สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง บ้านพักพัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
เชียงราย ที่พัก เชียงราย ราคาถูกสุดๆ คลิ๊ก ที่พักเชียงราย

เชียงราย

>

ที่พักเชียงราย

>

แผนที่เชียงราย

>

ร้านอาหารเชียงราย

>

การเดินทางเชียงราย

>

ประวัติเชียงราย


อำเภอเมืองเชียงราย, เชียงราย
 


วัดพระสิงห์

ตั้งอยู่ ถนนสิงหไคล ริมแม่น้ำกกใกล้ศาลากลางจังหวัด แต่เดิมเคยเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธสิหิงค์องค์ที่ประดิษฐานอยู่ ณ วิหารลายคำ วัดพระสิงห์ เชียงใหม่ในปัจจุบัน ตามประวัติเล่าว่า เจ้ามหาพรหม พระอนุชาของพระเจ้ากือนากษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาจาก เมืองกำแพงเพชร พระเจ้ากือนาได้โปรดฯ ให้ประดิษฐานไว้ ณ เมืองเชียงใหม่ ต่อมาพระเจ้ามหาพรหม ทูลขอยืมพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานไว้ที่เมืองเชียงราย เพื่อหล่อจำลอง แต่เมื่อสิ้นบุญพระเจ้ากือนา และพระเจ้าแสนเมือง ราชนัดดาของพระองค์ได้เสด็จขึ้นครองเมืองเชียงใหม่ เจ้ามหาพรหม คิดจะชิงราชสมบัติจึงยกกองทัพจากเชียงราย ไปประชิดเมืองเชียงใหม่ แต่เจ้าแสนเมืองก็สามารถป้องกันเมืองได้อีก ทั้งยกทัพตีทัพเจ้ามหาพรหมมาถึงเชียงราย และครั้งนี้เองที่ทรงอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์คืนกลับไปประดิษฐานอยู่ที่พระสิงห์เชียงใหม่สืบมา วัดนี้นอกจากเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์แล้ว ยังมีรอยพระพุทธบาทจำลองบนแผ่นศิลากว้าง 5 นิ้ว ยาว 2 ฟุต มีอักษรขอมโบราณจารึกว่า "กุศลาธมมา-อกุศลาธมมา" สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าเม็งรายมหาราช

วิหารภายในวัดพระสิงห์


อ่านต่อรายละเอียด วัดพระสิงห์
---------------------------------------

วัดพระธาตุดอยจอมทอง

ตั้งอยู่ วัดดอยทอง หรือวัดพระธาตุดอยจอมทอง ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โทร o ๕๓๗๑ - ๖๖o๕ มีครูวินัยธรสุรัตน์เป็นเจ้าอาวาส    ประวัติพระธาตุ เป็นมงคลนามแห่งเมืองเชียงราย เดิมเป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานว่ามีมาก่อนที่พ่อขุนเม็งรายจะมาพบพื้นที่และสร้างเป็นเมืองเชียงราย ในปี พ.ศ. ๑๘o๕ ตามหลักฐานปรากฏในหนังสือพงศวดารโยนกของพระยาประชากรจักรกล่าวว่า เมื่อพระพุทธศาสนาล่วงแล้ว ๙๕๖ พรรษามีพระเถระเจ้ารูปหนึ่งนามพระพุทะโฆษา เป็นชาวโกศลเมื่อสุธรรมวดี (สะเทิ้ม) ในสามัญประเทศได้ออกไปสู่เมืองลังกาทวีปนำคัมภีร์พระไตรปิฏก แห่งลังกาทวีปมาสู่สามัญทวีปและพุกามประเทศ และเข้ามาสู่โยนกนครไชยบุรีศรีเชียงแสน ในวันจันทร์ขึ้น ๘ ค่ำเดือน ๖ ปีชวด มหาศักราชได้ ๓๓๕ (พ.ศ. ๑๔๘๓) นำพระบรมสารีริกธาตุ ๓ ขนาดรวม ๑๖ องค์ ถวายแก่พระเจ้าพังคราช เจ้าเมืองโยนกนาคพันธ์ พระองค์ได้แบ่งได้แบ่งเป็นพระธาตุขนาดใหญ่หนึ่ง ขนาดกลางสองรวมสามองค์ส่งให้พญาเรือนแก้ว เจ้าเมืองไชยนารายณ์ (บริเวณอำเภอเวียงชัยในปัจจุบัน) ส่วนหนึ่งบรรจุลงมหาสถูปบนดอยทอง ขนานนามว่าพระธาตุดอยจอมทอง เพื่อเป็นมงคลนามของเมืองมีพิธีสงน้ำพระธาตุทุกวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ (เดือน ๕ เหนือ)    เสาสะดือเมือง 108 หลัก เสาสะดือเมืองนี้ชาวเชียงรายได้ร่วมใจกันสร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพญามังราย และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสมหามงคลพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบห้ารอบ โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันวิจัยสังคมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และรัฐบาลเยอรมนี เสาสะดือเมือง 108 หลัก ตั้งอยู่บนรูปแบบสมมุติของจักรวาลอันเป็นคติที่มีมาแต่โบราณ ด้านหน้าหันไปทางทิศตะวันออก ลานรอบนอกหมายถึงแผ่นดิน ล้อมรอบด้วยคูน้ำอันเปรียบได้กับน้ำในขอบจักรวาล รอบในยกขึ้นเป็นหกชั้นหมายถึงสวรรค์ทั้งหกของกามภูมิ แล้วยกขึ้นอีกสามชั้นซึ่งหมายถึงรูปภูมิ อรูปภูมิ และชั้นบนสุดเปรียบได้กับนิพพาน สำหรับตัวเสาสะดือเมืองเป็นดั่งเขาพระสุเมรุ ตั้งอยู่บนฐานสามเหลี่ยม หมายถึงตรีกูฏบรรพตหรือผาสามเส้า ล้อมด้วยเสา 108 ต้น อันหมายถึงสิ่งสำคัญในจักรวาล และล้อมรอบอีกชั้นด้วยร่องน้ำห้าร่องซึ่งเปรียบเป็นปัญจมหานทีลดหลั่นเป็นชั้นไหลลงสู่พื้นดินตามคติโบราณของล้านนา เสาสะดือเมืองจะใหญ่เท่าห้ากำมือและสูงเท่ากับความสูงของพระเจ้าแผ่นดิน โคนเสาสะดือเมืองนี้จึงใหญ่เท่ากับห้าพระหัตถ์กำ และสูงเท่ากับส่วนสูงแห่งพระวรกาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ได้เสด็จมาเจิมเสาสะดือเมืองนี้ เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2531ชาวเชียงรายมีความเคารพศรัทธาเสาสะดือเมืองแห่งนี้มาก จึงนิยมมาสรงน้ำเพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของชาวเมือง และเชื่อว่าน้ำที่สรงเสาสะดือเมืองแล้วเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์    การเดินทาง จากห้าแยกพ่อขุนเม็งรายมหาราช เข้าถนนอุตรกิจไปจนถึงสี่แยกพหลโยธิน (สายใน) เลี้ยวขวาผ่านหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และสถานีตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสิงหไคล ผ่านองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคเหยือเขต ๒ ตรงไปจนถึงปากทางเข้าศาลากลางจังหวัดเชียงราย เลี้ยวซ้ายเข้าถนนไตรรัตน์ ผ่านวัดพระแก้ว เลี้ยวขวาผ่านโรงเรียนเชียงรายวิทยาคม เลี้ยวขวาอีกครั้งหนึ่งขึ้นดอยทองผ่านวัดงำเมืองไปประมาร ๓๕o เมตร ก็จะถึงปากทางขึ้นพระธาตุดอยจอมทอง

วัดพระธาตุดอยจอมทองวัดพระธาตุดอยจอมทอง


อ่านต่อรายละเอียด วัดพระธาตุดอยจอมทอง
---------------------------------------

วัดร่องขุ่น

วัดร่องขุ่น เป็นวัดที่มีความสวยงามโดดเด่นต่างจากวัดอื่นๆ ด้วยฝีมือการออกแบบ และก่อสร้างของ อ. เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินชื่อดัง เพื่อเป็นวัดประจำบ้านเกิด สร้างโดยจินตนาการของอาจารย์ จัดเป็นงานพุทธศิลป์ที่ยิ่งใหญ่ และงดงามน่าแวะชมมากแห่งหนึ่ง  อ. เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ มีแรงบันดาลใจในการสร้างวัดแห่งนี้อยู่ 3 ประการ คือ เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งอาจารย์บอกว่า  จึงตั้งความปรารถนาที่จะถวายชีวิต ใช้ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของตนเอง สร้างงานพุทธศิลป์ เพื่อเป็นงานประจำรัชกาลของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ได้ และจะถวายชีวิตไปจนตายคาวัด" (จากเอกสารของวัดร่องขุ่น) ความงดงามของวัดแห่งนี้อยู่ที่ "โบสถ์" เพราะอาจารย์อยากจะเนรมิตวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์ เป็นวิมานบนดินที่มนุษย์สามารถสัมผัสได้ โบสถ์ เปรียบเหมือนบ้านของพระพุทธเจ้า สีขาว แทนพระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า กระจกขาว หมายถึง พระปัญญาธิคุณของพระพุทธเจ้าที่เปล่งประกายไปทั่วโลกมนุษย์ และจักรวาล  สะพาน หมายถึง การเดินข้ามวัฏสงสารมุ่งสู่พุทธภูมิ ก่อนขึ้นสะพานครึ่งวงกลมเล็ก หมายถึง โลกมนุษย์ วงใหญ่ที่มีเขี้ยวเป็นปากของพญามารหรือพระราหู หมายถึง กิเลสในใจแทนขุมนรกคือทุกข์ ผู้ที่จะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าในพุทธภูมิต้องตั้งจิตปลดปล่อยกิเลสตัณหาของตนเองลงไปในปากพญามาร เพื่อเป็นการชำระจิตให้ผ่องใสก่อนที่จะเดินผ่านขึ้นไปพบกับพระราหูอยู่เบื้องซ้าย และพญามัจจุราชอยู่เบื้องขวา บนสันของสะพานจะประกอบไปด้วยอสูรกลืนกัน 16 ตน ข้างละ 8 ตน หมายถึง อุปกิเลส 16 จากนั้นก็จะถึงกึ่งกลางสะพานหมายถึง เขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นที่อยู่ของเทวดา ด้านล่างเป็นสระน้ำหมายถึง สีทันดรมหาสมุทร มีสวรรค์ตั้งอยู่ด้วยกัน 6 ชั้นด้วยกัน ผ่านสวรรค์ 6 เดินลงไปสู่พรหม 16 ชั้น แทนด้วยดอกบัวทิพย์ 16 ดอกรอบพระอุโบสถ ดอกที่ใหญ่สุด 4 ดอก ตรงทางขึ้นด้านข้างโบสถ์หมายถึง ซุ้มพระอริยเจ้า 4 พระองค์ ประกอบด้วยพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ เป็นสงฆ์สาวกที่ควรกราบไหว้บูชา  ก่อนขึ้นบันได ครึ่งวงกลมหมายถึง โลกุตตรปัญญา บันไดทางขึ้น 3 ขั้นแทน อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา ผ่านแล้วจึ้งขึ้นไปสู่อรูปพรหม 4 แทนด้วยดอกบัวทิพย์ 4 ดอกและบานประตู 4 บาน บานสุดท้ายเป็นกระจกสามเหลี่ยมแทนความว่าง ซึ่งหมายถึงความหลุดพ้น แล้วจึงก้าวข้ามธรณีประตูเข้าสู่พุทธภูมิ  ภายในประกอบด้วยภาพเขียนโทนสีทองทั้งหมด ผนัง 4 ด้าน เพดานและพื้นล้วนเป็นภาพเขียนที่แสดงถึงการหลุดพ้นจากกิเลสมาร มุ่งเข้าสู่โลกุตตรธรรม ส่วนบนของหลังคาโบสถ์ ได้นำหลักการของการปฏิบัติจิต 3 ข้อ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา นำไปสู่ความว่างคือความหลุดพ้นนั่นเอง  นี่เป็นเพียงรายละเอียดคร่าวๆ ของโบสถ์ของวัดร่องขุ่น ส่วนรายละเอียดจริงๆ นั้น อาจารย์บอกว่าจะสร้างทั้งหมด 9 หลัง แต่ละหลังมีความหมายเป็นคติธรรมทุกหลัง ผมหวังจะสร้างงานพุทธศิลป์ของแผ่นดินให้ยิ่งใหญ่อลังการ เพื่อให้คนทั้งโลกยอมรับ และปรารถนาจะมาชื่นชมให้ได้ จะถวายชีวิตสร้างจนลมหายใจสุดท้าย และได้สร้างลูกศิษย์รอรับช่วงต่ออีก 2 รุ่น หลังผมตาย คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ทั้ง 9 หลัง คงใช้เวลาทั้งหมด 60-70 ปีครับ"  นอกจากจะชมความงดงามของพระอุโบสถแล้ว ยังสามารถเข้าชมผลงานของอาจารย์ และเลือกซื้อของที่ระลึกจากวัดร่องขุ่นได้อีกด้วย

วัดร่องขุ่น เป็นวัดที่ออกแบบ และก่อสร้างโดย อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินชื่อดังวัดร่องขุ่นโบสถ์ภายในวัดร่องขุ่นวัดร่องขุ่นวัดร่องขุ่นวัดร่องขุ่นภายในวัดร่องขุ่นยามค่ำคืนวัดร่องขุ่น


อ่านต่อรายละเอียด วัดร่องขุ่น
---------------------------------------

อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช

ตั้งอยู่ในตัวเมืองเชียงราย บริเวณทาง แยกที่จะไปอ.แม่จัน พ่อเม็งรายเป็น กษัตริย์องค์ที่ 25 แห่งราชวงค์ลวะ เป็นโอรสของพระเจ้าลาวเม็ง และพระนางเทพคำขยาย หรือพระนางอั้วมิ่งจอมเมือง ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ แรม 9 ค่ำ เดือน 3 ปีจอ พุทธศักราช 1781 หลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์ได้ 1 ปี พระองค์ทรงสร้างเมืองเชียงรายเป็นเมืองหลวงแทนหิรัญนครเงินยางและเสด็จสวรรคตในปีพุทธศักราช 1860


อ่านต่อรายละเอียด อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช
---------------------------------------

กู่พระเจ้าเม็งราย

ตั้งอยู่หน้าวัดงำเมือง บนดอยงำเมือง กู่นี้เป็นอนุสาวรีย์สำคัญแห่งหนึ่ง เพราะเป็นที่บรรจุอัฐิของพ่อขุนเม็งรายมหาราช ตามประวัติกล่าวว่าพระเจ้าไชยสงคราม ราชโอรสพระเจ้าเม็งราย เมื่อได้มอบราชสมบัติให้พระเจ้าแสนภูราชโอรสให้ขึ้นครองนครเชียงใหม่แล้ว พระองค์ได้นำอัฐิพระราชบิดามาประทับอยู่ที่เมืองเชียงราย และได้โปรดเกล้าฯ สร้างกู่บรรจุอัฐิของพระราชบิดาไว้ ณ ดอยงำเมืองแห่งนี้

กู่พระเจ้าเม็งรายวิหารบริเวณกู่พระเจ้าเม็งราย


อ่านต่อรายละเอียด กู่พระเจ้าเม็งราย
---------------------------------------

วัดพระแก้ว

ถนนไตรรัตน์ เป็นวัดที่ค้นพบพระแก้วมรกต หรือพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรที่ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระแก้ว กรุงเทพฯ ในปัจจุบัน ตามประวัติเล่าว่าเมื่อปี พ.ศ. ๑๘๙๗ ในสมัยพระเจ้าสามฝั่งแกนเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่นั้น ฟ้าได้ผ่าเจดีย์ร้างองค์หนึ่ง และได้พบพระพุทธรูปลงรักปิดทองอยู่ภายในเจดีย์ ต่อมารักกะเทาะออกจึงได้พบว่าเป็นพระพุทธรูปสีเขียวสร้างด้วยหยก คือพระแก้วมรกตนั่นเอง ปัจจุบันวัดพระแก้วเชียงรายเป็นที่ประดิษฐานพระหยก ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ในวโรกาสที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีพระชนมายุ ครบ 90 พรรษา

ประวัติพระแก้วมรกต

ตำนานความเป็นมาของพระแก้วมรกตมีว่า เมื่อ พ.ศ. 1979 สมัยเจ้าสามฝั่งแกนครองนครเชียงใหม่ เจดีย์วัดพระแก้วเมืองเชียงรายต้องอสุนีบาตพังลง มีผู้พบพระพุทธรูปองค์หนึ่งลงรักปิดทองตกลงมาจากเจดีย์ จึงได้อัญเชิญไปไว้ในวิหารหลวง ต่อมารักซึ่งทาปลายพระนาสิกกะเทาะออกจึงเห็นเป็นแก้ว เจ้าอาวาสจึงได้ขัดสีเอารักและทองที่ปิดออกหมด ปรากฏว่าเป็นแก้วมรกตทั้งองค์ เจ้าสามฝั่งแกนทราบข่าวจึงอัญเชิญไปเชียงใหม่ แต่ขบวนช้างที่อัญเชิญพระแก้วไม่ยอมไปทางเชียงใหม่ กลับตื่นวิ่งไปนครลำปาง หมื่นโลกนครจึงขอรับไปประดิษฐานที่นครลำปางถึง 32 ปี ก่อนที่จะอัญเชิญไปเมืองเชียงใหม่ต่อมา

 

 


อ่านต่อรายละเอียด วัดพระแก้ว
---------------------------------------

แม่น้ำกก

  เป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองเชียงราย มีความยาวรวมทั้งสิ้น ๑๓๐ กม. นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือจากท่าเรือริมแม่น้ำจากตัวเมืองเพื่อท่องเที่ยวชมทัศนียภาพของแม่น้ำกก ซึ่งสองฟากฝั่งเป็นป่าเขาที่สวยงามตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังสามารถแวะชมหมู่บ้านชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่นอีก้อ ลีซอ กะเหรี่ยง ฯลฯ หรือแวะปางช้างเพื่อนั่งช้างเที่ยวป่ารอบบริเวณนั้นก็ได้ อัตราค่าเช่าเหมาเรือขึ้นอยู่กับระยะทาง [ล่องแก่งแม่กก เชียงราย-ท่าตอน]


อ่านต่อรายละเอียด แม่น้ำกก
---------------------------------------

ไร่แม่ฟ้าหลวง

 

อุทยานศิลปะและวัฒนธรรม บนเนื้อที่กว่า 150 ไร่ กลางเมืองเชียงราย เป็นที่เก็บรักษาศิลปะวัตถุอันล้ำค่าของวัฒนธรรมล้านนา เชิญนมัสการพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ในหอคำ ชมงานนิทรรศการเรื่องไม้สัก พร้อมชมงานศิลปะพื้นบ้านในหอแก้ว ล้อมรอบตัวด้วยบึงน้ำอันสงบเงียบ มีสวนไม้หอมและพฤกษานานาพันธ์

 

วันและเวลาดำเนินการ   ปิดเฉพาะวันจันทร์ / เวลาดำเนินการ 08.00 - 18.00 น. อัตราค่าเข้าชม            บุคคลทั่วไป - คนไทย              150 บาท / คน - คนต่างชาติ         200 บาท / คน หมายเหตุ * เด็กต่ำกว่า 12 ปี ไม่เสียค่าเข้าชม

 

ติดต่อสอบถามได้ที่   ไร่แม่ฟ้าหลวง 313 หมู่ 7 ต. รอบเวียง อ. เมือง จ. เชียงราย 57000 โทรศัพท์ 053-601013, 053-711968 โทรสาร 053-712429, อีเมลล์ rmfl@doitung.org

 

 


อ่านต่อรายละเอียด ไร่แม่ฟ้าหลวง
---------------------------------------

วนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์

อยู่บนเทือกเขาดอยช้าง ต.แม่กรณ์ ห่างจากตัวเมืองตามทางหลวงหมายเลข1211 ประมาณ 18 กม. เลี้ยวขวาเข้าไป 12 กม. หรือไปตามทางหลวงหมายเลข1 สายเชียงราย-พะเยา ประมาณ 15 กม. จะมีป้ายแยกขวาไปอีก 17 กม. ถึงที่ทำการวนอุทยานฯ แล้วเดินเท้าไปยังตัวน้ำตกอีกประมาณ 30 นาที น้ำตกขุนกรณ์เป็นน้ำตกที่สูงและสวยที่สุดของจังหวัดเชียงราย ชาวบ้านเรียกว่า "น้ำตกตาดหมอก" มีความสูงถึง 70 ม.สองข้างทางที่เดินเข้าสู่ตัวน้ำตกเป็นป่าเขาธรรมชาติร่มรื่น

 

ศาลาที่พัก บริเวณลานจอดรถลำธารใสสะอาดที่ไหลจากยอดเขา ผ่านหลายหมู่บ้านใจ จ.เชียงรายน้ำเยอะมากสายน้ำที่ยิ่งใหญ่ป่าไผ่


อ่านต่อรายละเอียด วนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์
---------------------------------------

รัตนาการ์เด้นส์

ดำเนินการโดยเอกชน ตั้งอยู่ที่ต.แม่กรณ์ ห่างจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 1211 ประมาณ 15 กม. เส้นทางเดียวกับทางไปวนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์ จัดทำเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับและกล้วยไม้นานาชนิด ทั้งในและต่างประเทศ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ภายในมีบริการร้านอาหารและที่พัก สอบถามรายเอียด โทร (01)925-5945, 960-5509


อ่านต่อรายละเอียด รัตนาการ์เด้นส์
---------------------------------------

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ

ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ ๘ กม. บนเส้นทางเชียงราย-แม่จัน เข้าไปทางด้านหลังสถาบันราชภัฏเชียงราย ภายในสวนมีทัศนียภาพสวยงาม บรรยากาศร่มรื่นในเนื้อที่ 620 ไร่ มีหนองบัวที่กว้างขวางถึง 223 ไร่ ซื่งเป็นส่วนที่ทำให้สถานที่แห่งนี้น่าไปพักผ่อนหย่อนใจเพราะน้ำในหนองบัวใสเย็น และเต็มเปี่ยมตลอดปีบนพื้นที่รอบหนองบัวเป็นที่ตั้งของพลับพลา ศาลาพักแดดและมีสวนปาล์ม สวนไผ่อยู่บนที่ลาดเนินเขา


อ่านต่อรายละเอียด สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ
---------------------------------------

ศูนย์หัตถกรรม

ตั้งอยู่ เลขที่ 273 หมู่ 5 ถนนพหลโยธิน จากตัวเมืองไปตามเส้นทางไปอ.แม่จัน ประมาณ ๓ กม. (ติดถนนใหญ่ด้านขวามือ) มีการสาธิตการทอผ้า  และทำเซรามิก จำหน่ายสินค้าที่ผลิตในศูนย์ฯ และสินค้าจากพม่า เปิดให้นำท่องเที่ยวเข้าชมการทำงานและซื้อสินค้าได้ทุกวัน


อ่านต่อรายละเอียด ศูนย์หัตถกรรม
---------------------------------------

ดอยกาดผี

วนอุทยานดอยกาดผี อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่บริเวณบ้านห้วยชมภู  ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ลาวฝั่งซ้ายและแม่กกฝั่งขวา เป็นแหล่งที่มีทิวทัศน์สวยงามที่สำคัญของราษฎรในท้องถิ่น วนอุทยานดอยกาดผี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว ตลอดจนเทศกาลและประเพณีต่างๆ อีกทั้งทะเลหมอกที่ไหนๆ ก็ดูได้แค่มุม 180 องศา แต่ดอยกาดผี มีดีกว่านั้นเพราะ ทะเลหมอกสวยดูได้ถึง 360 องศา ซ่อนความงามอยู่ในเทือกเขาดอยวาวี มุมมองสวยสุดอยู่ด้านตะวันออกเป็นพาโนราม่า เห็นเทือกเขาสลับซับซ้อนแต่มุมอื่นก็สามารถดูได้


อ่านต่อรายละเอียด ดอยกาดผี
---------------------------------------

สิงห์ปาร์ค

สิงห์ปาร์ค หรือชื่อเดิมคือ ไร่บุญรอด ที่นี้มีแทร็คจักรยานแบบมาตรฐาน และสวยที่สุดในเอเชีย สำหรับเซียนจักรยาน แวะชมมะเฟืองยักษ์ ฯลฯ ช่วงที่น่าเที่ยวที่สุดช่วง พ.ย.-ก.พ. อากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าสวยเหมาะกับการถ่ายรูปสวยๆ จากนั้นจะได้ลิ้มลอง ชาอู่หลง ให้ชื่นใจ ทางสิงห์ปาร์ค มี บริการฟาร์มทัวร์ อัตราค่าบริการคนละ 50 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 4 ขวบฟรี ใช้เวลาการ ชมประมาณ 45- 50 นาที แบ่งเป็นรอบๆ ตั้งแต่  09.30 น. ถึง  17.00 น.ช่วงที่เปิดให้ท่องเที่ยว : ช่วงฤดูหนาว(พ.ย.-ก.พ.)*ช่วงนอกเหนือจากนี้ไร่จะปิดให้บริการ*บริการรถชมฟาร์ม : เริ่มตั้งแต่ 9.30 , 12.30, 17.00 น. ราคา 50บาท/คน

ทิวทัศน์ภายในสิงห์ปาร์ค จะเปิดให้บริการในช่วงเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์เท่านั้นสิงห์ปาร์คบรรยากาศดีมาก เหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายรูปเก็บภาพสวยๆสิงห์ปาร์คสิงห์ปาร์คไร่ชาภายในสิงห์ปาร์คอีกหนึ่งสถานที่ที่ต้องมาถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึกไร่ชาภายในสิงห์ปาร์ค มีภูเขาอยู่รอบๆ ด้วย บรรยากาศดีมากสิงห์ปาร์คบรรยากาศภายในสิงห์ปาร์คร้านอาหารภายในสิงห์ปาร์คสิงห์ปาร์ค


อ่านต่อรายละเอียด สิงห์ปาร์ค
---------------------------------------

พิพิธภัณฑ์อูบคำ ศูนย์อนุรักษ์มรดกล้านนา

พิพิธภัณฑ์อูบคำ ศูนย์อนุรักษ์มรดกอันล้ำค่าของอาณาจักรล้านนาโบราณ อาภรณ์ของชนชาติไตเผ่าต่าง ในอาณาจักรล้านนา ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะอนุรักษ์ความเป็นมาอันยิ่งใหญ่ของชาวล้านนา ทำให้ อาจารย์จุลศักดิ์ สุริยะไชย จึงได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์อูบคำเพื่อเป็นศูนย์อนุรักษ์มรดกล้ำค่าของอานาจักรล้านนาโบราณ เช่นเครื่องใช้ในราชสำนักล้านนา เครื่องใช้ในราชสำนักคุ้มเจ้าต่างๆ ในล้านนา ซึ่งเกิดจากการตั้งใจของผู้รวบรวมที่ต้องการเก็บของมีค่าสมัยล้านนาที่กระจายอยู่ในที่ต่างๆ ให้คืนกลับสู่แผ่นดินไทย และเพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไปในอนาคต อัตราค่าเข้าชม :คนไทย ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาทต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 200 บาทเวลาทำการ : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00น.

ทางเข้าพิพิธภัฑ์อูบคำ ศูนย์อนุรักษ์มรดกล้านนาบรรยากาศด้านในของพิพิธภัณฑ์อูบคำพิพิธภัณฑ์อูบคำพิพิธภัณฑ์อูบคำพิพิธภัณฑ์อูบคำพิพิธภัณฑ์อูบคำ ศูนย์อนุรักษ์มรดกล้านนา


อ่านต่อรายละเอียด พิพิธภัณฑ์อูบคำ ศูนย์อนุรักษ์มรดกล้านนา
---------------------------------------

ไร่เชิญตะวัน

ไร่เชิญตะวัน เป็นศูนย์ปฎิบัติธรรม ที่ท่านพระมหาวุฒิชัย ว.วชิระเมธี มีพุทธศาสนิกชนและผู้คนทั่วไป ให้ความสนใจและแวะเวียน มาเยี่ยมชมไปจนถึงร่วมปฏิบัติธรรมกันเป็นจำนวนมาก ไร่เชิญตะวัน มีคอร์สปฏิบัติธรรมหลักๆ 3 คอร์ส คือ 3 วัน 5 วัน และ 7 วัน และมีทาน2มื้อ ถือศีล8 และมีกฏให้งดใช้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิด

ร้านค้าภายในไร่เชิญตะวันร้านขายของที่ระลึกจากไร่เชิญตะวันบรรยากาศภายในไร่เชิญตะวันบรรยากาศทางเดินในไร่เชิญตะวันไร่เชิญตะวันไร่เชิญตะวันคุณธรรมประจำวัน จะเป็นป้ายที่กล่าวถึงคำสอนของในหลวงไร่เชิญตะวันบรรยากาศสวยๆ ภายในไร่เชิญตะวัน


อ่านต่อรายละเอียด ไร่เชิญตะวัน
---------------------------------------

วัดมิ่งเมือง

วัดมิ่งเมือง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ.2513 เป็นวัดใหญ่ สมัยก่อนมีชุมชนไทยใหญ่อยู่เรียกว่า วัดเงี้ยว หรือ วัดช้างมูบ เวลานี้มีการบูรณะเจดีย์ โบราณณของวัด พบจารึกบนแผ่นเงินจารึกเป็นภาษาพม่าแปลออกมาเป็นผู้สร้างจากเจดีย์ โบราณวัด ภาษายังมีปรากฎอยู่เป็นศิลปะผสมระหว่างพม่าและล้านนา

วัดมิ่งเมืองวิหารภายในวัดมิ่งเมืองภายในวัดมิ่งเมืองภายในของวิหารวัดมิ่งเมืองวัดมิ่งเมืองวิหารภายในวัดมิ่งเมือง


อ่านต่อรายละเอียด วัดมิ่งเมือง
---------------------------------------

หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติเชียงราย

หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ (หอนาฬิกาพุทธศิลป์) โดยมีอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เป็นผู้ออกแบบ ใช้เวลาสร้าง 5 ปี สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ เป็นหอนาฬิกาที่สามารถเปลี่ยนสีได้ มีความสวยงาม มีเสียงระฆังบอกเวลาทุกชั่วโมง และเปลี่ยนสีเมื่อถึงเวลา1 , 2 ทุ่มและ 3 ทุ่มของทุกวัน เป็นงานศิลปะเชิงพระพุทธศาสนา ในวันเพ็ญ 15 ค่ำ ที่ตรงกับวันพุธ (ใน 1 ปี จะมีไม่กี่ครั้ง) จะมีประเพณีเป็งพุธ หรือตักบาตรตอนเที่ยงคืน


อ่านต่อรายละเอียด หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติเชียงราย
---------------------------------------

บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร

บ้านกะเหรี่ยง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำกกฝั่งซ้าย หมู่ 2 ต. แม่ยาว อ.เชียงราย ในหมู่บ้านมีชาวกระเหรี่ยง ทั้งหมด 2,840 คนประกอบไปด้วย ชนเผ่ากะเหรี่ยง อาข่า ลาหู่ ลีซอ ม้ง และไทลื้อ เป็นหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนาคุณภาพ โดยใช้การท่องเที่ยวจากองค์กรเอกชนและประสบความสำเร็จจากการน้ำช้างมานำเที่ยวหมู่บ้านชาวเขา ทั้งนี้ยังสามารถเรียกใช้บริการขี่ช้างชมหมู่บ้าน หรือละแวกต่างๆได้ (เสียค่าบริการ)  สินค้าจำพวกของที่ระลึกจะมีเอกลักษณ์ต่างกันไปในแต่ละชนเผ่า  สามารถเลือกซื้อเลือกหาไปตกแต่งเสื้อผ้าหรือของจำพวกข้าวของเครื่องใช้ก็ดูจะกิ๊บเก๋ไม่น้อยเปิดบริการตั้งแต่ 08.00 -16.00 น.


อ่านต่อรายละเอียด บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร
---------------------------------------

ล่องเรือเที่ยวลำน้ำกก

แม่น้ำกก มีต้นน้ำอยู่ในบริเวณเทีอกเขาชายแดนพม่า ไหลเข้าเขตไทยที่ท่าตอน ไหลผ่านตัวเมืองเชียงรายไปบรรจบกับแม่น้ำโขงที่บ้านสบกก เชียงแสน มีความยาวทั้งสิ้น 130 กิโลเมตร มีบริการตั้งแต่เวลา 07.00-16.30 น.ท่าตอน จากเชียงใหม่มีวิ่งประจำทางระหว่างท่าตอน-เชียงใหม่ วันละหนึ่งเที่ยว ออกเวลา 12.30 น.(เบอร์โทรศัพท์ 053-373224)ท่าเรือCR จากเชียงรายจะออกเวลา 10.30น.(เบอร์โทรศัพท์ 053-750009)


อ่านต่อรายละเอียด ล่องเรือเที่ยวลำน้ำกก
---------------------------------------

น้ำตกห้วยแม่ซ้าย

น้ำตกห้วยแม่ซ้าย เป็นน้ำตกขนาดกลางซึ่งตกจากผาสูง2ชั้น เกิดจากลำห้วยแม่ซ้าย น้ำตกชั้นที่ 1 น้ำตกไหลจากหน้าผาสูง 15 เมตร ผ่านโขดหินใหญ่ปกคุลมด้วยเฟินมอส และตะไคร้เชียวชะอุ่ม ส่วนน้ำตกที่ 2 เป็นหน้าผาสูง 20 เมตร ด้านหน้าเป็นแอ่งน้ำใส เย็นฉ่ำ เหมาะสำหรับลงเล่นน้ำ  สามารถเดินทางด้วยรถยนต์หรือขี่ช้างจากหมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรก็ได้


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกห้วยแม่ซ้าย
---------------------------------------

บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม

บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม เป็นบ่อน้ำร้อนขนาดเล็ก ปัจจุบันเป็นที่ตั้งทำการ อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก มีทิวทัศน์สวยงาม ร่มรื่น มีบริการน้ำแร่ให้อาบ เหมาะกับการนำไข่มาต้ม ไข่ที่ได้จะอร่อยกว่าไข่ธรรมดา  คาดว่าคงเพราะในน้ำอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ มีสถานที่สำหรับมารถตั้งเต้นท์พักผ่อนได้ ในช่วงหน้าแล้งจะมีโปรแกรมขี่ช้างเที่ยว เราจะขี่ช้างข้ามลำน้ำกกไปยังบ่อน้ำร้อน


อ่านต่อรายละเอียด บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม
---------------------------------------

บ่อน้ำร้อนผาเสริฐ

บ่อน้ำร้อนผาเสริฐ  มีบ่อน้ำแร่ขนาดใหญ่ราวกับสระว่ายน้ำอุ่นซึ่งลงแช่กันได้หลายๆคนแบบไม่แบ่งแยก ตั้งอยู่ก่อนบ่อน้ำร้อนห้วยหมากเหลี่ยม1กิโล  ถ้าคุณไม่อยากจะลงไปเล่นน้ำกับคนแปลกหน้าแล้วละก็  มีห้องให้แช่กันในหมู่เพื่อน หรือกลุ่มเล็กๆ ได้ไม่เกิน3คน เผื่อต้องการคลายพูดคุยกันเพื่อเสริมอรรถรสในการพักผ่อน  หรือถ้าต้องการความเป็นส่วนตัวก็สามารถเลือกแช่เพียงคนเดียวด้วยเช่นกัน นอกจากบ่อแช่ตัวแล้วยังมีบ่อแช่ไข่และแช่เท้าบริการ นอกจากนั้นยังมีบริการนวดแผนไทย เช่าเต้นท์สำหรับพักแรม สามารถเลือกใช้บริการได้ตามสะดวก นอกจากบริการแช่น้ำร้อนยังมีบริการขี่ช้างเที่ยวชมตามที่ต่างๆ  เปิดท่าเรือให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการล่องแพตามลำน้ำกกหรือขี่ช้างมาเข้ามาแวะเที่ยวชมหรือพักผ่อนได้อีกด้วย


อ่านต่อรายละเอียด บ่อน้ำร้อนผาเสริฐ
---------------------------------------

น้ำตกโป่งพระบาท

น้ำตกโป่งพระบาท อยู่ตรงสุดถนนสาย1151 เป็นท่องเที่ยวธรรมชาติใกล้อำเภอเมืองเชียงราย น้ำตกโป่งพระบาท เป็นน้ำตกเล็กๆซึ่งกำลังจะถูกผนวดเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก  มีจุดพักผ่อนเป็นแก่งหินต่างๆ  อีกทั้งมีจุดตั้งเต้นท์สำหรับนักท่องเที่ยว คนในท้องถิ่นยังนิยมมาเที่ยวเล่น ที่ลานจอดรถมีพร้อมทั้งร้านอาหารและเครื่องดื่ม


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกโป่งพระบาท
---------------------------------------

กาดบ้านดู่

กาดบ้านดู่ หรือ ตลาดบ้านดู่ เปิดตั้งแต่เช้าไปจนดึก เป็นตลาดที่สะอาดน่าดู เป็นจุดแวะซื้อสเบียง สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยัง อ.แม่จัน อ.แม่สาย และ อ.เชียงแสน บรรยากาศจะคึกคักในช่วงเย็น และมีสินค้ามาวางขายมากมาย  อย่างเช่น อาหารพื้นเมือง จัดขายเป็นชุดเพื่อให้สะดวกเพื่อให้เลือกซื้อง่าย ช่วงฤดูฝนจะมีเห็ดเผาะมาขาย และยังมีลูกก่อคั่วเป็นของกินเล่นขายอีกด้วย  ผลไม้ที่ขายจะเป็นแบบตามฤดูกาล  แต่ที่จะพลาดไม่ได้เลยคือสับปะรดนางแล ทั้งหอมทั้งหวานฉ่ำ แต่จะมีขายในช่วง เม.ย.-มิ.ย.เท่านั้น

เปิดทำการ : 04.00 - 22.00 น.


อ่านต่อรายละเอียด กาดบ้านดู่
---------------------------------------

หาดเชียงราย

หาดเชียงราย(พัทยาน้อย) มีลักษณะคล้ายกับหาดทราย อยู่ในพื้นที่ป่าบ้านงิ้ว จึงเรียกได้ว่าเป็นพัทยาน้อยของเชียงราย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมมาเที่ยวกันมาพอสมควร แม่น้ำกกจะไหลผ่านเทือกเขาทำให้เกิดทิวทัศน์สวยงาม มีจุดชมวิวและรับประทานอาหารและมีเรือนแพตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำกก  มองเห็นหินงอกที่เกิดจากถ้ำหินปูน ยังมีลานกีฬาและสวนสุขภาพสำหรับออกกำลังกาย


อ่านต่อรายละเอียด หาดเชียงราย
---------------------------------------

หอวัฒนธรรม

หอวัฒนธรรมนิทัศน์ เฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก หรือ หอวัฒนธรรม  สำหรับรวบรวมประวัติศาสตร์ กลุ่มชาติพันธุ์ วิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีเมือง วัฒนธรรมของกลุ่มชน จากอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้สื่อต่างๆอย่าง วีดีทัศน์ สไลด์มัลติมีเดีย  ภาพดูราแทน แสดงเรื่องราวต่างๆ อย่างสมบูรณ์โดยแบ่งเนื้อหาการจัดแสดงเป็น 6 หัวข้อ ได้แก่ ห้องที่ 1 พระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รอยพระบาท ห้องที่ 2 ประวัติความเป็นมาของเมืองเชียงราย ห้องที่ 3 ชนพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ ห้องที่ 4 ภาษาและวรรณกรรม ห้องที่ 5 วัฒนธรรม 5 เชียง ห้องที่ 6 สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ


อ่านต่อรายละเอียด หอวัฒนธรรม
---------------------------------------

วัดกลางเวียง

วัดกลางเวียง คือวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางเวียงเชียงราย เดิมชาวบ้าน เรียกว่า วัดจันทน์โลก หรือ วัดจั๋นตะโลก เพราะในวัดเคยมีต้นจันทน์แดงขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ ถือเป็นไม้มงคลใช้บูชาพระตามธรรมเนียมโบราณ


อ่านต่อรายละเอียด วัดกลางเวียง
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา