สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง บ้านพักพัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
น่าน Nan English Version, Please Click Here !!

น่าน

>

ที่พักน่าน

>

แผนที่น่าน

>

ร้านอาหารน่าน

>

การเดินทางน่าน

>

ประวัติน่าน


อำเภอเมืองน่าน, น่าน
 


วัดภูมินทร์

 เป็นวัดหลวง ตั้งอยู่ในเขตพระนครดังปรากฏชื่อตำบลในเวียงในปัจจุบัน อยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดน่าน ตามพงศาวดารของเมืองน่าน พระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์เจ้าผู้ครองนครน่านได้สร้างวัดภูมินทร์ขึ้นหลังจากที่ครองนครน่านได้ 6 ปี เมื่อ พ.ศ.2139 มีปรากฏในคัมภีร์เมืองเหนือว่าเดิมชื่อ“วัดพรหมมินทร์”แต่ตอนหลังชื่อวัดได้เพี้ยนไปจากเดิมเป็นวัดภูมินทร์

     จุดเด่นของวัดนี้คือเป็นวัดที่สร้างทรงจตุรมุขหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ดูคล้ายตั้งอยู่บนหลังพญานาค 2 ตัว อาคารนี้เป็นทั้งพระอุโบสถ พระวิหารและพระเจดีย์ประธาน โดยใช้อาคารในแนวตะวันออก-ตะวันตกเป็นพระวิหาร และอาคารแนวเหนือ-ใต้ เป็นพระอุโบสถ รัฐบาลไทยเคยพิมพ์รูปวัดภูมินทร์ในธนบัตรใบละ 1 บาท ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ ได้จำลองพระวิหารหลังนี้ไว้ด้วย

     สามร้อยปีต่อมา วัดภูมินทร์ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่สมัยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เมื่อ พ.ศ.2410 (ปลายสมัยรัชกาลที่ 4) ใช้เวลาซ่อมนานถึง 7 ปี จิตรกรรมฝาผนังในวิหารหลวงก็เขียนขึ้นในช่วงนี้ ภาพจิตรกรรมหรือ “ฮูบแต้ม” ในวัดภูมินทร์เป็นชาดกในพุทธศาสนาแต่ถ้าพิจารณารายละเอียดของวิถีชีวิตของคนเมืองในสมัยนั้น มีภาพที่น่าสนใจอยู่หลายภาพเช่น ภาพธรรมเนียมการอยู่ข่วง ของชาวไทลื้อ พ่อแม่ จะอนุญาตให้หนุ่มสาวพบปะกันที่ชานบ้านในเวลาค่ำ ขณะหญิงสาวกำลังปั่นฝ้าย หรือ “อยู่ข่วง” หากสาวเจ้าตกลงปลงใจด้วยก็จะจัดพิธีแต่งงาน หรือที่เรียกว่า “เอาคำ ไปป่องกั๋น” หรือเป็นทองแผ่นเดียวกัน การค้าขายแลกเปลี่ยนในชุมชน ภาพชาวพื้นเมือง ซึ่งอาจเป็นชาวเขา “เป๊อะ” ของป่าบนศรีษะ เพื่อนำมาแลกเปลี่ยนกับคนเมือง ภาพปู่ม่าน ย่าม่าน ภาพนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพที่งามเป็นเยี่ยมของวัดภูมินทร์ มีการใช้สีแดง ฟ้าดำ น้ำตาลเข้มเป็นปื้นใหญ่ๆคล้ายภาพสมัยใหม่

     ชีวิตความเป็นอยู่ของคนเมืองน่าน หญิงสาวกำลังทอผ้าด้วยกี่พื้นเมือง นอกชานมีเรือนเล็กๆตั้งหม้อน้ำดินเผาที่เรียกว่า “ร้านน้ำ” ส่วนชายหนุ่มไว้ผมทรงหลักแจวหรือทรงมหาดไทย แสดงให้เห็นอิทธิพลตะวันตกที่เข้ามาผสมผสานในวิถีพื้นเมืองน่าน ภาพชาวต่างประเทศ ที่เข้ามาเมืองน่านช่วงรัชกาลที่ 5 ทรงผม และเครื่องแต่งกายของผู้หญิงเป็นรูปแบบเดียวกับที่กำลังเป็นที่นิยมในยุโรปขณะนั้น


อ่านต่อรายละเอียด วัดภูมินทร์
---------------------------------------

วัดพระธาตุเขาน้อย

องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย ซึ่งอยู่ด้านตะวันตกของตัวเมืองน่าน อยู่ในเส้นทางเดียวกันกับวัดพญาวัด ตรงหลักกิโลเมตรที่ 2

     สร้างในสมัยเจ้าปู่แข็ง เมื่อปี พ.ศ.2030 องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์ เป็นศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าสุริยพงศ์ผริตเดชฯ ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า และวิหารสร้างในสมัยนี้เช่นกัน

     จากวัดพระธาตุเขาน้อยสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่าน ปัจจุบันบริเวณลานชมทิวทัศน์ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่านซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542


อ่านต่อรายละเอียด วัดพระธาตุเขาน้อย
---------------------------------------

พิพิทธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ตั้งอยู่ภายในบริเวณคุ้มของอดีตเจ้าผู้ครองนครน่าน ที่เรียกว่า "หอคำ" โดยเจ้าสุริยพงศ์ผริตเดช เจ้าเมืองน่าน สร้างขึ้นเป็นที่ประทับ เมื่อ พ.ศ. 2446 ลักษณะตัวอาคารโอ่โถงงดงามก่ออิฐถือปูนแข็งแรง แต่ตกแต่งให้อ่อนช้อยสวยงามด้วยลายลูกไม้ นับเป็นสถาปัตยกรรมก่อสร้างที่ดีเด่นแห่งหนึ่งของเมืองไทย ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์เป็นที่ตั้งอนุสาวรีย์เจ้าสุริยพงศ์ผริตเดช ผู้เป็นเจ้าของหอคำกรมศิลปากรได้รับมอบอาคารหอคำเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดน่านเมื่อปี พ.ศ.2517

ห้องจัดแสดงชั้นล่าง จัดแสดงชาติพันธุ์วิทยาเกี่ยวกับล้านนา การทอผ้าและผ้าพื้นเมืองน่านแบบต่างๆที่สวยงามมาก การสาธิตงาน ประเพณีและความเชื่อต่างๆ การจัดแสดงเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ และเครื่องใช้ ของชนกลุ่มน้อยในเมืองน่าน รวม 5 เผ่าด้วยกัน คือ ไทยลื้อ แม้ว เย้า ถิ่น และผีตองเหลืองส่วนบริเวณหัองจัดแสดงชั้นบน เป็นการจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองน่าน

 

ตัวอย่างโบราณวัตถุที่สำคัญๆได้แก่

งาช้างดำ : งาช้างดำถือเป็นวัตถุมงคลคู่บ้านคู่เมืองของเมืองน่าน มีลักษณะเป็นงานปลีสีน้ำตาลเข้ม ยาว 96 ซม. วัดโดยรอบ 47 ซม. มีจารึกอักษรธรรมล้านนาภาษาไทยสลักไว้ว่า "กิ่งนี้หนักหนึ่งหมื่นห้าพัน" เป็นการบอกมาตราส่วนน้ำหนักเท่ากับ 18 กิโลกรัม ตามประวัติเล่าว่าอดีตเจ้าผู้ครองนครน่านได้งานี้มาจากเชียงตุงแล้วเก็บรักษาไว้ในหอคำ

โบราณสถานวัดน้อย : จากคำบอกเล่าสืบต่อกันมา เชื่อว่าพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 63 กราบบังคมทูล ถึงจำนวนวัดในเมืองน่าน ต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แต่ปรากฎว่านับจำนวนเกินไปหนึ่งวัด จีงได้สร้างวัดน้อยแห่งนี้ขึ้นมาให้ครบตามจำนวนที่กรายบังคมทูลไป พระองค์เข้าเฝ้ารัชกาลที่ 5 เพียงครั้งเดียว พ.ศ. 2416 วัดน้อยคงสร้างหลังจากนั้น รูปทรงของวัดดเป็นวิหาร ก่ออิฐ ถือปูน ขนาดกว้าง 1.98 เมตร ยาว 2.38 เมตร สูง 3.35 เมตร แบบศิลปะล้านนา สกุลช้างน่าน มีพระพุทธรูปและแผง พระพิมพ์ไม้ประดิษฐานอยู่ภายใน เชื่อว่าเป็นวัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทย

ปัญจรูป : เป็นสัตว์ในความของชาวพม่า ประกอบด้วยลักษณะของสัตว์ 5 ชนิด ในตัวเดียวได้แก่ กวาง (ขาและแขน) ช้าง (งวงและงา) นก (ปีก) ปลา (หาง) พญานาค (ลำตัว) ถือเป็นสัตว์ในตำนานของโลกทั้งสาม เมื่อมีผงานมงคลจะใช้ม้องแขวนโลกททั้งสาม เมื่อมีงานมงคลจะใช้ฆ้องแขวนใต้ปัญจรูป เแล้วตีฆ้องให้เสียงดังไปถึงปัญจรูป เพื่อให้ท่านมาอำนวย อวยพรให้งานสำเร็จลุล่วงไปสำหรับในไทยพบทางแถบจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย


อ่านต่อรายละเอียด พิพิทธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน
---------------------------------------

วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร

วัดช้างค้ำวรวิหาร มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป คือ วัดช้างค้ำ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร และวัดหลวงกลางเวียง วัดนี้ตั้งอยู่กลางใจเมือง ในเขตเทศบาลเมืองน่าน เลขที่ 13 ถนนสุริยพงษ์ บ้านช้างค้ำ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ตรงข้ามวัดเป็นเทศบาลเมืองน่าน และศาลจังหวัดน่าน ปัจจุบันสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย

 


อ่านต่อรายละเอียด วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร
---------------------------------------

วัดสวนตาล

 อยู่ที่ถนนมหายศ สร้างขึ้นโดยพระนางปทุมมาวดี เมื่อ พ.ศ.1770 เจดีย์มีสัณฐานงดงาม ชั้นล่างมีซุ้มประตูทั้งสี่ทิศ จากภาพถ่ายในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ รูปเจดีย์วัดสวนตาลก่อนการบูรณะในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ (ตรงกับรัชกาลที่ 5) เป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยมองค์พระเจดีย์เป็นทรงดอกบัวตูมหรือทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ สะท้อนให้เห็นอิทธิพลศิลปะสมัยสุโขทัย

     ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปที่สำคัญคือ พระเจ้าทองทิพย์ ซึ่งพระเจ้าติโลกราชแห่งนครเชียงใหม่ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.1992 เป็นพระพุทธรูปทองสำริดองค์ใหญ่ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 10 ฟุต สูง 14 ฟุต 4 นิ้ว มีงานนมัสการและสรงน้ำเป็นประจำทุกปี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และมีการเฉลิมฉลองทั้งกลางวันและกลางคืน

 


อ่านต่อรายละเอียด วัดสวนตาล
---------------------------------------

พระบรมธาตุแช่แห้ง

 

เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่บนเนินทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน บริเวณที่เป็นศูนย์กลางเมืองน่านเดิม หลังจากที่ย้ายมาจากเมืองปัว วัดพระบรมธาตุแช่แห้งสร้างในสมัยเจ้าพระยาการเมือง (เจ้าผู้ครองนครน่านระหว่าง พ.ศ.1869-1902) เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระมหาชินธาตุเจ้า 7 พระองค์ พระพิมพ์เงินและพระพิมพ์ทอง ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหาธรรมราชาลิไท เมื่อครั้งที่เจ้าพระยาการเมืองเสด็จไปช่วยสร้างวัดหลวงอภัย (วัดป่ามะม่วง จังหวัดสุโขทัยในปัจจุบัน) ในปีพ.ศ. 1897

 

     องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ทรงระฆัง รูปแบบของพระธาตุแช่แห้งสันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลจากเจดีย์พระธาตุหริภุญไชย โดยรอบองค์บุด้วยทองจังโก (ทองดอกบวบ ทองเหลืองผสมทองแดง) ทางขึ้นสู่องค์พระธาตุเป็นตัวพญานาค หน้าบันเหนือประตูทางเข้าพระวิหารเป็นปูนปั้นลายนาคเกี้ยว ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมเมืองน่าน

 

     พระบรมธาตุแช่แห้งเป็นพระธาตุประจำปีกระต่าย ชาวล้านนาเชื่อว่า หากได้เดินทางไป “ชุธาตุ” หรือนมัสการพระธาตุประจำปีเกิดจะได้รับอานิสงส์อย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมวัดพระธาตุแช่แห้งได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 06.00-18.00 น.

 

การเดินทาง

 

     วัดพระบรมธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่ที่ตำบลม่วงตึ๊ด จากตัวเมืองข้ามสะพานแม่น้ำน่าน ไปตามเส้นทางสายน่าน-แม่จริม หรือทางหลวงหมายเลข 1168 ประมาณ 3 กิโลเมตร

วัดพระบรมธาตุแช่แห้ง


อ่านต่อรายละเอียด พระบรมธาตุแช่แห้ง
---------------------------------------

วัดพญาวัด

 

ตั้งอยู่ที่บ้านพญาวัด ตำบลดู่ใต้ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 101 ก่อนข้ามสะพานเข้าเมืองน่าน มีทางแยกซ้ายมือเข้าทางหลวงหมายเลข 1025 เข้าไปประมาณ 300 เมตร

 

     แต่เดิมบริเวณที่ตั้งวัดเป็นเขตศูนย์กลางเมืองน่านในสมัยที่ย้ายเมืองจากพระบรมธาตุแช่แห้งมาตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำน่าน สถูปเจดีย์สร้างด้วยศิลาแลงในสมัยพระนางจามเทวี มีลักษณะคล้ายเจดีย์กู่กุด จังหวัดลำพูน เป็นทรงซุ้มสี่เหลี่ยมซ้อนกัน 5 ชั้น แต่ละชั้นประดิษฐานพระพุทธรูปยืนซึ่งได้รับอิทธิพลจากศิลปะสุโขทัยดังพบที่สถูปเจดีย์วัดมหาธาตุจังหวัดสุโขทัย ยอดซุ้มก่ออิฐวงโค้งเป็นรูปแบบการก่อสร้างสมัยพระเจ้าติโลกราชแห่งนครเชียงใหม่แสดงให้เห็นว่ามีการบูรณะในสมัยนั้น ซึ่งเป็นสมัยที่อิทธิพลของศิลปะเชียงใหม่ได้เข้ามาแทนที่ศิลปะสุโขทัยแล้ว

 

     ในพระอุโบสถประดิษฐาน “พระเจ้าฝนแสนห่า” ซึ่งชาวเมืองน่านเคยนำมาแห่ขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล นอกจากนั้นยังมีธรรมาสน์แกะสลัก ฝีมือช่างพื้นเมืองน่านที่เก่าที่สุดเท่าที่เคยพบ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยเจ้าอัตถวรปัญโญ ราวครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 24

 

 


อ่านต่อรายละเอียด วัดพญาวัด
---------------------------------------

วัดหัวข่วง

วัดหัวข่วง เมืองน่าน คำว่าหัวข่วง หมายถึงลานกว้าง วัดหัวข่วงก็คือ วัดที่อยู่หน้าลานกว้าง เป็นวัดเก่าแก่ในย่านจตุรัสใจกลางเมืองน่าน ใกล้กับหอคำซึ่งเป็นตำหนักของเจ้าผู้ครองนครน่าน

วัดหัวข่วงบรรยากาศภายในวัดหัวข่วงวัดหัวข่วงวัดหัวข่วง


อ่านต่อรายละเอียด วัดหัวข่วง
---------------------------------------

เสาหลักเมืองและศาลหลักเมือง

เสาหลักเมืองและศาลหลักเมือง ศิลปะงานปูนปั้นอันวิจิตรของศาลหลักเมือง โดยฝีมือช่างเสาร์แก้ว เลาดี ชาวบ้านมิ่งเมือง พ.ศ.2529 ก่อนงานปูนปั้นวัดร่องขุ่น โดยปั้นมือทีละชิ้น ไม่มีการหล่อพิมพ์ และปัจจุบันก็ยังคนปั้นแต่งเติมอยู่เพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งศิลปินใช้วีธีการเขียนภาพแบบโบราณแบบเดียวกับจิตรกรรมวัดภูมินทร์ ภายในโบสถ์มีจิตรกรรมฝาผนังเล่าตำนานการสร้างเมืองน่าน

บริเวณภายในเสาพระหลักเมืองน่านบริเวณภายในเสาหลักเมืองและศาลหลักเมืองน่าน


อ่านต่อรายละเอียด เสาหลักเมืองและศาลหลักเมือง
---------------------------------------

ปันใหญ่ ปันสูง แกลเลอรี

ปันใหญ่ ปันสูง แกลเลอรี เป็นที่จัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัย หอศิลป์เล็กๆ ในเรือนแถวไม้คูหาเคียวริม ถ.มหาพรหม สิ่งน่าสนใจในร้าน ปันใหญ่แกลเลอรี คือ มีการจัดแสดงศิลปะร่วมสมัยในเรือนแถวไม้ซึ่งเป็นคุ้มเก่าของทายาทเจ้าผู้ครองนครสายตระกูลไชยวงศ์หวั่นท็อก


อ่านต่อรายละเอียด ปันใหญ่ ปันสูง แกลเลอรี
---------------------------------------

วนอุทยานถ้ำผาตูบ

 

อยู่ที่ตำบลผาสิงห์ ห่างจากที่ตัวจังหวัด 12 กิโลเมตร บนเส้นทางหลวงหมายเลข 1080 น่าน-ปัว-ทุ่งช้าง ตรงหลักกิโลเมตรที่ 9-10 การเดินทางมีความสะดวกทุกฤดูกาล ถ้ำผาตูบนี้ประกอบด้วยถ้ำหลายถ้ำในภูเขาหินหลายลูก แต่มีถ้ำสำคัญที่ควรชมอยู่ 2 ถ้ำ คือ ถ้ำพระ และถ้ำบ่อน้ำทิพย์ นอกจากนี้ยังมีหินงอก หินย้อย พันธุ์ไม้ต่างๆ และชะง่อนผา เหมาะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ได้รับการประกาศเป็นวนอุทยานถ้ำผาตูบ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2521 มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 528 ไร่

ลักษณะพื้นที่สภาพป่าเป็นป่าดงดิบบนภูเขาหินติดต่อเป็นเทือกเขาเดียวกัน มีหน้าผาสูงชัน มีถ้ำทั้งหมดประมาณ 7 แห่ง มีพันธุ์ไม้ชนิดต่าง ๆ ขึ้นอยู่ตามพื้นราบเชิงเขา มีแหล่งน้ำกลางหุบเขา มีบ่อน้ำบนยอดเขา มีน้ำตลอดปีจุดเด่นที่น่าสนใจวนอุทยานถ้ำผาตูบมีสภาพธรรมชาติอันงดงามตามธรรมชาติ กล่าวคือมีสภาพเป็นภูเขา มีหน้าผาสูงและมีถ้ำต่าง ๆ เช่น ถ้ำผาตูบ ถ้ำพระ ถ้ำเบี้ย ถ้ำเจดีย์แก้ว ถ้ำขอน ถ้ำผาสวรรค์ แต่ละถ้ำเข้าชมได้และยังมีทางแยกขึ้นสู่ยอดเขาเพื่อชมทิวทัศน์รอบ ๆ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ในเมืองน่านได้ชัดเจน สำหรับบ่อน้ำทิพย์มีน้ำตลอดปีอยู่สูงจากระดับพื้นดิน ประมาณ 300 เมตร เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้าน บริเวณปากถ้ำมีพรรณไม้หลายชนิดขึ้นอยู่ทำให้บรรยากาศร่มรื่น สวยงามร่มเย็นตลอดทั้งวัน ในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 5 (เหนือ) ชาวบ้านผาตูบ จะมีการจัดงานประเพณีปิดทองพระพุทธรูปซึ่งสถิตอยู่บริเวณเชิงเขาถ้ำพระ งานนี้เรียกว่า “งานถ้ำผาตูบ”


อ่านต่อรายละเอียด วนอุทยานถ้ำผาตูบ
---------------------------------------

วัดกู่คำ เมืองน่าน

วัดกู่คำ เป็นวัดศิลปะพม่าในตัวเมืองน่านที่น่าเที่ยว น่าชมอีกวัดหนึ่ง ภายในโบสถ์นั้นจะประดับตกแต่งด้วยงานไม้แกะสลัก กระจกสี และโลหะฉลุอย่างสวยงาม ส่วนพระประธานเป็นศิลปะน่านที่คล้ายกับศิลปะพม่า


อ่านต่อรายละเอียด วัดกู่คำ เมืองน่าน
---------------------------------------

วัดมหาโพธิ์

พระพุทธรูปไม้ ประดิษฐานเป็นพระประธานในโบสถ์ เป็นพระพุทธรูปไม้แกะสลักปางประทับยืนทรงเครื่อง คือใส่มงกุฎและสวมเครื่องทรงแบบกษัตริย์ เดิมประดิษฐานที่วัดพระแก้วในคุ้มเจ้าผู้ครองนครที่ตั้งในเวียงเหนือ คราวหนึ่งเกิดเพลิงไหม้ในคุ้มสร้างความเสียหายมาก เมื่อเพลิงสงบลงก็พบพระพุทธรูปนี้ล้มปะปนอยู่ในซากปรักหักพังและเถ้าถ่าน ชาวบ้านรู้สึกอัศจรรย์ใจที่พระพุทธรูปไม้ไม่ถูกไฟไหม้ จึงเคารพสักการะเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอีกองค์


อ่านต่อรายละเอียด วัดมหาโพธิ์
---------------------------------------

วัดมิ่งเมือง เมืองน่าน

วัดมิ่งเมือง เป็นที่ตั้งของเสาหลักเมืองน่าน บริเวณศาลหลักเมืองและโบสถ์ของวัดมีงานปูนปั้นอันวิจิตรสีขาวพราวตา คล้ายๆกับวัดร่องขุ่น จังหวัด เชียงราย ฝีมือช่างเสาร์แก้ว เลาดี ชาวบ้านมิ่งเมือง ที่รังสรรค์งานนี้ด้วยความตั้งใจถวายเป็นพุทธบูชา เริ่มสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 ก่อนงานปูนปั้นวัดร่องขุ่น โดยเป็นงานปั้นมือทีละชิ้น ไม่มีการหล่อพิมพ์ และปัจจุบันก็ยังคงปั้นแต่งเติมอยู่เพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์ที่สุดภายในโบสถ์จะมีจิตรกรรมฝาผนังเล่าตำนานการสร้างเมืองน่านซึ่งศิลปินใช้วิธีการเขียนภาพแบบโบราณแบบเดียวกับจิตรกรรมวัดภูมินทร์ เป็นผลงานที่น่าชมอีกเช่นกัน


อ่านต่อรายละเอียด วัดมิ่งเมือง เมืองน่าน
---------------------------------------

วัดศรีพันต้น

วัดศรีพันต้น หากมาตามทางหลวงหมายเลข 101 เมื่อเข้าสู่ตัวเมืองน่านจะเห็นวัดเด่นเป็นสง่าด้วยเครื่องประดับปูนปั้นสีทองอร่าม สันหลังคาเป็นสัญลักษณ์กาญจนาภิเษกครองราชย์ครบ 50 ปี บันไดทางขึ้นโบสถ์ทั้งสองฝั่งทำเป็นรูปพญานาคเจ็ดเศียรดูอลังการ และยังมีสิ่งที่น่าชมอีกคือ เรือแข่งที่ยาวที่สุดใน จังหวัดน่าน และจิตรกรรมประวัติศาตร์น่านที่สื่อความให้เข้าใจได้ง่าย


อ่านต่อรายละเอียด วัดศรีพันต้น
---------------------------------------

วัดหัวเวียงใต้

วัดหัวเวียงใต้ ชื่อ "หัวเวียงใต้" มาจากวัดนี้ตั้งอยู่ในบริเวณส่วนบนของเวียงใต้ ท้าวสุทธะและแม่เจ้าใจได้อุทิศที่ดินเพื่อสร้างวัดนี้เมื่อปี พ.ศ. 2278 โดยมีหม่องส่า หรือนายหม่อง วงศ์เครื่อง พ่อค้าไม้ชาวพม่า เป็นผู้อุปถัมภ์การสร้างพระประธาน พุทธลักษณะขององค์พระจึงเป็นศิลปะพม่าที่น่าชม


อ่านต่อรายละเอียด วัดหัวเวียงใต้
---------------------------------------

วัดพญาภู

วัดพญาภู เป็นวัดที่อายุกว่า 600 ปี ร่วมสมัยกับสุโขทัย ศิลปกรรมส่วนใหญ่เป็นแบบพื้นบ้านซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ของเจ้านครน่านกับกรุงเทพฯ และพระพุทธรูปปางลีลาซึ่งเป็นหลักฐานถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างน่านกับสุโขทัย ที่วิหารยังมีคันทวยที่นำมาจากวิหารหลังเดิม ซึ่งช่างชาวบ้านแกะสลักเป็นรูปตัวละครในเรื่องรามเกียรติ ลวดลายดูแปลกตาชวนชมให้เดินดูอย่างเพลิดเพลิน สิ่งที่น่าสนใจ ของวัดพญาภู ได้แก่ บานประตูยักษ์ บนบานประตูไม้ทางเข้าวิหารมีรูปทวารบาลซึ่งแกะสลักเป็นรูปยักษ์ถือกระบี่ และ พระพุทธรูปปางลีลา ประดิษฐานด้านซ้ายและขวาของพระประธาน เป็นพระพุทธรูปสำริดศิลปะสุโขทัย อายุกว่า 500 ปี สร้างในสมัยเจ้าภูเข็ง


อ่านต่อรายละเอียด วัดพญาภู
---------------------------------------

พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพระเกิด

พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพระเกิด ครูบาอินผ่อง วิสารโท อดีตเจ้าอาวาสวัดพระเกิด ได้สะสมโบราณวัตถุและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ไว้เป็นจำนวนมาก เป็นแรงบันดาลใจให้ชาวบ้านได้ร่วมกันจัดตั้งพิพิธภัณฑ์นี้ขึ้นมา และ ได้นำข้าวของมาบริจาคเพิ่มเติม ชาวบ้านได้ช่วยกันออกแบบจัดวางและเขียนป้ายบอกคำอธิบายเองทั้งหมดด้วย พระครูวิจิตรนันทสาร เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ได้มอบกุฏิครูบาอินผ่องที่สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2479 ให้เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมเมื่อ 12 มิ.ย. 2554


อ่านต่อรายละเอียด พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพระเกิด
---------------------------------------

โฮงเจ้าฟองคำ

โฮงเจ้าฟองคำ เดิมเป็นบ้านพักของเจ้าศรีตุมมา หลานของเจ้ามหาวงศ์ เจ้าผู้ครองนครน่าน สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2384-2400 อยู่ติดกับคุ้มแก้วที่เป็นพำนักของเจ้านครน่านในเวียงเหนือ เมื่อเจ้าอนันตวรฤทธิเดชฯ ได้ย้ายเมืองกลับลงมาที่เวียงใต้ บริเวณคุ้มแก้วจึงถูกทิ้งร้างไป จนกระทั่งรัฐบาลไทยต้องการพื้นที่บริเวณคุ้มแก้วเพื่อสร้างค่ายทหาร เจ้าบุญยืนธิดาคนสุดท้ายของเจ้าศรีตุมมา จึงย้ายโฮงหลังเก่ามาสร้างยังที่ปัจจุบันและตกทอดมายังเจ้าฟองคำซึ่งเป็นธิดาของเจ้าบุญยืน เจ้าฟองคำกำชับลูกหลานให้เก็บบ้านหลังนี้ไว้ ลูกหลานจึงปรับปรุงตัวโฮงและเปิดให้ผู้สนใจเข้าศึกษา ปัจจุบัน ภัทราภรณ์ ปราบริปู ทายาทของเจ้าฟองคำเป็นผู้ดูแล


อ่านต่อรายละเอียด โฮงเจ้าฟองคำ
---------------------------------------

ตึกรังษีเกษม รร น่านคริสเตียนศึกษา

ตึกรังษีเกษม โรงเรียน น่านคริสเตียนศึกษา อาคารเรียนหลังนี้สร้างแล้วเสร็จราวๆปี พ.ศ. 2458 โดยคณะมิชชันนารี นำโดย ดร. ซามูเอล ซี. พีเพิล ชื่อรังษีเกษม มาจากพระนามของสมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ เป็นพระโอรสในพระบาทสมเด็จพระเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันมีการปรับปรุงอาคารเรียนนี้เป็นพิพิธภันฑ์ จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของคณะมิชชันนารและภาพถ่ายเมืองน่านยุคอดีต มี สิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ การชมอาคารเก่าแบบตะวันตก และ ภาพเก่าเล่าอดีตเมืองน่าน


อ่านต่อรายละเอียด ตึกรังษีเกษม รร น่านคริสเตียนศึกษา
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา