สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง พัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
ตาก Tak English Version, Please Click Here !!

ตาก

>

ที่พักตาก

>

แผนที่ตาก

>

ร้านอาหารตาก

>

การเดินทางตาก

>

ประวัติตาก


ตามเส้นทางตาก-แม่สอด
(ทางหลวงหมายเลข 105), ตาก


น้ำตกผาเท

อยู่สูงขึ้นไปตามลำห้วย ห่างจากน้ำตกผาผึ้งตามทางเดินประมาณ 1.4 กม. มีลักษณะเป็นหน้าผาชันดิ่ง สูงประมาณ 25 ม. เมื่อน้ำห้วยลานสางที่ไหลมาตามซอกเขาด้วยความเร็วมาถึงยอดหน้าผา ซึ่งเป็นท้องน้ำตกที่มีการลดระดับต่ำลงอย่างรวดเร็ว น้ำจะพุ่งพ้นยอดผาเป็นสาย ลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่างด้วยความแรง จนน้ำกระจายเป็นฝอย ทำให้เกิดเสียงดังครืนๆ ได้ยินแต่ไกล              การเดินทาง จากจังหวัดตากใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 105 (ตาก-แม่สอด) จนถึงหลักกม.ที่ 12-13 จะมีทางลาดยางแยกซ้ายมือเข้าไปสู่เขตอุทยานฯ อีก 3 กม. ถึงที่ทำการอุทยานฯ              สถานที่พัก บังกาโล 4 หลัง อัตราค่าที่พัก 150-600 บาท/คืน/หลัง และเต็นท์ขนาด 4 ที่นอน ราคา 40 บาท/คืน นักท่องเที่ยวเตรียมเต็นท์และอุปกรณ์ของเต็นท์ไปเอง ทางอุทยานฯ จะจัดหาบริเวณที่กางเต็นท์ให้ คิดค่าบริการคนละ 5 บาท/ คืน ติดต่อขอทราบรายละเอียดได้ที่ แผนกจองบ้านพัก กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. 579-5734, 579-7223

 


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกผาเท
---------------------------------------

น้ำตกลานสาง

อยู่ตอนต้นของห้วยลานสาง ถัดขึ้นไปจากน้ำตกลานเลี้ยงม้าประมาณ 2 กม. ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตามทางเดินระยะทาง 100 ม. เป็นน้ำตกชั้นที่มีผู้นิยมไปท่องเที่ยวมากที่สุด มีความสูงประมาณ 40 ม. น้ำตกจะไหลพุ่งออกมาจากซอกเขาแล้วไหลลดหลั่นลงมา 3 ชั้น รวมตัวลงสู่แอ่งน้ำ และไหลลงสู่น้ำตกลานเลี้ยงม้า


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกลานสาง
---------------------------------------

น้ำตกผาผึ้ง

อยู่ตอนต้นของห้วยลานสางสูงขึ้นไปตามซอกเขา ห่างจากน้ำตกลานสางตามทางเดินประมาณ 600 ม. มีลักษณะเป็นหน้าผาเรียบ ๆ ลาดชันประมาณ 70 องศา สูงประมาณ 30 ม. น้ำห้วยลานสางเมื่อไหลมาถึงยอดน้ำตกจะไหลบ่าแผ่กระจายไปตามหน้าผา เป็นบริเวณกว้างลงสู่แอ่งน้ำตก


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกผาผึ้ง
---------------------------------------

ต้นกระบากใหญ่

มีขนาดโตวัดโดยรอบได้ 16.6  ม.หรือราว 14 คนโอบ และสูงประมาณ 50 ม. เป็นต้นกระบากที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใน-ประเทศไทย ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 4 กม.เป็นทางรถยนต์ 3 กม. และเป็นทางเดินเท้าลงเขาสูงชันอีกประมาณ 1 กม. 


อ่านต่อรายละเอียด ต้นกระบากใหญ่
---------------------------------------

ศาลเจ้าพระวอ

ตั้งอยู่บนเนินเขาพะวอบนถนนสายตาก-แม่สอดบริเวณกม.ที่ ๖๒-๖๓ ศาลนี้เป็นที่เคารพนับถือของชาวเมือตากและแม่สอดมาก เล่ากันว่าท่านเป็นนักรบชาวกะเหรี่ยง สมเด็จพระนเรศวรทรงแต่งตั้งให้เป็นนายด่านอยู่ที่ด่านแม่ละเมา เพื่อคอยป้องข้าศึกมิให้ข้ามเข้ามาได้ เดิมทีศาลเจ้าพ่อพะวออยู่อีกด้านหนึ่งของเขา แต่เมื่อตัดถนนไปทางใหม่จึงได้มาสร้างศาลขึ้นใหม่ มีผู้เล่าว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ถ้าใครไปล่าสัตว์ในบริเวณเขาพะวอแล้วมักจะเกิดเหตุต่างๆ เช่นรถเสีย เจ็บป่วย หรือหลงทางและเพราะเหตุที่เจ้าพ่อพะวอเป็นนักรบจึงชอบเสียงปืน ผู้ที่เดินทางผ่านนิยมยิงปืนถวายท่านเป็นการแสดงความเคารพ หรือมิฉะนั้นก็จะจุดประทัดหรือบีบแตรรถถวาย


อ่านต่อรายละเอียด ศาลเจ้าพระวอ
---------------------------------------

เนินพิศวง

มีลักษณะเป็นทางขึ้นเนินอยู่ถนนสายตาก-แม่สอด ตรงหลักกม.ที่ ๖๘ มีความแปลกคือ เมื่อนำรถไปจอดไว้ตรงทางขึ้นเนินโดยไม่ติดเครื่องรถจะไหลขึ้นไปเองมี นักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์พบว่าเกิดจากภาพลวงตา เนื่องจกได้มีการวัดระดับความสูงของเนินลูกนี้แล้ว ปรากฎว่าช่วงที่มองเห็นเป็นที่สูงนั้นมีระดับความสูงต่ำกว่าช่วงที่เห็นเป็นทางขึ้นเนิน ดังนั้นรถที่เรามองเห็นไหลขึ้นนั้นที่จริงไหลลงสู่ที่ต่ำกว่าแต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถบอกได้ว่าเหตุใดจึงมองเห็นเป็นภาพลวงตาเช่นนั้นได


อ่านต่อรายละเอียด เนินพิศวง
---------------------------------------

ศาลเจ้าพ่อขุนสามชน

อยู่ทางขวามือริมทางสายตาก-แม่สอด ตรงหลักกม.ที่ ๗๑-๗๒ เป็นศาลเจ้าริมทางลักษณะเดียวกับศาลเจ้าพ่อพะวอศาลนี้เพิ่งสร้างเสร็จ และทำพิธีเปิดเมื่อปลายปี 2523 เหตุที่สร้างศาลนี้เล่ากันว่ามีคหบดีผู้หนึ่งเจ็บป่วยด้วยโรคอัมพาตมาช้านานแล้วได้ฝันว่ามีผู้มาบอกให้สร้างศาลเจ้าพ่อขุนสามชนขึ้นตรงบริเวณที่เป็นศาลปัจจุบัน คหบดีผู้นั้นจึงสร้างศาลขึ้นถวายเรียกว่าศาลเจ้าพ่อขุนสามชน นับแต่นั้นมาอาการของคหบดีผู้นั้นก็เป็นปกติ ชาวบ้านจึงให้ความเคารพนับถือศาลนี้มาก


อ่านต่อรายละเอียด ศาลเจ้าพ่อขุนสามชน
---------------------------------------

วัดมณีไพรสณฑ์

อยู่ในตลาดแม่สอด วัดนี้มีเจดีย์วิหารสัมพุทเธ ซึ่งมีลักษณะแปลก คือ บนองค์เจดีย์มีเจดีย์เล็กๆ ล้อมรอบถึง 233 องค์ และมีพระพุทธรูปบรรจุอยู่ถึง 512,028 องค์ นอกจากนี้ภายในวัดยังมี โบสถ์เก่าแก่อายุกว่า 200 ปี ที่บริเวณหน้าบันและหลังคามีลายไม้ฉลุสวยงาม และบริเวณโดยรอบวัดมีซุ้มและศาลาประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ เช่น หลวงพ่อสังกัจจาย พระพุทธรูปปูนปั้นปางพุทธไสยาสน์ เป็นต้น


อ่านต่อรายละเอียด วัดมณีไพรสณฑ์
---------------------------------------

วัดชุมพลคีรี

เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 200 ปี ภายในประดิษฐานเจดีย์สร้างใหม่ซึ่งจำลองแบบมาจากเจดีย์ชเวดากองของพม่าภายในโบสถ์ประดิษฐาน พระพุทธรูปประธานปางมารวิชัย ส่วนในวิหารเป็นที่เก็บกลองโบราณอายุกว่า 200 ปี

ที่ตั้ง ถ. อินทรคีรี อ. แม่สอด

รถยนส่วนตัวจาก อ.เมือง ใช้ทางหลวงหมายเลข 105 เมื่อถึงวงเวียนเข้าตัวเมืองแม่สอด ให้ตรงเข้า ถ.อินทรคีรี จนถึงสามแยกให้เลี้ยวซ้ายเข้า ถ.ประสาทวิถี (บังคับเดินรถทางเดียวจากนั้นใช้ ถ.ประสาทวิถีไปทางวัดอรัญญเขต เมื่อถึงวัดอรัญญเขตให้กลับรถเข้า ถ.อินทรคีรีอีกครั้ง แล้วตรงไปวัดอยู่ทางซ้ายมือ เยี้องกับ ธ.นครหลวงไทย รถรับจ้าง เหมารถมอเตอร์ไซค์รับจ้างจาก อ.แม่สอด

สิ่งที่น่าสนใจ เจดีย์ ตามประวัติระบุว่า เจดีย์นี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2314 โดยจำลองแบบมาจากเจดีย์ชเวดาองในพม่า เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทาสีขาว สูง 20 ม. ฐานย่อมุม องค์ระฆังประดับด้วยกระเบื้องและลวดลายสีทองไปจนจดยอดเจดีย์ซึ่งเป็นยอดฉัตร มีเจดีย์รายขาดเล็กทาสีทอง 20 องค์ ล้อมรอบด้วยดำแพงแก้ว บริเวณใกล้เคียงมีวิหารซึ่งภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นจำลองจากพระพุทธชินราช


อ่านต่อรายละเอียด วัดชุมพลคีรี
---------------------------------------

แม่น้ำเมย

(พม่าเรียกแม่น้ำต่องยิน) จากตัวอำเภอแม่สอดไปทางตะวันตกตามทางหลวงหมายเลข 105 ประมาณ 6 กม. สุดเขตแดนไทยจะถึงแม่น้ำเมย ซึ่งเป็นเส้นกั้นเขตแดนไทยกับพม่า แม่น้ำสายนี้น้ำไหลขึ้นมิได้ไหลล่องเช่นแม่น้ำโดยทั่วไป แม่น้ำเมยมีต้นน้ำอยู่ที่ตำบลพบพระ อำเภอแม่สอด แล้วไหลผ่านอำเภอแม่ระมาด ท่าสองยาง ตลอดถึงจังหวัดแม่ฮ่องสอนบรรจบกับแม่น้ำสาละวินแล้วไหลเข้าในเขตพม่าลงอ่าวมะตะบัน น้ำในลำแม่น้ำเมยจะมีน้อยมากในฤดูร้อน


อ่านต่อรายละเอียด แม่น้ำเมย
---------------------------------------

ตลาดริมเมย

เป็นชุมชนบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเมย ตรงข้ามกับอำเภอเมียวดีของสหภาพพม่า เป็นตลาดค้าขายสินค้าพื้นเมืองมากมายทั้งของไทยและพม่า เช่น หน่อไม้แห้ง ปลาแห้ง ปลาหัวยุ่ง เห็ดหอม ถั่วเครื่องหนัง ผ้าซาติน ฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นตลาดการค้าอัญมณี เช่น หยก ทับทิม และพลอยสีจากพม่านักท่องเที่ยวชาวไทยที่ประสงค์จะข้ามไปยังประเทศพม่าต้อง ทำหนังผ่านแดนชั่วคราว โดยนำบัตรประชาชน หรือบัตรประจำตัวอื่นๆ ที่ทางราชการออกให้ พร้อมสำเนา 1 ชุด และรูปถ่ายติดบัตร 2 รูป พร้อมค่าผ่านแดนคนละ 20 บาท ไปที่สำนักงานออกบัตรของอำเภอแม่สอด และเมื่อข้ามผ่านแดนไปแล้วจะต้องเสียค่าผ่านแดนที่ฝั่งพม่าอีกคนละ 10 บาท เวลาผ่านแดน ปกติเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. ห้ามนำกล้องถ่ายรูปเข้าไปด้วย

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวสามารถข้ามไปเมียวดีได้ โดยนั่งเรือข้ามฟากที่มีบริการตั้งแต่ 07.30-17.30 น. เมื่อถึงฝั่งพม่าจะต้องเสียค่าเหยียบแผ่นดินคนละ 15 บาท [Thai-Tour.com แนะนำให้ซื้อสินค้าเหล่านี้ทางฝั่งไทย เพราะสินค้าทั้งคุณภาพและราคาแทบจะไม่แตกต่างกันเลย เมื่อนักท่องเที่ยวข้ามมาฝั่งพม่า (เมืองเมียวดี) จะพบสินค้าต่างๆ คล้ายกับตลาดริมเมย ควรเดินดูรอบๆ และพิจารณาให้ละเอียดหน่อย เพราะสินค้าบางอย่างมีการทำลอกเลียนแบบ ไม่ไกลจากด่านตรวจฝั่งพม่านัก จะมีตลาดสดของพม่า นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถรับจ้างแถวๆ นั้นไปเที่ยวชมได้ รถรับจ้างที่นั่นส่วนใหญ่จะเป็นรถดัดแปลง เหมือนรถมอเตอร์ไซด์พ่วงกับรถเข็ญของบ้านเรา]

ตลาดริมเมยตลาดริมเมย เป็นตลาดค้าขายสินค้าพื้นเมืองมากมายทั้งของไทยและพม่าตลาดริมเมยตลาดริมเมยร้านค้าภายในตลาดริมเมยตลาดริมเมยตลาดริมเมย


อ่านต่อรายละเอียด ตลาดริมเมย
---------------------------------------

วัดไทยวัฒนาราม

อยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่สอด  ประมาณ 3-4 กม.ตามทางไปตลาดริมเมย วัดนี้แต่เดิมเรียกว่า วัดแม่ตาวเงี้ยว หรือวัดไทยใหญ่ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นวัดในพระพุทธศาสนานิกายมหายานของชาวไทยใหญ่ ประเพณีศิลปวัฒนธรรมพิธีกรรมต่างๆ ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศพม่า วัดนี้เริ่มก่อตั้งเมื่อประมาณ พ.ศ. 2410 โดยนายมุ้ง (เป็นชาวพม่า รัฐฉานที่อพยพครอบครัวมาอาศัยอยู่ที่ อ.แม่สอด) ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกของหมู่บ้านแม่ตาว ต่อมาได้รับพระราชทานนามว่า "หมื่นอาจคำแหงหาญ" และพวก เป็นผู้ริเริ่มในการก่อสร้าง ใช้ชื่อว่า วัดแม่ตาวเงี้ยวหรือวัดไทยใหญ่ จนถึง พ.ศ. 2500 ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้วัดแม่ตาวเงี้ยว เป็นวัดพระพุทธศาสนาในสังกัดกรมศาสนา และได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดไทยวัฒนาราม ในวัดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามุนีซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่จำลองมาจากพระพุทธมหามุนีอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวเมืองมัณฑเลย์ ประเทศพม่า นับเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาว จ.ตาก ศรัทธาเลื่อมใสกันมาก นอกจากนี้มีพระพุทธรูปปูนปั้นปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ พระพุทธรูปหินอ่อน วิหารเจดีย์สีชมพู และศาลาการเปรียญลายไม้ฉลุรูปแบบพม่า

บริเวณภายในวิหารของวัดไทยวัฒนารามวัดไทยวัฒนารามวัดไทยวัฒนารามบรรยากาศรอบๆ วัดไทยวัฒนารามวัดไทยวัฒนารามพระพุทธมหามุนีวัดไทยวัฒนาราม


อ่านต่อรายละเอียด วัดไทยวัฒนาราม
---------------------------------------

พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่

ตั้งอยู่เขตบ้านวังตะเคียน การเดินทางใช้เส้นทางเดียวกับคอกช้างเผือก ผ่านหมู่บ้านท่าอาจ และหมู่บ้านวังตะเคียนไปก็จะพบทางแยกขวามือที่ศาลาพักร้อน มีป้ายบอก พระธาตุหินกิ่ว 3 กม. พระธาตุหรือเจดีย์หินกิ่วเป็นความมหัศจรรย์จากธรรมชาติ คือก้อนหินมหึมาที่มีความสวยน่าทึ่งตั้งอยู่บนชะง่อนผาเป็นหินที่กิ่วคอดเหมือนจะขาดออกจากกันบนหินนั้น มีเจดีย์ทรงมอญสร้างไว้มีขนาดพอดีกับหิน นับเป็นสิ่งที่ปรากฏการณ์จากธรรมชาติและศักดิ์สิทธิ์ ชาวจังหวัดตากและใกล้เคียงหลังไหลมากราบไหว้เสมอ เมื่อถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกๆ ปี จะมีงานเทศกาลนมัสการพระธาตุหินกิ่ว ชาวบ้านจะเรียกหินมหัศจรรย์นี้ว่า เจดีย์หินพระอินทร์แขวน

พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่ทางไปรอยพระพุทธบาท และ ทางไปพระธาตุดอยหินกิ่วพระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่


อ่านต่อรายละเอียด พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่
---------------------------------------

ตลาดมูเซอ

เป็นจุดแวะซื้อของบนเส้นทางตาก-แม่สอดที่ได้รับความนิยมมาก มีสินค้าจำหน่ายมากมาย ปัจจะบันมีตลาดมูเซอแห่งใหม่เปิดที่ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา ห่างจากตลาดมูเซอเก่าประมาณ 1 กม. มีที่จอดรถ กว้างขวางและปลอดภัย แต่มีสินค้าน้อยกว่าและบรรยากาศไม่คึกคักเท่า

ที่ตั้ง ตลาดมูเซอใหม่ บ้านแม้วใหม่ ต.แม่ท้อ อ.เมือง ตลาดมูเซอเก่า บ้านขุนห้วยส้มป่อย ต.ด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด

รถยนต์ส่วนตัว จาก อ.เมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 105 ไปทาง อ.แม่สอดผ่าน รร.ศึกษาสงเคราะห์ตาก ทางเข้า อช.ลานสาง และทางเข้า อช. ตากสินมหาราชไปประมาณ 2 กม. ตลาดมูเซอใหม่อยู่ทางซ้ายมือ และ ไปอีก 1 กม. ตลาดมูเซอเก่าอยู่ทางขวามือ

รถรับจ้าง เหมารถมอเตอร์ไซค์รับจ้างจาก อ.บ้านตาก

สิ่งที่น่าสนใจ ตลาดมูเซอเก่าเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าการเกษตรที่ขึ้นชื่อได้แก่ ผักผลไม้เมืองหนาว มียอดมะระหวาน ผักพื้นบ้าน เห็ดหอมสด นอกจากนี้ยังมีขนมของขบเคี้ยว และมีร้านกาแฟจำหน่าย กาแฟชงและเมล็ดกาแฟคั่วบดอีกด้วย ส่วนที่ตลาดมูเซอใหม่ จำหน่ายสินค้าคล้ายกัน และมีสินค้าหัตถกรรมของขาวเขาเผ่ามูเซอ พวกเครื่องประดับ ผ้าทอ กระเป๋าต่าง ๆ จำหน่ายในราคาไม่แพง

ฟักหอมดอยจากตลาดมูเซอพริกกะเหรี่ยงหอมคะน้าฮ่องกง และผักกาดเขียวขิงอ่อนดอย สรรพคุณ : แก้ไอ แก้ขับลม สามารถนำไปดองได้ผักสดๆ จากตลาดมูเซอสตรอเบอร์รี่สดๆฟักทองลูกโตๆ ก็มีขายนะ


อ่านต่อรายละเอียด ตลาดมูเซอ
---------------------------------------

น้ำตกลานเลี้ยงม้า

อยู่ตอนต้นของลำห้วยลานสาง ถัดขึ้นไปจากผาลาดประมาณ 200 ม. มีลักษณะเป็นเนินหินเตี้ย ๆ ตรงกลางเว้าเป็นช่องว่าง กว้างประมาณ 6 ม. กระแสน้ำที่ไหลมาตามลำห้วยลานสางเมื่อไหลมาถึงเนินหินเตี้ย ๆ น้ำจะไหลเข้ามาตามช่องหิน น้ำจะถูกบีบจนมีระดับสูงขึ้น พุ่งผ่านยอดน้ำตกด้วยกำลังแรงและไหลผ่านลงสู่พื้นเบื้องล่าง น้ำตกชั้นนี้มีความสูงประมาณ 10 ม.


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกลานเลี้ยงม้า
---------------------------------------

อุทยานแห่งชาติลานสาง

ตั้งอยู่ในท้องที่บ้านลานสาง ตำบลแม่ท้อ อำเภอเมือง มีอาณาเขตทิศเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 ทิศใต้จดอำเภอแม่สอด ตามแนวสันปันน้ำ เทือกเขาถนนธงชัย และคลองห้วยทราย ทิศตะวันออกจดทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1108 และทิศตะวันตกจดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 และเขตอำเภอแม่สอด ตามแนวสันปันน้ำ เทือกเขาถนนธงชัย มีพื้นที่ประมาณ 104 ตรกม.. หรือ 65,000 ไร่ ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2522               สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไป เป็นภูเขาสลับซับซ้อนติดต่อกันเกือบตลอดพื้นที่ ส่วนที่สูงที่สุดของอุทยานฯ อยู่บริเวณด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ และลาดต่ำลงมาทางด้านทิศตะวันออก มีลำธารไหลผ่านหลายสาย เช่น ลำห้วยลานสาง ห้วยท่าเล่ย์ คลองห้วยทราย ห้วยอุมยอม ป่าในเขตอุทยานฯ มีทั้งป่าดงดิบ ป่าสนเขา ป่าดิบเขา ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ สลับกันไปตามลักษณะภูมิประเทศ              ตามตำนานโบราณเล่ากันว่า เมื่อครั้งที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เสด็จยกทัพไปตีเมืองเชียงใหม่ ครั้งที่ 2 ได้ทรงหยุดพักพลที่บ้านระแหง แขวงเมืองตาก มีชาวมอญเข้ามาสวามิภักดิ์ด้วยเป็นจำนวนมากทหารพม่าจึงติดตามเข้ามา สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ได้เสด็จยกทัพไปขับไล่ และพลัดหลงกับกองทัพประจวบกับเป็นเวลากลางคืน และสภาพพื้นที่เป็นป่าเขารกทึบ ยากแก่การติดตาม กองทัพไทยจึงหยุดพักขณะที่พักกันอยู่นั้นได้เกิดมีแสงสว่างพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และได้ยินเสียงม้าศึกร้อง จึงรีบพากันไปยังจุดนั้นก็พบสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีประทับอยู่กลางลานหิน มีแสงสว่างออกมาจากพระวรกาย มีทหารพม่าคุกเข่าหมอบอยู่โดยรอบ และขณะนั้นเป็นเวลาฟ้าสางพอดี จึงเรียกบริเวณนั้นว่า "ลานสาง" และสถานที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีประทับม้า ก็ยังคงอยู่ในปัจจุบัน ในบริเวณชั้นน้ำตกที่ 2 บริเวณลานหินจะมีรอยเกือกม้าของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีอยู่ด้วย

สถานที่น่าสนใจในอุทยาน

ผาลาด

อยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 เข้ามาตามถนนลาดยางที่แยกไปที่ทำการประมาณ 1 กม. มีลักษณะเป็นแผ่นหิน มีความลาดชันเล็กน้อย ขนาดกว้างประมาณ 25 ม. ยาวประมาณ 40 ม. เป็นท้องน้ำของกระแสน้ำของลำห้วยลานสางที่ไหลบ่าไปตามแผ่นหิน แล้วรวมตัวไหลลงแอ่งเล็ก ๆ

น้ำตกลานเลี้ยงม้า (น้ำตกชั้นที่ 1)

อยู่ตอนต้นของลำห้วยลานสาง ถัดขึ้นไปจากผาลาดประมาณ 200 ม. มีลักษณะเป็นเนินหินเตี้ย ๆ ตรงกลางเว้าเป็นช่องว่าง กว้างประมาณ 6 ม. กระแสน้ำที่ไหลมาตามลำห้วยลานสางเมื่อไหลมาถึงเนินหินเตี้ย ๆ น้ำจะไหลเข้ามาตามช่องหิน น้ำจะถูกบีบจนมีระดับสูงขึ้น พุ่งผ่านยอดน้ำตกด้วยกำลังแรงและไหลผ่านลงสู่พื้นเบื้องล่าง น้ำตกชั้นนี้มีความสูงประมาณ 10 ม.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

น้ำตกลานสาง (น้ำตกชั้นที่ 2)

อยู่ตอนต้นของห้วยลานสาง ถัดขึ้นไปจากน้ำตกลานเลี้ยงม้าประมาณ 2 กม. ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตามทางเดินระยะทาง 100 ม. เป็นน้ำตกชั้นที่มีผู้นิยมไปท่องเที่ยวมากที่สุด มีความสูงประมาณ 40 ม. น้ำตกจะไหลพุ่งออกมาจากซอกเขาแล้วไหลลดหลั่นลงมา 3 ชั้น รวมตัวลงสู่แอ่งน้ำ และไหลลงสู่น้ำตกลานเลี้ยงม้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

น้ำตกผาผึ้ง (น้ำตกชั้นที่ 3)

อยู่ตอนต้นของห้วยลานสางสูงขึ้นไปตามซอกเขา ห่างจากน้ำตกลานสางตามทางเดินประมาณ 600 ม. มีลักษณะเป็นหน้าผาเรียบ ๆ ลาดชันประมาณ 70 องศา สูงประมาณ 30 ม. น้ำห้วยลานสางเมื่อไหลมาถึงยอดน้ำตกจะไหลบ่าแผ่กระจายไปตามหน้าผา เป็นบริเวณกว้างลงสู่แอ่งน้ำตก

 

 

 

 

 

 

น้ำตกผาเท (น้ำตกชั้นที่ 4)

อยู่สูงขึ้นไปตามลำห้วย ห่างจากน้ำตกผาผึ้งตามทางเดินประมาณ 1.4 กม. มีลักษณะเป็นหน้าผาชันดิ่ง สูงประมาณ 25 ม. เมื่อน้ำห้วยลานสางที่ไหลมาตามซอกเขาด้วยความเร็วมาถึงยอดหน้าผา ซึ่งเป็นท้องน้ำตกที่มีการลดระดับต่ำลงอย่างรวดเร็ว น้ำจะพุ่งพ้นยอดผาเป็นสาย ลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่างด้วยความแรง จนน้ำกระจายเป็นฝอย ทำให้เกิดเสียงดังครืนๆ ได้ยินแต่ไกล             การเดินทาง จากจังหวัดตากใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 105 (ตาก-แม่สอด) จนถึงหลักกม.ที่ 12-13 จะมีทางลาดยางแยกซ้ายมือเข้าไปสู่เขตอุทยานฯ อีก 3 กม. ถึงที่ทำการอุทยานฯ             สถานที่พัก บังกาโล 4 หลัง อัตราค่าที่พัก 150-600 บาท/คืน/หลัง และเต็นท์ขนาด 4 ที่นอน ราคา 40 บาท/คืน นักท่องเที่ยวเตรียมเต็นท์และอุปกรณ์ของเต็นท์ไปเอง ทางอุทยานฯ จะจัดหาบริเวณที่กางเต็นท์ให้ คิดค่าบริการคนละ 5 บาท/ คืน ติดต่อขอทราบรายละเอียดได้ที่ แผนกจองบ้านพัก กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. 579-5734, 579-7223

 

 

 

 

 

 

 

 

 

น้ำตกผาเงิน

เป็นน้ำตกที่เกิดจากห้วยผาเงิน น้ำตกห้วยผาเงินจะไหลลงสู่ห้วยลานสางตรงบริเวณใกล้ๆ กับน้ำตกลานสาง น้ำตกผาเงินมีความสูงประมาณ 19 ม. น้ำตกแห่งนี้จะมีน้ำไหลเฉพาะฤดูฝนและฤดูหนาวความงามของน้ำตกแห่งนี้อยู่ที่ผาเงิน ซึ่งมีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันเป็นหลืบเหลี่ยม บางตอนก็มีหินงอกหินย้อยที่มีความสวยงามมาก

 

น้ำตกผาน้ำย้อย

อยู่สูงขึ้นไปตามลำห้วยลานสาง ห่างจากน้ำตกผาผึ้งประมาณ 100 ม. มีลักษณะเป็นซอกผาแคบ ๆ จึงบีบลำห้วยลานสางให้เล็กลง ทำให้กระแสน้ำไหลผ่านด้วยความเร็วพุ่งลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง น้ำตกนี้มีความสูงประมาณ 8 ม.

 


อ่านต่อรายละเอียด อุทยานแห่งชาติลานสาง
---------------------------------------

ผาลาด

อยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 เข้ามาตามถนนลาดยางที่แยกไปที่ทำการประมาณ 1 กม. มีลักษณะเป็นแผ่นหิน มีความลาดชันเล็กน้อย ขนาดกว้างประมาณ 25 ม. ยาวประมาณ 40 ม. เป็นท้องน้ำของกระแสน้ำของลำห้วยลานสางที่ไหลบ่าไปตามแผ่นหิน แล้วรวมตัวไหลลงแอ่งเล็ก ๆ


อ่านต่อรายละเอียด ผาลาด
---------------------------------------

น้ำตกผาเงิน

เป็นน้ำตกที่เกิดจากห้วยผาเงิน น้ำตกห้วยผาเงินจะไหลลงสู่ห้วยลานสางตรงบริเวณใกล้ๆ กับน้ำตกลานสาง น้ำตกผาเงินมีความสูงประมาณ 19 ม. น้ำตกแห่งนี้จะมีน้ำไหลเฉพาะฤดูฝนและฤดูหนาวความงามของน้ำตกแห่งนี้อยู่ที่ผาเงิน ซึ่งมีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันเป็นหลืบเหลี่ยม บางตอนก็มีหินงอกหินย้อยที่มีความสวยงามมาก

 

 


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกผาเงิน
---------------------------------------

อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช

ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลแม่ท้อ ตำบลพะวอ เขตอำเภอแม่สอด และ อำเภอเมืองจังหวัดตาก มีเนื้อที่ 149 ตรกม. หรือ 93,125 ไร่ สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงชันมีภูเขาสลับซับซ้อนทิวทัศน์สวยงาม จุดเด่นที่สำคัญก็คือ ต้นกระบากใหญ่ ซึ่งจัดว่าเป็นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ผู้ที่ค้นพบคือ นายสวาท ณ น่าน ช่างอันดับ 2 สถานีโทรคมนาคมจังหวัดตาก พื้นที่ป่าแห่งนี้ในอดีตเคยใช้เป็นเส้นทางเดินทัพของไทยและพม่า เช่น ในปี พ.ศ. 2305 พระเจ้าอลองพญา กษัตริย์พม่าได้ยกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยา ในระหว่างยกทัพกลับทรงประชวรและสิ้นพระชนม์ในป่านี้ก่อนที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ พื้นที่แห่งนี้อยู่ในเขตของป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ท้อ ป่าห้วยตาก ฝั่งขวาและป่าละเมาะ สภาพป่าสมบูรณ์ อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 20 องศาเซลเซียส มีธรรมชาติงดงาม กรมป่าไม้ได้ดำเนินการจัดตั้งเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2524 ป่าในเขตอุทยานนี้มีหลายชนิด เช่น ป่าดิบเขา ป่าสนเขา ป่าดงดิบ ป่าเต็งรัง และป่าไม้เบญจพรรณ

สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ

น้ำตกแม่ย่าป้าเป็นน้ำตกขนาดกลางที่เกิดจากลำห้วยแม่ย่าป้าอยู่ในป่าทึบ มีน้ำไหลลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นตามร่องห้วย แล้วไหลลงสู่ลำห้วยแม่ท้อ การเดินทางยังไม่สะดวกนัก นักท่องเที่ยวประสงค์จะเดินป่า ควรติดต่อขอคนนำทางกับเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ ก่อน การเดินทาง จากตัวเมือง ใช้เส้นทางหลวงสายตาก-แม่สอด(ทางหลวงหมายเลข 105) บริเวณกม.ที่ 25-26 เลยทางเข้าศูนย์พัฒนา และสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดตากไป 200 ม. จะมีทางแยกขวามือเป็นทางลาดยางขึ้นเขาไปอีก 2 กม. ถึงที่ทำการอุทยาน         สถานที่พักแรมในอุทยานฯ ทางอุทยานฯ มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว จำนวน 5 หลัง ราคาห้องละ500 บาท มี 2 ห้อง นอน 2 ห้องน้ำ (พักได้ 6 คน) บ้านอโนทัย มี 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคา 1,000 บาท พักได้ 12 คน หากต้องการให้ทางอุทยานฯ บริการเกี่ยวกับอาหารต้องติดต่อก่อนล่วงหน้า         นอกจากนี้ยังมีค่ายพักแรมที่เล่นแคมป์ไฟ นักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์ไปเองทางอุทยานฯ ได้จัดสถานที่ตั้งเต็นท์ไว้ให้ ติดต่อจองที่พักล่วงหน้าได้ที่ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราชตู้ ป.ณ. 10 อำเภอเมือง จังหวัดตาก 63000 หรือติดต่อที่กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. 579-5734, 579-7223

สะพานหินธรรมชาติมีลักษณะเป็นแท่งหินขนาดใหญ่เชื่อมหน้าผาสองแห่งเข้าด้วยกันมีความกว้างและความสูงประมาณ 25 ม. เบื้อง-ล่างมีลำธารไหลผ่าน ถัดออกไปประมาณ 7x50 ม.จะมีถ้ำอยู่แห่งหนึ่ง ภายในมีหินงอกหินย้อยสวยงามการเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 105 ถึง กม.ที่ 35 แยกเข้าศูนย์เพาะชำกล้าไม้ตาก ตามทางลูกรังระยะ-ทาง 6 กม. แล้วเดินเท้าอีก 2 กม.

 

ต้นกระบากใหญ่

มีขนาดโตวัดโดยรอบได ้16.6 ม.หรือราว 14 คนโอบ และสูงประมาณ 50 ม. เป็นต้นกระบากที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใน-ประเทศไทย ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 4 กม.เป็นทางรถยนต์ 3 กม. และเป็นทางเดินเท้าลงเขาสูงชันอีกประมาณ 1 กม.

 

 


อ่านต่อรายละเอียด อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช
---------------------------------------

น้ำตกผาน้ำย้อย

อยู่สูงขึ้นไปตามลำห้วยลานสาง ห่างจากน้ำตกผาผึ้งประมาณ 100 ม. มีลักษณะเป็นซอกผาแคบ ๆ จึงบีบลำห้วยลานสางให้เล็กลง ทำให้กระแสน้ำไหลผ่านด้วยความเร็วพุ่งลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง น้ำตกนี้มีความสูงประมาณ 8 ม.

 


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกผาน้ำย้อย
---------------------------------------

น้ำตกแม่ย่าป้า

เป็นน้ำตกขนาดกลางที่เกิดจากลำห้วยแม่ย่าป้าอยู่ในป่าทึบ มีน้ำไหลลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นตามร่องห้วย แล้วไหลลงสู่ลำห้วยแม่ท้อ การเดินทางยังไม่สะดวกนัก นักท่องเที่ยวประสงค์จะเดินป่า ควรติดต่อขอคนนำทางกับเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ ก่อน  การเดินทาง จากตัวเมือง ใช้เส้นทางหลวงสายตาก-แม่สอด(ทางหลวงหมายเลข 105) บริเวณกม.ที่ 25-26 เลยทางเข้าศูนย์พัฒนา และสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดตากไป 200 ม. จะมีทางแยกขวามือเป็นทางลาดยางขึ้นเขาไปอีก 2 กม. ถึงที่ทำการอุทยาน          สถานที่พักแรมในอุทยานฯ ทางอุทยานฯ มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว จำนวน 5 หลัง ราคาห้องละ500 บาท มี 2 ห้อง นอน 2 ห้องน้ำ (พักได้ 6 คน) บ้านอโนทัย มี 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคา 1,000 บาท พักได้ 12 คน หากต้องการให้ทางอุทยานฯ บริการเกี่ยวกับอาหารต้องติดต่อก่อนล่วงหน้า          นอกจากนี้ยังมีค่ายพักแรมที่เล่นแคมป์ไฟ นักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์ไปเองทางอุทยานฯ ได้จัดสถานที่ตั้งเต็นท์ไว้ให้ ติดต่อจองที่พักล่วงหน้าได้ที่ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราชตู้ ป.ณ. 10 อำเภอเมือง จังหวัดตาก 63000 หรือติดต่อที่กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. 579-5734, 579-7223


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกแม่ย่าป้า
---------------------------------------

สะพานหินธรรมชาติ

มีลักษณะเป็นแท่งหินขนาดใหญ่เชื่อมหน้าผาสองแห่งเข้าด้วยกันมีความกว้างและความสูงประมาณ 25 ม. เบื้อง-ล่างมีลำธารไหลผ่าน ถัดออกไปประมาณ 7x50 ม.จะมีถ้ำอยู่แห่งหนึ่ง ภายในมีหินงอกหินย้อยสวยงามการเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 105 ถึง กม.ที่ 35 แยกเข้าศูนย์เพาะชำกล้าไม้ตาก ตามทางลูกรังระยะ-ทาง 6 กม. แล้วเดินเท้าอีก 2 กม.


อ่านต่อรายละเอียด สะพานหินธรรมชาติ
---------------------------------------

พิพิธภัณฑ์ศิลปวัฒนธรรมถ้องถิ่น

ตั้งอยู่ในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ตาก ตามทางหลวงหมายเลข 105 สายตาก-แม่สอด ห่างจากศาลากลางจังหวัดตาก 12 กม. เป็นสถานที่รวบรวมศิลปวัฒนธรรมของภาคต่างๆ และชาวเขา 6 เผ่า ได้แก่ แม้ว ลีซอ มูเซอ เย้า กะเหรี่ยง และอีก้อ จัดเป็นนิทรรศการแสดงเอกลักษณ์ของแต่ละเผ่า สถานที่ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งได้แก่สวนผีเสื้อ จัดทำเป็นกรงขนาดใหญ่มีผีเสื้อพันธุ์ต่างๆ มากมาย


อ่านต่อรายละเอียด พิพิธภัณฑ์ศิลปวัฒนธรรมถ้องถิ่น
---------------------------------------

ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา

ตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด อยู่ในความดูแลของกรมประชาสงเคราะห์ การเดินทาง จากทางหลวงหมายเลข 105 ถึงบริเวณกม.ที่ 25 - 26 จะมีทางลูกรังแยกซ้ายเลียบไปตามไหล่เขาอีก 3 กม. เป็นถิ่นที่อยู่ของชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 800 ฟุต อาณาบริเวณของดอยมูเซอ เริ่มตั้งแต่กม.ที่ 25-26 มีเนื้อที่ทั้งหมด 26,500 ไร่ ชาวเขาที่อาศัยอยู่ดอยมูเซอ ได้แก่ เผ่ามูเซอดำ แม้ว และลีซอ และชาวเขาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยในปัจจุบันนี้ล้วนแต่อพยพมาจากมณฑลทางตอนใต้ของประเทศจีน และเมืองปัน ในเขตรัฐฉานของพม่า รวมทั้งเขตเชียงตุงด้วย ภาษาที่พูดจึงมีทั้งภาษาจีน-ธิเบต-พม่า ผสมกัน ไม่มีภาษาเขียน โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ชายมักจะพูดได้หลายภาษากว่าผู้หญิง อาชีพของชาวเขาเหล่านี้ ได้แก่ การเพาะปลูกพืชไร่ เช่น ข้าวโพด ข้าว ฝิ่น มีการเลี้ยงสัตว์บ้าง เช่น หมู ไก่ ทุกปีชาวเขาแต่ละเผ่าจะจัดงานรับวันปีใหม่ขึ้น โดยมีหมอผีประจำหมู่บ้านเป็นผู้กำหนดวัน ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ชาวเขาแต่ละเผ่าอาจจะจัดงานนี้ไม่พร้อมกันก็ได้ แต่ช่วงที่มักจะจัดงานนี้ได้แก่ ช่วงเทศกาลตรุษจีนส่วนระยะเวลาของการจัดงานขึ้นอยู่กับว่าผลผลิตที่ได้ในปีที่แล้วว่าดีหรือไม่ ถ้าผลผลิตดีก็อาจจะจัดงานได้หลายวัน แต่ถ้าผลผลิตไม่ดีก็จะจัดงานเพียงสามวันเท่านั้น ชาวเขาเผ่าที่น่าสนใจ ได้แก่ เผ่ามูเซอดำ ชาวเขาเผ่านี้นับถือผีกันมาก เช่น ผีบรรพบุรุษ ผีเหย้าผีเรือน ผีประจำหมู่บ้าน ทั้งหญิงทั้งชายต่างมีอิสระในการเลือกคู่ครองไม่มีการบังคับ แต่สำหรับคนที่แต่งงานแล้วจะทำตัวอย่างหนุ่มสาวไม่ได้ มิฉะนั้นทั้งคู่จะต้องเสียค่าปรับให้แก่หมอผี ในงาน "กินวอ" หรืองานวันขึ้นปีใหม่นี้ มูเซอดำทุกคนจะสวมเสื้อผ้าชุดใหม่มีการจุดประทัด ยิงปืน (แก็ป) เป่าแคน ดีดซึงในวงเต้นรำ และเป็นการต้อนรับคนต่างถิ่น และชาวเขาเผ่าอื่นๆ ที่เข้าไปดูงาน "กินวอ" ด้วย การเต้นรำของเผ่ามูเซอ เรียกว่า "จะคึ"

จะเต้นกันตลอดทั้งวันทั้งคืนผลัดเปลี่ยนกันเต้นอยู่ตลอดเวลาไม่ให้เสียงกระทืบเท้าขาดหายไปจนกว่างานจะเลิก ในช่วงที่มีงานนี้ทุกคนจะหยุดทำงาน ถ้าใครทำจะถูกปรับ ยกเว้นงานกรีดยางฝิ่นเท่านั้น และสิ่งที่ทุกคนต้องทำคือ การออกเดินทางไปเยี่ยมญาติที่หมู่บ้านอื่น แม้ว่าจะไกลหรือใกล้ก็ตามงาน "กินวอ" นี้ จะมีการเลี้ยงผีและฆ่าหมูเลี้ยงผีกันทุกวันจนกว่างานจะเลิก สิ่งที่ห้ามอีกอย่างหนึ่ง คือ การดื่มสุราในระหว่างที่มีงาน ยกเว้นคนต่างถิ่น แต่ไม่ห้ามดื่มเหล้าข้าวโพดอีกเผ่าหนึ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ เผ่าลีซอ บ้านของชาวเขาเผ่าลีซอจะปลูกติดดิน ในบ้านจะแบ่งเป็นห้อง ๆ ผิดกับบ้านของชาวเขาเผ่าอื่น ๆ ที่โล่งไม่กั้นห้องไว้เป็นสัดส่วน ชาวเขาเผ่านี้นับถือผีเช่นเดียวกับเผ่าอื่น ๆ ต้องให้หัวหน้าครอบครัวบูชาผีทุกวัน ผีหลวงเป็นผีที่ชาวลีซอกลัวที่สุด จะปลูกศาลปักธงหางว่าวมีรั้วรอบขอบชิดไว้บูชาบนยอดดอยสูง เชื่อกันว่า ผีหลวงเป็นผีที่ดุร้าย ถ้าทำให้โกรธจะบันดาลให้เกิดฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า หรือไม่ก็ผลักก้อนหินใส่หมู่บ้าน ส่วนผีอีกอย่างหนึ่ง คือ ผีเมือง เชื่อว่าไม่ดุร้าย คอยปกป้องกันภัยให้ ดังนั้นในงานวันขึ้นปีใหม่วันแรกของชาวเขาเผ่าลีซอจะเซ่นไหว้ผีหลวง ผีเมือง ผีบรรพบุรุษ ตอนบ่ายมีพิธีเต้นรำคล้าย ๆ กับการเต้น "จะคึ" ของเผ่ามูเซอดำ แต่นุ่มนวลกว่า ในงานวันขึ้นปีใหม่มักจะเป็นงาน ที่หนุ่มสาวมีโอกาสได้เลือกคู่กันไปโดยปริยาย แต่ถ้าปีใดเกิดสุริยคราสแล้วถือว่าเป็นนิมิตร้าย งานแต่งงาน ที่จะจัดขึ้นต้องยกเลิกทั้งหมด              ท่านที่ประสงค์จะเดินทางไปชมชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขาในศูนย์พัฒนาฯนี้ ถ้าต้องการพักแรม รวมทั้งชมการแสดงของชาวเขาแล้วควรติดต่อไปที่ หัวหน้าศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา ตู้ ปณ. 2 อำเภอเมือง จังหวัดตาก 63000

 


อ่านต่อรายละเอียด ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา
---------------------------------------

สถานีทดลองพึชสวนดอยมูเซอ

 

ตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด อยู่ในความดูแลของกรมประชาสงเคราะห์ การเดินทาง จากทางหลวงหมายเลข 105 ถึงบริเวณกม.ที่ 25 - 26 จะมีทางลูกรังแยกซ้ายเลียบไปตามไหล่เขาอีก 3 กม. เป็นถิ่นที่อยู่ของชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 800 ฟุต อาณาบริเวณของดอยมูเซอ เริ่มตั้งแต่กม.ที่ 25-26 มีเนื้อที่ทั้งหมด 26,500 ไร่ ชาวเขาที่อาศัยอยู่ดอยมูเซอ ได้แก่ เผ่ามูเซอดำ แม้ว และลีซอ และชาวเขาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยในปัจจุบันนี้ล้วนแต่อพยพมาจากมณฑลทางตอนใต้ของประเทศจีน และเมืองปัน ในเขตรัฐฉานของพม่า รวมทั้งเขตเชียงตุงด้วย ภาษาที่พูดจึงมีทั้งภาษาจีน-ธิเบต-พม่า ผสมกัน ไม่มีภาษาเขียน โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ชายมักจะพูดได้หลายภาษากว่าผู้หญิง อาชีพของชาวเขาเหล่านี้ ได้แก่ การเพาะปลูกพืชไร่ เช่น ข้าวโพด ข้าว ฝิ่น มีการเลี้ยงสัตว์บ้าง เช่น หมู ไก่ ทุกปีชาวเขาแต่ละเผ่าจะจัดงานรับวันปีใหม่ขึ้น โดยมีหมอผีประจำหมู่บ้านเป็นผู้กำหนดวัน ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ชาวเขาแต่ละเผ่าอาจจะจัดงานนี้ไม่พร้อมกันก็ได้ แต่ช่วงที่มักจะจัดงานนี้ได้แก่ ช่วงเทศกาลตรุษจีนส่วนระยะเวลาของการจัดงานขึ้นอยู่กับว่าผลผลิตที่ได้ในปีที่แล้วว่าดีหรือไม่ ถ้าผลผลิตดีก็อาจจะจัดงานได้หลายวัน แต่ถ้าผลผลิตไม่ดีก็จะจัดงานเพียงสามวันเท่านั้น ชาวเขาเผ่าที่น่าสนใจ ได้แก่ เผ่ามูเซอดำ ชาวเขาเผ่านี้นับถือผีกันมาก เช่น ผีบรรพบุรุษ ผีเหย้าผีเรือน ผีประจำหมู่บ้าน ทั้งหญิงทั้งชายต่างมีอิสระในการเลือกคู่ครองไม่มีการบังคับ แต่สำหรับคนที่แต่งงานแล้วจะทำตัวอย่างหนุ่มสาวไม่ได้ มิฉะนั้นทั้งคู่จะต้องเสียค่าปรับให้แก่หมอผี ในงาน "กินวอ" หรืองานวันขึ้นปีใหม่นี้ มูเซอดำทุกคนจะสวมเสื้อผ้าชุดใหม่มีการจุดประทัด ยิงปืน (แก็ป) เป่าแคน ดีดซึงในวงเต้นรำ และเป็นการต้อนรับคนต่างถิ่น และชาวเขาเผ่าอื่นๆ ที่เข้าไปดูงาน "กินวอ" ด้วย การเต้นรำของเผ่ามูเซอ เรียกว่า "จะคึ"

จะเต้นกันตลอดทั้งวันทั้งคืนผลัดเปลี่ยนกันเต้นอยู่ตลอดเวลาไม่ให้เสียงกระทืบเท้าขาดหายไปจนกว่างานจะเลิก ในช่วงที่มีงานนี้ทุกคนจะหยุดทำงาน ถ้าใครทำจะถูกปรับ ยกเว้นงานกรีดยางฝิ่นเท่านั้น และสิ่งที่ทุกคนต้องทำคือ การออกเดินทางไปเยี่ยมญาติที่หมู่บ้านอื่น แม้ว่าจะไกลหรือใกล้ก็ตามงาน "กินวอ" นี้ จะมีการเลี้ยงผีและฆ่าหมูเลี้ยงผีกันทุกวันจนกว่างานจะเลิก สิ่งที่ห้ามอีกอย่างหนึ่ง คือ การดื่มสุราในระหว่างที่มีงาน ยกเว้นคนต่างถิ่น แต่ไม่ห้ามดื่มเหล้าข้าวโพดอีกเผ่าหนึ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ เผ่าลีซอ บ้านของชาวเขาเผ่าลีซอจะปลูกติดดิน ในบ้านจะแบ่งเป็นห้อง ๆ ผิดกับบ้านของชาวเขาเผ่าอื่น ๆ ที่โล่งไม่กั้นห้องไว้เป็นสัดส่วน ชาวเขาเผ่านี้นับถือผีเช่นเดียวกับเผ่าอื่น ๆ ต้องให้หัวหน้าครอบครัวบูชาผีทุกวัน ผีหลวงเป็นผีที่ชาวลีซอกลัวที่สุด จะปลูกศาลปักธงหางว่าวมีรั้วรอบขอบชิดไว้บูชาบนยอดดอยสูง เชื่อกันว่า ผีหลวงเป็นผีที่ดุร้าย ถ้าทำให้โกรธจะบันดาลให้เกิดฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า หรือไม่ก็ผลักก้อนหินใส่หมู่บ้าน ส่วนผีอีกอย่างหนึ่ง คือ ผีเมือง เชื่อว่าไม่ดุร้าย คอยปกป้องกันภัยให้ ดังนั้นในงานวันขึ้นปีใหม่วันแรกของชาวเขาเผ่าลีซอจะเซ่นไหว้ผีหลวง ผีเมือง ผีบรรพบุรุษ ตอนบ่ายมีพิธีเต้นรำคล้าย ๆ กับการเต้น "จะคึ" ของเผ่ามูเซอดำ แต่นุ่มนวลกว่า ในงานวันขึ้นปีใหม่มักจะเป็นงาน ที่หนุ่มสาวมีโอกาสได้เลือกคู่กันไปโดยปริยาย แต่ถ้าปีใดเกิดสุริยคราสแล้วถือว่าเป็นนิมิตร้าย งานแต่งงาน ที่จะจัดขึ้นต้องยกเลิกทั้งหมด              ท่านที่ประสงค์จะเดินทางไปชมชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขาในศูนย์พัฒนาฯนี้ ถ้าต้องการพักแรม รวมทั้งชมการแสดงของชาวเขาแล้วควรติดต่อไปที่ หัวหน้าศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา ตู้ ปณ. 2 อำเภอเมือง จังหวัดตาก 63000

 


อ่านต่อรายละเอียด สถานีทดลองพึชสวนดอยมูเซอ
---------------------------------------

ร้านขายผลิตผลของชาวไทยภูเขา

ตั้งอยู่ริมทางสายตาก-แม่สอด (ทางหลวง ๑๐๕ ) บริเวณกม.ที่ ๒๙ ผลิตผลที่ชาวไทยภูเขานำมาขายได้แก่ พืชผลต่าง ๆ ที่เพราะปลูกได้ จะเริ่มขายตั้งแต่เช้าถึงเวลาบ่าย


อ่านต่อรายละเอียด ร้านขายผลิตผลของชาวไทยภูเขา
---------------------------------------

ทวีชัยแลนด์

เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแบบธรรมชาติ อยู่ริมถนนสายตาก-แม่สอด บริเวณกม.ที่ 78 ภายในเป็นสวนไม้ดอกไม้ผลที่ร่มรื่นมีกรงเลี้ยงสัตว์ป่านานาชนิด เหมาะที่จะเป็นสถานที่พักผ่อนปิกนิก ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 15 บาท เด็ก 10 บาท มีบ้านพัก 30 หลัง ราคาตั้งแต่ 400-2,600 บาท ติดต่อจองที่พักได้โดยตรงที่ บริษัท ทวีชัยแลนด์ 457/1 ถนนอินทรคีรี อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โทร. (055) 531-287, 531-569 หรือที่ 60 หมู่ 6 ถนนตาก-แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก


อ่านต่อรายละเอียด ทวีชัยแลนด์
---------------------------------------

ไร่สรการฤธิรณ

เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแบบธรรมชาติ ทางเข้าอยู่ใกล้กับทวีชัยแลนด์ บริเวณที่ตั้งของไร่อยู่ด้านหลังของทวีชัยแลนด์ทิวทัศน์โดยรอบประกอบด้วยภูเขาลูกเล็กใหญ่สลับกันไปสวยงาม ภายในมีสวนดอกไม้ มีบ้านพักหลายหลังไว้บริการนักท่องเที่ยว รายละเอียดติดต่อ โทร. (055) 531-596


อ่านต่อรายละเอียด ไร่สรการฤธิรณ
---------------------------------------

อำเภอแม่สอด

อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 86 กม. ได้รับการจัดตั้งเป็นอำเภอมาตั้งแต่ พ.ศ. 2441 เดิมชื่อพระหน่อเก่ ตัวอำเภออยู่ในที่ราบระหว่างภูเขา ส่วนหนึ่งเป็นเทือกเขาในฝั่งประเทศไทย อีกส่วนหนึ่งเป็นเทือกเขาฝั่งประเทศพม่า อำเภอแม่สอดมีพื้นที่ประมาณ 1,986 ตรกม. ประชากรมีทั้งชาวเขาและคนที่อพยพจากอำเภอเมืองเข้าไปตั้งถิ่นฐานอยู่รวมทั้งชาวพม่าที่มีบุตรภรรยาเป็นคนไทยด้วย         ประวัติความเป็นมาของอำเภอแม่สอดนั้นยังไม่ปรากฏแน่ชัด จะเป็นเมืองฉอดของขุนสามชน ที่เคยยกทัพไปตีกรุงสุโขทัยหรือไม่ยังไม่มีผู้ใดพิสูจน์เมื่อดูตามสภาพบ้านเมืองของอำเภอแม่สอดนั้นไม่พบว่ามีสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่มีอายุอยู่ในยุคของสุโขทัยได้เลย ฉะนั้นจึงน่าเชื่อได้ว่าไม่ใช่เมืองเดียวกันขณะนี้ได้มีนักโบราณคดีพบซากเมืองโบราณอยู่ในป่าทึบ ท้องที่อำเภอแม่ระมาดอาจจะเป็นเมืองฉอดตามศิลาจารึกกรุงสุโขทัยก็ได้


อ่านต่อรายละเอียด อำเภอแม่สอด
---------------------------------------

คอกช้างเผือก

ตั้งอยู่เขตบ้านท่าอาจ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก การเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 105 ก่อนถึงตลาดริมเมยประมาณ 1 กม. เลี้ยวขวาผ่านหน้าวัดไทยวัฒนารามตามทางลาดยางประมาณ 2 กม. จะพบทางแยกซ้ายมือประมาณ 100 ม. จะพบโบราณสถานคอกช้างเผือก หรือเพนียดช้าง ทำเป็นกำแพงก่อด้วยอิฐมอญ มีความสูงประมาณ 1 ม.เศษ กว้างประมาณ 25 ม. ยาวประมาณ 80 ม. ปากทางเข้าของเพนียดอยู่ติดเชิงเขาหันหน้าไปทางทิศตะวันออก กำแพงเพนียดที่ปิดกั้นคล้ายรูปขวดหมึกหันหลังให้กับแม่น้ำเมยด้านตะวันตก          ประวัติตามตำนานเล่าว่าเมื่อครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พงศาวดารกล่าวว่า มะกะโท (คนเลี้ยงช้าง) เป็นชาวมอญได้เข้ารับราชการเป็นขุนวัง ได้ลักพาตัวพระราชธิดาของพ่อขุนรามคำแห่งหนีไปอยู่กรุงหงสาวดี ต่อมาได้รับสถาปนาเป็นพระเจ้าแผ่นดินทรงพระนามว่าพระเจ้าฟ้ารั่ว เมืองตากเป็นชานเมืองของกรุงสุโขทัย ได้มีช้างเผือกอาละวาดพ่อขุนรามคำแหงทรงทราบ พระองค์ทรงประกอบพิธีเสี่ยงทายและทรงเสี่ยงสัตย์อธิษฐานว่า หากช้างเผือกเชือกนี้เป็นช้างคู่บุญบารมีกษัตริย์นครใดก็ขอให้บ่ายหน้าไปทางทิศนั้น สิ้นคำอธิษฐาน ช้างเผือกเปล่งเสียงร้องกึกก้องพร้อมบ่ายหน้าไปทางทิศตะวันตก พ่อขุนรามคำแหงทราบทันทีว่าเป็นช้างเผือกคุ่บุญบารมีของพระเจ้าฟ้ารั่ว จึงให้ทหารนำสาส์นไปแจ้งว่าจะนำช้างมามอบให้ ทหารที่ติดตามช้างเผือกมาจนถึงบริเวณเชิงเขาจึงนำเพนียดล้อมเอาไว้ และได้ทำพิธีมอบช้างให้กับพระเจ้าฟ้ารั่ว ณ ที่แห่งนี้


อ่านต่อรายละเอียด คอกช้างเผือก
---------------------------------------

หอการค้าจังหวัดตาก แม่สอด

หอการค้าจังหวัดตาก มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมและให้คำปรึกษา, อุตสาหกรรม, ประสานงาน ด้านการค้า, เกษตรกรรม, การเงินและธุรกิจทั่วไปในจังหวัด พร้อมทั้งให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจแก่ภาครัฐและหอการค้าไทย


อ่านต่อรายละเอียด หอการค้าจังหวัดตาก แม่สอด
---------------------------------------

โกดัง 9 ท่าเฮียกวง

ตะลุยคลังจักรยานมือสอง บ้านท่าอาจ แม่สอด จ.ตาก สำหรับคนรักจักรยานและนักช้อปของมือสอง แนะนำที่นี่เลยครับคลัง 9 (ท่าเฮียกวง) แหล่งพักรถจักรยานมือสองชายแดนไทย – เมียนม่าร์ บ้านท่าอาจ โกดัง 9 แห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นตลาดค้าส่งจักรยานมือสองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย  จักรยานทั้งโกดังของที่นี่รวมกันไม่ต่ำกว่าล้านคัน โดยจักรยานเหล่านี้มีต้นทางมาจากประเทศญี่ปุ่น ขนส่งผ่านเรือสินค้า มาลงที่ท่าเรือแหลมฉบัง และจะจัดการขนส่งมาลงที่คลัง 9 ก่อนที่จะซ่อมแซมตกแต่งจนสวยงาม และส่งผ่านไปขายยังประเทศเมียนม่าร์ โดยผ่านขั้นตอนศุลกากรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สำหรับเรื่องราคานั้น เริ่มต้นราคาต่ำสุดประมาณ 1,000  บาท ถ้าคุณภาพดีมากเท่าไหร่ ราคาก็จะเพิ่มขึ้นประมาณ 10,000 บาท เลยทีเดียว ถ้าเทียบกับราคาตามตลาดทั่วไป ราคาขายส่งของที่นี่จะถูกว่าครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียวครับ


อ่านต่อรายละเอียด โกดัง 9 ท่าเฮียกวง
---------------------------------------

วัดโพธิคุณ

วัดโพธิคุณ เป็นวัดบนเนินเขา บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย มีโบสถ์สามชั้นประดับไม้แกะสลักงดงาม  โบสถ์นั้นเป็นแบบจัตุรมุข ความพิเศษของโบสถ์ที่วัดโพธิคุณ คือมีสามชั้น ชั้นใต้ดินใช้เป็นห้องเรียนนักธรรมและที่ประกอบกิจทางศาสนา ชั้นถัดขึ้นมาเป็นโถงโล่ง มีซุ้มประดับไม้แกะสลักประดิษฐานพระประทานเป็นพระพุทธรูปแบบคันธารราษฎร์ ใช้เป็นที่จัดงานบุญเหมือนศาลาการเปรียญ ชั้นบนสุดเป็นโบสถ์ มีพระประธานเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ประดับด้วยไม้แกะสลักงดงาม ดูขลังขรึม เป็นโบสถ์ที่งดงามทั้งภายในและภายนอกและประโยชน์พร้อมมูล


อ่านต่อรายละเอียด วัดโพธิคุณ
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา