สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง บ้านพักพัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
เลย แนะนำข้อมูลท่องเที่ยว ภูเรือ คลิกได้เลย..............

เลย

>

ที่พักเลย

>

แผนที่เลย

>

ร้านอาหารเลย

>

การเดินทางเลย

>

ประวัติเลย


อำเภอภูเรือ , เลย


อุทยานแห่งชาติภูเรือ

อุทยานแห่งชาติภูเรือ มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอภูเรือและอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย อาณาเขตด้านทิศเหนืออยู่ติดกับประเทศลาว รูปพรรณสันฐานของภูเรือมีรูปร่างลักษณะเหมือนเรือใหญ่บนยอดดอยสูงเป็นภูผาสีสันสะดุดตาหินบางก้อนมีลักษณะเหมือนถูกปั้นแต่งไว้ ชาวบ้านเรียกว่า “กว้านสมอ” โดยรอบๆ จะเห็นยอดดอยเป็นขุนเขาน้อยใหญ่ใกล้เคียงเป็นฝ้าขาวด้วยละอองน้ำ หมอก ปกคลุมไว้ท่ามกลางป่าอันอุดมสมบูรณ์ มีเนื้อที่ประมาณ 120.84 ตารางกิโลเมตร ในปี พ.ศ. 2519 อธิบดีกรมป่าไม้ เดินทางมาราชการที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง นายสุจินต์ เพชรดี ปลัดจังหวัดเลย ได้ให้ความเห็นว่า ควรส่งเสริมป่าภูเรือให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัด จากนั้นจังหวัดเลยจึงให้ทางอำเภอภูเรือสำรวจพื้นที่ป่าภูเรือ ซึ่งอำเภอภูเรือได้รายงานถึงจังหวัดเลยว่า พื้นที่ป่าภูเรือมีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงามสำคัญหลายแห่ง เช่น ป่าไม้ น้ำตก ทิวทัศน์ เหมาะที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติได้ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ไปทำการสำรวจหาข้อมูลเบื้องต้นของป่าภูเรือ ท้องที่อำเภอภูเรือและอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย ปรากฏว่า ป่าแห่งนี้อยู่ในเขตป่าหมายเลข 23 ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2506 ให้รักษาไว้ให้เป็นป่าถาวรของชาติ พื้นที่ป่าภูเรือประกอบด้วยทิวเขาสูง สลับซับซ้อนเรียงรายเป็นรูปต่างๆ น่าพิศวงสลับกับที่ราบเป็นบางส่วน สาเหตุที่ขนานนามว่า “ภูเรือ” เพราะมีภูเขาลูกหนึ่งมีชะโงกผายื่นออกมาดูคล้ายสำเภาใหญ่ และที่ราบบนยอดเขามีลักษณะคล้ายท้องเรือตลอดจนมีธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงาม เหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2521 เห็นชอบให้กำหนดพื้นที่ป่าดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าภูเรือ ในท้องที่ตำบลอาชี ตำบลท่าลี่ อำเภอท่าลี่ และตำบลลาดค่าง ตำบลหนองบัว ตำบลร่องจิก อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 96 ตอนที่ 124 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2522 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 16 ของประเทศ

 

ลักษณะภูมิประเทศ อุทยานแห่งชาติภูเรือ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อนประกอบด้วย เขาหินทรายเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้นเป็นหินแกรนิตสลับกันไป ลักษณะเช่นนี้จึงทำให้มีที่ราบสูงสลับกับ ยอดเขาสูงทั่วไป มียอดเขาสูงที่สุดคือ ยอดภูเรือ มีความสูงถึง 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ยังมียอดเขาที่สำคัญ คือ ยอดเขาภูสัน มีความสูง 1,035 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และยอดภูกุ มีความสูง 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ลักษณะเช่นนี้เองจึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญก่อให้เกิดลำธารหลายสาย เช่น ห้วยน้ำด่าน ห้วยบง ห้วยเกียงนา ห้วยทรายขาว ห้วยติ้ว และห้วยไผ่ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของน้ำตกห้วยไผ่ที่สวยงามแห่งหนึ่ง

 

ลักษณะภูมิอากาศ ด้วยอุทยานแห่งชาติภูเรืออยู่ที่จังหวัดเลย ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดของประเทศไทย และอยู่บนยอดเขาสูง จึงทำให้มีอากาศเย็นตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะหนาวเย็นมาก จนกระทั่งน้ำค้างบนยอดหญ้าจะแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ซึ่งมีภาษาพื้นเมืองเรียกว่า “แม่คะนิ้ง” ผู้ที่จะไปพักผ่อนควรเตรียมตัวให้พร้อมที่จะผจญกับความหนาวเย็น

 

พืชพรรณและสัตว์ป่า ภูเรือ มีสภาพป่าหลายชนิดปะปนกันอย่างสวยงาม ทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบ ป่าสนเขา โดยเฉพาะยอดภูเรือ ประกอบด้วยป่าสนเขา สลับกับสวนหินธรรมชาติแซมด้วยพุ่มไม้เตี้ย สลับด้วยทุ่งหญ้าเป็นระยะ ไม้พื้นล่างที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ กุหลาบป่า มอส เฟิน และกล้วยไม้ที่สวยงาม เช่น ม้าวิ่ง สามปอย ไอยเรศ เอื้องคำ เอื้องผึ้ง เอื้องเงิน ซึ่งขึ้นตามต้นไม้และโขดหิน กล้วยไม้เหล่านี้จะออกดอกบานสะพรั่งให้ชมสลับกันไปตลอดทั้งปี นอกจากนี้ ป่าภูเรือยังมีสัตว์ป่าที่ชุกชุมพอสมควร ที่พบบ่อย เช่น หมี เก้ง กวางป่า หมูป่า หมาไน ลิง พญากระรอกดำ ไก่ฟ้าพญาลอ ไก่ป่า และชุกชุมไปด้วยกระต่ายป่า เต่าเดือย เต่าปูลูและนกชนิดต่างๆ ที่สวยงามอีกมากมาย โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะอพยพมาจากประเทศจีนเป็นจำนวนมาก

 

 จุดชมทิวทัศน์เดโชจุดที่น่าสนใจบนอุทยานแห่งชาติภูเรือ

เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ในวันที่อากาศดีนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นภูต่างๆ ของเมืองเลยได้

 

 -----------------------------------------------------------------

 โหล่นน้อยเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมาก จากจุดนี้จะมองเห็นภูหลวง ภูผาสาด และทะเลภูเขา ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3 กม.

  -----------------------------------------------------------------

 

ผาซับทองหรือผากุหลาบขาว เป็นหน้าผาสูงชัน และแหล่งน้ำซับที่มีพืชน้ำไลเคนสีเหลืองคล้ายสีทองขึ้นเต็มไปทั่ว จึงเรียกว่า ผาซับทอง นอกจากนี้ยังมีต้นกุหลาบขาวขึ้นอยู่มากมาย ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2.5 กม. 

 

----------------------------------------------------------------- 

น้ำตกห้วยไผ่

เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชัน มีความสูงประมาณ 30 เมตร น้ำจากน้ำตกแห่งนี้นำไปใช้ทำ น้ำประปาในอำเภอภูเรือด้วย ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2 กม.

 

-----------------------------------------------------------------

ยอดภูเรือ เป็นจุดที่สูงที่สุดในอุทยานฯ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,365 เมตร จากจุดนี้จะมองเห็นแม่น้ำเหืองและแม่น้ำโขงที่กั้นพรมแดนระหว่างไทย-ลาว

 

นอกจากนี้ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่นถ้ำหินแตก หินค้างหม้อ หินวัวนอน หินพานขันหมาก หินพระศิวะ สวนหินเต่า ทุ่งหินเหล็กไฟ ซิ่งหินเหล่านี้มีรูปร่างตามชื่อเรียก ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้า ช่วงปลายฝนต้นหนาวมีดอกไม้เล็กๆ ขึ้นอยู่ทั่วไปน่าชมมาก

สถานที่พักอุทยานฯ มีบริการบ้านพักไว้สำหรับนักท่องเที่ยว ติดต่อขอรายละเอียดและสำรองที่พักล่วงหน้าได้ที่ ที่ทำการอุทยานฯ โทร. 042-884144 หรือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร.02-5620760

การเดินทาง จากตัวเมืองเลยใช้ทางหลวงหมายเลข 203 เส้นเลย-ภูเรือ ระยะทางประมาณ 54 กม. แล้วเลี้ยวขวาบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 49-50 ตรงที่ว่าการอำเภอภูเรือ เข้าไปประมาณ 4 กม. รถยนต์สามารถขึ้นได้ และมีทางเดินเท้า 700 เมตร ก็จะถึงยอดภูเรือ

 


อ่านต่อรายละเอียด อุทยานแห่งชาติภูเรือ
---------------------------------------

สถานีทองลองเกษตรที่สูงภูเรือ

ตั้งอยู่ตำบลปลาบ่า เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ด้านวิชาการในการศึกษาค้นคว้าทดลองไม้ดอกไม้ผล ทั้งของเมืองหนาวและพืชสวนของท้องถิ่นที่เหมาะสมกับดินฟ้าอากาศและระบบนิเวศ ได้แก่ ทุ่งซัลเวีย แปลงไม้กฤษณา สวนไม้หอมเฉลิมพระเกียรติ แปลงสตรอว์เบอร์รี่ โรงเรือนเพาะชำ ไม้กระถาง จากนั้นก็ถ่ายทอดเผยแพร่ผลการศึกษาวิจัยแก่เกตรกรและผู้ที่สนใจต่อไป นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าชมไม้ผลและไม้เมืองหนาวควรไปช่วงเดือนกันยายน-เมษายน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 042-891199, 042-891398

ที่นี่เป็นที่ตั้งของสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ แหล่งศึกษาวิจัยและทดลองปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ปลูกพืชผักผลไม้เมืองหนาวเพื่อนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าทดลอง เผยแพร่ออกไปให้แก่เกษตรกร มาเป็นระยะเวลายาวนาน บนเนื้อที่ 5,000 ไร่ ของสถานีทดลองเกษตรที่สูงแห่งนี้โอบล้อมด้วยทิวทัศน์ของภูเขาสูง และห่มคลุมด้วยความหนาวเย็น รอคอยให้นักเดินทางผู้สนใจในเรื่อง ราวของการเกษตรที่สูงได้ก้าวเข้ามาเยี่ยมชม

การเดินทาง สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ ตั้งอยู่ที่ ตำบลปลาบ่า อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย

รถยนต์ส่วนตัว นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้เส้นทางได้ 2 เส้นทาง เส้นทางแรก จากกรุงเทพฯ ใช้ทาง หลวงหมายเลข 1 ผ่านตัวเมืองสระบุรี ตรงเข้าทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์  ตรงเข้าทางหลวงหมาย เลข 203 ผ่านอำเภอหล่มสัก หล่มเก่า เข้าเขตจังหวัดเลยที่อำเภอด่านซ้าย ผ่านอำเภอด่านซ้ายเข้าเขตอำเภอภูเรือ ก่อนถึงอำเภอภูเรือประมาณ 7 กิโลเมตร (บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 57 - 58 ) เป็นแยกสามแยกกกโพธิ์ ให้เลี้ยวขวาจะเห็นป้ายขวามือ บอกทางเข้าสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ ตรงเข้าไปประมาณ 7 กิโลเมตร จะถึงแยก "บ. ปลาบ่า - หินสอ" ให้เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 16 กิโลเมตร สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ ตั้งอยู่ด้านขวามือ รวมระยะทางทั้งสิ้น 487 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 - 8 ชั่วโมง

อีกเส้นทางหนึ่ง ไปตามทางหลวงหมายเลข 2  ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ถึงจังหวัดขอนแก่น แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 12 ผ่านอำเภอชุมแพ แล้วใช้เส้นทางหมายเลข 201 เข้าเขตจังหวัดเลยที่อำเภอภูกระดึง ผ่านอำเภอวังสะพุง แล้วตัดเข้าอำเภอภูเรือได้เช่นกัน เส้นทางนี้จะอ้อมมากกว่าการเดินทางไปสถานีเกษตรที่สูงภูเรือ โดยรถประจำทางไม่สะดวกนัก นักท่องเที่ยวต้องนั่งรถไปถึงอำเภอภูเรือ แล้วจึงหารถรับจ้างไปที่สถานีฯ

ความเป็นมา เนื่องจากในพื้นที่ภาคอีสานนั้น มีจังหวัดเลย  เพียงจังหวัดเดียว  ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น และมีระดับความสูงเหมาะสมต่อการเกษตรบนที่สูง กรมวิชาการเกษตรจึงมีความคิดที่จะจัดตั้งสถานีทดลองเกษตรที่สูงขึ้น เพื่อทำการทดลองพันธุ์พืชไม้ดอกเมืองหนาว  สำหรับส่งเสริมให้แก่เกษตรกรทำการเพาะปลูกในปี พ.ศ. 2529 ได้มีการสำรวจบริเวณยอดภูครั่ง อำเภอภูเรือ และป่าเสื่อมโทรมบริเวณใกล้เคียงพบว่ามีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร อันเหมาะสมสำหรับทดลองพันธุ์พืชเมืองหนาว มีแหล่งน้ำเพียงพอ และมีพื้นที่กว้างสามารถขยาย ออกไปได้ถึง 5,000 ไร่ จึงดำเนินการจัดตั้งเป็นสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือขึ้น ผลงานของสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ ที่ผ่านมา คือการทดสอบพันธุ์ไม้ผลเมืองหนาว สำหรับปลูกในพื้นที่สูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ซึ่งได้แก่พันธุ์แอปเปิ้ล พันธุ์ท้อสำหรับรับประทานสด พันธุ์พลัม จากการทดสอบพบว่าบางพันธุ์สามารถเติบโตได้ดีในสภาพอากาศของที่สูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่บางพันธุ์ก็มีการเติบโตช้า ออกดอกได้เฉพาะช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น  และติดผลได้ในบางปี อย่างไรก็ตามยังคงยากลำบากอยู่ในการปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ ส่วนการปลูกสตรอเบอรี่  และไม้ดอกเมืองหนาวนั้นที่ผ่านมา ได้ผลเป็นอย่างดี นอกจากนี้สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ ยังได้มีความพยายามที่จะทำการรวบรวมและศึกษาพันธุ์องุ่นสำหรับทำไวน์ และองุ่นสำหรับรับประทานสดเพื่อพัฒนาพันธุ์และส่งเสริมให้เกษตรกรในจังหวัดเลยทำการปลูกต่อไปอีกด้วย

จุดท่องเที่ยวภายในสถานีฯปัจจุบันสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ มีพื้นที่ที่เปิดดำเนินการ ทั้งสิ้น 1,500 ไร่ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินชมศึกษาแปลงทดลองการเกษตรภายในสถานีฯ ได้ โดยบางจุดสามารถที่จะเดินเท้าได้ แต่บางจุดก็ควรใช้พาหนะ ซึ่งใช้ได้ทั้งรถเก๋ง รถขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือจักรยาน โดยมีจุดที่น่าสนใจได้แก่

แปลงไม้ดอกเมืองหนาว (หมายเลข 1) ถือเป็นจุดเด่นของสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือทีเดียว เนื่องจากจุดที่ตั้งของสถานีฯ ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอภูเรือ จังหวัดเลยนั้น เป็นจุดที่ปลูกต้นไม้ดอกไม้ ประดับเมืองหนาว ได้มากมายหลายชนิด  เทียบเท่ากับพื้นที่ทางเหนือของประเทศ อย่างเชียงใหม่ หรือเชียงราย แต่ที่นี่จะพิเศษกว่าตรงที่หนาวก่อน และหนาวยาวนานกว่าในภาคเหนือ ดังนั้นนักท่องเที่ยว  จึงสามารถจะมาเที่ยวชมความงาม ของดอกไม้ประดับเมืองหนาวที่นี่ได้ก่อนใคร  และระยะเวลาในการบานอวดสีสันของบรรดาไม้ดอกเหล่านี้ก็จะอยู่คงทนต่อไป จนถึงราวเดือนมีนาคมเลยทีเดียว แปลงไม้ดอกไม้ประดับที่มีเนื้อที่ถึง 3 ไร่ เริ่มต้นจากแปลงกุหลาบพันธุ์ก้านแข็ง ดอกใหญ่หลากหลายสีสัน ถือเป็นราชินีของไม้ดอกทั้งมวล แปลงเพาะพันธุ์กุหลาบจะตั้งอยู่บนเนินเขา ลดหลั่นกันลงไปเป็นชั้นๆ เห็นทิวเขาที่โอบล้อมอยู่โดยรอบ มีทางเดินที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินลัดเลาะเที่ยวชมได้ตลอด ส่วนไม้ดอกเมืองหนาวอื่นๆ ได้แก่ แพนซี่ คาร์เนชั่น ฟอร์เก็ตมีนอทิ ลิ้นมังกร หน้าแมว พิทูเนีย รวมถึงคะน้าใบหยัก ที่เมื่ออุณหภูมิต่ำถึงระดับความเย็นจัดจะเปลี่ยนเป็นสีขาวทั้งต้น ตัดกับกุหลาบแฟนซีที่เป็นสีม่วงทั้งต้น สวยงามน่าชมมาก 

ทุ่งซัลเวียและแปลงรวบรวมไม้ผลเมืองหนาว (หมายเลข 2) ซัลเวีย เป็นไม้ดอกเมืองหนาวมีดอกสีแดงเข้ม ตัดกับใบสีเขียวของมัน มีถิ่นกำเนิดจากประเทศบราซิล ชอบอากาศเย็น ซัลเวียเมื่ออยู่ลำพังเพียงต้นเดียวก็ดูไม่โดดเด่นอะไรนัก แต่ถ้าอยู่รวมกันเป็นทุ่งแล้ว สีแดงเข้ม ที่ดารดาษเต็มทุ่งของมันจะแต่งแต้มให้พื้นที่ตรงนั้นสว่างไสวขึ้นมาทันที ทุ่งซัลเวียที่สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือแห่งนี้ปลูกอยู่บนเนินเขา แทรกแซมอยู่ระหว่างแปลงไม้ผลเมืองหนาวหลากหลายชนิด ทั้งแอปเปิ้ล ท้อ สาลี่ และพลัม ซึ่งเป็นพันธุ์ทดลองปลูกในพื้นที่สูงของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หากนักท่องเที่ยวมาตรงช่วงเวลาที่ไม่ผลเหล่านี้ออกผล ซึ่งตรงกับช่วงราวเดือนมีนาคม - กรกฎาคม ก็สามารถเด็ดชิมได้จากต้นเลยทีเดียว หรือ หากเดินทางมาในช่วงหนาว ก็จะได้ชมไม้ผลเหล่านี้ทิ้งใบผลิดอกเต็มต้น การได้เดินชมดอกท้อ แอปเปิ้ล สาลี่ บานเต็มต้น ตัดกับสีสันอันสดใสของทุ่งซัลเวีย แดง ม่วง ชมพู จึงเป็นบรรยากาศชวนให้เพลิดเพลินใจเป็นอย่างยิ่ง 

แปลงไม้กฤษณา (หมายเลข 3) "กฤษณา" อาจเป็นไม้ที่เราอาจได้ยินชื่อมานานในฐานะยาสมุนไพร ที่มีกลิ่นหอม  แต่น้อยคนนักที่จะเคยได้เห็นต้นจริงของพืชชนิดนี้ ส่วนของไม้กฤษณาที่มีกลิ่นหอมและนำมาใช้ทำยาคือส่วนที่เป็นเนื้อไม้ หรือแก่นไม้นั่นเอง ความจริงแล้วเนื้อไม้ของกฤษณาที่แท้จะเป็นสีขาวนวลไม่มีกลิ่น แต่กลิ่นหอมของมันมาจากการที่เชื้อราเข้าไปเจริญในเนื้อไม้ทำให้ไม่เป็นรากลายเป็นสีเข้มและส่งกลิ่นหอมระเหยออกมา ไม้กฤษณาจะเริ่มมีเชื้อราเมื่ออายุต้นมากกว่า 20 ปี และจะหอมสมบูรณ์ทั้งต้นเมื่อมีอายุราว 50 ปี

ไม้กฤษณานั้นชาวฮินดูนิยมนำมาจุดไฟ  เพื่อให้มีกลิ่นหอมในโบสถ์ผงไม้หอมใช้โรยบนเสื้อฆ่าหมัดและเหาในแหลมมาลายู ใช้ไม้หอมเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางค์ และใช้บำบัดโรคผิวหนังหลายชนิด ในเมืองไทยใช้สกัดเป็นน้ำหอมใช้ทำสบู่ และเครื่องสำอาง ถือเป็นไม้มีราคาแพง การทำให้ไม้กฤษณาเกิดเป็นเชื้อราขึ้นนั้น ก็จะใช้วิธีเจาะรู ให้เกิดเป็นรา เพื่อกระตุ้นกลิ่นหอม นักท่องเที่ยวสามารถชมวิธีการเจาะรูไม้กฤษณา และทดลองดมกลิ่นหอมที่ระเหย ออกมาจากต้นของมันได้ที่แปลงทดลองพันธุ์ไม้กฤษณาของ สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ

สวนไม้หอมเฉลิมพระเกียรติ (หมายเลข 4) สวนไม้หอมนี้ จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ในวโรกาสเจริญพระชมมายุครบ 5 รอบ โดยได้ทำการรวบรวมพันธุ์ไม้หอมทั้งหมด 25 ชนิด มาปลูกไว้ในที่เดียวกัน ได้แก่ สายน้ำผึ้ง แก้ว พุดสามสี ราตรี มะลิ พุดซ้อน ราชาวดี กระทิง มหาหงส์ นมแมง คัดเค้า บุหงาส่าหรี พุดจีบและกรรณิการ์นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมและสำรวจความหอมที่แตกต่างกันของพรรณไม้แต่ละชนิดได้ที่สวนแห่งนี้นอกจากนี้ติดกันกับสวนไม้หอมยังมีแปลงอบเชยเครื่องเทศสำคัญอีกชนิดหนึ่งที่สถานีฯ ทำการทดลอง เพื่อทดสอบพันธุ์ก่อนที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกต่อไป

ชิมสตรอเบอรี่จากแปลง (หมายเลข 5) สตรอเบอรี่  ผลไม้ที่ไม่มีใครปฏิเสธความหวานฉ่ำอร่อยลิ้นของมันได้ สตรอเบอรี่ นอกจากจะมีรสชาติหวานลิ้นแล้วยังเป็นแหล่งที่ให้เส้นใยอาหารเป็นอย่างดี ทุกวันนี้สตรอเบอรี่จึงพลิกบทบบาทกลายมาเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญสำหรับเกษตรกรในพื้นที่สูง สตรอเบอรี่ ผลไม้เมืองหนาวชนิดนี้ได้ถูกนำมา ปลูกในเมืองหนาวชนิดนี้ได้ถูกนำมาปลูกในเมืองไทยราว 70 ปีมาแล้วเป็นสตรอเบอรี่พันธุ์พื้นเมืองซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนานำเข้าพันธุ์จากต่างประเทศมาทดลองปลูกมากมาย  จนพบพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ซึ่งในภายหลังได้นำมาทดลองปลูกในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย ซึ่งในภายหลังได้นำมาทดลองปลูก ในพื้นที่อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย และพบว่าสามารถขึ้นได้ดี เนื่องจากมีความสูงพอสมควร มีอากาศเย็นและลักษณะดินพอเหมาะ จนทุกวันนี้มีพื้นที่หลายๆ แห่งในอำเภอภูเรือได้มีการปลูกสตรอเบอรี่กันเป็นที่แพร่หลาย หากเดินทางมาที่นี่ในช่วงเดือนมกราคม - มีนาคม นักท่องเที่ยวคงอดใจไม่ได้ที่จะขอลองลิ้นชิมรสความหวานหอมของสตรอเบอรี่จากแปลงทดลองของที่นี่ 

แปลงมะคาเดเมีย และโรงอบมะคาเดเมีย (หมายเลข 6,7) มะคาเดเมียนัท เป็นไม้ต้นสูงใหญ่ มีถิ่นกำเนิดในออสเตรเลีย ใบหนาทึบและแข็ง ดอกเป็นช่อยาว ประกอบด้วยดอกเล็กๆ สีขาวเต็มช่อ ห้อยระย้าเต็มต้น มีกลิ่นหอมมมากในช่วงสิบปีที่ผ่านมา กรมวิชาการเกษตรได้มีความพยายามที่จะทดสอบพันธุ์มะคาเดเมียเพื่อทำการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจเนื่องจากผลมะคาเดเมียนั้นตลาดมีความต้องการสูง มีราคาแพงมากนิยมนำไปคั่วอบเกลือหรือเป็นส่วนผสมในช็อกโกแลต ที่ผ่านมาประเทศไทยต้องนำเข้ามาโดยตลอด ผลมะคาเดเมียนัท มีลักษณะเป็นลูกกลมๆ ขนาดประมาณ 1 นิ้ว สีเขียวเมื่อทุบเปลือกออก เนื้อในจะมันหวาน นิยมนำไปคั่วอบเกลือ เป็นของขบเคี้ยว  นักท่องเที่ยวสามารถทดลองชิมมะคาเดเมียคั่วอบเกลือที่ทางสถานีฯ ได้ทดลองทำการอบเกลือบรรจุใส่ถุงสำหรับให้แขกที่มาเยือนได้ชิมหากติดใจก็อาจจะขอซื้อเป็นของฝากติดมือกลับบ้านได้ด้วย "บ้านไร่ปลายฟ้า" 

โรงเรือนเพาะชำไม้กระถาง (หมายเลข 8) หลังจากชมแปลงต่างๆ  จนทั่วแล้ว "บ้านไร่ปลายฟ้า" อาจเป็นแหล่งสุดท้ายที่นักท่องเที่ยวจะมาแวะชมเพื่อสัมผัสกับบรรยากาศชวนให้สดชื่นสบายตาสบายใจของโรงเรือนเพาะชำไม้กระถางต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไม้สำหรับปลูกในห้องแอร์ อย่างพวกกล็อกซีเนีย อาฟริกันไวโอเล็ต ผีเสื้อพิทูเนีย ไม้กระถางเหล่านี้ทางสถานีเพาะชำเพื่อสำหรับประดับตามสถานที่ต่างๆ  ตามแต่ที่หน่วยงานต่างๆ จะขอมา รวมทั้งจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวที่สนใจอีกด้วย ใกล้ๆ กับบ้านไร่ปลายฟ้า มีโรงเรือน เพาะชำดอกหน้าวัวอยู่ไม่ไกลนัก สามารถแวะไปเที่ยวชมได้หรือหาซื้อติดมือกลับบ้านได้เช่นกัน

สิ่งอำนวยความสะดวก การพักแรม สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ มีบ้านพักรองรับนักท่องเที่ยว ได้ 2 หลัง แต่ละหลังพักได้ตั้งแต่ 6 - 10 คน มีที่กางเต็นท์ตรงบริเวณลานสนสามใบ อยู่ไม่ไกลจากอาคารสำนักงานมากนัก สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 100 คน มีโรงครัวกลางขายอาหารตามสั่ง ทั้งนี้หากไปในช่วงวันเสาร์ - อาทิตย์ ควรติดต่อไปล่วงหน้าเพื่อสอบถามเรื่องการพักแรม และอาหาร

สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือภายในเรือนเพาะชำของสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ มีบ้านพักรองรับนักท่องเที่ยว ได้ 2 หลังสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือศูนย์การท่องเที่ยวเชิงเกษตรบริเวณร้านขายของที่ระลึกและบริการอาหารสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ


อ่านต่อรายละเอียด สถานีทองลองเกษตรที่สูงภูเรือ
---------------------------------------

สักหง่า

อยู่ที่บ้านหินสอ ตำบลปลาบ่า เป็นที่คอยชมแม่คะนิ้ง หรือเกร็ดน้ำค้างแข็งบนยอดหญ้า  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง รถสามารถขึ้นยอดเขาด้านหน่วยพิทักษ์โคกกระบา และเดินเท้าเที่ยวชมลานหิน สวนสน หน้าผาหิน ทุ่งหญ้า และดอกไม้ป่า โทร. 0 4280 1955

สักหง่า (ต้นกำเนิดแม่น้ำป่าสัก)เป็นที่คอยชมแม่คะนิ้ง หรือเกร็ดน้ำค้างแข็งบนยอดหญ้า


อ่านต่อรายละเอียด สักหง่า
---------------------------------------

น้ำตกปลาบ่า

อยู่ที่หมู่ 1 บ้านปลาบ่า ตำบลปลาบ่า เป็นน้ำตกที่ตกมาจากแผ่นหินขนาดใหญ่อย่างสวยงามลงสู่แอ่งน้ำ เบื้องล่างเหมาะสำหรับเล่นน้ำและนั่งพักผ่อนรับประทานอาหาร บริเวณน้ำตกยังไม่มีร้านอาหาร  การเดินทางใช้เส้นทางหมายเลข 203 (ภูเรือ-ด่านซ้าย) บริเวณหลักกม.ที่ 57-58 เลี้ยวซ้ายตรงสถานีทดลองเกษตรที่สูง-ภูเรือ (บ้านกกโพธิ์) เข้าไปตามทางราดยาง 6.7 กม. ก็จะถึงบ้านปลาบ่า จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปตามทางอีกประมาณ 2 กม. จะถึงน้ำตก รวมระยะทางจากอำเภอภูเรือถึงน้ำตก 18 กม.

น้ำตกปลาบ่าเป็นน้ำตกที่ตกมาจากแผ่นหินขนาดใหญ่อย่างสวยงามลงสู่แอ่งน้ำ


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกปลาบ่า
---------------------------------------

น้ำตกสองคอน

อยู่ที่บ้านสองคอน ตำบลปลาบ่า อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ห่างจากถนนเลย-หล่มสัก บริเวณแยกบ้านกกโพธิ์-แสนเอี้ยม ประมาณ 16 กม. เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่ง และมีลานหินเหมาะสำหรับการพักผ่อน-หย่อนใจเป็นอย่างมากเส้นทางเข้าไปสะดวกเส้นทางก่อนถึงสถานีทดลองพืชไร่เกษตรที่สูง


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกสองคอน
---------------------------------------

ทุ่งคริสต์มาส

ที่ศูนย์บริการการท่องเที่ยวอำเภอภูเรือ ทางขึ้นอุทยานแห่งชาติภูเรือ มีบริการห้องน้ำ ที่จอดรถ และที่พักนักเดินทาง พร้อมจำหน่ายสินค้าโอทอป โทร.0 4289 9004


อ่านต่อรายละเอียด ทุ่งคริสต์มาส
---------------------------------------

ชาโต เดอ เลย

ใช้เส้นทางสายเมืองเลย-ภูเรือ-ด่านซ้าย ระยะทางประมาณ 65 กม. เป็นสวนองุ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพื้นที่ปลูกองุ่นนับพันไร่ ทั้งองุ่นรับประทานสดและองุ่นสำหรับผลิดไวน์ นักท่องเที่ยวสามารถขับรถเข้าชมภายในสวนได้ บริเวณด้านหน้าเป็นร้านค้าจำหน่ายผลองุ่นสด ผักปลอดสารพิษ ไวน์ชาโต เดอ เลย บรั่นดีวิกตอรี และสินค้าที่ระลึกต่างๆ หากสนใจที่จะเข้าชมโรงงานผลิตไวน์ชาโต เดอ เลย สอบถามข้อมูลได้ที่โทรศัพท์ 042-891970


อ่านต่อรายละเอียด ชาโต เดอ เลย
---------------------------------------

ตลาดไม้ดอกเมืองหนาวบ้านหนองบง

เป็นแหล่งจำหน่ายไม้ดอกเมืองหนาวของเกษตรกรที่มีมากมายหลายชนิด สามารถชมความงามของไม้ดอกและเลือกซื้อเป็นของฝากกลับบ้าน  การเดินทาง ใช้เส้นทางหมายเลข 203 สาย เลย-ภูเรือ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 47 กม.


อ่านต่อรายละเอียด ตลาดไม้ดอกเมืองหนาวบ้านหนองบง
---------------------------------------

คำนวนเนิร์สเซอรี

อยู่ห่างจากตัวอำเภอภูเวียง 3 กม. เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีไม้ดอกเมืองหนาวและไม้ประดับ โดยเฉพาะพีทูเนียแขวนและคริสต์มาส นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามของพรรณไม้และเลือกซื้อเป็นของฝากกลับบ้านได้ โทร.042-8011389  การเดินทาง ใช้เส้นทางหมายเลข 203 สายภูเรือ-ด่านซ้าย ห่างจากตัวเมืองประมาณ 47 กม.


อ่านต่อรายละเอียด คำนวนเนิร์สเซอรี
---------------------------------------

ไร่สัณยา

ตั้งอยู่ที่บ้านแก่งแล่น ไร่นี้ผลิตเห็ดหอมตลอดทั้งปี เพื่อจำหน่ายในท้องถิ่งและพื้นที่ใกล้เคียง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและซื้อผลิตภัณฑ์เป็นของฝากกลับบ้านจากไร่ได้ นอกจากนี้ ยังมีที่พักบริการ สอบถามข้อมุลเพิ่มเติมที่โทร 081-9543573, 0819757623


อ่านต่อรายละเอียด ไร่สัณยา
---------------------------------------

สวนส้มสยามภูเรือ

ตั้งอยู่ที่บ้านแก่งแล่น เป็นสวนส้มโชกุนขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ปลูกนับร้อยไร่ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสวนและเลือกซื้อส้มโชกุนที่มีรสชาติหวานอร่อยเป็นของฝากได้ สอบถามโทร. 081-9754212


อ่านต่อรายละเอียด สวนส้มสยามภูเรือ
---------------------------------------

บริษัท เอส เอ จำกัด

ตั้งอยู่ที่บ้านกกโพธิ์ ผลิตไม้ดอกไม้ประดับ พืชผักต่างๆ เพื่อเพาะเมล็ดสำหรับจำหน่าย ภายในบริเวณสามารถเที่ยวชมแปลงไม้ดอกเมืองหนาวนานาพรรณที่สวยงามได้ สอบถามโทร.042-891408  การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 203 สายภูเรือ-ด่านซ้าย ห่างจากตัวอำเภอภูเรือ 7 กม. แล้วเลี้ยวขวาไม่ประมาณ 1 กม.


อ่านต่อรายละเอียด บริษัท เอส เอ จำกัด
---------------------------------------

น้ำตกห้วยไผ่

น้ำตกห้วยไผ่ ตั้งอยู่ในอช.ภูเรือ อ.ภูเรือ จ.เลยเป็นน้ำตกขนาดกลาง ลักษณะของตัวน้ำตกเป็นชั้นหินลดหลั่นกันไป จนถึงตัวแอ่งน้ำด้านล่าง น้ำตกห้วยไผ่สามารถลงเล่นน้ำได้ อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ (ที่ทำการอุทยานฯ) ประมาณ 2.8 กิโลเมตรในฤดูฝนจะมีปริมาณน้ำมากทำให้เกิดเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามยิ่ง ในช่วงที่มีหมอกปกคลุมจะทำให้สวยงามไปอีกแบบ ฤดูร้อนและปลายฤดูหนาว น้ำตกไม่ค่อยมีน้ำ (ไม่แนะนำให้ไป)


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกห้วยไผ่
---------------------------------------

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ภูหลวงได้เปรียบให้เป็นดั่ง "มรกตแห่งอีสาน" และได้รักการประกาศให้เป็นเขตอนุรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 บนภูสูงแห่งนี้เป็นแหล่งรวมดอกไม้ป่านานาพรรณที่ผลัดเปลี่ยนกันผลิดอกสีสันสวยงามตามฤดูกาล ท่ามกลางทิวท้ศน์อันงดงาม มีทั้งทุ่งหญ้าป่าสน โตรกผา และสวนหินธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีรอยตีนไดโนเสาร์อายุกว่า 120 ล้านปี


อ่านต่อรายละเอียด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา