สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง บ้านพักพัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
บึงกาฬ สนใจที่พักในบริเวณใกล้เคียง คลิกที่นี่ ที่พัก เลย

บึงกาฬ

>

ที่พักบึงกาฬ

>

แผนที่บึงกาฬ

>

ร้านอาหารบึงกาฬ

>

การเดินทางบึงกาฬ

>

ประวัติบึงกาฬ


ตรัง สถานที่ท่องเที่ยว
 คำขวัญ
"เมืองพระยารัษฎา ชาวประชาใจกว้าง หมูย่างรสเลิศ ถิ่นกำเนิดยางพารา เด่นสง่าดอกศรีตรัง
ประการังใต้ทะเล เสน่ห์หาดทรายงาม น้ำตกสวยตระการตา"


วัดโพธาราม

ประวัติหลวงพ่อพระใหญ่ วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ หมู่ที่ 5 ต.บึงกาฬ อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย หลวงพ่อพระใหญ่ เป็นพระพุทธรูปรางมารวิชัย โบกฉาบด้วยปูน หน้าตักกว้าง 2 เมตร จากฐานถึงยอดพระเกศสูง 2.10 เมตร จากพระฌาน (เข่า) ถึงพระศอ (คอ) สูง 0.90 เมตร พระหัตถ์ซ้ายหงายวางบนหน้าตัก พระหัตถ์ขวาคว่ำวางทับพระฌานุ นิ้วพระหัตถ์ ทั้ง 5 เหยียดลงอย่างมีระเบียบ เหมือนพระพุทธรูปทั่วๆไป ประดิษฐานบนแท่น 4 เหลี่ยม ซึ่งได้บูรณะขึ้นใหม่ในปี 2537 นี้ ตามตำนาน และคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่หลายรุ่น หลายสมัยเล่าสืบต่อกันมา ว่า ประมาณ 2,000 กว่าปีมาแล้ว จนถึงยุคสมัยหลังๆ ซึ่งแต่ก่อนคนเหล่านี้ส่วนมาก ได้อพยพ ครอบครัวมาจากเมืองยศ (บริเวณจังหวัดยโสธรในปัจจุบัน) มาตั้งถิ่นฐานริมฝั่งแม่น้ำโขง และร่นขึ้นมาทางเขตชัยบุรี (ปัจจุบันคืออำเภอบึงกาฬ) การตั้งถิ่นฐานอยู่นั้นก็เหมือนกัน ทุกยุคทุกสมัย คือที่ใดไม่เหมาะสมในการดำรงชีวิต ต้องประสบกับภัย และโรคร้ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคอหิวา โรคไข้ฝีดาด , ถูกรบกวนจากสัตว์ร้ายหรือภูตผีปีศาจต่างๆ ก็พากัน หลบหนีภัยย้ายถิ่นฐานไปเรื่อยๆ เพื่อหาที่เหมาะสมต่อไป ชนกลุ่มนี้ก็เหมือนกันย้ายถิ่นฐานไป เรื่อยๆ เพื่อหาที่เหมาะสม จนถึงบ้านท่าใคร้ในปัจจุบัน เมื่อเห็นเป็นที่เหมาะสมดีก็ตกลงใจ กันตั้งหลักฐานที่จะหากินในบริเวณนี้ จากนั้นต่างก็จับจองพื้นที่หากินแล้วเริ่มขยายอาณา บริเวณไปเรื่อยๆ จนถึงบริเวณที่รกทึบที่สุดเป็นป่าดงดิบ มีไม้นานาพันธุ์ เช่นไม้ยาง ไม้ตะแบก ไม้สัก ไม้ไผ่ป่า ขี้นอยู่อย่างหนาแน่น และเต็มไปด้วยสัตว์ป่าหลายชนิด ที่อาศัยอยู่ บริเวณดังกล่าว เนื่องจากเป็นป่ารกทึบมาก ชาวบ้านที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่รอบๆ จึงได้ร่วมกันใน การถากถาง เพื่อจะได้มีพื้นที่มากขึ้น หลังจากที่ได้ทำการถากถางอยู่เป็นเวลาหลายวัน ก็พบ พุ่มไม้ที่สูงและหนากว่าที่อื่นๆ เมื่อถางป่าดังกล่าวออก ก็พบพระพุทธรูปเดิมที่เต็มไปด้วย เถาวัลย์พันรอบองค์อยู่ จึงพากันนำเถาวัลย์ออก แล้วปัดกวาดบริเวณรอบๆ ก็พบว่าพระเกตุ มาลาของหลวงพ่อหัก เพราะถูกช้างป่ากระชากเถาวัลย์ลงมาเพื่อหากิน ตามธรรมชาติของ สัตว์ป่า และเห็นเป็นรูปร่างของสถานที่บำเพ็ญบุญ หรือสถานที่ประกอบกิจกรรมทางพุทธ ศาสนา อีกทั้งยังพบซากเครื่องปั้นดินเผา โอ่งโบราณ รวมทั้งเครื่องใช้อีกหลายอย่าง... องค์พระพุทธรูปนั้นตั้งแต่ได้พบมาถึงปัจจุบัน ไม่เคยเคลื่อนย้ายหรือ ต่อเติมแต่อย่าง ใด เพียงแต่ต่อพระเกตุที่หักให้คงสภาพเดิม มีเพียงแท่นที่ประดิษฐานเท่านั้น ที่สร้างโอบ แท่นเดิมเพื่อให้มีความมั่นคงขึ้นกว่าเดิม และมีผู้ที่มาขอพรจากหลวงพ่อ เมื่อได้สมความ ปรารถนาแล้วก็ได้นำสีทองมาทาสมโภชหลวงพ่อ จึงทำให้องค์หลวงพ่อเหลืองอร่ามเป็น สีทองทั้งองค์ งานประจำปีที่ทำเพื่อสักการะแด่หลวงพ่อพระใหญ่ ประชาชนในสมัยก่อนก็ได้มาขอพรจากหลวงพ่อ ให้ช่วยเมตตา ปกปักรักษา และ ป้องกันอันตรายต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้หมดไป และก็ได้สมดังความปรารถนาตลอดมาจนถึง ปัจจุบัน ดังนั้นจึงจัดให้มีการน้อมถึงพระคุณที่หลวงพ่อได้เมตตา กรุณาตลอดมา และ เพื่อสมโภชปีละ 2 ครั้ง ซึ่งปฎิบัติสืบต่อกันมา ทุกปีจนถึงปัจจุบันคือ ครั้งที่ (1) วันเพ็ญเดือน 3 จะทำบุญข้าวจี่ พร้อมกับปราสาทผึ้ง 2 หลัง เป็นการ สักการะแด่หลวงพ่อ ครั้งที่ (2) ทำในเทศกาลวันสงกรานต์ ของทุกปีมีการสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ งานนี้ถือเป็นงานใหญ่ประจำปี มีพุทธบริษัทมาร่วมงานเป็นจำนวนมากทั่วทุกสารทิศ พิธีสรงน้ำพระใหญ่ มักจะจัดหลังวันมหาสงกรานต์ หนึ่งสัปดาห์ตรง เสาร อาทิตย์ ปฏิหารของหลวงพ่อ 1. เมื่อครั้งสงครามอินโดจีน ปรากฏว่ามีแสงสว่างจ้า กว่าแสงตะเกียงเจ้าพายุ ที่ลอยจากโบสถ์วัดบ้านท่าไคร้ ข้ามไปยังปากบึง ฝั่งลาว แล้วข้ามกลับมาที่เดิมแล้วดับลงที่โบสถ์ 2. เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2490 ได้รื้อซากโบสถ์เก่าเพื่อสร้างใหม่ ช่างและคนงานล้วนเป็นคนญวน พากันขุดเพื่อลงรากเสาเข็ม พอขุดลงไปพบพระพุทธรูป องค์เล็กจำนวนมากหลายพันองค์ พวกคนงานเหล่านั้นเห็นว่าเป็นของเก่าก็พากันเอาไป โดยมิได้ บอกใคร หลังจากนำเอาพระพุทธรูปเหล่านั้นไปยังไม่ทันข้ามคืนเกิดเป็นบ้าบ้างเกิดท้องร่วง อย่างรุนแรงบ้าง เป็นไข้อย่างฉับพลันบ้าง จนต้องนำเอาพระพุทธรูปกลับคืนมาไว้ที่เดิม ในตอนกลางคืน และอาการที่ป่วยต่าง ๆ หายไปเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น 3. เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2496 - 2497 เด็กหญิงชาวบ้านท่ทาไคร้ ไปอยู่กับญาติ ที่ชลบุรี ได้ขี่จักรยานไปซื้อของถูกรถสิบล้อชนจนจักรยานหักป่นปี้ส่วนเด็กหญิงคนนั้นตก กระเด็นไปตกฟากถนนอีกฝั่งหนึ่งลุกขึ้นได้ปัดฝุ่นแล้วก็เดินได้สบาย ไม่มีบาดเจ็บแม้แต่น้อย รถสิบล้อคันที่ชนไฟลุกใหม้ท่วมเสียหายทั้งคัน หนูน้อยคนนี้มีรูปถ่ายของหลวงพ่ออัดกรอบ พลาสสติกห้อยคอเท่านั้น 4. เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2511 เด็กสาวบ้านท่าไคร้กับเด็กหญิงผู้เป็นน้องไปธุระที่ บ้านดงหมากยางขากลับจวนค่ำถูกคนร้ายจี้เอาสร้อยคอมทองคำหนัก 3 บาทไปจึงต้องครึ่ง วิ่งครึ่งเดินกลับบ้านบอกเล่าเหตุการให้พ่อ - แม่ฟังแล้วรีบไปบอกหลวงพ่อขอให้ติดตามเอา สร้อยกลับคืนมาเวลาล่วงมา 3 วันคนในบ้านหลังนั้นแทบจะไม่เชื่อสายตา เพราะสร้อยคอเส้นที่ถูกจี้เอาไปทิ้งอยู่ระเบียงหน้าบ้าน โดยสร้อยอยู่ในสภาพเดิมทุกประการ 5. เมื่อประมาณ พ.ศ. 2512 - 2513 ก่อนสร้างโบสถ์หลังปัจจุบัน ก็มีแสงสว่างออก มาจากต้นโพธิ์ข้างโบสถ์แล้วข้ามไปบ้านปากบึงประเทศลาวอีก แสงสว่างเช่นนี้จะปรากฏใน วันพระ 2 - 3 เดือนต่อครั้ง และมักจะมีผู้พบเห็นเหตุการณ์เช่นนี้บ่อยครั้ง 6. ร.อ คำม้าว จันทวงศ์ เป็นคนบ้านปากบึงฝั่งประเทศลาว ซึ่งอยู่ตรงข้ามหมู่บ้านท่าไคร้ ก่อนไปราชการสงครามทุกครั้ง ได้บนหลวงพ่อไว้ ไปราชการ เครื่องบินเกิดอุบัติเหตุถึง 3 ครั้ง รอดพ้นชีวิตมาทุกครั้งเขาจึงศรัทธาต่อองค์หลวงพ่อและได้ บริจาคเงินจำนวน 2 หมื่นบาทสร้างโบสถ์หลังปัจจุบัน 7. เมื่อพ.ศ. 2528 ผู้เขียนประสบด้วยตนเองประชุมชาวบ้านตกลงกันเอาช่างมาถ่าย รูปหลวงพ่อ เพื่ออัดกรอบพลาสติกเพื่อให้ผู้ศรัทธาบูชาไปสักการะประจำตัว ก่อนช่างถ่ายภาพจะได้ตกแต่งขันธ์ข้าวดอกไม้เพื่อสักการะและขอขมาแล้วจึงลงมือถ่ายรูป ถ่ายรูปหลวงพ่อประมาณ 10 กว่าท่า เมื่อนำเอาไปล้างแล้วไม่มีรูปหลวงพ่อติดเลยแม้แต่น้อย ฟิล์มมืดดำไปชัตเตอร์ไม่ลั่น กดก็ไม่ลงเหมือนมีอะไรมาขัดไว้

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บ www.srichiangmai.in.th

คำขอพร หลวงพ่อใหญ่ (วัดท่าไคร้)หลวงพ่อพระใหญ่ เป็นพระพุทธรูปรางมารวิชัยพระอุโบสถภายในวัดโพธารามวัดโพธาราม


อ่านต่อรายละเอียด วัดโพธาราม
---------------------------------------

ศาลเจ้าแม่สองนาง

เป็นศาลที่สิงสถิตย์ของเจ้าสองนางลุ่มน้ำโขงที่มีความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านและบุคคลทั่วไป

ที่ตั้ง อ.เมือง ใกล้วงเวียนหอนาฬิกา

ศาลเจ้าแม่สองนาง เป็นศาลที่สิงสถิตย์ของเจ้าสองนางลุ่มน้ำโขงเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านและบุคคลทั่วไปศาลเจ้าแม่สองนาง


อ่านต่อรายละเอียด ศาลเจ้าแม่สองนาง
---------------------------------------

หาดทรายขาวริมฝั่งแม่น้ำโขง

เป็นหาดทรายขาวริมฝั่งแม่น้ำโขงที่สวยงามระยะทางยาวประมาณ 2 กม. เมื่อยามเช้าและเย็นอากาศดีลมพัดเย็นสบาย และความสวยงามเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน


อ่านต่อรายละเอียด หาดทรายขาวริมฝั่งแม่น้ำโขง
---------------------------------------

กุดทิง

เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ มีปลาน้ำจืดมากมาย เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นและตกแสงจะตกกระทบกับน้ำสวยงามมาก เหมาะสำหรับเป็นที่นั่งพักผ่อนชมวิวมาก


อ่านต่อรายละเอียด กุดทิง
---------------------------------------

เจ้าแม่กวนอิม

ตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย


อ่านต่อรายละเอียด เจ้าแม่กวนอิม
---------------------------------------

แก่งอาฮง

มีโขดหินตามลำแม่น้ำโขง ชมปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาค สถานปฏิบัติธรรม แหล่งพักผ่อน ตำบลไคสี อำเภอบึงกาฬ

บั้งไฟพญานาค เกิดขึ้นที่แก่งอาฮงเช่นกัน แต่แตกต่างจากที่อื่น เพราะที่อื่นลูกไฟที่เกิดขึ้นจะเป็นสีแดงอมชมพู แต่บริเวณแก่งอาฮงนี้จะเป็นลูกสีเขียว มีคนเคยเห็นลูกไฟที่เกิดขึ้นที่นี่เมื่อหลายปีก่อนว่า ลูกไฟโตเท่าแท้งค์น้ำ สีเขียวสว่างพุ่งขึ้นจากใต้น้ำ ทำให้บริเวณใกล้เคียงสว่างไสวราวกับว่าเป็นเวลากลางวัน ขึ้นสูงประมาณ 20 เมตร และสาเหตุที่เชื่อว่าแก่งอาฮงเป็น เมืองหลวงของเมืองบาดาล ก็เพราะว่า ตลอดแนวแม่น้ำโขงตลอดสาย ตั้งแต่ประเทศจีน ผ่านมาจนถึงจังหวัดหนองคาย แก่งอาฮง ออกสู่ทะเล แก่งอาฮงถือว่าเป็นสะดือทะเล แม่น้ำโขงที่มีความลึกในหน้าแล้ง ที่ชาวประมงใช้เชือกผูกก้อนหินหย่อนลงไป มีความยาววัดได้ 99 วา ของผู้ใหญ่ เพราะตรงนั้นจะเป็นแอ่งที่มองเห็นด้วยตามนุษย์ บริเวณด้านหลังศาลาวัดอาฮง และยังมีความลึกลับกว่านั้นอีกว่า บริเวณสะดือแม่น้ำโขงดังกล่าวยังเป็นถ้ำใต้น้ำทะลุไปออกที่ ภูงู ฝั่งตรงข้ามที่ประเทศลาวอีกด้วย

ความเชื่อ

แก่งอาฮง...บริเวณดังกล่าวเมื่อวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ บรรดาวิญญาณทั้งหลายก็จะมารวมกันที่นี่ ส่วนจะมารวมกันเพื่ออะไรนั้นยากที่จะบอกได้ แต่ที่แน่ ๆ บรรดาวิญญาณทั้งหลายจะมารวมกัน แต่หากผู้ใดมีจิตใจเข้มแข็ง เข้าไปนั่งสงบสติอารมณ์ ไม่วอกแวก ก็จะได้ยินเสียงโหยหวน บ้างก็มีเสียงปี่ เสียงกลอง เหมือนกับคนกระทำพิธีกรรมอะไรสักอย่าง แต่หากคิดอีกทางหนึ่งก็เพราะว่าบริเวณแก่งอาฮงนี้ หากมีคนตายไหลตามน้ำมาก็จะติดอยู่แก่งนี้ เมื่อก่อนหากมีคนตายในแม่น้ำโขง ก็จะมาโผล่ที่นี่ติดอยู่ตามเกาะ แก่งที่มีอยู่มากมายในหน้าแล้ง แม้แต่หน้าฝนที่นี่ก็จะมีคลื่น เนื่องจากกระแสน้ำกระทบเข้ากับแก่งหิน จึงเป็นที่รวมวิญญาณต่าง ๆ ก็เป็นไปได้

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซท์ thaigoodview.com

บั้งไฟพญานาค เกิดขึ้นที่แก่งอาฮงเช่นกัน แต่แตกต่างจากที่อื่นแก่งอาฮงแก่งอาฮงสามารถชมปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาค และเป็นที่สถานปฏิบัติธรรมด้วยแก่งอาฮงแก่งอาฮง


อ่านต่อรายละเอียด แก่งอาฮง
---------------------------------------

วัดคานสามัคคีธรรม

เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและเป็นสถานที่ก่อสร้างรูปเจ้าแม่กวนอิมที่ใหญ่ที่ สุดในภาคอีสานที่สวย งดงามและมีโบสถ์พระสมณโคดมที่โดดเด่น ตั้งอยู่บนเนินหินดาน ที่คงสภาพป่าถาวรอยู่ ตำบลชัยพร อำเภอบึงกาฬ


อ่านต่อรายละเอียด วัดคานสามัคคีธรรม
---------------------------------------

ด่านศุลกากร-บึงกาฬ-ปากซัน

ปากซันและบึงกาฬ อยู่ระหว่างแม่น้ำโขงที่กว้าง วิธีการข้ามจะใช้เรือของชาวบ้านที่มารับจ้างโดยเสียค่าบริการคนละ 60 บาท หากคนข้ามมีน้อย จะต้องรอจนเรือครบตามจำนวนถึงจะข้ามได้ หรือหากไม่ต้องการรอคนครบก็ต้องเสียเหมาขึ้นอยู่กับตกลงราคากัน(300) คนข้ามฝากไทยลาวจะมีมากช่วงตลาดนัดไทยลาววันอังคารและวันศุกร์

ปากซันและบึงกาฬ อยู่ระหว่างแม่น้ำโขงที่กว้าง ต้องนั่งเรือข้ามฝั่งท่าเรือข้ามฟากด่านศุลกากร-บึงกาฬ-ปากซันด่านศุลกากรบึงกาฬรถโดยสารที่บึงกาฬ


อ่านต่อรายละเอียด ด่านศุลกากร-บึงกาฬ-ปากซัน
---------------------------------------

ถนนคนเดินริมโขง บึงกาฬ

ถนนคนเดินริมโขง บึงกาฬ เป็นโครงการของ ถนนคนเดิน เที่ยวเพลินเมืองบึงกาฬ เริ่ม 27,28,29 กันยายน เป็นที่จะนำมาบอกเล่าสู่กันฟังในวันนี้…หากพูดถึงคำว่า “ถนนคนเดิน” ตอนนี้สิ่งที่นึกถึงใน จ. บึงกาฬ ของเป็นจำภาพบรรยากาศสินค้า ผู้คน แสง สี เสียง รูปแบบการผสมผสานอย่างอิสระแต่ลงตัวของถนนคนเดิน อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่

ถนนคนเดินริมโขง บึงกาฬเป็นโครงการของถนนคนเดิน เที่ยวเพลินเมืองบึงกาฬถนนคนเดินริมโขงถนนคนเดินริมโขง บึงกาฬ


อ่านต่อรายละเอียด ถนนคนเดินริมโขง บึงกาฬ
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา