สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง พัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
อุทัยธานี จองโรงแรมอุทัยธานี

อุทัยธานี

>

ที่พักอุทัยธานี

>

แผนที่อุทัยธานี

>

ร้านอาหารอุทัยธานี

>

การเดินทางอุทัยธานี

>

ประวัติอุทัยธานี


อำเภอเมืองอุทัยธานี, อุทัยธานี

 


วัดจันทาราม (วัดท่าซุง)

ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลน้ำซึม ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 5 กม. ตามทางสาย 3265 มุ่งตรงไปทางแพข้ามฟากอำเภอมโนรมย์ ประมาณ 12 กม. เดิมเป็นวัดที่สร้างในสมัยอยุธยา มีโบสถ์ขนาดเล็ก ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือพื้นบ้านเข้าใจว่าเขียนในสมัยหลังเป็นเรื่องพุทธประวัติ บางภาพต่อเติมจนผิดส่วน มีศาลามณฑปแก้วที่สร้างขึ้นใหม่ รวมทั้งมีท่าเรือคอนกรีตริมฝั่งแม่น้ำเพื่อรองรับพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาทางน้ำ วิหารมีพระปูนปั้นฝีมือพองามมีลายไม้จำหลักขอบหน้าบันเหลืออยู่ 2-3 แห่ง สิ่งที่เป็นโบราณวัตถุของวัดคือ ธรรมมาสน์ที่หลวงพ่อใหญ่สร้าง ด้านตรงข้ามกับวัดเป็นปูชนียสถานแห่งใหม่ มีบริเวณกว้างขวางมาก มีการก่อสร้างอาคารต่างๆ มากมาย ซึ่งสร้างโดยพระราชมหาวีระ ถาวาโร (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) พระเถระที่มีชื่อเสียงเป็นบริเวณพุทธาวาสที่น่าชมมาก พระอุโบสถใหม่สร้างสวยงามภายในประดับและตกแต่งอย่างวิจิตร บานหน้าต่างและประตูด้านในเขียนภาพเทวดาโดยจิตรกรฝีมือดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จพระราชดำเนินมาตัดลูกนิมิตพระอุโบสถแห่งนี้ บริเวณโดยรอบสร้างกำแพงแก้วและมีรูปหล่อหลวงพ่อปาน และหลวงพ่อใหญ่ขนาด 3 เท่า อยู่มุมกำแพงด้านหน้า ยังมีศาลาอยู่หลายหลังสำหรับใช้เป็นสถานที่ฝึกสมาธิและมีที่พักให้ด้วย

แนะนำที่พักในอุทัยธานี


อ่านต่อรายละเอียด วัดจันทาราม (วัดท่าซุง)
---------------------------------------

ฮกแซตึ้ง

พิพิธภัณฑ์ฮกแซตึ้ง อยู่ในเมืองอุทัยธานี เป็นบ้านไม้ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบจีน คาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี บริเวณลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี มีชาวจีนรุ่นแรก ๆ มาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ ตั้งแต่ปลายสมัยอยุธยา ส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าที่เดินทางมากับเรือสินค้า ด้วยที่นี่เป็นตลาดที่เฟื่องฟูมาก เพราะพื้นที่บริเวณนี้ส่วนใหญ่ทำนากัน ชาวนานำข้าวบรรทุกเกวียนมาขาย ชาวจีนเข้ามาเป็นพ่อค้าคนกลางและทำกิจการโรงสีอยู่ที่นี่ และเช่นเดียวกันกับในที่อื่น ๆ ที่มีชาวจีนอาศัยอยู่ ชาวจีนมักรวมตัวกันเป็นสมาคม มีระบบการศึกษาในแบบฉบับของตนเองและพยายามรักษาขนบธรรมเนียมของตนไว้ แรกเริ่มเดิมที ฮกแซตึงสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นสถานที่พบปะสำหรับชุมชนจีนของที่นี่ และใช้เป็นศูนย์กลางในการประกอบพิธีกรรมในเทศกาลกินเจ นอกจากนี้ครั้งหนึ่งที่นี่ยังเคยเป็นร้านขายยาจีน รวมถึงเป็นที่ฝึกฝนแพทย์แผนจีนด้วย ตัวอาคารฮกแซตึ้งมิได้เป็นของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง หากแต่เป็นการดูแลรักษาร่วมกันของสมาคม อย่างไรก็ดีปัจจุบันผู้ดูแลและเป็นเจ้าของคือคุณเสงี่ยม ปาลวัฒน์วิชัย ตัวอาคารสร้างด้วยไม้สักทั้งหลังในสถาปัตยกรรมแบบจีน มีทั้งหมด 2 ชั้น ชั้นบนประกอบด้วยห้องบูชาบรรพบุรุษ ห้องสำหรับเก็บเครื่องดนตรีและเครื่องใช้ในการประกอบพิธีกรรมในเทศกาลกินเจ ส่วนชั้นล่างเป็นร้านขายยาจีน และใช้เป็นที่อยู่อาศัย ในส่วนที่อยู่ของพวกผู้หญิงจะแยกออกต่างหากออกไปทางด้านหลัง เหนือบานหน้าต่างและประตูของตัวบ้านจะประดับด้วยปูนปั้นรูปต่าง ๆ อาทิ ค้างคาว ใบตอง ผลทับทิม ซึ่งช่างฝีมือชาวจีนท้องถิ่นเชื่อว่าจะนำความสุขและความโชคดีมาให้ผู้อาศัย

ปัจจุบันฮกแซตึ๊งได้ปิดตัวเองลง หลังจากกระแสร้านขายยาสมัยใหม่มีเพิ่มมากขึ้น จนทำให้ไม่อาจสวนกระแสต่อไปได้ ซึ่งทุกวันนี้ผู้ถือสิทธิ์ครอบครองคือป้าเสงี่ยม แห่งร้านวัฒนไพศาล เป็นร้านขายเหล้า ซึ่งอยู่หัวมุมถนน แยกปลาแรด

เมื่อก่อนฮกแซตึ้งเป็นสถานที่พบปะสำหรับชุมชนจีนฮกแซตึ้งตัวอาคารสร้างด้วยไม้สักทั้งหลังในสถาปัตยกรรมแบบจีนพิพิธภัณฑ์ฮกแซตึ้ง


อ่านต่อรายละเอียด ฮกแซตึ้ง
---------------------------------------

วัดใหม่จันทราราม

ตั้งอยู่ เทศบาลเมืองอุทัยฯ ถ.ณรงค์วิถี ต.อุทัยใหม่  เดิมชื่อวัดพะเนียด เป็นวัดร้าง ต่อมาในปี พ.ศ. 2454 ต้นรัชกาลที่ 6 มีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดและเปลี่ยนชื่อวัดใหม่จันทราราม แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า "วัดใหม่" ภายในโบสถ์มีจิตรกรรมฝาผนัง รูปดอกมณฑารพ (ดอกไม้แห่งเมืองสวรรค์) ตัวโบสถ์มีลักษณะคล้ายเรือ ส่วนหน้าเชิดขึ้น หน้าบันโบสถ์เป็นศิลปะจีนผสม ตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบเป็นลายเครือเถา

แนะนำที่พักในอุทัยธานี


อ่านต่อรายละเอียด วัดใหม่จันทราราม
---------------------------------------

วัดธรรมโฆษก (วัดโรงโค)

เคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒนสัตยาของข้าราชการเมืองอุทัยธานี และเป็นลานประหารนักโทษ

เป็นวัดที่สร้างในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์  ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมืองดงามจัดว่าสวยงามที่สุดในอุทัยธานี สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือช่างสมัยอยุธยาตอนปลายที่ยังมีชีวิตอยู่ถึงสมัยรัตนโกสินทร์ จิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพพุทธประวัติตอนเสด็จลงจากดาวดึงส์ และตอนผจญมาร ผนังข้างด้านบนเป็นภาพเทพชุมนุมสลับกับพัดยศ กรอบหน้าต่างด้านนอกเป็นลายปูนปั้น

วิหารสร้างยกพื้นสูงกว่าโบสถ์ หน้าบันเป็นรูปช้างสามเศียร ภายในมีแท่นสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปซึ่งมีประมาณ 20 องค์ จัดเรียงอย่างมีระเบียบ บนหน้าต่างด้านนอกมีลายปูนปั้นเป็นเรื่องรามเกียรติ์ประดับเป็นกรอบ  ประตูวิหารเป็นไม้จำหลักลายดอกไม้ทาสีแดงงดงามมาก  โบสถ์และวิหารมีพระปรางค์และเจดีย์เรียงรายอยู่ 2-3 องค์

กำแพงรอบโบสถ์ของวัดนี้ก่อต่อกับฐานวิหารเพราะมีพื้นสูงกว่า ประตูเป็นซุ้มแบบจีน และด้านหลังโบสถ์มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปเช่นเดียวกับด้านหน้า

ที่ตั้ง ถนนศรีอุทัย ตำบลอุทัยใหม่ ใกล้ตลาดเทศบาล เมืองอุทัยธานี, อุทัยธานี

แนะนำที่พักในอุทัยธานี

วัดธรรมโฆษกเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒนสัตยาของข้าราชการเมืองอุทัยธานีวัดธรรมโฆษกวัดธรรมโฆษกภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในวัดธรรมโฆษกวัดธรรมโฆษก


อ่านต่อรายละเอียด วัดธรรมโฆษก (วัดโรงโค)
---------------------------------------

ลำน้ำสะแกกรัง

เป็นแม่น้ำมีต้นกำเนิดอยู่ในเขตเทือกเขาโมโกจู ในเขตจังหวัดกำแพงเพชร ไหลไปบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่บ้านท่าซุง ตำบลท่าซุง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี มีความยาวประมาณ 225 กิโลเมตร    แม่น้ำสะแกกรัง มีหลายชื่อตามท้องถิ่นที่แม่น้ำไหลผ่านคือ    คลองแม่เร่ - แม่วง คือ ช่วงที่ไหลผ่านอำเภอคลองขลุง อำเภอขานุวรลักษณบุรี จังหวัดกำแพงเพชร และอำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์จนถึงเขาชนกัน  แม่น้ำวังม้า คือ ช่วงที่ไหลผ่านอำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ และอำเภอสว่างอารมณ์ จังหวัดอุทัยธานี  แม่น้ำตากแดด คือ ช่วงไหลผ่านเขตอำเภอสว่างอารมณ์ อำเภอทัพทัน และอำเภอเมือง ฯ จนถึงปากคลองขุมทรัพย์  แม่น้ำสะแกกรัง คือ ช่วงตั้งแต่ปากคลองขุมทรัพย์ หรือคลองอีเติ่ง ที่บ้านจักษา อำเภอเมืองอุทัยธานี หรือตรงปลายแม่น้ำตากแดด ณ จุดที่แม่น้ำตากแดดไหลมาบรรจบกับคลองขุมทรัพย์ ซึ่งน้ำจะเป็นสองสี แล้วไหลผ่านตัวเมืองอุทัยธานี แล้วไหลไปบรรจบแม่น้ำเจ้าพระยาที่อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท มีความยาวจากต้นน้ำถึงจุดที่บรรจบแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ 108 กิโลเมตร

แม่น้ำสะแกกรังเป็นแม่น้ำมีต้นกำเนิดอยู่ในเขตเทือกเขาโมโกจูอาคารบริเวณแม่น้ำสะแกกรังแม่น้ำสะแกกรังแม่น้ำสะแกกรัง


อ่านต่อรายละเอียด ลำน้ำสะแกกรัง
---------------------------------------

วัดอุโปสถาราม

เดิมชื่อวัดโบสถ์มโนรมย์ ชาวบ้านเรียกว่าวัดโบสถ์ เป็นวัดเก่าแก่อยู่ริมลำน้ำสะแกกรังในเขตเทศบาลเมือง จากตลาดสดเทศบาล มีสะพานข้ามแม่น้ำไปยังวัดอุโปสถาราม ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ สิ่งที่น่าสนใจในวัดได้แก่ จิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์ และวิหาร เป็นภาพเขียนสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในโบสถ์เป็นภาพเกี่ยวกับพุทธประวัติเริ่มตั้งแต่ประสูติจนถึงปรินิพพานฝีมือประณีตมาก ส่วนในวิหารเขียนเป็นภาพพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดเทพยดาบนสวรรค์และภาพปลงสังขาร ด้านบนฝาผนังเป็นพระสงฆ์สาวกชุมนุมสลับกับพัดยศเหมือนจะไหว้พระประธานในวิหาร ฝาผนังด้านนอกหน้าวิหารมีภาพถวายพระเพลิงศพพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและภาพชีวิตชาวบ้านที่เกี่ยวกับพุทธศาสนา เข้าใจว่าเป็นฝีมือชั้นหลัง นอกจากนี้ภายในวัดอุโปสถาราม ยังมีสิ่งของที่น่าชมอีกมาก เช่น

ภาพจิตรกรรมในวิหาร ภายในวิหารประดิษฐานพระประธานปางห้ามญาติ ซึ่งมีฉัตรห้าชั้นประดับอยู่เหนือเศียร ด้านซ้ายและขวาของพระประธานประดิษฐานพระพุทธรูปยืนทำด้วยไม้แก่นจันทน์สององค์ ที่ฝาผนังทั้งสี่ด้านมีภาพจิตรกรรม ที่นอกจากจะเขียนเป็นเรื่องพุทธประวัติแล้ว ยังมีภาพพระมาลัยซึ่งเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง และภาพพระอสีติมหาสาวกซึ่งเป็นสาวกองค์สำคัญถึง 80 องค์ โดยช่างได้เขียนซ้อนกันเป็นสองแถว อีกองค์ประกอบหนึ่งที่น่าสนใจคือ ภาพพัดยศที่คั่นระหว่างมหาสาวก ชั้นบนเป็นพัดยศทรงดอกพุดตาน ชั้นล่างเป็นพัดยศทรงหน้านาง เขียนบนพื้นสีม่วงที่มีลายดอกไม้ร่วงอันสวยงาม มีภาพที่น่าชมอีกภาพหนึ่ง เป็นภาพพระอสุภกรรมฐาน คือการที่พระสงฆ์พิจารณาซากศพในสภาพต่างๆ ภาพจิตรกรรมในโบสถ์ โบสถ์ตั้งอยู่คู่กับวิหาร ภายในประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัยจำนวนห้าองค์ซึ่งอยู่บนฐานชุกชีเดียวกัน ผนังด้านในโบสถ์ทั้งสี่ด้านมีภาพจิตรกรรมเป็นเรื่องพุทธประวัติ ซึ่งมีความพิเศษคือ ภาพกองทัพเหล่าพญามารที่มาขัดขวางการบำเพ็ญเพียรของพระพุทธเจ้านั้น เดิมนิยมเขียนไว้ที่ผนังด้านหน้าพระประธาน แต่ที่โบสถ์นี้กลับเขียนไว้ด้านหลัง ส่วนแม่พระธรณีที่ผุดขึ้นมาแสดงปาฏิหาริย์ให้พญามารได้เห็นบุญมารมีของพระพุทธองค์ที่ทรงสั่งสมมาจนพญามารต้องยอมแพ้นั้น ตามวัดทั่วไปจะเขียนอยู่ด้านหน้าพระประธาน แต่ที่โบสถ์นี้เขียนอยู่ด้านซ้ายของพระประธาน มณฑปแปดเหลี่ยม เป็นอาคารแปดเหลี่ยม สองชั้น มีบันไดวนอยู่ด้านนอกอาคาร ซุ้มหน้าต่างเป็นวงโค้งแบบอาคารในยุคอาณานิคม ลายปูนปั้นบนผนังด้านนอกที่เป็นภาพพระพุทธรูปปางถวายเนต อยู่ท่ามกลางหงส์และนกกระสา ช่วยตกแต่งให้มณฑปงดงามยิ่งขึ้น มณฑปแปดเหลี่ยมนี้ หลวงพิทักษ์ภาษา (บุญเรือง พิทักษ์อรรณนพ) สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2442 เพื่อถวายแด่พระสุนทรมุนี (จัน) หรือพระครูอุไททิศธรรม ซึ่งเคยเป็นเจ้าอาวาสวัดและเจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานีในช่วงรัชกาลที่ 5

แนะนำที่พักในอุทัยธานี

วัดอุโปสถาราม เป็นวัดเก่าแก่อยู่ริมลำน้ำสะแกกรังวัดอุโปสถารามวัดอุโปสถารามจิตรกรรมฝาผนังภายในโบสถ์ภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดอุโปสถารามวัดอุโปสถาราม


อ่านต่อรายละเอียด วัดอุโปสถาราม
---------------------------------------

วัดสังกัสรัตนคีรี

สถานที่ตั้ง ตั้งอยู่เชิงเขาสะแกกรัง สุดถนนท่าช้าง ในเขตเทศบาลเมือง อยู่ตรงข้ามศาลาประชาคมจังหวัดอุทัยธานี ต้องจอดรถยนต์แถวตลาดแล้วเดินเท้าข้ามสะพานไปอีกฝั่งของแม่น้ำสะแกกรัง

ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอุทัยธานี มีประวัติว่าในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าฯ ให้นำพระพุทธรูปขนาดย่อมที่ชำรุดไปไว้ตามหัวเมืองต่างๆ เมื่อ พ.ศ. 2335-2342 สำหรับเมืองอุทัยธานีได้รับ 3 องค์ โดยอัญเชิญลงแพมาขึ้นฝั่งที่ท่าพระ (ตรงข้ามศาลาประชาคมจังหวัดอุทัยธานี) แล้วนำมาประดิษฐานไว้ที่วัดขวิด พระพุทธรูปองค์หนึ่งมีขนาดใหญ่เป็นพระเนื้อสำริดปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 ศอก สร้างในสมัยพระเจ้าลิไท ฝีมือช่างสุโขทัยยุค 2 มีส่วนเศียรกับส่วนองค์พระเป็นคนละองค์ เข้าใจว่าคงซ่อมเป็นองค์เดียวกันก่อนนำมาไว้ที่เมืองอุทัยธานี ต่อมาเมื่อยุบวัดขวิดไปรวมกับวัดทุ่งแก้ว จึงได้ย้ายพระพุทธรูปองค์นี้ไปไว้ที่วัดสังกัสรัตนคีรี ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองไป 1 กม. และได้ทำพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในพระเศียร พร้อมกับถวายนามว่า “พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์” ในวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ของทุกปีจะมีประเพณีตักบาตรเทโว โดยพระสงฆ์ประมาณ 500 รูปจะเดินลงบันไดจากยอดเขาสะแกกรังมารับบิณฑบาตที่ลานวัดเป็นประเพณีที่สำคัญของจังหวัด

ประวัติ  หมู่บ้านสะแกกรัง สมัยสุโขทัย เรียกว่า อู่ไทย หมายถึงที่อยู่ของคนไทย เป็นเมืองหน้าด่านสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นสมรภูมิสำคัญในการขับไล่พม่าสมัยกรุงธนบุรี ย้ายเมืองอู่ไทยมาไว้ที่ที่บ้านสะแกกรัง จนกลายเป็นชุมชนเติบโตถึงปัจจุบัน    สมเด็จพระวันรัต วัดมหาธาตุฯ มีนามเดิมว่า เฮง หรือ กิมเฮง นามฉายาว่า เขมจารี เกิดเมื่อวันจันทร์ เดือน ๓ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ปีมะเส็ง จ.ศ.๑๒๔๓ ตรงกับวันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๔๒๔ ณ บ้านท่าแร่ ต.สะแกกรัง อ.เมือง จ.อุทัยธานี บิดาเป็นจีนนอก ชื่อตั้วเก๊าแซ่ฉั่ว เป็นพ่อค้า มารดาชื่อ ทับทิม ยายชื่อ แห อุปถัมภ์เลี้ยงดูพระวันรัต วัดมหาธาตุฯ    ครั้นอายุย่างเข้า ๘ ปี ป้าชื่อ เกศร์ ได้พาท่านไปฝากให้เรียนหนังสือไทยอยู่ในสำนักพระอาจารย์ชัง วัดขวิด จนมีความรู้หนังสือไทยเขียนได้อ่านออก ครั้นอายุย่างเข้า ๑๑ ปี ยายและป้าได้พาไปฝากอยู่ในสำนักพระปลัดใจ (ซึ่งต่อมาเป็นพระราชาคณะ ที่พระสุนทรมุนี เจ้าคณะจ.อุทัยธานี) เจ้าอาวาสวัดทุ่งแก้ว ซึ่งต่อมา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๕ รวมวัดขวิดกับวัดทุ่งแก้วเข้าด้วยกัน ตั้งชื่อว่า วัดมณีสถิตกปิตถาราม (ปัจจุบันชื่อ วัดสังกัสรัตนคีรี) สุดถนนท่าช้างในเขตเทศบาลเมือง    พ.ศ. 2335 - 2342 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้นำพระพุทธรูปขนาดย่อมที่ชำรุดไปไว้ตามหัวเมืองต่างๆ เมืองอุทัยธานีได้รับ 3 องค์ พระพุทธรูป องค์ที่ 1 นำมาประดิษฐานไว้ที่วัดขวิด เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่เป็นพระเนื้อทองสำริด ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 ศอก สร้างในสมัยพระเจ้าลิไท ฝีมือช่างสุโขทัยยุค 2 มีส่วนเศียรกับส่วนองค์พระเป็นคนละองค์ เข้าใจว่าคงซ่อมเป็นองค์เดียวกันก่อนนำมาไว้ที่เมืองอุทัยธานี    ต่อมาเมื่อยุบวัดขวิดไปรวมกับวัดทุ่งแก้ว จึงได้ย้ายพระพุทธรูปองค์นี้ไปไว้ที่ วัดสังกัสรัตนคีรี และได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในพระเศียร พร้อมกับถวายนามว่า พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์สร้างมาแล้วนาน 214 ปี

แนะนำที่พักในอุทัยธานี

วัดสังกัสรัตนคิรีวัดสังกัสรัตนคิรีวัดสังกัสรัตนคิรีวิหารพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์


อ่านต่อรายละเอียด วัดสังกัสรัตนคีรี
---------------------------------------

เขาสะแกกรัง

จากบริเวณลานวัดสังกัสรัตนคีรีมีบันไดขึ้นไปสู่ยอดเขาสะแกกรัง หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 3220 เป็นระยะทาง 4 กม. แล้วเลี้ยวบริเวณสนามกีฬาจังหวัดไปตามทางขึ้นสู่ยอดเขา จากบนยอดเขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองอุทัยธานีได้กว้างขวาง เป็นที่ตั้งของมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งย้ายมาจากวัดจันทาราม สร้างเมื่อ พ.ศ. 2448 ด้านหน้ามีระฆังใบใหญ่ที่พระปลัดใจและชาวอุทัยธานีร่วมกันสร้างเมื่อ พ.ศ. 2443 ถือกันว่าเป็นระฆังศักดิ์สิทธิ์ ใครที่ไปเที่ยวอุทัยธานีแล้วไม่ได้ขึ้นไปตีระฆังใบนี้ก็เท่ากับไม่ได้ไปเที่ยวอุทัยธานี

ใกล้กับมณฑปบนยอดเขาสะแกกรังมีพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก แห่งรัชกาลที่ 1 ซึ่งมีพระนามเดิมว่านายทองดี รับราชการตำแหน่งพระอักษรสุนทรศาสตร์ เสมียนตรากรมมหาดไทย และต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ ครั้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี (พระนามเดิมนายทองด้วง) ได้สถาปนาพระอัฐิพระบิดาเป็นสมเด็จพระชนกาธิบดี เมื่อปี พ.ศ. 2338

พระบรมรูปของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกนาถ เป็นรูปหล่อขนาดสองเท่าขององค์จริงประทับนั่งบนแท่นพระหัตถ์ซ้ายถือดาบประจำตำแหน่งเจ้าพระยาจักรีทั้งฝักวางบนพระเพลาซ้าย ส่วนพระหัตถ์ขวาทรงวางบนพระเพลาขวา ด้านขวามือมีพานวางพระมาลาเส้าสูง ไม่มียี่ก่า (ขนนก) สวมพระบาทด้วยรองเท้าแตะไม่หุ้มส้นพระบาท มีพิธีถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์แห่งนี้ ในวันที่ 6 เมษายน ของทุกปี ซึ่งตรงกับช่วงที่ดอกสุพรรณิการ์ หรือฝ้ายคำ ดอกไม้ประจำจังหวัดอุทัยธานีบานสะพรั่งอยู่ทั่วไปบนเขาสะแกกรัง

แนะนำที่พักในอุทัยธานี

ระฆังใบใหญ่ที่พระปลัดใจและชาวอุทัยธานีร่วมกันสร้างเขาสะแกกรังรอยพระพุทธบาทจำลองพระบรมรูปของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกนาถ


อ่านต่อรายละเอียด เขาสะแกกรัง
---------------------------------------

วัดมณีสถิตย์ปิฏฐาราม

ตั้งอยู่ที่ถนนสุนทรสถิตย์ หน้าสวนสุขภาพในเขตเทศบาลเมือง วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ ชาวเมืองเรียกกันว่า วัดทุ่งแก้ว ในวัดนี้มีพระปรางค์ห้ายอด สร้างเมื่อ พ.ศ. 2452 ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อแย้มผู้สร้างวัดนี้ ในบริเวณวัดมีสระน้ำมนต์ขนาดใหญ่ ก่อด้วยอิฐ กลางสระมีแผ่นศิลาอักขระยันต์ของหลวงพ่อแย้มฝังเอาไว้ เคยใช้น้ำในสระแห่งนี้เป็นน้ำสรงพุทธาภิเษก ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และรัชกาล 7

วัดมณีสถิตย์กปิฏฐารามสระน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ หลวงปู่แย้มวัดมณีสถิตย์กปืฏฐารามวัดมณีสถิตย์กปืฏฐารามวัดนี้สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ ชาวเมืองเรียกกันว่า วัดทุ่งแก้ว


อ่านต่อรายละเอียด วัดมณีสถิตย์ปิฏฐาราม
---------------------------------------

เขื่อนวังร่มเกล้า

ตั้งอยู่ที่บ้านใต้ ตำบลทุ่งใหญ่ เขตอำเภอเมือง การเดินทางใช้เส้นทางจากอำเภอทัพทันไปอำเภอโกรกพระ ตามทางหลวงหมายเลข 3005 เป็นระยะทาง 8 กม. จะมีทางแยกขวามือเป็นทางลูกรัง 1.5 กม. ถึงเขื่อนวังร่มเกล้า เขื่อนนี้เป็นเขื่อนชลประทานขนาดเล็กกั้นแม่น้ำตากแดดหรือแม่น้ำสะแกกรังในเขตอำเภอเมืองอุทัยธานี ทัศนียภาพบริเวณอ่างเก็บน้ำหน้าเขื่อนสวยงาม

แนะนำที่พักในอุทัยธานี


อ่านต่อรายละเอียด เขื่อนวังร่มเกล้า
---------------------------------------

เมืองโบราณบ้านใต้

อยู่ตำบลทุ่งใหญ่ เลยท้ายเขื่อนวังร่มเกล้าไป 300 เมตร เป็นสถานที่พบซากโบราณสถานระฆังหิน ฐานพระพุทธรูปยืนทำด้วยศิลา กำไลหิน พระพุทธรูปสำริด สภาพเมืองยังคงมีแนวกำแพงดินเหลืออยู่บ้าง

แนะนำที่พักในอุทัยธานี


อ่านต่อรายละเอียด เมืองโบราณบ้านใต้
---------------------------------------

วัดพิชัยปุรณาราม

วัดพิชัยปุรณาราม เดิมทีชื่อวัดกร่าง หากพิจารณาจากรูปแบบศิลปกรรมที่ปรากฏภายในโบสถ์ สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยอู่ทองหรืออโยธยาจนถึงสมัยอยุธยาตอนต้น ได้รับการบูรณะซ่อมแซมหลายครั้ง เป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งในตัวเมืองอุทัยธานี ดังปรากฏที่รูปแบบศิลปะขององค์พระพุทธชัยสิทธิ์ พระพุทธรูปปางมารวิชัยและสถาปัตยกรรมของวิหาร อายุกว่า 600 ปี ภายในโบสถ์มีงานจิตรกรรมฝาผนังให้ชมด้วย

วัดพิชัยปุรณาราม ได้รับการบูรณะซ่อมแซมหลายครั้งภายในโบสถ์มีงานจิตรกรรมฝาผนังให้ชมวัดพิชัยปุรณารามวัดพิชัยปุรณารามวัดพิชัยปุรณาราม


อ่านต่อรายละเอียด วัดพิชัยปุรณาราม
---------------------------------------

วัดอมฤตวารี

วัดอมฤตวารี  สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2325 เดิมชื่อวัดหนองน้ำคัน เพราะตั้งอยู่ใกล้หนองน้ำใหญ่ ซึ่งน้ำในบ่อสามารถรักษาอาการคันตามร่างกายได้ ในปี พ.ศ. 2482 พระสุนทรมุนี เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี และสมเด็จพระวันรัต เจ้าคณะมณฑลนครสวรรค์ในขณะนั้น ได้ลงความเห็นร่วมกันว่า ชื่อวัดหนองน้ำคันไม่เป็นมงคลนาม จึงดำริให้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดอมฤตวารี ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝีมือช่างท้องถิ่น แม้เส้นสีจะไม่คมชัด แต่ก็มีความน่าสนใจ สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือช่างในสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นเรื่องพุทธประวัติตอนมารผจญ


อ่านต่อรายละเอียด วัดอมฤตวารี
---------------------------------------

วัดจักษาภัทธาราม

วัดจักษาภัทธาราม ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝีมือช่างเขียนยุคปัจจุบันให้ชม เป็นผลงานของศิลปินรุ่นใหม่ วิธีเขียนภาพเลียนแบบศิลปินชั้นครู ได้แก่ ไพบูลย์ สุวรรณกูฎ และ ประเทือง เอมเจริญ ซึ่งมีฝีแปรงอันหนักแน่นแม่นยำ จิตรกรรมในโบสถ์นี้ัจะเขียนด้วยสีน้ำมัน เป็นภาพขนบธรรมเนียมประเพณีที่พบได้ตามวัดทั่วๆไป


อ่านต่อรายละเอียด วัดจักษาภัทธาราม
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา