สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง พัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
น่าน Nan English Version, Please Click Here !!

น่าน

>

ที่พักน่าน

>

แผนที่น่าน

>

ร้านอาหารน่าน

>

การเดินทางน่าน

>

ประวัติน่าน


อำเภอปัว, น่าน
 


หมู่บ้านพัฒนาชาวเขาป่ากลาง

ตั้งอยู่ที่ตำบลศิลาแลง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 69 กม. เป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าแม้ว เย้า และถิ่น ซึ่งมีผลมาจากการกวาดล้างผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในจังหวัดน่านของทางราชการ เมื่อปี พ.ศ. 2511 การจัดสร้างจะแยกกันอยู่ตามลักษณะเผ่า และยังคงรักษาสภาพเดิมไว้ มีการผลิตงาน หัตถกรรมที่สวยงาม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชมและเลือกซื้อได้


อ่านต่อรายละเอียด หมู่บ้านพัฒนาชาวเขาป่ากลาง
---------------------------------------

น้ำตกศิลาเพชร

น้ำตกลงมาจากหน้าผาหลายชั้นลดหลั่นกันไป เหมาะกับการเล่นน้ำ น้ำตกศิลาเพชรอยู่ที่บ้านป่าตอง ตำบลศิลาเพชร ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 71 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 1080 สายน่าน-ปัว ก่อนถึงอำเภอปัว ตรงหลักกิโลเมตรที่ 41-42 มีทางแยกขวามือเข้าทางหลวงหมายเลข 1170 ไปประมาณ 10 กิโลเมตร

 

 


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกศิลาเพชร
---------------------------------------

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

อยู่ห่างจากจังหวัดน่าน ประมาณ 85 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 1080 สายน่าน-ปัว ระยะทางประมาณ 60 กม. จากนั้นใช้เส้นทางสายปัว-บ่อเกลือ อีกประมาณ 25 กม. ก็จะถึงที่ทำการ อุทยานซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขา (กม.ที่ 24-25) อุทยานแห่งชาติดอยภูคา เป็นแหล่งกำหนิดของห้วยน้ำลำธารอันหลากหลายที่นำไปสู่ต้นกำเนิดแม่น้ำน่านที่มีความสำคัญทั้งทางธรรมชาตินิเวศวิทยา และประวัติศาสตร์โบราณที่เล่าถึงตำนานของคนเมืองน่านที่อาศัยอยู่นับแต่บรรพกาล  อุทยานแห่งชาติดอยภูคา อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,980 เมตร หรือประมาณ 5,300 ฟุต มีพื้นที่ประมาณ1,680 ตร.กม. หรือ 1,050,000 ไร่ ครอบคลุมท้องที่ อำเภอปัว อำเภอเชียงกลาง อำเภอทุ่งช้าง อำเภอแม่จริม อำเภอท่าวังผา อำเภอสันติสุข และอำเภอบ่อเกลือ ด้วยลักษณะพื้นที่เป็นภูเขาสูงชัน สลับซับซ้อนสวยงามมาก มีสภาพป่าดิบเขา ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าสน ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณป่าปาล์มดงดิบ อันอุดมสมบูรณ์ มีถ้ำ น้ำตก และทิวทัศน์

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีบ้านพัก และสถานที่ตั้งเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ กรมป่าไม้ จังหวัดน่าน โทร. (054) 710136, 710815 หรือที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคา  โทร. 054-701000, 054-731362

 

สิ่งที่น่าสนใจในอุทยานแห่งชาติดอยภูคาที่สำคัญ คือ ต้นชมพูภูคา ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ที่หายากที่สุดพันธุ์หนึ่ง มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า "ไบร์ทชไนเดอร์ซีเนนซีส" คาดว่าได้สูญพันธุ์ไปแล้ว จนกระทั่งมีการค้นพบอีกครั้งในป่าดอยภูคาแห่งนี้ ดร.ธวัชชัย สันติสุข หัวหน้าฝ่ายพฤกษศาสตร์ กองบำรุง กรมป่าไม้ ลักษณะของดอกชมพูภูคา กลีบดอกด้านนอกมีสีชมพูจางขาว และกลีบดอกด้านในมีสีชมพูลายเส้นสีม่วง ชูช่อเป็นพวงใหญ่ ตั้งขึ้นดูสวยงาม จึงได้มีการตั้งชื่อตามสีของดอกและสถานที่ค้นพบว่าดอก "ชมพูภูคา" นับแต่นั้นมา ชมพูภูคาเป็นพืชใบประกอบ มีความยาว 30-70 ซม. ใบย่อย 4-9 คู่ ใบรูปไข่ผสมปลายดอกแหลม ฐานใบมนใต้ใบมีขน ดอกสีขาวอมชมพู กลีบดอก 5 กลีบ แยกออกจากกันเป็นรูปไข่ คว่ำโค้งงอที่ฐานหุ้มด้วยกลีบดอกรองอีกชั้นจนเกือบกลม มีความยาว 2-3.6 เซนติเมตร ขณะนี้กลุ่มต้นชมพูภูคาที่สมบูรณ์ที่สุด มีอายุราว 20-30 ปี อยู่รวมกัน 6 ต้นใหญ่ ออกดอกเต็มต้นทุกปี รวมถึงมีการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ บริเวณโคนต้นมีต้นกล้าเล็กๆ เต็มไปหมด ถือว่าเป็นแหล่งต้นชมพูภูคาที่สมบูรณ์แห่งหนึ่งในอุทยานนี้ นอกจากนี้ บนดอยภูคายังมีทิวทัศน์และธรรมชาติที่สวยงามอีกหลายแห่ง เช่น น้ำตกภูฟ้า น้ำตกผาขี้นก น้ำตกแม่จริม น้ำตกต้นตอง มีถ้ำขนาดใหญ่หลายแห่งเช่น ถ้ำผาฆ้อง ถ้ำหลวง ถ้ำผาแดง มีธารน้ำลอด ลานหินและหน้าผา รวมทั้งป่าปาล์มดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่

 

  บ้านหลังใหญ่ บนเนินดอยภูคา

 

2 หลัง ๆ 3 ห้องนอน พักได้ 10 คน

ชมเมฆ และทะเลหมอกได้ที่หน้าห้องพัก ห้องน้ำในตัว

 

บ้านเกวียน

14 หลัง ๆ 2 คน ห้องน้ำแยก

 


อ่านต่อรายละเอียด อุทยานแห่งชาติดอยภูคา
---------------------------------------

ลานดูดาว อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

ลานดูดาว กลางเขตป่าดึกดำบรรพ์อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ห้อมล้อมด้วยแมกไม้ป่านานาชนิด ด้านหลังของลานดูดาว เป็นจุดที่ชมอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของอุทยานฯดอยภูคา จ.น่าน บริเวณมีห้องน้ำ ลานจอดรถ ร้านค้า คอยบริการนักท่องเที่ยว

บริเวณลานดูดาว สามารถมาตั้งเต้นท์เพื่อรอชมดาวตอนกลางคืนได้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินลานดูดาว อุทยานแห่งชาติดอยภูคาบรรยากาศธรรมชาติที่อยู่รอบๆ ลานดูดาวลานดูดาว


อ่านต่อรายละเอียด ลานดูดาว อุทยานแห่งชาติดอยภูคา
---------------------------------------

วัดภูเก็ต

วัดภูเก็ต ได้ตั้งชื่อไว้ตามหมู่บ้านเก็ต เพราะว่าเป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินสูงซึ่งทางเหนือเรียกว่า "ดอย" หรือ "ภู" จึงตั้งชื่อว่าวัดภูเก็ต หมายถึง วัดที่ตั้งอยู่บนภูบ้านเก็ต วัดภูเก็ตแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูมหัศจรรย์ มีฮวงจุ้ยถูกหลักทักษาพยากรณ์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีภูมิประเทศสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดน่าน มีอุโบสถทรงล้านนาประยุกต์ จิตรกรรมฝาผนังสามมิติ เป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อแสนปัว หรือหลวงพ่อพุทธเมตตา" องค์ศักดิ์สิทธิ์ ผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก เพ่งตรงไปยังอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ใต้เชิงดอย เป็นพื้นที่ทำนาของชาวบ้าน เมื่อถึงฤดูหนาวจะเกิดทะเลหมอกสุดแสนประทับใจ ข้างล่างเชิงเขามีแม่น้ำไหลผ่าน ซึ่งเป็นน้ำซับ ซึมมาจากใต้ดินไหลรินรวมกัน เป็นลำธารให้ฝูงปลาและสัตว์น้ำอยู่อาศัย เป็นเขตอภัยทาน

วัดภูเก็ตเป็นวัดที่มีอาคารปฏิบัติธรรมและที่พักที่สมบูรณ์แบบทันสมัยที่สุด เป็นที่รองรับผู้มาปฏิบัติธรรมและมาพักท้ศนศึกษา โดยได้รับการอุปถัมภ์การสร้างจากเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์วัดปากน้ำภาษีเจริญ และ ดร.สนธยา กล่อมเปลี่ยน ได้รับประทานนามว่า อาคารกัมมัฏฐานลอยฟ้า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์


อ่านต่อรายละเอียด วัดภูเก็ต
---------------------------------------

วังศิลาแลง

วังศิลาแลง เป็นรอยแยกของแผ่นดินขนาดใหญ่ที่ถูกกระแสน้ำไหลผ่านอย่างยาวนานจนเกิดเป็นริ้วรอยโค้งบนพื้นผิว และ เกิดวังน้ำหลายวังเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่นับเป็น "Unseen เมืองน่าน" บ้างก็เรียก "แกรนด์แคนยอนเมืองปัว" วังศิลาแลงมีน้ำไหลผ่านตลอดปี ลงเล่นน้ำได้ในช่วงฤดูแล้งที่ระดับน้ำไม่สูง แต่ด้วยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก จึงไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ทางเข้าก็ยังเป็นเพียงทางเดินขนาดเล็กค่อนข้างรก


อ่านต่อรายละเอียด วังศิลาแลง
---------------------------------------

วัดร้องแง

วัดร้องแง หน้าบันเป็นลายพันพฤกษา วิหาร มีหลังคาคลุมต่ำ  ในวิหารมีพระประธานปางมารวิชัย ผนังหลังองค์พระมีจิตรกรรมเรื่องพุทธประวัติและเนมีราชชาดก ฝีมือของช่างพื้นถิ่น บนเสาวิหารมีลวดลายสีทองบนพื้นสีแดง หรือ ลายคำ ที่ไม่ซ้ำกันเลย เช่น ลายกรวยเชิง ลายพรรณพฤกษา ลายดอกไม้ เป็นต้น นอกจากนี้ไม่ควรพลาดชมธรรมาสน์ทรงโบราณแบบดั้งเดิมของล้านนาที่หาชมได้ยาก


อ่านต่อรายละเอียด วัดร้องแง
---------------------------------------

วัดพระธาตุเบ็งสกัด

วัดพระธาตุเบ็งสกัด พระธาตุเบ็งสกัดสร้างตั้งแต่สมัยที่ศูนย์กลางเมืองน่านอยู่ที่เมืองปัว ภายในวัดมีศิลปะที่น่าชมคือซุ้มประตูศิลปะล้านช้างที่สวยงาม สะท้อนถึงอิทธิพลของอาณาจักรล้านช้างที่แผ่มาถึงบริเวณนี้  ศาลาจารึกภาษาขอมโบราณระบุว่า ในปี พ.ศ. 1875 พระยาภูคาต้องการสร้างเมืองใหม่ให้บุตรปกครอง จึงให้คนไปแสวงหาพื้นที่จนพบเมืองปัวที่อยู่ทางทิศตะวันตกมีชัยภูมิที่ดี ห่างจากเมืองย่างของพระองค์ 6 กม. จึงทรงสร้างเมืองวรนครอันเป็นเมืองน่านสมัยแรกขึ้น ต่อมาชาวเมืองไปพบลานดินแห่งหนึ่งมีบ่ออยู่ตรงกลาง เมื่อน้ำไม้หย่อนลงไปในบ่อ ไม้จะขาดเป็นท่อน จึงเชื่อว่าในดินมีสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ฝังไว้ พระยาภูคาจึงโปรดให้ปั้นก้อนอิฐเพื่อก่อเจดีย์ครอบไว้และชาวเมืองก็ตั้งชื่อว่า เบ็งสกัด อันหมายถึงสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจากบ่อดิน


อ่านต่อรายละเอียด วัดพระธาตุเบ็งสกัด
---------------------------------------

เที่ยวดอยภูคา

 

ห้องพัก |   สถานที่เที่ยวดอยภูคา | เที่ยวดอยภูคา

 เที่ยวดอยภูคา (ฉบับย่อ)

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดบนดอยแห่งนี้ คือ "ชมพูภูคา" หากเดินทางมาช่วงเดือน มกราคม ก็จะได้เห็นขมพูภูคาบานสะพรั่ง สิ่งที่ไม่ควรพาดรองลงมาคือ จุดชมวิว เต่าร้างยักษ์(ปาล์มดึกดำบรรพ์) น้ำตกต่างๆ เช่น น้ำตกศิลาเพชร น้ำตกภูฟ้า(แต่ต้องเดินเท้ากว่าครื่งวัน)  ส่วนบ่อเกลือ ผมเองไม่คิดว่าจะน่าสนใจเท่าไร

......................................

 

วันแรก ตามโปรแกรม แล้วเราควรเที่ยวตัวเมืองน่านก่อน 1 วัน เพราะ น่านมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และประวัติศาสตร์มากมาย เช่น วัดภูมินทร์ วัดพระธาตุช้างค้ำ พระธาตุแช่แห้ง งาช้างดำที่พิพิธภัณฑ์จังหวัดน่าน ฯลฯ พักในตัวเมืองน่าน 1 คืน หรือจะพักรีสอร์ทกลางธรรมชาติที่ น่านวัลเลย์ก็ได้ ห่างจากตังเมืองเพียง 15 กม.

วันที่ 2 เช็คสภาพรถและเติมน้ำมันให้เรียบร้อย แล้วมุ่งสู่ดอยภูคา ก่อนขึ้นดอย อย่าลืมแวะซื้อผ้าลายน้ำไหลฝีมือไทลื้อ ร้านค้าอยู่ระหว่างทางขึ้นดอยในหมู่บ้าน น้ำตกศิลาเพชร เป็นน้ำตกอีกแห่งที่ไม่ควรพลาด (แต่ผมพลาดไปครับ เพราะเมื่อเดือน ตุลาฯที่ไปนี่ ทางมันขาดซะก่อน เลยไปไม่ถึง) ตลอดทางขึ้นดอย เราสามารถแวะชมทิวทัศน์สองข้างทางได้ตลอด ยิ่งขึ้นยิ่งสูงทางยิ่งคดเคี้ยว และแน่นอนครับ ทิวเขาจะแลดูสวยงามยิ่งๆขึ้น หากถามผมดอยภูคานี่มีอะไรดี สิ่งแรกที่ผมนึกถึงคือ ทิวเขาสีเขียวขจีสลับซ้อนกันเป็นชั้นๆ นี่แหละครับ มากว่าดอกชมพูภูคาซะอีก เดินทางต่อจะพบน้ำตกต้นตอง และเลยขึ้นไปก็ถึงที่ทำการประชาสัมพันธ์อุทยานฯ หาแผนที่ดีๆ ซักฉบับที่นี่ แล้วเดินทางต่อที่ทำการบนยอดดอย เลยจากที่ทำการไม่ไกลนักเราก็ถึงจุดชมวิว หากจะเดินทางไปชมน้ำตก หรือถ้ำ ควรจะมีเจ้าหน้าที่นำทาง อย่าลืมไปชมต้นปาล์มดึกดำบรรพ์ด้วยนะครับ เดินพักผ่อนชมบรรยากาศหายใจเข้าปอดให้เต็มที่ แล้วเดินทางกลับ จะพักที่นี่ หรือพักที่ป่าปัวภูคาบนเชิงดอยก็ได้ครับ แต่ที่ป่าปัวฯ เขามี ห้องนอนชมดาวและเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย

รู้ไว้ใช่ว่า...

ชมพูภูคา เป็นพันธุ์ไม้ที่หายากที่สุดพันธุ์หนึ่ง มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า "ไบร์ทชไนเดอร์ซีเนนซีส" คาดว่าได้สูญพันธุ์ไปแล้ว จนกระทั่งมีการค้นพบอีกครั้งในป่าดอยภูคาแห่งนี้  ลักษณะของดอกชมพูภูคา กลีบดอกด้านนอกมีสีชมพูจางขาว และกลีบดอกด้านในมีสีชมพูลายเส้นสีม่วง ชูช่อเป็นพวงใหญ่ ตั้งขึ้นดูสวยงาม จึงได้มีการตั้งชื่อตามสีของดอกและสถานที่ค้นพบว่าดอก "ชมพูภูคา" นับแต่นั้นมา ชมพูภูคาเป็นพืชใบประกอบ มีความยาว 30-70 ซม. ใบย่อย 4-9 คู่ ใบรูปไข่ผสมปลายดอกแหลม ฐานใบมนใต้ใบมีขน ดอกสีขาวอมชมพู กลีบดอก 5 กลีบ แยกออกจากกันเป็นรูปไข่ คว่ำโค้งงอที่ฐานหุ้มด้วยกลีบดอกรองอีกชั้นจนเกือบกลม มีความยาว 2-3.6 เซนติเมตร ขณะนี้กลุ่มต้นชมพูภูคาที่สมบูรณ์ที่สุด มีอายุราว 20-30 ปี อยู่รวมกัน 6 ต้นใหญ่ ออกดอกเต็มต้นทุกปี รวมถึงมีการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ บริเวณโคนต้นมีต้นกล้าเล็กๆ เต็มไปหมด ถือว่าเป็นแหล่งต้นชมพูภูคา


อ่านต่อรายละเอียด เที่ยวดอยภูคา
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา