สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง บ้านพักพัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
จันทบุรี ...แนะนำที่พักแซนด์ & ซี รีสอร์ท คลิกที่นี่...

จันทบุรี

>

ที่พักจันทบุรี

>

แผนที่จันทบุรี

>

ร้านอาหารจันทบุรี

>

การเดินทางจันทบุรี

>

ประวัติจันทบุรี


อำเภอเมืองจันทบุรี และ บริเวณใกล้เคียง จังหวัดจันทบุรี


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี จันทบุรี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 ที่กรมศิลปากรได้มีการดำเนินการศึกษา ค้นคว้า และวิจัยทางด้านโบราณคดีใต้น้ำ ในการดำเนินการสำรวจและขุดค้นแหล่งโบราณคดีใต้น้ำแต่ละแห่ง ทำให้มีจำนวนโบราณวัตถุเพิ่มมากขึ้น การเตรียมการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถาน เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการทำงานโบราณคดีใต้น้ำ และประวัติศาสตร์การพาณิชย์นาวีของไทย จึงเป็นงานสำคัญที่ต้องดำเนินงานเป็นลำดับต่อมา ประกอบกับการจัดกุมชาวต่างชาติที่เข้ามาทำการลักลอบงมโบราณวัตถุใต้ทะเลบริเวณอ่าวไทย นับเป็นแรงกระตุ้นสำคัญ ที่ทำให้คนไทยตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมที่พบจากท้องทะเล ซึ่งจะเป็นหลักฐานที่ช่วยในการสืบค้นความเป็นมา และบอกเล่าถึงเรื่องราวทางเศรษฐกิจการพาณิชย์นาวีในอดีต

ทางเข้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวีบริเวณภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวีบรรยากาศภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวีบริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวีด้านในของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวีบรรยากาศภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวีศาลาภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี สามารถนั่งชมบรรยากาศรอบๆ ได้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี


อ่านต่อรายละเอียด พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี
---------------------------------------

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ เป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองจันท์ บ่งบอกถึงความผูกพันของชาวเมืองนี้ที่มีต่อพระเจ้าตาก โดยมีคำกล่าวว่า ถ้าไม่ได้มาสักการะพระเจ้าตาก ก็ถือว่ายังมาไม่ถึงเมืองจันท์ ประวัติ : ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ เดิมเป็นศาลไม้อยู่ข้างศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ต่อมาในปี 2463 สมัย ม.จ. สฤษดิเดชชยางกูร เป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลจันทบุรี ได้สร้างศาลขึ้นใม่บรเวณด้านหน้าค่าย ทหารกองพันนาวิกโยธิน คนละฝั่งถนนกัับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง โดยอาศัยอาคารเป็นศาลาคอนกรีตสี่เหลี่ยมจัตุรมุตข มีบันไดด้านหน้าและด้านข้างรวม 3 ด้าน กรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบ  ภายในเป็นที่ประดิษฐานเทวรูปซึ่งเป็นเทพเจ้าประจำพระองค์พระเจ้าตาก

ขณะนั้นยังไม่มีพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ประดิษฐานเช่นปัจจุบัน  ในปี พ.ศ. 2534 ชาวจันทบุรีได้ร่วมกันบริจาคเงินสร้างศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ขึ้นใม่อีกหลัง เป็นศาลทรงเก้าเหลี่ยมคู่ กับศาลเดิม   ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ เป็นศาลทรงเก้าเหลี่ยม หลังคาเป็นรูปพระมาลา เป็นที่ประดิษฐานพระบรทรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งหล่อด้วยทองเหลืองรมดำผนังภายในเขียนลายพุ่มข้าวบิณฑ์ไว้อย่างสวยงาม    ชาวจันทบุรีถือว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงมีพระมหากรุณาธิคุณทำให้จันทบุรีเป็นที่รู้จัก และเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การกอบกู้เอกราชคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 ในฐานะเป็นฐานที่มั่นของสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ในระหว่างการรวบรวมพลรวมถึงเสบียงอาหาร และสถาปนาอำนาจขึ้นใหม่ กล่าวคือ ในปี พ.ศ. 2310 ขณะที่พม่าล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่ สมเด็จพระเจ้าตากสินหรือพระยาวชิรปราการ (สิน) ในขณะนั้น เล็งเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาต้องแตกพ่ายและตกเป็นของพม่าแน่นอน จึงรวบรวมพลทหารไทย จีน ได้ 500 คน ตีฝ่าวงล้อมพม่าทางทิศตะวันออก โดยต่อสู้กับข้าศึกในระหว่างทางและได้ชัยชนะ สามารถรวบรวมไพร่พลได้มากขึ้น    พระยาวชิรปราการเห็นว่าจันทบุรีมีชัยภูมิที่เหมาะสมในทางยุทธศาสตร์ เป็นหัวเมืองชายทะเลที่ปลอดจากสงคราม ทั้งมีความอุดมสมบูรณ์ด้านพืชพันธัญญาหาร รวมทั้งยังเป็นชุมชนชาวจีนแต้จิ๋ว พระยาวชิรปราการมีเชื้อสายจีนแต้จิ๋วและเคยเป็นพ่อค้ามาก่อน จึงมุ่งหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากชาวจีนเหล่านี้ ดังนั้นจึงใช้เมืองจันท์เห็นที่มั่น และรวบรวมหัวเทืองชายฝั่งทะเลตะวันออกได้ทั้งหมด สามารถต่อเรือรบได้ 100 ลำ มีผู้สวามิภักดิ์มากขึ้นถึง 5,000 คน แล้วกลับไปตีทัพพม่า ขับไล่ออกไปจากอยุธยาได้สำเร็จนับเป็นการกอบกู้เอกราชของชาติกลับคืนมาได้อีกครั้ง

ด้านหน้าของศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชบริเวณภายในศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช


อ่านต่อรายละเอียด ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
---------------------------------------

สวนสาธารณะ พระเจ้าตากสินฯ

สวนสาธารณะพื้นที่ส่วนรวม 300 ไร่ ลักษณะเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ล้อมพื้นที่สวน โดยใช้อ่างเก็บน้ำเป็นแหล่งเพาะพันธ์ปลาของกรมประมงด้วยบรรยากาศภายในสวนร่มรื่นด้วยไม่ใหญ่น้อย เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและที่ออกกำลังกายของคนเมืองจันท์   บริเวณภายนอกสวนด้าน ถ.เทศบาล3 มีแผงจำหน่ายผลไม้จากสวนหลายแผง เรียกกันว่า "ถนนผลไม้" เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถซื้อหาผลไม้ได้อย่างสะดวก ราคาไม่แพงและยังต่อรองได้อีกด้วย

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหารราชทรงม้าข้าศึก พร้อมด้วยทหารเอกคู่พระทัย 4 นายคือพระเชียงเงินหลวงพิชัยอาสา หลวงพรหมเสนาและหลวงราชเสน่ห์หา ตั้งอยู่กลางบึงน้ำ ตรงกับประตูสวนด้าน ถ. เทศบาล 3

สวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชบริเวณรอบๆ สวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช


อ่านต่อรายละเอียด สวนสาธารณะ พระเจ้าตากสินฯ
---------------------------------------

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นอู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

สันนิษฐานว่าเป็นสถานที่ซึ่งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ใช้เป็นอู่ต่อเรือ เรียกว่า อู่ต่อเรือพระเจ้าตาก หรือ อู่ต่อเรือเสม็ดงาม เมื่อครั้งเตรียมยกทัพไปตีพม่าเพื่อกู้เอกราชชาติไทยเมื่อ พ.ศ.2310 หน่วยโบราณคดีใต้น้ำ กองโบราณคดี กรมศิลปากร ได้ขุดค้นซากเรือและตรวจสอบชั้นดินทางโบราณคดีตามริมฝั่งอ่าว พบแอ่งน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าลักษณะคล้ายอู่เรืออยู่หลายแห่ง พร้อมทั้งส่วนประกอบต่างๆ ของเรือโบราณ และสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นเรือสำเภาจีนแบบฟูเจียนขนาดเล็กใช้สำหรับบรรทุกสินค้า มีใบสามเถาใช้หางเรือเสือ ขนาดเรือยาว 24 เมตร กว้าง 5 เมตร บริเวณใกล้เคียงมีโรงเก็บเรือจำลองและเรือของชาวบ้านที่เคยใช้กันในอดีต

ภายในบริเวณอู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชบ้านเสม็ดงามมีสิ่งที่น่าสนใจต่างๆ

พระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่ชาวบ้านเสม็ดงามได้จัดสร้างไว้ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สักการะบูชา

อู่ต่อเรือโบราณที่ปัจจุบันได้มีการสร้างอาคารมีหลังคาคลุมไว้ให้ผู้ที่สนใจได้เข้าไปศึกษา

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นอู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ภายในอาคารแสดงนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับ พระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจของมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการทางด้านโบราณคดีของจันทบุรี เทคโนโลยีการต่อเรือสำเภา เครื่องดินเผา เครื่องสังคโลก เรือจำลอง เครื่องใช้สมัยโบราณ ฯลฯ

อาคารแสดงเรือสำเภาที่มีเรือสำเภาขนาดใหญ่จัดแสดงไว้ และนิทรรศการเกี่ยวกับท้องถิ่น

อาคารสาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของบ้านเสม็ดงาม

ท่าเทียบเรือที่มีเรือรบที่ปลดระวางแล้วมาจอดแสดงไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชม


อ่านต่อรายละเอียด พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นอู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
---------------------------------------

ศาลหลักเมือง

ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองจันท์เคียงคู่กับศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ เป็นศาลหลักเมืองที่สร้างอย่างสวยงาม ศาลเดิมนั้นสันนิษฐานว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2310 ต่อมามีสภาพทรุดโทรม ชาวจันทบุรีจึงร่วมกันก่อสร้างศาลใหม่ รวมทั้งหล่อองค์เจ้าพ่อหลักเมืองขึ้นใหม่ด้วย โดยวางศิลาฤกษ์เมื่อปี พ.ศ. 2524 ก่อสร้างแล้วเสร็จปี พ.ศ. 2526 หลักเมืองเป็นแท่งศิลาสูง 3 ม. ส่วนเจ้าพ่อหลักเมืองเป็นเทพเจ้าจีน

ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ประจำจังหวัดจันทบุรีศาลเจ้าพ่อหลักเมืองศาลเจ้าพ่อหลักเมืองบริเวณจำหน่ายธูป-เทียนศาลเจ้าพ่อหลักเมืองศาลเจ้าพ่อหลักเมืองศาลเจ้าพ่อหลักเมืองศาลเจ้าพ่อหลักเมืองบริเวณภายในศาลเจ้าพ่อหลักเมืองบริเวณรอบๆ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองศาลหลักเมืองจันทบุรี


อ่านต่อรายละเอียด ศาลหลักเมือง
---------------------------------------

วัดไผ่ล้อม

เป็นวัดเก่าของเมืองจันทบุรี สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่เหลืออยู่ภายในวัด เช่น กุฏิพระและศาลาการเปรียญ มีไม้ฉลุแบบขนมปังขิงประดับตกแต่งอย่างสวยงาม ล้วนแล้วแต่เป็นของเก่าอายุเกือบร้อยปีทั้งนั้น ที่ไม่ควรพลาดชมเห็นจะเป็น พระอุโบสถ ซึ่งสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายเป็นอย่างน้อย ทั้งนี้จะเห็นได้จากฐานโบสถ์ที่โค้งอย่างที่เรียกว่า "ตกท้องช้างหรือท้องเชือก" อันเป็นสถาปัตยกรรมในสมัยอยุธยาตอนปลาย และภายในพระอุโบสถยังมีภาพจิตรกรรมโบราณ เรื่องทศชาติและพุทธประวัติที่ยังคงสภาพสมบูรณ์อยู่ ซึ่งเขียนขึ้นโดยช่างสมัยอยุธยา นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารอีกด้วย

ตั้งอยู่บนถนนตรีรัตน์ ห่างจากโรงแรมเค.พี.แกรนด์ ประมาณ 500 เมตร จากรูปแบบทางสถาปัตยกรรม สันนิษฐานว่าพระอุโบสถเป็นลักษณะอาคารในสมัยรัชกาลที่3 ลงมา มีกำแพงแก้วล้อมรอบทั้ง 4 ด้านแต่ละด้านมีช่องทางเข้า ฉนวนด้านหลังมีเสารองรับ 5 ต้น ไม่มีบัวหัวเสา ฐานอาคารเป็นเส้นตรงมีเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองขนาดเล็กอยู่ภายในกำแพงแก้ว ภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพต้นไม้ประเภทบอนไซและดอกไม้แบบจีน เรื่องทศชาติ และพุทธประวัติ ลักษณะการเขียนน่าจะเป็นจิตรกรรมที่เขียนขึ้นหลังรัชกาลที่ 3 ลงมาเนื่องจากมีชาวต่างชาติปรากฏเป็นจำนวนมากในภาพวาด

 


อ่านต่อรายละเอียด วัดไผ่ล้อม
---------------------------------------

โบสถ์คาทอลิก

เป็นโบสถ์คริสต์นิกายคาทอลิก ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ ตำบลจันทนิมิตร สามารถเข้าทางเดียวกับวัดไผ่ล้อม เมื่อถึงวัดไผ่ล้อมแล้วเดินทางต่อไปอีกราว 1 กม. หรือจากตัวเมืองเดินทางข้ามสะพานวัดจันท์ไปตามถนนจันนิมิตรจะพบทางแยกขวาไปโบสถ์คาทอลิก สถานที่แห่งนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล ได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์คาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีรูปทรงทางสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกที่เรียกว่า ศิลปะแบบโกธิค ตกแต่งด้วยกระจกสีติดผนังเป็นภาพทางคริสต์ศาสนา สวยงามมาก

โบสถ์คาทอลิกประจำจังหวัดจันทบุรีโบสถ์คาทอลิกโบสถ์คาทอลิกบริเวณด้านในของโบสถ์โรมันคาทอลิกโบสถ์โรมันคาทอลิกโบสถ์โรมันคาทอลิกภายในโบสถ์โรมันคาทอลิกภายในโบสถ์ตกแต่งด้วยกระจกสีติดผนัง ซึ่งเป็นภาพทางคริสต์ศาสนาด้านนอกของโบสถ์โรมันคาทอลิกบริเวณด้านหน้าของโบสถ์โรมันคาทอลิก จะมีรูปปั้นพระนางมารีย์ผู้ปฏิสนธินิรมลตั้งอยู่


อ่านต่อรายละเอียด โบสถ์คาทอลิก
---------------------------------------

วัดพลับพลา

ตั้งอยู่บนถนนตรีรัตน์ ห่างจากโรงแรมเค.พี.แกรนด์ ประมาณ 500 เมตร จากรูปแบบทางสถาปัตยกรรม สันนิษฐานว่าพระอุโบสถเป็นลักษณะอาคารในสมัยรัชกาลที่3 ลงมา มีกำแพงแก้วล้อมรอบทั้ง 4 ด้านแต่ละด้านมีช่องทางเข้า ฉนวนด้านหลังมีเสารองรับ 5 ต้น ไม่มีบัวหัวเสา ฐานอาคารเป็นเส้นตรงมีเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองขนาดเล็กอยู่ภายในกำแพงแก้ว ภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพต้นไม้ประเภทบอนไซและดอกไม้แบบจีน เรื่องทศชาติ และพุทธประวัติ ลักษณะการเขียนน่าจะเป็นจิตรกรรมที่เขียนขึ้นหลังรัชกาลที่ 3 ลงมาเนื่องจากมีชาวต่างชาติปรากฏเป็นจำนวนมากในภาพวาด


อ่านต่อรายละเอียด วัดพลับพลา
---------------------------------------

วัดทองทั่ว

ตำแหน่งที่ตั้งวัดซึ่งไม่ห่างจากโบราณสถานเมืองเพนียดมากนัก วัดทองทั่วมีโบสถ์หลังเก่าซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบต้นรัตนโกสินทร์ สร้างทับไปบนศาสนสถานแบบขอม ทางทิศตะวันออก หน้าโบสถ์มีสิงห์นั่งแกะสลักด้วยหินทรายสีแดง สูง 90 ซม. หน้าประตูมีชิ้นส่วนธรณีประตู หินทรายสีขาวในโบสถ์เก่าหลังนี้ ปัจจุบันเป็นที่เก็บทับหลังหินทรายสีขาวและสลักเป็นศิลปแบบถาลาบริวัตรต่อสมโบรไพรกุก (พ.ศ. 1150) อีกชิ้น คือ ทับหลังหินทรายสีขาวเช่นเดียวกัน และสลักเป็นรูปลายพันธุ์พฤกษาและพวงมาลัย ลักษณะศิลปแบบไพรกเมง (พ.ศ.1180-1250) และยังมีเสาประดับกรอบประตูเทวสถาน ลักษณะศิลปสครวัด มีโกลนพระคเณศแกะไม่เสร็จ ยังกำหนดรูปแบบศิลปะไม่ได้แต่ร่องรอยด้านหลังที่เป็นรอยเศียรนาค คือ การดัดแปลงพระพุทธรูปนาคปรกให้เป็นเทวรูป แสดงให้เห็นถึงลักษณะศิลปะทวารวดีที่ปะปนกับขอมซึ่งขึ้นอยู่กับผู้ครองนคร จะเลื่อมใสศาสนาใดมากกว่ากัน ลักษณะแบบนี้พบในเมืองโบราณหลายแห่งทางภาคตะวันออกนี้ เช่น เมืองพระรถ เมือง-ศรีมโหสถเมืองดงละครและโคกกระโดนอยู่ริมถนนสุขุมวิท ห่างจากตัวเมืองราว 4 กิโลเมตร

 


อ่านต่อรายละเอียด วัดทองทั่ว
---------------------------------------

โบราณสถานเมืองเพนียด

ซากโบราณสถานเมืองเพนียด หรือที่เรียกกันว่าปราสาทหินจันทบูร ปัจจุบันเหลือเพียงแนวกำแพงศิลาแลงและคันดิน กว้าง 16 ม. ยาว 26 ม. สูง 3 ม. มีอายุกว่าพันปี เนื่องจากชิ้นส่วนที่เคยเป็นปราสาทหินถูกขนย้ายออกจากพื้นที่ไปเป็นจำนวนมาก จึงเหลือไว้ ณ ที่นี้เพียงส่วนน้อย   นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า บริเวณเมืองเพนียดน่าจะมีปราสาทหินสองสามหลัง รวมทั้งส่วนที่เป็นบารายหรืออ่างเก็บน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่กรุด้วยศิลาแลง และเชื่อว่าเมืองเพนียดน่าจะเก่ากว่านครวัด นครธมของเขมร เนื่องจากมีการพบทับหลังศิลปะแบบถาลาบริวัตซึ่งเป็นรูปแบบศิลปะที่เก่าแก่กว่า นครวัด นครธมนับร้อยปี

บริเวณรอบๆ โบราณสถานเมืองเพนียดโบราณสถานเมืองเพนียดโบราณสถานเมืองเพนียดบรรยากาศรอบๆ โบราณสถานเมืองเพนียดโบราณสถานเมืองเพนียดบริเวณรอบๆ โบราณสถานเมืองเพนียดโบราณสถานเมืองเพนียดโบราณสถานเมืองเพนียดโบราณสถานเมืองเพนียดโบราณสถานเมืองเพนียด


อ่านต่อรายละเอียด โบราณสถานเมืองเพนียด
---------------------------------------

วัดเขตร์นาบุญญาราม

ตั้งอยู่ที่ถนนเบญจมราชูทิศในตัวเมืองจันทบุรี เป็นวัดญวนซึ่งก่อสร้างเป็นศิลปแบบจีนปนไทย วัดนี้มีสิ่งน่าแปลกอย่างหนึ่งคือ มีนกนางแอ่นป่ามาสร้างรังสีดำขนาดใหญ่ห้อยย้อยลงมาจากกลางเพดานโบสถ์และยังมีรังเล็ก ๆ อยู่ตามหัวเสาที่อยู่ด้านหน้าโบสถ์ด้วย นกนางแอ่นเหล่านี้มาอาศัยทำรังที่วัดแห่งนี้เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว โดยจะบินออกไปหาอาหารในตอนเช้าและบินกลับมาเข้ารังในตอนเย็น

วัดเขตร์นาบุญญารามวัดเขตร์นาบุญญารามบริเวณด้านหน้าของทางเข้าวิหารวัดเขตร์นาบุญญารามวัดเขตร์นาบุญญารามวัดเขตร์นาบุญญาราม


อ่านต่อรายละเอียด วัดเขตร์นาบุญญาราม
---------------------------------------

ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัด

เดิมคือพระตำหนักเทาในวังสวนบ้านแก้วอันเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีนานถึง 21 ปี หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต จากพระตำหนักเทามีทางเดินปูอิฐลดหลั่นเชื่อมไปยังอาคารสองหลังที่อยู่ด้านหลัง ตามทางประดับด้วยไม้ดอกไม้ประดับ ร่มรื่นสวยงามและมีเรือนเพาะชำ     ทางมหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณีได้อนุรักษ์พระตำหนักและจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้นภายในอาคาร เป็นที่รวบรวมสิ่งของต่าง ๆ อันประกอบด้วยข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์และตัวอย่างลายเสื้อกกที่เคยผลิต นำมาจัดแสดงเพื่อเป็นอนสุรณ์ ต่อมาจึงจัดตั้งเป็นศูนย์วัฒนธรรมจ. จันทบุรี    ประวัติ : สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี บรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 ทรงเลือก จ. จันทบุรีเป็นที่ประทับพักผ่อนพระอิริยาบถหลังเสด็จนิวัตประเทศไทยภายหลังรัชกาลที่ 7 เสด็จสวรรคต เมื่อมีผู้ถวายที่ดินจำนวน 725 ไร่ ในต. ขไร่ยา จึงทรงสร้างเป็นวังสวนบ้านแก้วที่มีเรือนไม้สองหลังเรียกว่าเรือนเขียวและเรือนแดง และอีก 3 ปี ต่อมา ทรงสร้างพระตำหนักเทาเป็นเรือนไม้สักทองหลังใหญ่ พระองค์เสด็จมาประทับที่พระตำหนักเทาครั้งแรกเมื่อ 30 มิ.ย. 2493 ส่วนเรือนเขียวเป็นที่พักของราชเลขานุการและเรือนแดงที่เป็นที่พักของข้าหลวงที่ติดตาม    สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณียังทรงดำริให้มีการบุกเบิกปลูกข้าว ถั่วลิสง และผลไม้ต่าง ๆ และทรงริเริ่มตั้งโรงทอเสื่อขึ้นเพื่อปรับปรุงงานพื้นบ้านที่ชาวบ้านทำกันอยู่แล้วให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นเพื่อให้สามารถเป็นอาชีพรองได้ทั้งยังมีการเลี้ยงไก่ เลี้ยงวัวและปลูกไม้ดอกส่งขายตลาด ผลิตผลทั้งหมดจะมีตรา "สบก" ซึ่งย่อมากจากชื่อวังสวนบ้านแก้วติดอยู่     พระองค์ประทับอยู่ที่พระตำหนักเทาเป็นเวลา 18 ปี จึงเสด็จกลับไปประทับที่วังสุโขทัยที่กรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2511 ต่อมาปีพ.ศ. 2515 ทรงมอบวังสวนบ้านแก้วให้แก่กระทรวงศึกษาธิการเพื่อก่อตั้งวิทยาลัยครูรำไพพรรณี ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นสถาบันราชภัฎรำไพพรรณี และมหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณีดังเช่นปัจจุบัน

บริเวณด้านหน้าของศูนย์วัฒนธรรมประจำจังหวัดจันทบุรีศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรีศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี


อ่านต่อรายละเอียด ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัด
---------------------------------------

วัดโบสถ์พลอยแหวน

(วัด), วัดโบสถ์พลอยแหวน, บางกะจะ อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี 22000

วัดโบสถ์พลอยแหวนบริเวณรอบๆ วัดโบสถ์พลอยแหวนวัดโบสถ์พลอยแหวนบรรยากาศรอบๆ วัดโบสถ์พลอยแหวนวัดโบสถ์พลอยแหวน


อ่านต่อรายละเอียด วัดโบสถ์พลอยแหวน
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา