สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง พัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
ลำพูน Lumpun English Version, Please Click Here !!

ลำพูน

>

ที่พักลำพูน

>

แผนที่ลำพูน

>

ร้านอาหารลำพูน

>

การเดินทางลำพูน

>

ประวัติลำพูน


  อำเภอเมืองลำพูน, ลำพูน
 


วัดมหาวันวนาราม

วัดมหาวันวนาราม ตั้งอยู่ใกล้คูเมือง ด้านทิศตะวันตก ถ.จามเทวี ในเขตเมืองลำพูนวัดมหาวันวนารามสร้างขึ้นในสมัยพระนางจามเทวีครองหริภุญไชย พระนางจามเทวีนั้นเดิม อยู่ที่อาณาจักรละโว้ เมื่อฤาษีวาสุเทพสร้างหริภุญไชยขึ้น พระนางจามเทวีได้เสด็จมาปกครองเป็น ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรหริภุญไชย เมื่อพระนางจามเทวีเสด็จมาหริภุญไชยนั้นได้พาไพร่พลที่มีความรู้สาขาต่างๆ พร้อมพระสงฆ์ ประมาณ 500 องค์มาด้วย รวมทั้งอัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญอีก 2 องค์ คือ พระแก้วขาว (พระเสตัง คมณี)   และพระศิลาดำ (พระพุทธสิกขิ) เมื่อถึงหริภุญไชย พระนางจามเทวีโปรดให้สร้างวัดมหาวัน เพื่อให้เป็นที่จำพรรษาของพระสงฆ์และนำพระศิลามาประดิษฐานไว้ด้วย (ส่วนพระแก้วขาวนั้นพระเจ้าเม็งรายแห่งล้านนาได้อัญเชิญไปเป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์ และประดิษฐานไว้ที่วัดเชียงมั่น ใน จ.เชียงใหม่ จนถึงปัจจุบัน) ต่อมาหริภุญไชยเกิดสงครามกับขุนลัวะวิลังขะ พระฤาษีจึงใช้พระศิลาดำเป็นต้นแบบสร้าง พระเครื่องแจกจ่ายชาวเมืองเพื่อใช้ออกศึก พระเครื่องส่วนที่เหลือบรรจุไว้ในเจดีย์ที่วัดมหาวัน ต่อมา ในยุคหลัง เมื่อเจดีย์บรรจุพระปรักหักพังลง ชาวบ้านจึงพบพระเครื่องที่เก็บไว้ต่างนำกันไปบูชาและ พบกับอิทธิปาฏิหารย์ต่างๆ พระเครื่องเหล่านี้คือ  พระรอดมหาวันที่โด่งดังนั่นเอง

พระประธานในโบสถ์นาคปรกสัญลักษณ์สำคัญของวัด

จิตรกรรมฝาผนัง บรรยายประวัติของพระนางจามเทวี

เจดีย์ข้างวิหาร


อ่านต่อรายละเอียด วัดมหาวันวนาราม
---------------------------------------

วัดจามเทวี

หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดกู่กุด ตั้งอยู่ริมถนนจามเทวี ตำบลในเมือง สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. 1298 เป็นฝีมือช่างละโว้ ลักษณะพระเจดีย์เป็นสี่เหลี่ยมแบบพุทธคยาในประเทศอินเดีย แต่ละด้านมีพระพุทธรูปยืนปางประทานพรอยู่เป็นชั้นๆ ภายในเจดีย์บรรจุอัฐิของพระนางจามเทวีปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญไชย ตามตำนานเล่าว่าเจ้าอนันตยศและเจ้ามหันตยศ ราชโอรสของพระนางจามเทวีได้สร้างขึ้น เพื่อบรรจุอัฐิของพระนางเมื่อปี พ.ศ. 1298 เดิมมียอดห่อหุ้มด้วยทองคำ ต่อมาจะเป็นสมัยใดไม่ทราบชัด ยอดพระเจดีย์หักหายไปชาวบ้านจึงเรียกว่า กู่กุด หรือมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า พระเจดีย์สุวรรณจังโกฏ

นอกจากนั้นยังมี รัตนเจดีย์ ซึ่งตั้งอยู่ทางขวาของวิหาร สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 17 โดยพระยาสรรพสิทธิ์ ฐานล่างสุดเป็นรูป 8 เหลี่ยม มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4.40 เมตร สูงจรดยอด 11.50 เมตร องค์เจดีย์เป็นรูปสี่เหลี่ยม แต่ละเหลี่ยมเจาะเป็นซุ้ม ประดิษฐานพระพุทธรูปยืน ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์

ป้ายวัดด้านหน้าวัดจามเทวีวัดจามเทวี ด้านหน้าตัวพระอุโบสถวัดจามเทวีวัดจามเทวี ลำพูนศาลาไม้ด้านหลังวัดจามเทวี ลำพูนวัดจามเทวีด้านในพระอุโบสถ พระประทานวัดจามเทวีรูปสมัยก่อน


อ่านต่อรายละเอียด วัดจามเทวี
---------------------------------------

วัดพระยืน

พระยืน ตั้งอยู่เลขที่ ๑ บ้านพระยืน หมู่ที่ ๑ ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายมีเนื้อที่ประมาณ ๒๙ ไร่ ๒ งาน อยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำกวง    ชื่อ “ วัดพระยืน ” เรียกตามปูชนียวัตถุสำคัญที่อยู่ในวัด คือพระยืน ( พระพุทธรูปยืน ) ซึ่งเรื่องเกี่ยวกับพระยืนนี้ ได้มีการกล่าวไว้ในหนังสือตำนานหลายเล่ม อาทิ ในหนังสือ ตำนานมูลศาสนา ได้กล่าวถึงตอนที่พระญากือนาได้อาราธนานิมนต์พระสุมนเถระจากเมืองสุโขทัย เพื่อมาเชียงใหม่ โดยได้พักที่วัดพระยืน ในเมืองหริภุญชัย ราว พ.ศ. ๑๙๑๒ ซึ่งขณะนั้นได้มีพระยืน ๑ องค์อยู่ก่อนแล้ว แต่บริเวณนั้นเป็นป่า พระญากือนาจึงให้คนไปแผ้วถาง แล้วสร้างพระพุทธรูปยืนเพิ่มอีก ๓ องค์ โดยองค์หนึ่งให้หันหน้าไปทางทิศตะวันตก องค์หนึ่งหันหน้าไปทางทิศเหนือ และอีกองค์หนึ่งหันหน้าไปทางทิศใต้ และสร้างมณฑปครอบพระพุทธรูปยืนทั้ง ๔ องค์นี้ไว้    ต่อมามณฑปที่ได้สร้างไว้นั้นทรุดโทรมและปรักหักพังลง โดยเฉพาะที่ส่วนยอดพังลงมาจนถึงซุ้ม ส่วนพระพุทธรูปที่ประดิษฐานในมณฑปคงเหลือที่สมบูรณ์เพียงด้านทิศตะวันออกองค์เดียวเท่านั้น ดังนั้นในสมัยของ เจ้าหลวงอินทยงยศ จึงได้ให้ หนานปัญญาเมือง ชาวบ้านหนองเส้งซึ่งเป็นช่างประจำคุ้มหลวงเป็นผู้ออกแบบ และควบคุมการก่อสร้างพระเจดีย์ขึ้นมาใหม่ โดยสร้างครอบของเดิมที่ปรักหักพังไป แล้วให้นำเอาอิฐ หิน และดินที่พังลงมานั้น ใส่ถมพระมณฑปองค์เดิมที่มีพระพุทธรูปยืนเหลือเพียงองค์เดียวนั้นจนหมดสิ้น มณฑปองค์ใหม่นี้ทำจากศิลาแลงและอิฐบางส่วน และประดับลวดลายปูนปั้น ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมสูงกว่าเดิมมาก มีบันไดที่ตกแต่งด้วยเหงาทอดขึ้นสู่มณฑปทั้ง ๔ ด้าน บนมณฑปมีลานทักษิณล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว ที่มุมประดับด้วยสถูปิกะ หรือเจดีย์บริวาร ถัดจากฐานมีเรือนธาตุย่อเก็จ และซุ้มจระนำ ๔ ด้าน โดยยึดรูปแบบคล้ายกับองค์เดิมที่สร้างในสมัยของพระญากือนา แต่ละซุ้มประดิษฐานด้วยพระพุทธรูปยืน เหนือขึ้นไปเป็นมาลัยเถาสี่เหลี่ยมซ้อนกัน ๓ ชั้น และมีมุมประดับด้วยสถูปิกะ ส่วนยอดประดับด้วยฉัตร นอกจากนั้นยังมียอดเล็ก ๆ ที่ประดับรอบยอดใหญ่อีก ๔ ยอด อย่างไรก็ตาม กล่าวกันว่ารูปลักษณะของมณฑปวัดพระยืนนี้ คล้ายกับมณฑปสัพพัญญูในเมืองพุกามประเทศพม่า ทั้งนี้คงเนื่องมาจากชาวพม่าเข้ามาอาศัยในล้านนาและได้มีส่วนสร้างหรือสนับสนุนในการบูรณะมณฑปพระยืนแก่หนานปัญญาเมือง

เดินหาพระยืนอยู่รอบวัด มารู้ทีหลังว่าอยู่ในองค์เจดีย์นี่เอง  เฉลยอยู่ที่ภาพหลัง...ครับ

วัดพระยืน 

    ตั้งอยู่ที่บ้านพระยืน ตำบลเวียงยอง ข้ามลำน้ำกวง ไปตามทางหลวงหมายเลข 114 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1029 ประมาณ 500 เมตร วัดพระยืนมีชื่อเดิมว่า วัดพฤทธมหา - สถาน ซึ่งพระเจ้าธรรมมิกราช กษัตริย์หริภุญชัย เป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๖๐๖ - ๑๖๑๑ พระเจดีย์วัดพระยืนเป็นพระเจดีย์ทรงมณฑป มีพระพุทธรูปยืนทั้งสี่ทิศ เครื่องบนประกอบด้วยเจดีย์ห้ายอด โดยมีเจดีย์ทรงระฆังและเจดีย์ทรงกลมขนาดเล็กเป็นประธาน คล้ายคลึงกับอานันทเจดีย์ที่เมืองพุกาม และพระเจดีย์วัดป่าสัก จังหวัดเชียงราย

      ความสูงของพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นมาใหม่นี้ เมื่อเทียบกับระดับของพระพุทธรูปเดิมที่ถูกถมอยู่ข้างในแล้ว ระดับของพระนลาฏของพระองค์เดิมจะอยู่ในระดับเดียวกับระดับพระบาทของพระยืนองค์ที่เห็นในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้เองจึงได้มีการห้ามสตรีขึ้นไปบนเจดีย์ การก่อสร้างเจดีย์องค์ใหม่เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๔๔ และสำเร็จลงในปี พ.ศ. ๒๔๕๐


อ่านต่อรายละเอียด วัดพระยืน
---------------------------------------

อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี

อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ตั้งอยู่ตำบลในเมือง บริเวณสวนสาธารณะหนองดอก ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 1 กิโลเมตร สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระนางจามเทวี ซึ่งเป็นองค์ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญไชย พระนางเป็นปราชญ์ที่มีคุณธรรม ความสามารถและกล้าหาญ ได้นำพุทธศาสนาศิลปวัฒนธรรมมาเผยแพร่ในดินแดนแถบนี้จนมีความรุ่งเรืองสืบมาจนถึงปัจจุบัน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฏราชกุมาร ได้เสด็จมาทรงเปิดอนุสาวรีย์เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2525

อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี


อ่านต่อรายละเอียด อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี
---------------------------------------

วัดพระธาตุหริภุญชัย

วัดพระธาตุหริภุญชัย เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูนมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ๒๗ ไร่ ๓ งาน ๘๘ ตารางวา ทิศเหนือ จรดถนนอัฏฐารส ทิศใต้ จรดถนนสุพรรณรังษี ทิศตะวันออก จรดประตูท่าสิงห์ ทิศตะวันตก จรดถนนอินทยงยศ วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๗ ในรัชสมัยของพญาอาทิตยราช กษัตริย์แห่งราชวงศ์จามเทวีวงศ์ โดยที่แห่งนี้ เคยเป็นพระราชฐานของพระองค์ซึ่งพระราชทานอุทิศถวายให้เป็นวัดพระธาตุฯ เพื่อเป็นพุทธบูชาหลังจากที่พระบรมสารีริกธาตุได้ปรากฏ ให้พระองค์ได้ทอดพระเนตรในบริเวณดังกล่าวโบราณสถานที่สำคัญในวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร  1. พระธาตุหริภุญชัย เป็นโบราณสถานอันสำคัญของนครหริภุญชัยที่พญาอาทิตยราชเป็นผู้สถาปนาขึ้นในราว พุทธศตวรรษที่ ๑๗ เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ อันมี ธาตุกระหม่อม ธาตุกระดูกอก ธาตุกระดูกนิ้วมือ และธาตุย่อยอีกเต็มบาตรหนึ่ง ตามพุทธทำนายลักษณะทางสถาปัตยกรรมขององค์พระธาตุหริภุญชัย ตามที่ปรากฏในหนังสือตำนาน พระธาตุหริภุญชัย กล่าวว่า มีลักษณะ เป็นสถูปสี่เหลี่ยมทรงปราสาท ที่มีซุ้มทวาร เข้า- ออกทะลุกันได้ทั้งสี่ด้าน มีปราสาท สี่เหลี่ยมอยู่ตรงมุมละองค์ก่อด้วยศิลาแลงซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีมากอยู่ในเมืองนี้ ภายในเป็นแท่น สำหรับประดิษฐาน พระโกศที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ในสมัยของพญาสรรพสิทธิ์ กษัตริย์แห่งราชวงศ์จามเทวีวงศ์ ทรงโปรดให้ปฏิสังขรณ์เจดีย์เดิมที่พญาอาทิตยราชทรงสร้างไว้และได้ขุดร่อง ทวารประตูเข้า-ออก ทั้งสี่เพื่อความปลอดภัย รูปทรงสันฐานขององค์พระบรมธาตุยังคงเป็นลักษณะเดิม คือ เป็นทรงปราสาทสี่เหลี่ยมที่กว้างใหญ่ และสูง พระธาตุเจ้าหริภุญชัยเป็นที่ เคารพสักการบูชาของชาวลำพูนและชาวเมืองเหนือมาแต่โบราณกาล ตราบเท่าทุกวันนี้  2. สุวรรณเจดีย์หรือปทุมวดีเจดีย์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือขององค์พระธาตุหริภุญชัย เป็นเจดีย์ที่มีลักษณะการก่อสร้างแบบเดียว กับ เจดีย์สี่เหลี่ยมหรือเจดีย์กู่กุดที่วัดจามเทวี จังหวัดลำพูน องค์เจดีย์สร้างด้วยศิลาแลงและอิฐ เป็นเจดีย์ทรงปราสาทมีฐานสี่เหลี่ยมซ้อนชึ้นไป ห้าชั้น แต่ละชั้นประดับซุ้มจระนำทั้งสี่ด้าน ด้านละสามซุ้ม ภายในซุ้มจะประดิษฐานพระพุทธรูปดินเผาประทับยืนประทับอยู่ ซึ่งมีร่องรอย ของการลงรักปิดทอง ปัจจุบันเหลือให้เห็นเพียงไม่กี่องค์ ส่วนบนสุดของเจดีย์เป็นกลีบบัวปูนปั้นหุ้มด้วยโลหะแผ่น ส่วนยอดปลายสุดทำเป็น กรวยแหลมเรียวยาวขึ้นไปสุวรรณเจดีย์องค์นี้มีพระพิมพ์ที่สำคัญและมีชื่อเสียงของเมืองลำพูนบรรจุอยู่ภายใน คือ พระเปิม  3. หอระฆัง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือขององค์พระธาตุหริภุญชัย เป็นหอสำหรับแขวนระฆังและกังสดาลขนาดใหญ่ สร้างขึ้นโดย พระครูพิทักษ์เจติยานุกิจ (ครูบาคำฟู) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๑ ด้านบนแขวนระฆังขนาดใหญ่ซึ่งหล่อ  ขึ้นในสมัยเจ้าหลวงดาราดิเรกรัตนไพโรจน์ เจ้าผู้ครองนครลำพูน องค์ที่ ๗ และชั้นล่างห้อยกังสดาลขนาดใหญ่ซึ่งหล่อขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๓ ฝีมือครูบาสูงเม่นโดยกัญจนมหาเถระ เจ้าอาวาส วัดป่าเมืองแพร่ และเจ้าหลวงเมืองเชียงใหม่ เป็นศรัทธาสร้างหล่อกังสดาลนี้ ในวัดพระสิงห์เมืองเชียงใหม่เพื่อไว้เป็นเครื่องบูชาพระธาตุหริภุญชัย 


อ่านต่อรายละเอียด วัดพระธาตุหริภุญชัย
---------------------------------------

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย

ตั้งอยู่ถนนอินทยงยศเยื้องกับวัดพระธาตุหริภุญชัย เริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2470 โดยพระยาราชนกุลวิบูลย์ภักดีสมุหเทศาภิบาล มณฑลพายัพ ต่อมา

กรมศิลปากรได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารแห่งใหม่เสร็จเมื่อ พ.ศ.2517 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารเมื่อพ.ศ.2522 ภายในพิพิธภัณฑ์ได้มีการจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปะสมัยหริภุญชัย ซึ่งมีอายุก่อนพุทธศตวรรษที่ 17-19 และศิลปะล้านนา มีอายุในราวกลางพุทธศตวรรษที่ 19-25 เปิดทำการเวลา 09.00-16.00 น. ปิดวันจันทร์ อังคาร และวันนักขัตฤกษ์ ค่าเข้าชมคนละ 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาทสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร (053) 511186


อ่านต่อรายละเอียด พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย
---------------------------------------

อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย

ตั้งอยู่เชิงดอยติ บริเวณวัดพระธาตุดอยติ ตำบลป่าสัก อำเภอเมืองลำพูน ห่างจากตัวเมืองลำพูนประมาณ 5 กิโลเมตรตามถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง พระครูบาศรีวิชัยเป็นพระเถรเจ้า นักพัฒนาแห่งล้านนาไทย ผู้พัฒนาทั้งด้านจิตใจและด้านถาวรวัตถุให้แก่ชาวล้านนาไทยไว้อย่างอเนกอนันต์ ท่านมีชีวิตอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2421-2481 ถิ่นฐานบ้านเดิมของท่านอยู่ที่ ตำบลแม่ตื่น อำเภอลี้ จึงเป็นความภูมิใจอย่างใหญ่หลวงของชาวลำพูน ที่ได้เป็นบ้านเกิดเมืองนอนของนักบุญผู้ยิ่งใหญ่แห่งล้านนา

อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ตู้ไปรณีย์ส่งบุญอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยด้านหลังครูบาศรีวิชัยพระอุโบสถอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยด้านหน้าทางเข้าบันไดทางขึ้น


อ่านต่อรายละเอียด อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย
---------------------------------------

 กู่ช้าง-กู่ม้า

เป็นโบราณสถาน ตั้งอยู่บริเวณชุมชนวัดไก่แก้ว ห่างจากตัวเมืองประมาณ 2 กิโลเมตร กู่ช้างเป็นสถูปทรงกระบอกปลายมน เชื่อว่าเป็นสุสานช้างศึกคู่บารมีของพระนางจามเทวี ชื่อ “ภูก่ำงาเขียว” ซึ่งหมายถึงช้างผิวสีคล้ำงาสีเขียวที่ทรงอานุภาพและอิทธิฤทธิ์ในสงคราม ส่วนกู่ม้า เป็นสถูปทรงระฆัง เชื่อว่าเป็นสุสานม้าทรงของพระโอรสพระนางจามเทวี

 

 


อ่านต่อรายละเอียด  กู่ช้าง-กู่ม้า
---------------------------------------

ลำพูนผ้าไหมไทย

ลำพูนผ้าไหมไทย : ผ้าทอจากคุ้มเจ้าถึงชาวบ้าน การทอผ้าไหมยกดอกของชาวลำพูนมีจุดเริ่มต้นใน "คุ้มเจ้า" ซึ่งแต่เดิมแม้จะเคยมีการทอผ้าฝ้ายยกดอกกันอยู่ก่อนแล้ว แต่ก็เป็นการทอยกดอกด้วยลวดลายธรรมดาไม่วิจิตรเท่าใดนัก จนกระทั่ง พระราชชายาเธอเจ้าดารารัศมี ซึ่งเป็นพระญาติกับเจ้าเมืองลำพูน ได้ถ่ายทอดความรู้เรื่องการทอผ้าไหมยกดอกที่มีลวดลายสวยงามแปลกตา อันได้เรียนรู้มาจากราชสำนักสยาม ให้แก่เจ้าหญิงส่วนบุญชายาของพลตรีเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ผู้ครองนครลำพูนองค์สุดท้าย และเจ้าหญิงลำเจียก ธีดาในเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ให้เป็นผู้เริ่มทำก่อน ต่อมาการทอผ้าไหมยกดอกจึงได้เผยแพร่ไปสู่สาธารณชนในวงกว้าง ได้มีการฝึกหัดชาวบ้านในเขตอำเภอเมือง และป่าซางให้มีความชำนาญในการทอผ้าไหมยกดอกเป็นอย่างดี

เมื่อมีเส้นทางรถไฟจากกรุงเทพถึงเชียงใหม่ ความต้องการผ้าไหมจากกรุงเทพฯ ยิ่งเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2547 ช่วงที่จอมพล ป.พิพูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีแนวความคิดให้ประชาชนแต่งกายแบบสากลนิยม สุภาพสตรีในยุคนั้นสวมหมวกและนุ่งกระโปรงจีบอย่างสวยงาม ผ้าไหมยกดอกของลำพูนจึงกลายเป็นหัตถอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียง และได้เกิดโรงทอขึ้นมากมายในจังหวัดลำพูน อาทิ โรงทอคุ้มเจ้าหญิงส่วนบุญ โรงทอเจ้าหญิงลำเจียก โรงทอป้าคำแหว้น ป้าฟองคำ ป้าจันทร์ดี ป้าบุญศรี ป้านวลแก้ว คุญย่าบัวผัน ป้าจันทร์นวล ลำพูนผ้าไหมไทย ฯลฯ    ทางกลุ่มลำพูนผ้าไหมไทย ได้เริ่มรวมกลุ่มกันทอผ้ายกดอกเมื่อต้นปี พ.ศ.2535 และได้อนุรักษ์ลวดลายผ้าไหมยกดอกแบบโบราณ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของลำพูน เช่น ลายดอกแก้ว หรือลายพิกุลไว้ ทั้งยังได้คิดค้นลวดลายใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในโอกาสงานพระราชพิธีต่างๆ และงานแฟชั่นเครื่องแต่งกายร่วมสมัยในปัจจุบัน โดยมีลวดลายให้เลือกหลายแบบทำให้วงการผ้าทอของลำพูนมีความก้าวหน้าได้ควบคุมคุณภาพผ้าทอให้ได้มาตรฐานเป็นเลิศ โดยคัดเลือกเส้นไหมไทยแท้รังเหลืองในการทอ เนื้อผ้าจึงแน่นหนามีน้ำหนัก คงทนสีไม่ตก ยิ่งใส่นานเนื้อผ้ายิ่งมีความนุ่มและเนียนไม่ร้อน ซักเหงื่อได้ดี ทั้งยังได้ปรับปรุงพัฒนางานผ้าไหมยกดอก ให้หลากหลายโดยเป็นผู้นำสีธรรมชาติ (NATURAL COLOUR) มาย้อมและล่าสุดทางกลุ่มลำพูนผ้าไหมไทยได้นำแทคโนโลยีนาโน (NANO TECHNOLOGY) มาใช้ในการย้อมเส้นไหมเพื่อให้ผ้าไหมยกดอกมีคุณสมบัติในการกันน้ำและกันเปื้อน ซึ่งเหมาะแก่งานผ้าไหมที่ใช้สำหรับงานตกแต่งภายใน (INTERIOR) และงานออกแบบลายผ้าจากนักออกแบบชั้นนำ (DESIGNER) เป็นต้น    ปี2543 กลุ่มลำพูนผ้าไหมไทย ได้รับรางวัลผลงานพัฒนาชุมชนดีเด่นระดับอำเภอ จากกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย    ปี2544 งานผ้าปูโต๊ะไหมยกดอก ได้รับรางวัล Seal of excellence for Handicraft Products in Southeast Asia จาก UNESCO-AHPADA และได้รับรางวัลชนะเลิศที่ 1 ในหลายประเภทของการประกวดผ้าทอประเภทผ้าไหมยกดอกในงานมหกรรมผ้าทอและของดีเมืองลำพูน    ปี2545 ได้รับเกียรติบัตรจากศุนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดลำพูน ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชน จังหวัดลำพูนดีเด่น ในปีเดียวกันนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศรางวัลที่ 1 ผ้าไหมยกดอกในงานประชุมไหมโลก ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์    ปี2546 ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณรางวัลชนะเลิศการประกวดผลิตภัณฑ์ผ้าภาคเหนือ จากการประกวดผลิตภัณฑ์ผ้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ดีเด่นระดับภาคเหนือ จาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี    ปี2547 ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมยกดอกได้รับการรับรองและอนุญาตให้แสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน จากสำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม    ปี2548 ได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า สำหรับสินค้าผ้าไหมยกกี่พื้นเมือง จากสำนักเครื่องหมายการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา ทะเบียนเลขที่ ค221991    ปี2549 ได้รับรางวัล EXCELLENCE PRICE จากงาน MIT DESIGN AWARD 2006 ในงาน MADE IN THAILAND    ปี2550 ได้รับรางวัลชนะเลิศ 2 รางวัล "รางวัลผลิตภัณฑ์ จากผ้าไหมระดับจังหวัดจากศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดเชียงใหม่" ตามโครงการผลักดันสินค้าไหมไทยสู่ตลาดโลก    ปี2551ได้รับรางวัลประกาศนียบัตรผลิตภัณฑ์ดีเด่นระดับ 5 ดาว ประเภทผ้าไหมยกดอกในโครงการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณธ์ไทย ( OTOP PRODUCT CHAMPION ) ให้ไว้เมื่อ 23 ธันวาคม 2551    ปี2552 ได้รับเครื่องหมายรับรองมาตราฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยชนิด ROYAL THAI SILK ,CLASSIC THAI SILK , THAI SILK จากสถาบันหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติพระบรมราขินีนาถ และได้รับอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์เครื่องหมายบริการสินค้าคุณภาพจังหวัดลำพูน ( LAMPHUN BRAND ) เมื่อ 13 พฤษภาคม 2552    ปี2553 ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ GI (Geography Indicator) จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน

บรรยากาศรอบๆ ลำพูนผ้าไหมไทยผ้าไหมของที่นี่ ใช้เส้นไหมไทยแท้รังเหลืองในการทอ เนื้อผ้าจึงแน่นหนามีน้ำหนักลำพูนผ้าไหมไทยลำพูนผ้าไหมไทยลำพูนผ้าไหมไทยลำพูนผ้าไหมไทยลำพูนผ้าไหมไทย


อ่านต่อรายละเอียด ลำพูนผ้าไหมไทย
---------------------------------------

กาดขัวมุง

ที่ลำพูนเขามีตลาดแปลกตรงที่เป็นสะพานข้ามแม่น้ำกวง มีการมุงหลังคา ปกติสะพานก็ไม่มีการมุงอะไร ทำให้ตลาดนี้เท่ห์ขึ้นมาทันตาครับ จริงๆแล้วตลาดนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไรมากเป็นของ OTOP ส่วนใหญ่ แต่ก็เป็นการซื้อของช๊อปปิ้งทางผ่านไปยังถนนสายวัฒนธรรมชุมชนเวียงยอง ทำให้อยู่ในโซนท่องเที่ยงและคึกคักตลอดเพราะได้ลูกค้าที่มาวัดวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหารด้วย    กาดขัวมุง ตั้งอยู่บริเวณบ้านศรีเมืองยู้ ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง ตรงข้ามวัดพระธาตุหริภ ุญชัยวรมหาวิหาร เที่ยวชมวิถีชีวิตชาวบ้านในเส้นทางถนนสายวัฒนธรรมชุมชนเวียงยอง หมู่บ้านผลิตผ้าฝ้ายโดยฝีมือชาวบ้าน ผ้าที่ผลิตจะเป็นผ้าฝ้ายและผ้าไหมยกดอก รวมถึงผลิตภัณฑ์จากฝ้ายอื่น ๆ เป็นเส้นทางที่เหมาะกับการเดินเท้า หรือนั่งรถสามล้อถีบ ชมสถานที่ท่องเที่ยวในหมู่บ้านอาทิ วัดต้นแก้ว พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ศูนย์ทอผ้าพื้นเมือง เป็นต้น    ภายในชุมชนยังมีขัวมุงท่าสิงห์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP อาทิ ผ้าฝ้ายยกดอกลำพูน สินค้าตกแต่งบ้าน เครื่องประดับ เป็นต้น เปิดทุกวันเวลา 9.00-18.00 น.

ด้านหน้าขัวมุงด้านข้างจะมีทางสำหรับมอเตอร์ไซร์วิ่งได้ร้่านขายขนมของฝากร้านขายผ้าขาวม้าร้านขายผ้าขาวม้า

ร้านค้าภายในกาดขัวมุงกาดขัวมุงกาดขัวมุงบรรยากาศรอบๆ กาดขัวมุง


อ่านต่อรายละเอียด กาดขัวมุง
---------------------------------------

อนุสาวรีย์สุเทวฤาษี

ตั้งอยู่ที่บริเวณดอยติ ริมถนนสายซุปเปอร์ไฮเวย์ ทางเข้าวัดดอยติ ตรงทางเข้าสู่เมืองลำพูน เดิมนั้นตั้งอยู่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดลำพูน สุเทวฤาษีเป็นผู้สร้างเมืองหริภุญไชย แต่เนื่องจากเป็นผู้บำเพ็ญสมาบัติ และไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลก จึงไปเชิญพระนางจามเทวีซึ่งเป็นพระธิดาของพระยาจักวัติแห่งเมืองละโว้ มาปกครองเมืองหริภุญไชยแทน และยังได้ช่วยเหลือพระนางจามเทวีประดิษฐานพระบวรพุทธศาสนาในนครหริภุญ ไชยอย่างมั่นคง

ป้ายประวัติอนุสาวรีย์สุเทวฤาษีอนุสาวรีย์สุเทวฤาษีอนุสาวรีย์สุเทวฤาษีอนุสาวรีย์สุเทวฤาษีอนุสาวรีย์สุเทวฤาษีอนุสาวรีย์สุเทวฤาษีอนุสาวรีย์สุเทวฤาษี อนุสาวรีย์สุเทวฤาษีร่วมทำบุญกันได้


อ่านต่อรายละเอียด อนุสาวรีย์สุเทวฤาษี
---------------------------------------

ศูนย์ศิลปหัตถกรรม ผ้าไหมยกดอกเพ็ญศิริ

ตั้งอยู่ที่ถนนลำพูน-ดอยติประมาณ 1.5 กิโลเมตรจากตัวเมืองลำพูน ตำบลเวียงยอง เป็นสถานที่จัดแสดงและอนุรักษ์งานฝีมือผ้าไหมยกดอกซึ่งเป็นงานหัตถกรรมท้องถิ่นอันทรงคุณค่า ภายในมีการสาธิตขั้นตอนการผลิตผ้าไหมยกดอก การสาวไหม การย้อมไหมและการทอ ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้เป็นความรู้เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา 8.00-17.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร (053) 537512-3

ศูนย์ศิลปหัตถกรรมผ้าไหมยกดอกเพ็ญศิริ ศูนย์ศิลปหัตถกรรมผ้าไหมยกดอกเพ็ญศิริโต๊ะด้านหน้า ประตูด้านหน้าศูนย์ศิลปหัตถกรรมผ้าไหมยกดอกเพ็ญศิริศูนย์ศิลปหัตถกรรมผ้าไหมยกดอกเพ็ญศิริ


อ่านต่อรายละเอียด ศูนย์ศิลปหัตถกรรม ผ้าไหมยกดอกเพ็ญศิริ
---------------------------------------

สวนสายน้ำแร่

ตั้งอยู่เลขที่ 9 บ้านหนองหล่ม ตำบลศรีบัวบานไปตามเส้นทางสายเชียงใหม่-ลำปางประมาณ 7 กิโลเมตร ที่นี่ท่านสามารถอาบน้ำแร่จากธรรมชาติ รับประทานอาหารพื้นเมืองรสอร่อย


อ่านต่อรายละเอียด สวนสายน้ำแร่
---------------------------------------

ดอยขะม้อ

อยู่ในเขตตำบลมะเขือแจ้ อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกประมาณ 20 กิโลเมตร ตั้งอยู่หลังนิคมอุตสาหกรรมลำพูน เป็นภูเขาไฟโบราณ รูปทรงสัณฐานคล้ายฝาชี บนยอดมีปล่องกว้าง 3 เมตร ลึกประมาณ 6 เมตร สูง 58 เส้น ตอนล่างเป็นบ่อ มีน้ำตลอดปี ประชาชนนับถือกันมาแต่โบราณว่า เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ห้ามผู้หญิงตัก เมื่อถึงเทศกาลสรงน้ำพระธาตุหริภุญชัยจะต้องตักน้ำจากบ่อนี้ไปปนกับน้ำพระราชทาน แล้วจึงนำขึ้นสรงองค์พระธาตุและเมื่อพระมหากษัตริย์ไทยเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ จะต้องนำน้ำในบ่อนี้อัญเชิญไปร่วมเป็นน้ำพุทธาภิเษก ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกทุกครั้ง


อ่านต่อรายละเอียด ดอยขะม้อ
---------------------------------------

 บ้านหนองช้างคืน

เป็นแหล่งผลิตลำไยใหญ่ที่สุด อยู่ก่อนถึงเมืองลำพูน 8 กิโลเมตร โดยจะผ่านบ้านป่าเหวมีป้ายบอกทางเลี้ยวขวาเข้าบ้านหนองช้างคืน ตำบลอุโมงค์ อำเภอเมือง ตรงเข้าไปประมาณ 7 กิโลเมตร ก็จะถึงหมู่บ้านหนองช้างคืน ตลอดสองฝั่งทางที่ลดเลี้ยวเข้าไปในหมู่บ้านจะเนืองแน่นไปด้วยสวนลำไย ที่นี่จึงเป็นแหล่งผลิตลำไยที่สำคัญ ในราวเดือนสิงหาคมของทุกปี จะมีงานเทศกาลลำไยลำพูน จัดขึ้นในอำเภอเมือง ในงานนี้จะมีการประกวดรถประเภทสวยงามที่ประดับตกแต่งด้วยลำไย ผลิตผลลำไยและธิดาลำไย นับเป็นงานใหญ่งานหนึ่งของภาคเหนือ

สวนลำไยสวนลำไยไร่สวนทั่วไปสวนลำไยสวนลำไย บ้านหนองช้างคืน 


อ่านต่อรายละเอียด  บ้านหนองช้างคืน
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา