยไป อาราธนานิมนต์ท่านมาสร้างพระวิหาร ท่านสอบถามถึงประวัติความเป็นมาของพระเจ้าตนหลวงว่าเป็นมาอย่างไร เมื่อได้รับทราบตำนานว่าเป็นโบราณ    วัตถุอันเก่าแก่มีกลักฐานแน่นอน ท่านจึงรับว่าจะมานร้าง แต่มีเงื่อนไขว่า ให้คณะสงฆ์และประชาชนชาวพะเยาเตรียมวัสดุไว้ให้พร้อม อาทิ  อิฐ ปูน ทราย  หิน  เหล็ก  ไว้ให้พร้อม

 

    พระครูศรีวิราชวชิรปัญญา เจ้าคณะแขวงเมืองพะเยา จึงได้ประชุมปรึกษาคณะสงฆ์  เจ้าคณะหมวด เจ้าอาวาส  ภิกษุสามเณรทุกวัดวาอาราม  เข้ามาตั้งปางกระท่อม ปั้นอิฐก็ได้ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐  ก้อน  ทราย  หิน  โดยขอความร่วมมือผู้มีกำลังต่างก็หามาไว้จนครบถ้วนแล้วไปอาราธนาท่านอีกครั้งหนึ่ง     เมื่อวัสดุอุปกรณ์ครบถ้วยแล้ว   ท่านรับนิมนต์ทันทีแล้วเตรียมเอาพระภิกษุผู้ชำนาญการกรอสร้างมาเป็น บริวาร  ออกเดินทางมาจากจังหวัดลำพูนตาม ลำดับเส้นทางจนถึงเมืองพะเยา เมื่อวันที่ ๒๕  ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๕  ตรงกับวันขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๔ เหนือ

 

    วันที ๒๘  ธันวาคมพ.ศ. ๒๔๖๕  ขึ้น ๑๑ ค่ำ  เริ่มลงมือรื้อพระวิหารหลังเก่าจนเสร็จเรียบร้อย

 

    วันเสาร์ที่ ๖ มกราคมพ.ศ. ๒๔๖๖ ตรงกับวัน ๗ ฯ ๒ ค่ำ ปี จอ จุลศักราช๑๒๔๘  วางศิลาฤกษ์ ลงเสาพระวิหารใหญ่ต่อจากนั้นก็เทเสราพระวิหารต้นอื่น  ต่อไป ขุดรากฝาผนัง ก่อฝาผนัง และก่อกำแพงล้อมรอบ สร้างศาลาบาตร (ศาลาราย)  รอบกำแพงวัดสร้างพระอุโบสถ พระวิหาร พระพุทธบาทจำลอง    สร้างพร้อมกันทั้งหมดทุก ๆ หลังในคราวเดียวกัน  และก่อสร้างภายในปีเดียวเหมือนเนรมิต คิดค่าก่อสร้างเป็นจำนวน ๑๑๓,๐๐๐  รูปี  (รูปีหนึ่งคิดราคา  ๗๕ สตางค์)

 

    ครั้นวันที่ -  มีนาคม  พ.ศ. ๒๔๖๗  ทำบุญฉลองพระวิหารพร้อมกับศาสนาวัตถุอื่น ๆ ที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงทำบุญฉลองพระวิหารนานประมาณ ๑ เดือน  จึงแล้วเสร็จ หลังจากทำบุญฉลองแล้วครูบาพระศรีวิชัยก็กลับไปจังหวัดเชียงใหม่เริ่มสร้างวิหารวัดสวนดอก  จังหวัดเชียงใหม่  จึงได้มอบหมายให้พระครูบาแก้ว  คนฺธวํโส เป็นผู้รับภาระธุรการดูแลรักษาโบราณวัตถุและพระวิหารแทน

 

    วัดศรีโคมคำ ได้สร้างมานานประมาณ พ.ศ. ๒๐๓๔  ตั้งแต่เริ่มสร้างพระเจ้าตนหลวงมาแล้ว เจ้าอาวาสองค์แรกที่ปรากฏในตำนานคือพระธรรมปาล  ท่านผู้นี้ได้ทำประโยชน์อันยิ่งใหญ่ คือได้เขียนตำนานพระเจ้าตนหลวงออกเผยแพร่แก่ประชาชนที่หนีภัยสงครามแล้วกลับเข้ามาสู่เมืองพะเยา ภายหลังได้    ทราบเรื่องราวตำนานนี้แล้วก็เกิดศรัทธาปสาทะยิ่งใหญ่ อยู่ต่อมาอีกประมาณ ๔๐๔  ปี จุลศักราช ๑๒๑๙  พ.ศ. ๒๔๐๐  พระกัปปินะเป็นเจ้าอาวาสอักครั้งหนึ่ง มีบันทึกในหนังสือสมุดข่อย บันทึกไว้ว่า แสนทักขิณะ เขียน ดวงชาตาพระเจ้าตนหลวง  มีพระธรรมปาละ เขียนไว้ให้ท่านได้รับทราบ  แสดงว่าวัดศรี  โคมคำเป็นวัดมาแต่โบราณกาล  แต่มาในยุคหลังบ้านเมืองตกอยูู่ในช่วงสงคราม จึงโยกย้ายไปอยู่ตามหัวเมืองที่ปลอดภัยจากข้าศึก ทำให้บ้านเมือง  วัดวาอารามรกร้างว่างเปล่าไป  ต่อมาภายหลังได้สถาปนาเมืองพะเยาขึ้น บ้านเมือง วัดวาอารามก็ถูกบูรณะก่อสร้างขึ้นโดยลำดับ

 

    วัดศรีโคมคำ เริ่มก่อสร้างขึ้นหลังสุดเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๕  พระครูศรีวิราชปัญญา เจ้าคณะแขวงเมืองพะเยาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ทางฝ่ายบ้านเมือง  อดีตเจ้าผู้ครองเมืองพะเยา  พระยาประเทศอุดรทิศ  และอดีตนายอำเภอเมือพะเยา  คือ หลวงสิทธิประสาสน์ (นายคลาย  บุษยบรรณ)  นายอำเภอเมืองพะเยาคนแรก ได้ร่วมใจกันอาราธนานิมนต์พระครูบาศรีวิชัย  จังหวัดลำพูน มาเป็นประธานนั่งหนักในการก่อสร้างเสนาสนะต่าง ๆ จนสำเร็จบริบูรณ์ดังได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว ท่านก็มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำ ลำดับเจ้าอาวาสมีดังนี้

 

 พ.ศ. ๒๔๖๕ -  ๒๔๖๗  พระครูศรีวิราชวชิรปัญญา เจ้าคณะแขวงเมืองพะเยาเป็นเจ้าอาวาส

 

    พ.ศ. ๒๔๘๘  -  ๒๕๐๖  ครูบาปัญญา   ปญฺโญ  เป็นเจ้าอาวาส

 

    พ.ศ. ๒๕๐๖ – ๒๕๐๙  ครูบาแก้ว  คนฺธวํโส  เป็นเจ้าอาวาส

 

    พ.ศ. ๒๕๐๙  พระโสภณธรรมมุนี เจ้าคณะอำเภอเมืองพะเยา  ( พระธรรมวิมลโมลี)เป็นผู้รักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำ และได้รับแต่งตั้ง เป็นเจ้าอาวาส  เมื่อวันที่ ๒๕  พฤษภาคม  พุทธศักราช ๒๕๑๑  จนถึงปัจจุบัน

 

ประวัติและคำแนะนำอื่นๆเพิ่มเติม https://www.thai-tour.com/wb/view_topic.php?id_topic=209

วัดศรีโคมคำบรรยากาศภายในวัดศรีโคมคำวัดศรีโคมคำ


อ่านต่อรายละเอียด วัดศรีโคมคำ
---------------------------------------

วัดพระธาตุจอมทอง

วัดพระธาตุจอมทอง ตั้งอยู่บนดอยจอมทอง ตรงข้ามวัดศรีโคมคำ (วัดพระเจ้าตนหลวง) เป็นปูชนียสถานโบราณคู่เมืองพะเยา มีถนนขึ้นไปถึงเจดีย์พระธาตุจอมทองบริเวณโดยรอบเป็นป่าไม้ เป็นสวนรุกขชาติสามารถมองเห็นทัศนียภาพของตัวเมืองพะเยาและกว๊านพะเยาได้อย่างชัดเจน

วัดพระธาตุจอมทองบริเวณภายในพระอุโบสถวัดพระธาตุจอมทองวัดพระธาตุจอมทอง


อ่านต่อรายละเอียด วัดพระธาตุจอมทอง
---------------------------------------

วัดอนาลโยทิพยาราม

ตั้งอยู่บนดอยบุษราคัมห่างจากตัวจังหวัด 20 กม. ไปทางทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข 1 (พะเยา-เชียงราย) ประมาณ 7 กม. แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1127-1193 อีก 9 กม.ทางลาดยางตลอดสาย บริเวณดอยบุษราคัม และม่อนพระนอน ประกอบด้วยพระพุทธรูปศิลปสุโขทัยลักษณะงดงามมาก และยังมีพระพุทธรูปปางต่างๆ อีกหลายองค์ อาทิ พระพุทธไสยาสน์ พระพุทธรูปปางลีลา พระพุทธรูปปางนาคปรก สร้างด้วยความประณีตสวยงามแบบศิลปไทยรัตนเจดีย์ เป็นศิลปะ แบบอินเดียพุทธคยา เก๋งจีนประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม หอพระแก้วมรกตจำลอง จากยอดเขาสามารถชมทัศนียภาพของกว๊านพะเยาและเมืองพะเยาได้อย่างสวยงาม ขึ้นได้ 2 ทาง คือ ทางบันไดและทางรถยนต์

วัดอนาลโยทิพยารามบริเวณภายในวัดอนาลโยทิพยารามวัดอนาลโยทิพยารามวัดอนาลโยทิพยารามพระเจ้าทันใจพระพุทธรูปปางลีลาวัดอนาลโยทิพยารามวัดอนาลโยทิพยารามวัดอนาลโยทิพยารามวัดอนาลโยทิพยาราม


อ่านต่อรายละเอียด วัดอนาลโยทิพยาราม
---------------------------------------

วัดศรีอุโมงค์คำ

วัดศรีอุโมงค์คำ หรือ วัดอุโมคำ ตั้งอยู่เลขที่ ๓ บ้านท่ากว๊าน ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๖ ไร่ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตามประวัติวัดที่ปรากฏในหนังสือประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร กล่าวว่า วัดศรีอุโมงค์คำสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๙ เดิมชาวบ้านเรียกว่า วัดสูง ต่อมาได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๘ มีเขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๖ เมตร อาคารเสนาสนะของวัดศรีอุโมงค์คำ ประกอบด้วยอุโบสถ ศาลาการเปรียญ วิหาร และกุฏิสงฆ์ ปูชนียวัตถุ คือ เจดีย์บรรจุพระบรมธาตุอันเป็นเจดีย์สมัยเชียงแสนซึ่งสภาพยังสมบูรณ์อยู่ และพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองซึ่งขาวพะเยาเรียกกันว่า “ พระเจ้าล้านตื้อ ” ซึ่งชี่อทางการของพระพุทธรูปองค์นี้คือ “ หลวงพ่องามเมืองเรืองฤทธิ์ ” แม้หลักฐานการสร้างจะไม่ปรากฏชัดเจนแต่ประมาณว่ามีอายุเก่าแก่ถึง ๕๐๐ ปีมาแล้ว พระเจ้าล้านตื้อของวัดศรีอุโมงค์คำ มีประวัติเล่าว่าแต่เดิมถูกทิ้งให้ปรักหักพังที่สนามเวียงแก้ว ต่อมาเจ้าเมืองพะเยาได้บูรณะแล้วนำมาประดิษฐานที่วัดนี้ บ้างก็กล่าวว่าแต่เดิมประดิษฐานอยู่ ณ วัดศรีจอมเรือง สำหรับพุทธลักษณะของพระพุทธรูปองค์นี้ จัดว่างดงามมากและมีเอกลักษณ์ทางศิลปะของภูกามยาวโดยเฉพาะ นอกเหนือจากพระพุทธรูปองค์สำคัญของวัดที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น วัดศรีอุโมงค์ยังมีพระพุทธรูปต่างๆ ดังนี้ คือ พระพุทธรูปหินทรายปางมารวิชัย (หลวงพ่อทันใจ) ซึ่งมีอายุอยู่ในราวปลายศตวรรษที่ ๒๑ ขนาดหน้าตักกว้าง ๑๖๐ เซนติเมตร สูง ๒๑๕ เซนติเมตร พระพุทธรูปหินทรายปางมารวิชัย (พระแข้งคม) มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑ มีนาดหน้าตุกกว้าง ๑๓๐ เซนติเมตร สูง ๑๙๐ เซนติเมตร เป็นต้น อนึ่ง ในหนังสือ เมืองพะเยา ได้กล่าวถึงวิหารหลังเก่าของวัดศรีอุโมงค์คำว่า ในปีจุลศักราช ๑๒๓๗ สัปตศก พุทธศักราช ๒๔๑๘ เจ้าหลวงอริยะซึ่งลงไปรับสัญญาบัตรกลับมาครองเมืองพะเยาได้ก่อสร้างวิหารของวัดนี้ขึ้น แต่ภายหลังถูกรื้อออกไป สันนิษฐานว่าอาจเป็นวิหารหลังที่เหลือร่องรอยเพียงฐานของวิหารและได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากรดังที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ก็เป็นได้ สิ่งสำคัญของวัดที่ได้รับการขึ้นทะเบียน คือฐานวิหารเก่า ซึ่งไม่ปรากฏหลักฐานการก่อสร้างนี้แน่ชัด ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๕๒ ตอนที่ ๗๕ ลงวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๘ ปัจจุบัน วัดศรีอุโมงค์คำมีความสำคัญในฐานะที่เปิดสอนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๘ นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนราษฎร์ของวัด ห้องสมุดประจำวัด และเปิดศูนย์ฝึกอาชีพให้ประชาชนโดยทั่วไป


อ่านต่อรายละเอียด วัดศรีอุโมงค์คำ
---------------------------------------

วัดลี

ตั้งอยู่ที่บ้านหล่ายอิง ใกล้กับดรงเรียนเทศบาล 3 ตำบลเวียง เป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญของเมืองพะเยา สร้างเมื่อ ปี พ.ศ. 2038 ตรงกับสมัยของพระเจ้ายอดเชียงราย กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนา ซึ่งสร้างถวายแด่พระเจ้ายอดเชียงรายกษัตริย์เมืองเชียงใหม่ วัดลีเป็นชื่อดั้งเดิม และเป็นคำไทยโบราณทางภาคเหนือ หมายถึง กาดหรือตลาด วัดลี จึงหมายถึงวัดที่อยู่ในย่านชุมชนตลาด ภายใน วัดมีปูชนียสถานที่สำคัญ คือองค์พระธาตุวัดลี และยังพบโบราณวัตถุสมัยอาณาจักรพะเยาจำนวนมาก โดยเฉพาะพระพุทธรูปหินทราย นอกจากนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์ที่เก็บสะสมของโบราณไว้อีกด้วย


อ่านต่อรายละเอียด วัดลี
---------------------------------------

วัดติโลกอาราม

วัดดติโลกอารามหรือสันธาตุบวกสี่แจ่ง พระอารามหลวงในรัชสมัยพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ล้านนาลำดับที่ 9 แห่งราชวงศ์มังราย สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2019 - 2029    ปัจจุบันตัววัดจมอยู่ใต้กว๊านพะเยา เนื่องจากปี พ.ศ. 2482 กรมประมงได้ก่อสร้างประตูกั้นน้ำ ทำให้แม่น้ำอิงและลำน้ำสาขาซึ่งไหลลงมาจากทิวเขาผีปันน้ำ เกิดการเอ่อล้นเข้าท่วมชุมชนเดิมที่ตั้งอยู่บริเวณหนองเอี้ยงจนเกิดทะเลสาบน้ำจืดขึ้นมา เรียกว่ากว๊านพะเยา ทำให้ โบราณสถาน วัด และชุมชนโบราณจำนวนมาก จมอยู่ใต้น้ำ


อ่านต่อรายละเอียด วัดติโลกอาราม
---------------------------------------

ศาลหลักเมืองพะเยา

ศาลหลักเมืองพะเยา มีถนนล้อมรอบทั้งสี่ด้าน ตั้งอยู่ริมถนนท่ากว๊าน อยู่ใกล้กันกับวัดศรีอุโมงค์คำ และอีกด้านเป็นวัดราชคฤห์ จากถนนประตูชัยเลี้ยวซ้ายไปจรดถนนท่ากว๊าน สามารถเห็นศาลหลักเมืองได้อย่างชัดเจน ศาลหลักเมืองพะเยามีความสวยงามทั้งกลางคืนและกลางวัน


อ่านต่อรายละเอียด ศาลหลักเมืองพะเยา
---------------------------------------

อุทยานแห่งชาติดอยหลวง

มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อ.แม่สรวย อ.พาน อ.เวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย อ.วังเหนือ จังหวัดลำปางและอ.แม่ใจ อ.เมือง จังหวัดพะเยา มีเนื้อที่ประมาณ 1,170 ตรกม. หรือ 731,250 ไร่ สภาพภูมิประเทศเป็นเขาสูงทอดตัวแนวเหนือ-ใต้ มีดอยหลวงเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าดิบชื้นและป่าเต็งรังปะปนกัน มีสัตว์ป่า และนกหลายชนิด      การเดินทาง ใช้เส้นทางสายเชียงราย-พะเยาไป 58 กม. ถึงบ้านปูแกง บริเวณ กม. ที่ 77 เลี้ยวขวาอีก 9 กม.ถึงที่ทำการอุทยานฯ    สถานที่ท่องเที่ยวซึ่งอยู่ใกล้ที่ทำการอุทยานฯ ได้แก่ น้ำตกปูแกง เป็นน้ำตกขนาดใหญ่แห่งหนึ่งใน จังหวัดเชียงราย น้ำไหลจากภูเขาสูงสลับซับซ้อนก่อให้เกิดชั้นน้ำตกที่สวยงามถึง 9 ชั้น บริเวณน้ำตกมีการทับถมของหินปูนที่ปนมากับน้ำ ทำให้เกิดหินงอกหินย้อยมากมายบริเวณน้ำตก อุทยาฯมีสถานที่ตั้งแคมป์และบริการเดินป่า สอบถาม โทร (053) 721683

น้ำตกปูแกง

มีความสูง 9 ชั้น น้ำไหลตลอดปี มีเส้นทางเดินป่า ติดต่อได้ที่ อุทยานฯ ฤดูที่เหมาะสำหรับการเดินป่าอยู่ระหว่างเดือนตุลาคม-เมษายน ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดพะเยา คือ

 

-----------------------------------------------------------------

น้ำตกจำปาทอง

อยู่อำเภอเมือง เป็นน้ำตกสูงชัน น้ำใสสะอาด น้ำตกลงมาเป็นชั้นๆ คล้ายงาช้างบ้าง หัวช้างบ้าง มีชื่อเรียกตามลักษณะ เช่น วังจำปา ตาดหัวช้าง ฯลฯ เดินทางจากทางหลวงสายพะเยา-เชียงราย ตรงหลักกม.ที่ 7 มีทางแยกเป็นลูกรังเข้าไปยังตัวน้ำตก ระยะทางประมาณ 16 กม.

......................................................................

น้ำตกวังแก้ว

เป็นน้ำตกที่ใหญ่ ที่สุดในดอยหลวง และจังหวัดลำปาง อยู่ในท้องที่อำเภอวังเหนือ ตั้งอยู่ในบริเวณ ป่าที่มีสภาพ อุดมสมบูรณ์ ประกอบลักษณะพื้นที่เป็นเขาสูงชันทำให้มีปริมาณน้ำมากไหลแรง และมีถึง 102 ชั้น สามารถเดินทางจากจังหวัดพะเยาได้สะดวก โดยใช้เส้นทางสายพะเยา-อำเภอวังเหนือ และจากอำเภอวังเหนือมีทางลาดยาง ระยะทางประมาณ 25 กม. ถึงน้ำตกวังแก้ว 

                ......................................................................


อ่านต่อรายละเอียด อุทยานแห่งชาติดอยหลวง
---------------------------------------

วัดราชคฤห์

วัดราชคฤห์ ชาวบ้านจะเรียกว่าวัดใหม่ เป็นวัดที่ตั้งอยู่กลางเมือง แต่มีบรรยากาศสงบร่มรื่น ความโดดเด่นอยู่ที่ซุ้มประตูโขงอันงดงาม ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานเจดีย์องค์ไม้ใหญ่ สวยงามน่าแวะมาเที่ยวชม

วัดราชคฤห์วัดราชคฤห์


อ่านต่อรายละเอียด วัดราชคฤห์
---------------------------------------

วัดศรีจอมเรือง พะเยา

วัดศรีจอมเรือง หรือ วัดจอมเรือง หรือ วัดจองคำ พะเยาเดิมเป็นป่ารกปกคลุมด้วยแมกไม้ต่างๆนานาพันธุ์ มีฐานพระเจดีย์ วิหาร โบสถ์ และแนวกำแพงรอบทุกด้านตั้งอยู่บนจอมเขาสูง ปลายภูเขาจรดแม่น้ำอิง มีเนื้อที่รวมทั้งธรณีสงฆ์ อยู่ที่ประมาณ 23 ไร่ประตูโขงของวัดเป็นศิลปะไทยใหญ่ เข้าไปภายในวัดมีศาลาการเปรียญหนึ่งหลังและมีอนุสาวรีย์เจ้าแม่กวนอิมเป็นที่บูชา ที่สำคัญ คือวิหารและพระอุโบสถเป็นหลังเดียวกัน ภายในมีพระพุทธรูปศิลปะล้านนา ลงรักปิดทองภายในวิหารติดกระจกเล็กๆลวดลายสวยงาม ด้านหลังอุโบสถ ก็จะเป็นเจดีย์ศิลปะใหญ่ มีซุ้มจรนำทั้งสี่ด้าน  ฐานกว้างยาวราวสัก 20 เมตร

วัดศรีจอมเรือง


อ่านต่อรายละเอียด วัดศรีจอมเรือง พะเยา
---------------------------------------

สถานีประมงน้ำจืดพะเยา

สถานีประมงน้ำจืดพะเยา เป็นสถานีที่เพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด ปลาที่เพาะพันธุ์เพื่อแจกจ่ายแก่เกษตรกร ได้แก่ ปลาไน ปลานิล ปลาตะเพียนขาว ปลายี่สกเทศ ฯลฯ และสามารถเพาะพันธุ์ปลาบึกได้สำเร็จเพื่อนำไปปล่อยในแหล่งน้ำต่างๆห้องจัดแสดงพันธุ์ปลาสวยงามที่หาดูยากไว้หลายชนิด เปิดให้ชมในวันเวลาราชการ และยังมีเรือนประทับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเมื่อครั้งเสด็จมาทรงงานที่จังหวัดพะเยาอยู่ในบริเวณเดียวกัน บริเวณรอบตำหนักจะมีดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ สระน้ำพุอันสวยงาม ตั้งอยู่บริเวณสถานีประมงพะเยา


อ่านต่อรายละเอียด สถานีประมงน้ำจืดพะเยา
---------------------------------------

จุดชมวิวทิวทัศน์กว๊านพะเยา

จุดชมวิวกว๊านพะเยา มีความสูงประมาณ 25 เมตร บนยอดเขาฝั่งต้าแห่งนี้ยังเป็นจุดชมวิวและยังสามารถพักผ่อนได้ สามารถชมวิวได้ถึง 360 องศา โดยได้เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 ตุลาคม 2556 ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้สัญจรไปมา

ร้านค้าที่จุดชมวิวทิวทัศน์กว๊านพะเยาบรรยากาศบริเวณร้านค้า มีของขายมากมายจุดชมวิวทิวทัศน์กว๊านพะเยาบริเวณจุดชมวิวจุดชมวิวทิวทัศน์กว๊านพะเยาจุดชมวิวทิวทัศน์กว๊านพะเยา


อ่านต่อรายละเอียด จุดชมวิวทิวทัศน์กว๊านพะเยา
---------------------------------------

วัดหลวงราชสัณฐาน

วัดหลวงราชสัณฐาน ชาวบ้านจะเรียกว่าวัดหลวง เนื่องจากเป็นวัดที่เจ้าภาพหลวงวงศ์ซึ่งครองเมืองพะเยาบูรณปฏิสังขรณ์จากวัดร้าง มีภาพจิตรกรรมบนแผ่นไม้ในวิหารที่นักท่องเที่ยวน่าแวะไปชม เป็นภาพเขียนสมัยโบราณ เขียนด้วยสีฝุ่นผสมกาวยางไม้บนแผ่นไม้ซึ่งเป็นฝาผนังและหน้าต่างของวิหารหลังเดิมซึ่งพังทลายไปเนื่องจากลมพายุเมื่อปี พ.ศ. 2527 ต่อมาเมื่อมีการสร้างวิหารหลังใหม่บนฐานเดิม โดยคงรูปแบบสถาปัตยกรรมเดิมไว้ จึงนำชิ้นส่วนภาพจิตรกรรมเหล่านี้มาประกอบเข้ากับวิหารหลังใหม่ เรื่องราวที่เขียนเป็นเรื่องพุทธประวัติและมหาชาติชาดก สีค่อนข้างเลือนลาง จิตรกรรมฝาผนังแห่งนี้  คนรุ่นหลังๆ มักไม่เคยเห็น ทางวัดจึงอยากจะเผยแพร่ ให้ได้เรียนรู้และศึกษา


อ่านต่อรายละเอียด วัดหลวงราชสัณฐาน
---------------------------------------

วัดป่าแดงบุนนาค

วัดป่าแดงบุนนาค มีเจดีย์เก่าอยู่บนเนินเขาท่ามกลางดงสักที่มีเนื้อที่ถึง 73 ไร่ บรรยากาศสงบร่มเย็น  เดิมชื่อว่าวัดบุนนาค ต่อมามีการสร้างวัดป่าแดงขึ้นอีกแห่งและรวมเป็นวัดเดียวกันในภายหลัง จึงมีชื่อว่าวัดป่าแดงบุนนาค จากหลักฐานศิลาจารึกสองหลักที่ค้นพบภายในบริเวณวัด จารึกหลักที่ 1 จารึกเมื่อปี พ.ศ. 2042 เรียกชื่อวัดนี้ว่าพญาร่วง จารึกหลักที่ 2 จารึกเมื่อปี พ.ศ. 2078 เนื้อหากล่าวถึงพระเป็นเจ้าอยู่หัว (พระเมืองเกษเกล้ากษัตริย์แห่งเมืองเชียงใหม่) มีราชโองการให้เจ้าเมืองพะเยาสร้างมณฑปขึ้น ในเมืองพะเยา ซึ่งสอดคล้องกับเหตุการประวัติศาสตร์ในสมัยพระเจ้าติโลกราช ประกอบกับเจดีย์เป็นศิลปะสุโขทัย ทำให้สันนิษฐานได้ว่า วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยพระยายุทธิษฐิระแห่งเมืองพิษณุโลก ที่อพยพมาอาสาช่วยราชการให้กับอาณาจักรล้านนาและได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองพะเยา จึงเป็นหลักฐานสำคัญยืนยันถึงความสัมพันธฺระหว่างอาณาจักรล้านนา สุโขทัย และเมืองพะเยา


อ่านต่อรายละเอียด วัดป่าแดงบุนนาค
---------------------------------------

น้ำตกจำปาทอง

น้ำตกจำปาทอง เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ท่ามกลางป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีน้ำตลอดทั้งปี สายน้ำไหลลดหลั่นลงมาหกชั้น ส่วนชั้นที่สวยที่สุดคือชั้นที่ 2 และ 3 บริเวณน้ำตกมีแอ่งน้ำให้ลงเล่นน้ำหลายแห่ง


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกจำปาทอง
---------------------------------------

วัดบุญเกิด

วัดบุญเกิด เป็นวัดสำคัญของ อำเภอ ดอกคำใต้ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเป็นจำนวนมากที่ถือเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ โดยมีพระพุทธชินราช ขนาดหน้าตักกว้าง 1.5 เมตร นามว่าพระตัณหังกร เป็นพระประธาน รายล้อมไปด้วยพระพุทธรูปปางต่างๆอีก 27 องค์ บนฐานสูงลดหลั่นกันไป รวมทั้งหมดจึงเป็นจำนวน 28 องค์ อันหมายถึงพระพุทธเจ้าที่อุบัติขึ้นบนโลกนี้มาแล้วหลายกัปกัลย์ และได้มีการค้นพบพระบรมสารีริกธาตุภายในพระโมลีของพระพุทธรูปเก่าแก่องค์หนึ่งในจำนวน 28 องค์


อ่านต่อรายละเอียด วัดบุญเกิด
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา