สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง พัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
แม่ฮ่องสอน ที่พักปาย 5 ดาว

แม่ฮ่องสอน

>

ที่พักแม่ฮ่องสอน

>

แผนที่แม่ฮ่องสอน

>

ร้านอาหารแม่ฮ่องสอน

>

การเดินทางแม่ฮ่องสอน

>

ประวัติแม่ฮ่องสอน


อำเภอเมืองฮ่องสอน, แม่ฮ่องสอน


อนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชา

อยู่ต้นถนนขุนลุมประพาส ประวัติของพระยาสิงหนาราช เดิมชื่อ ชานกะเล เป็นชาวไทยใหญ่ ได้รวบรวมผู้คนตั้งหมู่บ้านชื่อว่า "บ้านขุนยวม" ต่อมาได้ยกขึ้นเป็นเมือง จวบจนปี พ.ศ. 2417 จึงได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็นเมืองแม่ฮ่องสอน และพระเจ้าอินทวิชยานนท์เจ้าครองนครเชียงใหม่ ได้ยกบรรดาศักดิ์ชานกะเล เป็นพระยาสิงหนาทราชา และแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรก


อ่านต่อรายละเอียด อนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชา
---------------------------------------

วัดพระธาตุดอยกองมู

 

วัดพระธาตุดอยกองมู ตั้งอยู่บนดอยกองมูทางทิศตะวันตกของตัวเมืองแม่ฮ่องสอน เดินทางโดยแยกจากทางหลวงสาย 108 ตรงบริเวณอนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชาขึ้นไปทางซ้ายมือ เป็นทางลาดยางขึ้นภูเขาไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณวัด

 

วัดพระธาตุ ดอยกองมู เดิมมีชื่อเรียกว่า วัดปลายดอย เป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญ ประกอบด้วยพระธาตุเจดีย์ที่สวยงาม 2 องค์ พระเจดีย์องค์ใหญ่สร้างโดย จองต่องสู่ เมื่อ พ.ศ. 2403 เป็นที่บรรจุพระธาตุของพระโมคคัลลานะเถระ ซึ่งนำมาจากประเทศพม่า ส่วนพระธาตุเจดีย์องค์เล็กสร้างเมื่อ พ.ศ. 2417 โดย พระยาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรก จากวัดพระธาตุดอยกองมูนี้สามารถมองเห็นภูมิประเทศและสภาพตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างชัดเจนและสวยงามมาก วัดนี้มีงานเทศกาลประจำปีหลายงาน เช่น ในวันปีใหม่ วันสงกรานต์ โดยเฉพาะในวันออกพรรษาจะมีการตักบาตรดาวดึงส์ หรือตักบาตรเทโวด้วย


อ่านต่อรายละเอียด วัดพระธาตุดอยกองมู
---------------------------------------

วัดพระนอน

วัดพระนอนตั้งอยู่เชิงดอยกองมู เป็นที่ประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่ สร้างด้วยศิลปะไทยใหญ่ และเป็นพระนอนองค์ขนาดยาว 12 เมตร ซึ่งมีพุทธลักษณะงดงามมาก ตามประวัติเล่าว่าพระนางเมี๊ยะ ภริยาของพระยาสิงหนาทราชาเป็นผู้สร้างขึ้น ภายในบริเวณมีรูปปั้นสิงโตขนาดใหญ่ 2 ตัว สร้างโดยพระยาสิงหนาทราชา และพระนางเมี๊ยะ อยู่ระหว่างทางที่จะขึ้นไปนมัสการพระธาตุกองมู เป็นสิงโตที่มีลักษณะงดงามและสมบูรณ์มาก นอกจากนี้ภายในวัดยังมีการสอนวิปัสสนาอีกด้วย

วัดพระนอนพระประทานพระนอนอีกมุมด้านหนึ่งของพระนอนจุดกราบไหว้


อ่านต่อรายละเอียด วัดพระนอน
---------------------------------------

วัดจองคำ

อยู่บริเวณสวนสาธารณะหนองจองคำ เป็นวัดเก่าแก่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2370 โดยช่างฝีมือชาวไทยใหญ่ มีศิลปะแบบต่างๆ ที่แปลกและงดงาม หลังคาวัดเป็นรูปปราสาท เพราะมีคติว่าปราสาทเป็นของสูง ผู้ที่ประทับอยู่ในปราสาทควรจะเป็นพระมหากษัตริย์ หรือตัวแทนพระศาสนา วัดจึงเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโตมีขนาดหน้าตักกว้าง 4.85 ม. สร้างเมื่อ พ.ศ. 2469 โดยช่างฝีมือชาวพม่า และมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ซึ่งจำลองมาจากพระศรีศากยมุนีที่วิหารวัดสุทัศน์ ประดิษฐานไว้เป็นพระประธานของวัด เหตุที่เรียกชื่อวัดจองคำ เนื่องจากเสาวัดประดับด้วยทองคำเปลว


อ่านต่อรายละเอียด วัดจองคำ
---------------------------------------

วัดจองกลาง

ตั้งอยู่เคียงข้าง กับวัดจองคำ ภายในวิหาร มีแท่นบูชาตั้งพระพุทธสิหิงค์จำลอง มีสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งคือ ตุ๊กตาแกะสลักด้วยไม้เป็นรูปคน และสัตว์เกี่ยวกับพระเวสสันดรชาดก และภาพประวัติเจ้าชายสิทธัตถะ ตลอดจนภาพแสดงให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของคนสมัยนั้นหลายภาพ มีคำบรรยายเป็นภาษาพม่า และมีบันทึกบอกว่าเป็นฝีมือของช่างไทยใหญ่จากมัณฑเลย์


อ่านต่อรายละเอียด วัดจองกลาง
---------------------------------------

วนอุทยานถ้ำปลา

อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกผาเสื่อ และถ้ำปลา ตั้งอยู่ที่บ้านห้วยผา ต.ห้วยผา ห่างจากตัวเมืองประมาณ 17 กม. ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1095 (แม่ฮ่องสอน-ปาย) เส้นทางราดยางเรียบร้อยสามารถเดินทางไปชมได้ทุกฤดูกาล บริเวณโดยรอบเป็นลำธารและป่าเขา ถ้ำปลาตั้งอยู่บริเวณเชิงเขามีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่กว้างประมาณ 2 ม. ลึก 1.50 ม. ภายในแอ่งน้ำมีน้ำไหลออกจากถ้ำใต้ภูเขาอยู่ตลอดเวลา และมีปลาตัวโตๆ อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เรียกชื่อ ว่าปลามุงหรือปลาคังหรือปลาพลวงเป็นปลามีเกล็ดขนาดใหญ่ในวงศ์เดียวกับปลาคาร์พ และถึงแม้จะมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีใครกล้าทำอันตราย เนื่องจากมีความเชื่อว่าเป็นปลาเจ้า หากใครนำไปรับประทานแล้วจะต้องมีอันเป็นไป ปัจจุบันบริเวณวนอุทยานถ้าปลาได้รับการปรับปรุงเป็นแหล่งพักผ่อน

 

 

 

 


อ่านต่อรายละเอียด วนอุทยานถ้ำปลา
---------------------------------------

บ่อน้ำร้อนผาบ่อง

อยู่หมู่ที่ 1 ต.ผาบ่อง (เส้นทางหลวงหมายเลข 108 บริเวณหลักกม.ที่ 256) อยู่ห่างจากตัวเมือง 11 กม. มีบริเวณ พื้นที่ 8 ไร่ได้จัดสถานที่ไว้อย่างสวยงาม และมีห้องอาบน้ำไว้บริการ และในบริเวณใกล้เคียงก็มีร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย


อ่านต่อรายละเอียด บ่อน้ำร้อนผาบ่อง
---------------------------------------

เขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำผาบ่อง

อยู่ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ไปทางทิศใต้ประมาณ ๑๒ กม. เป็นเขื่อนกั้นลำน้ำ แม่ระมาด และผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน บริเวณตัวเขื่อนมีศาลาพักร้อนเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ

 


อ่านต่อรายละเอียด เขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำผาบ่อง
---------------------------------------

บ้านน้ำเพียงดิน

กะเหรี่ยงคอยาว หรือชนเผ่าปาดอง เป็นชาวเขาเผ่าหนึ่งอาศัยอยู่ลึกเข้าไปในดินแดนพม่า (ติดต่อกับเขตบ้านน้ำเพียงดินของประเทศไทย)ชาวปาดอง ยังชีพด้วยการเกษตรกรรม ปลูกข้าว ใบชา ยาสูบส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาพุทธกับถือผี หญิงสาวชาวปาดองจะสวมห่วงทองเหลืองที่คอและแขนขาและจะเพิ่มจำนวนห่วงมากขึ้นเมื่อ มีอายุเพิ่มขึ้น การ สวมห่วงค้ำคอไว้ตลอดเวลา ห่วงจะดันให้คอดูยาวกว่าปกติ แต่เคยมีการพิสูจน์ในวงการแพทย์โดยการ เอ็กซเรย์ได้ผลออกมาว่า ความจริงแล้วคอปาดองจะไม่ยาวขึ้นกว่าคนธรรมดา กระดูกคอยังคงเท่าเดิม แต่ห่วงจะ ไปกดกระดูกช่วงไหล่ให้ลู่ต่ำลงไปจนดูว่าคอยาวกว่าปกติ

หมู่บ้านกระเหรี่ยง (ถ่ายจากปากทางเข้า)

กระเหรี่ยงคอยาว (คนนี้แหละดาราประจำเผ่า นิตยสาร โปสการด์ ต้องลงรูปเธอเป็นประจำ..อายุ 44 ปีแล้ว)

กระเหรี่ยงหูยาว

โรงเรียน

ร้านขายของ และอาหารแห้ง


อ่านต่อรายละเอียด บ้านน้ำเพียงดิน
---------------------------------------

น้ำตกผาเสื่อ

เกิดจากลำแม่น้ำสะงา เป็นน้ำตกขนาดกลาง สูงประมาณ 10 เมตร กว้างประมาณ 15 เมตร ในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำไหลเต็มหน้าผากว้างทำให้มีรูปร่างคล้ายเสื่อ จึงเรียกว่า “น้ำตกผาเสื่อ” ในฤดูแล้งจะมีน้ำน้อย ทำให้เห็นหินที่สวยงามเหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ทางเข้าน้ำตกผาเสื่ออยู่ก่อนถึงถ้ำปลาเล็กน้อย ห่างจากเมืองแม่ฮ่องสอน 26 กิโลเมตร

น้ำตกผาเสื่อบรรยากาศรอบๆ น้ำตกผาเสื่อน้ำตกผาเสื่อทางเดินรอบๆ น้ำตกวนอุทยานน้ำตกผาเสื่อ


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกผาเสื่อ
---------------------------------------

วัดหัวเวียง

"พระเจ้าพลาละแข่ง" หรือ "พระมหามุนี" พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประดิษฐานอยู่ ณ วัดหัวเวียง ต.จองคำ อ. เมือง จ.แม่ฮ่องสอนด้วยเหตุที่วัดหัวเวียงหรือวัดกลางเวียงตั้งอยู่ใจกลางเมือง จึงมักใช้เป็นที่จัดงานวัฒนธรรมประเพณีของชาวไทยใหญ่ตลอดปีในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือเทศกาลต่างๆ เช่น เทศกาลออกพรรษา เทศกาลปีใหม่สากล และเทศกาลปี๋ใหม่เมือง วัดหัวเวียงจะได้จัดพิธีการสรงน้ำพระเจ้าพลาละแข่งเป็นประจำทุกปี พอถึงเทศกาลสำคัญ จะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยที่นับถือศาสนาพุทธ ต่างเดินทางมานมัสการเป็นจำนวนมาก เนื่องจากพระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่คู่บ้านคู่ เมืองของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนมานับหลายร้อยปี

 พระเจ้าพลาละแข่ง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยทรงเครื่อง ฝีมือช่างชาวเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า องค์พระหล่อจากทองเหลือง แต่พระพักตร์มีส่วนผสมของทองคำอยู่จำนวนหนึ่ง ทำให้พระพักตร์เงาแวววาวอยู่เสมอ ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง  พระเจ้าพลาละแข่งนี้จำลองจากพระมหามุนีในเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งชาวพม่านับถือกันมาก เนื่องจากเชื่อว่า พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาประทานลมหายใจให้แก่พระมหามุนี การหล่อพระเจ้าพลาละแข่ง ช่างได้หล่อเป็นท่อนๆ จำนวน 9 ท่อน  ส่วนประวัติความเป็นมาของ พระเจ้าพลาละแข่ง หรือ พระมหามุนี พระพุทธรูปองค์ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีตำนานเล่าว่า ในสมัยเมื่อ 90 ปีล่วงมาแล้ว ก่อนที่มีการจำลองพระพุทธรูปองค์นี้มาไว้บูชาที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีประวัติเล่าว่า มีพ่อเฒ่าคนหนึ่งชื่อว่า "ลุงจองโพหย่า" เป็นพ่อค้าวัวในสมัยนั้นการคมนาคมลำบาก เวลาจะไปทำการค้าขายในต่างอำเภอในระหว่างเดินทางนั้นต้องรอนแรมไปในป่าตลอด ทาง วันหนึ่งพ่อลุงจองโพหย่ากินหมากเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไม่ได้เก็บเชี่ยนหมาก และไม่ได้ปิดฝาด้วยแล้วก็เข้านอนพักผ่อน พอตื่นเช้าได้ทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยก็หาเชี่ยนหมากเพื่อจะกินหมาก พอมองดูในเชี่ยนหมากก็พบว่า มีพระบรมธาตุ 1 องค์ ใหญ่ขนาดเมล็ดข้าวโพดอยู่ในเชี่ยนหมาก พ่อลุงจองโพหย่า รู้ว่าเป็นพระบรมธาตุแน่นอน จึงได้บอกกล่าวแก่เพื่อนฝูงที่เป็นพ่อค้าด้วยกันทราบ แล้วก็บอกกับเพื่อนฝูงว่าเราจะเข้าไปในเมือง เพื่อจะเอาผอบทองมาใส่พระบรมธาตุนี้ เมื่อได้ผอบทองคำมา นำไปใส่พระบรมธาตุมาไว้ที่บ้านปางหมูก่อน แล้วกลับเข้าไปในเมืองแม่ฮ่องสอนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อบอกข่าวให้แก่ประชาชนทั้งหลายที่มีจิตศรัทธาในเมืองแม่ฮ่องสอนโดย ทั่วถึงกัน ในขณะที่คณะศรัทธาบ้านปางหมู ได้เตรียมฆ้องกลอง พร้อมเครื่องสักการะร่วมกับคณะศรัทธาชาวในเมืองแม่ฮ่องสอนได้จัดขบวนอัญเชิญ พระบรมธาตุแห่แหนเข้าไปยังตัวเมือง เพื่อจะนำไปไว้ที่บ้านพ่อลุงจองโพหย่า วันรุ่งขึ้น ได้จัดให้มีการถวายอาหารบิณฑบาต พร้อมบอกกล่าวเพื่อนบ้านให้มาร่วมอนุโมทนาเป็นการใหญ่ เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วพ่อลุงจองโพหย่าได้กลับไปทำหน้าที่ของตนเอง ทำการค้าขายกับเพื่อนๆ เป็นเวลานานแรมเดือน เมื่อเก็บเงินเก็บทองได้พอประมาณ ได้กลับมายังบ้านของตนเอง เพื่อที่จะนำพระบรมธาตุ ไปประดิษฐานบรรจุไว้ในพระธาตุดอยกองมูที่ตั้ง ถนนสีหนาทบำรุง ตำบลจองคำ (ติดกับตลาดเช้าใกล้สี่แยกไฟแดง)จุดเด่นของวัดนี้คือเป็นวัดเก่าแก่มาก สร้างตั้งแต่ พ.ศ. 1406 เป็นที่ประดิษฐานของพระเจ้าพาราละแข่ง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องประจำเมืองที่งดงามมาก หล่อจำลองมาจาก "พระมหามุนี" ซึ่งเป็นพระเจ้าพาราละแข่งองค์จริงที่เมืองมัณฑะเลย์ของพม่า โดยลุงจองโพหย่าเป็นผู้เดินทางไปนิมนต์มา

บรรยากาศภายในวัดหัวเวียงพระเจ้าพลาละแข่ง หรือพระมหามุนี เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแม่ฮ่องสอนวัดหัวเวียงวิหารภายในวัดหัวเวียงวัดหัวเวียงภายในวิหารของวัดหัวเวียงวัดหัวเวียง


อ่านต่อรายละเอียด วัดหัวเวียง
---------------------------------------

หมู่บ้านกะเหรี่ยงบ้านในสอย

หมู่บ้านกะเหรี่ยงบ้านในสอย เป็นอีกหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวยอดนิยม เดินทางสะดวกรถเข้าถึง อยู่ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนไป 33 กิโลเมตร ชาวกะเหรี่ยงบ้านในสอยอพยพมาจากบ้านน้ำเพียงดิน เมื่อคราวที่ชายแดนไม่สงบ เช่นเดียวกัน ที่นี่จำหน่ายของที่ระลึกจากงานฝีมือเหมือนหมู่บ้านกะเหรี่ยงอื่น ๆ ด้วย  ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 33 กิโลเมตร ติดชายแดนพม่า ไปทางอำเภอปางมะผ้า สามารถเดินทางได้โดยทางรถยนต์

จุดเด่นของบ้านใสสอย บ้านในสอยมีกะเหรี่ยงทั้งหมดประมาณ 50 หลังคาเรือน ซึ่งส่วนใหญ่ย้ายมาจากบ้านน้ำพียงดิน ซึ่งเคยถูกโจมตีจากทหารพม่า แต่ปัจจุบันชายกะเหรี่ยงอยู่กันอย่างมีความสุข มีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย มานั่งขายของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยวทั้งกะเป๋า เงิน เครื่องประดับต่าง ๆ และเป็นกลุ่มชนที่สร้างรายได้ให้กับจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นอย่างมาก การเที่ยวชมหรือเข้าไปสัมผัสชาวกะเหรี่ยงคอยาว ควรให้เกียรติทั้งสถานที่และบุคคล ถ้าในมุมมองมุมหนึ่งอาจจะรู้สึกว่าชาวกะเหรี่ยงเป็นของแปลก เป็นสิ่งที่เห็นแล้วตื่นเต้นอย่างนั้นก็ได้ อีกมุมหนึ่งอยากให้มองดูวิถีชีวิตของชนกลุ่มนี้ แลกเลี่ยนความคิดในเรื่องการดำเนินชีวิต ได้พูดคุยในเรื่องต่าง ๆ มากกว่าที่จะไปแค่ถ่ายภาพหรือซื้อของที่ระลึกแล้วก็เดินทางกลับควรมีเวลาอย่างน้อย ๆ สักครึ่งวัน สังเกตดูพวกเขา บางทีอาพบเรื่องราวอีกมากมายที่น่าสนใจมากขึ้น สำหรับการมาเยือนชาวปาดอง ภายในหมู่บ้านมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกและห้องสุขาภาพร่วมกับชาวปาดองไม่เสียเงินแต่เพื่อเป็นการสร้างมิตรภาพที่ดีงาม ก็อาจจะซื้ออะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ กลับบ้านไปก็ได้ ส่วนภาษาที่ใช้ก็อาจพูดได้ทั้ง ไทย อังกฤษ กะเหรี่ยง อันนี้ขึ้นอยู่กับว่าสาวปาดองคนไหนพูดภาษาอะไรเป็นบ้าง อาจจะฟังไม่ถนัดนักแต่รับรองว่ารู้เรื่องแน่นอน  การเดินทาง : ปัจจุบันมีทัวร์มากมายในจังหวัดแม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่ที่นำเที่ยวหมู่บ้านกะเหรี่ยและสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนรวมทั้งพาไปสัมผัสความเป็นอยู่ของชาวกะเหรี่ยงบ้านในสอย  รถยนต์ส่วนตัว : ออกมาทางอำเภอปางมะผ้าก็ได้ หรือจะไปจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนอยู่ที่โปรแกรม เดินทางของแต่ละคนทั้งนี้ให้ใช้ทางหลวง 1095 ถึงกิโลเมตรที่ 199 ถ้ามาจากตัวเมืองให้เลี้ยวซ้ายตามทาง รพช.เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร เมื่อพบสามแยกให้เลี้ยวซ้ายไปตามทาง รพช. อีก 17 กิโลเมตร ถ้ามารถยนต์ที่ไม่ใช่กระบะ อาจจะเข้าลำบากให้จอดไว้ด้านนอกจะมีทางลูกรังลำบากเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร จะเดินหรือจ้างรถชาวบ้านเข้าไปก็ได้ แต่ถ้าเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือกระบะก็สามารถขับเข้าไปได้เลย


อ่านต่อรายละเอียด หมู่บ้านกะเหรี่ยงบ้านในสอย
---------------------------------------

หมู่บ้านรักไทย

หมู่บ้านรักไทย เป็นอีกหมู่บ้านชายแดนที่บรรยากาศดี น่าไปเที่ยว เป็นหู่บ้าน บ้านสุดท้ายบนเขาชายแดนไทย-พม่า ชาวบ้านเป็นจีนฮ่อ อดีตทหารจีนกองพล93 กลุ่มเดียวกับดอยแม่สลอง อยู่ห่างจากแม่ฮ่องสอนไป 44 กิโลเมตร ผ่านน้ำตกผาเสือขึ้นเขาทางราดยาง ที่นี่วิวสวย อาหารจีนยูนานอร่อย และมีรสชาติเยี่ยม  ที่ตั้ง : หมู่บ้านรักไทยตั้งอยู่บนเขาเป็นหมู่บ้านชายแดนไทยทางทิศเหนือ เขตอำเภอเมือง

การเดินทาง : จากน้ำตกผาเสือขับรถขึ้นเขาต่อไปอีก เส้นทาง "สายหมอก จำแป๋-นาป่าแปก-บ้านรักไทย (แม่ออ)" ถนนราดยาง แต่ทางแคบและสูงชันระยะทางจากหมู่บ้านรักไทยไปแม่ฮ่องสอน 44 กิโลเมตร  รายการเที่ยวหมู่บ้านรักไทยนี้ น่าจะรวมกับการเที่ยวน้ำตกผาเสื่อเพราะอยู่ทางเดียวกัน หลังจากชมน้ำตกเสร็จแล้ว เดินทางขึ้นเขาต่อไปและตำหนักปางตองสักครู่แล้วมุ่งหน้าขึ้นเขาไปหมู่บ้านรักไทยต่อ เส้นทางสายนี้ค่อนข้างเงียบบรรยากาศดี ลมเย็นอากาศสดชื่น สองข้างทาง เป็นป่าร่มรื่นไม่มีบ้านคน ไม่มีร้านค้า และไม่มีปั๊มน้ำมัน หมู่บ้านรักไทยนี้เป็นหมู่บ้านบนเขา เป็นหมู่บ้านสุดท้ายก่อนเข้าชายแดนพม่า และประชากรเป็นชาวจีนฮ่อ ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับดอยแม่สลองต่างล้วนเป็นอดีตทหารจีนกองพล 93 ที่อพยพหนีภัยการเมือง ทางตอนใต้ของจีนช่วงจีนเปลี่ยนระบบการปกครองเป็น คอมมิวนิสต์ ชาวจีนฮ่อบางส่วนอยู่ที่ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย บางส่วนอพยพพม่าแม่ฮ่องสอนอยู่ที่อำเภอปายบ้าง อำเภอปางมะผ้าบ้าง และที่อำเภอเมือง ดังนั้นรูปแบบการท่องเที่ยวหมู่บ้านรักไทย จึงคล้าย ๆ กับการท่องเที่ยวดอยแม่สลอง คือ ชมทิวทัศน์และชิมอาหารอร่อย ดื่มชารสเยี่ยม  จุดเด่นของหมู่บ้านนี้มีทั้งทิวทัศน์และอาหาร เอาอย่างนี้ ท้องอิ่มก่อนค่อยเที่ยว  -อาหารจีนตำรับยูนาน หลายร้านจะมีป้ายเชิญชิม เมนูที่ขึ้นชื่อเช่น ขาหมูกินกับหมั่วโถว อากาศหนาว ๆ ได้ไขมันจากขาหมูจิ้มน้ำส้มเปรี้ยว ๆ ตามด้วยหมั่นโถวอร่อยไม่หยอก นอกนั้นยังมีไข่ม้วน, ซูหลู่, ชิงจังและยังมีเห็ดหอม ผักต่าง ๆ ที่ปลูกกันเองในบริเวณหมู่บ้าน  -ชิมชารสเยี่ยม ชาวจีนฮ่อหมู่บ้านรักไทย มีอาชีพหลักคือ ปลูกชา และเพื่อสร้างชื่อจึงปลูกแต่ชาพันธ์ดี คัดเลือกมาจากประเทศใต้หวัน เช่น พันธุ์ชิงชิง อู่หลง ฯลฯ ชิมรสไหนชอบรสนั้นซื้อหากลับบ้านได้ขายทั้งแบบถุงเล็ก ถุงใหญ่ หรือจะซื้อเป็นกิโลกรัมก็ได้ การชิมชาตามร้านค้าต่าง ๆ จะอร่อยยิ่งขึ้นเพราะบรรยากาศให้จากความหนาวเย็นของอากาศ และนั่งชิมบนเก้าอี้หน้าโรงเตี้ยม ที่ทำจากดินเหนียวผสมฟาง ชาวบ้านบอกว่ากันลมหนาวได้ดีนัก แถมแข็งแรงดีด้วย


อ่านต่อรายละเอียด หมู่บ้านรักไทย
---------------------------------------

ตลาดสายหยุด

มีอาหารเช้าให้นักท่องเที่ยวหรือผู้คนในละแวกนั้นได้ทาน คือ โจ๊กเสวยอันลือลั่น แต่คนแน่นมาก ถ้าไม่อยากรอนานก็แนะนำให้ไปทาน กาแฟ-ปาท่องโก๋ หรือจะเป็นต้มเลือดหมูที่ร้านแถว ๆ นั้นก็ได้ ตลาดสายหยุดนี้ อยู่ข้างสนามบินประจำจังหวัด ตรงนี้คือด้านหน้าตลาด ด้านหลังตลาดก็จะเป็นธนาคารกรุงไทย ธนาคารอยู่ปากซอยในซอยจะมีร้านขาย ต้มเลือดหมู ก๋วยจั๊บ ก๋วยเตี๋ยว ท้ายซอยก็คือหลังตลาด มีร้านกาแฟ ปาท่องโก๋ ข้าวเหนียว หมูทอด ปลาทอด ไก่ทอด เดินเข้าไปก็จะเห็นร้านโจ๊ก แต่จะถามว่าอร่อยหรือไม่นั้น ก็ลองถามคนในละแวกนั้นจะดีกว่า เพราะว่าคนรอคิวเยอะมาก

ตลาดสายหยุดตลาดสายหยุดร้านอาหารที่ตลาดสายหยุดข้าวซอยตัดจำลอง ของฝากจากแม่ฮ่องสอนข้าวซอยตัดอบน้ำผึ้งตลาดสายหยุด


อ่านต่อรายละเอียด ตลาดสายหยุด
---------------------------------------

ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน

ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน มีสถานที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นร้าน ร.ส.พ. แม่ฮ่องสอน พิพิธภัณฑ์ นิทรรศการ ร้านอาหาร ร้านหนังสือ ที่บรรยากาศร่มรื่นมาก และรวมไปถึงประเพณีต่าง ๆ ที่ผู้คนที่นี้เป็นกันเองมาก ท่านสามารถเลือกซื้อ เครื่องประดับ ข้อมือ หินหยก กำไล หรือแม้กระทั้งผ้าไหม ต่าง ๆ ได้


อ่านต่อรายละเอียด ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน
---------------------------------------

ถนนคนเดินแม่ฮ่องสอน

มีสินค้าหลากหลายมากมายให้เลือกซื้อ และถนนคนเดินนี้มีคนเดินมากมาย ไม่น้อยหน้าตลาดคนเดินปาย ดูแล้วไม่ต่างอะไรกับถนนคนเดินปายเลย ความครึกครื้นนี้ไม่ต้องพูดถึง มีทั้งร้านอาหาร ขายของ เสื้อผ้า เครื่องประดับ เหล่าสาว ๆ ทั้งหลาย เป็นที่ดึงดูดใจของวัยรุ่นหลาย ๆ คนที่ได้มาเดินเที่ยวที่นี่

ร้านค้าบริเวณถนนคนเดินแม่ฮ่องสอนถนนคนเดินแม่ฮ่องสอนถนนคนเดินแม่ฮ่องสอน


อ่านต่อรายละเอียด ถนนคนเดินแม่ฮ่องสอน
---------------------------------------

จุดชมวิวผาบอง

เป็นจุดชมวิวที่สวยงามของ ผาบอง

จุดชมวิวผาบอง


อ่านต่อรายละเอียด จุดชมวิวผาบอง
---------------------------------------

บ้านยอดดอย

(หมู่บ้านแม้วไมโครเวฟ) เป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง ที่อาศัยอยู่บนดอยสูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,000 ม. ความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย และการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอย่างเคร่งครัดของพวกเขา เป็นสิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอยากเดินทางไปสัมผัส โดยเดินทางจากแม่ฮ่องสอนไปหมู่บ้านป่าลาน 32 กม. (เส้นทางแม่ฮ่องสอน-ขุนยวม) และเลี้ยวซ้ายขึ้นหมู่บ้าน ซึ่งเป็นทางสูงชันอีกราว 8 กม.

 


อ่านต่อรายละเอียด บ้านยอดดอย
---------------------------------------

น้ำตกซู่ซ่า

อยู่ในเขตบ้านแม่สุยะ ต.ห้วยผา เป็นน้ำตกที่ทะลุจากซอกเขาเป็นทางยาวประมาณ 100 ม. ขนานไปกับลำน้ำ ต้องเดินเท้าเข้าไปอีก 3 ชั่วโมง

 

---------------------------------------------------------------------------

 


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกซู่ซ่า
---------------------------------------

เรือนประทับแรมโป่งแดง

อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศใต้ประมาณ ๔ กม. ตั้งอยู่ภายในศูนย์โครงการ พัฒนาตามพระราชดำริท่าโป่งแดง ซึ่งทำการทดลองเพาะปลูกพืชผลไม้ ต่างๆ และเลี้ยงหม่อนไหม แยกไปทางซ้ายมือประมาณ 2 กม. มีเรือนประทับแรมตั้งอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ ด้านหน้ามีแม่น้ำปายไหลผ่าน รอบบริเวณปลูกไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม บรรยากาศเหมะแก่การพักผ่อน


อ่านต่อรายละเอียด เรือนประทับแรมโป่งแดง
---------------------------------------

วนอุทยานน้ำตกผาเสื่อ

ตั้งอยู่ในเขตตำบลหมอกจำแป่ ตามเส้นทางสู่อำเภอปาย เป็นระยะทาง 18 กิโลเมตร และแยกไปตาม เส้นทาง ขึ้นสู่ พระตำหนักปางตอง น้ำตกแห่งนี้ ไหลลงมาจากน้ำตก แม่สะงา ในพม่า มี 6 ชั้น ชั้นที่คนนิยม เที่ยวมาก ที่สุด คือผาเสื่อ ซึ่งมีขนาดใหญ่ และมีน้ำมากตลอดปี

 

---------------------------------------------------------------------------

 


อ่านต่อรายละเอียด วนอุทยานน้ำตกผาเสื่อ
---------------------------------------

พระตำหนักปางตอง

อยู่ในเขต ต.หมอกจำแป่ สามารถเดินทางไปโดยใช้เส้นทางเดียวกับทางเข้าวนอุทยานผาเสื่อ และต้องเดินทางต่อไปอีก 5 กม. ตัวเรือนประทับแรมตั้งอยู่บนยอดเขาสูงที่บ้านปางตองในโครงการพัฒนาพื้นที่สูงปางตอง มีทิวทัศน์สองข้างสวยงาม ทางรถยนต์เข้าถึงและสามารถเดินทางไปสู่หมู่บ้านแม้วนาป่าแปก ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าแม้วที่สุขสงบและน่ารักมาก เลยต่อจากหมู่บ้านแม้วนี้ก็จะสามารถไปถึงหมู่บ้านแม่ออ ซึ่งเป็นหมู่บ้านชายแดนไทย-พม่า และมีกองกำลังพล 93 ตั้งอยู่เป็นบริเวณที่สูง อากาศเย็น และมีทิวทัศน์ที่น่าชมยิ่ง


อ่านต่อรายละเอียด พระตำหนักปางตอง
---------------------------------------

หนองจองคำ

หนองจองคำ เป็นสถานที่พักผ่อนของชาวเมืองแม่ฮ่องสอนและนักท่องเที่ยว และใช้เป็นสถานที่จัดงานและประเพณีที่สำคัญๆ ตั้งอยู่หน้าวัดจองคำ เชื่อมต่อกับถนนคนเดินแม่ฮ่องสอน มีร้านบาร์เบียร์ ร้านค้า และเกสท์เฮ้าสท์อยู่ใกล้ๆ


อ่านต่อรายละเอียด หนองจองคำ
---------------------------------------

กะเหรี่ยงคอยาว บ้านในสอย

กะเหรี่ยงคอยาว บ้านในสอย  เป็นชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวชาวปาดอง ซึ่งได้อพยพมาจากบ้านน้ำเพียงดิน มีประชากรประมาณ 33 ครัวเรือน อาศัยปะปนกับบ้านกะเหรี่ยงธรรมดา มีแผนที่เแสดงที่ตั้งไว้ตรงป้ายทางเข้าบ้านปาดอง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมวิถีชีวิตของชาวบ้านได้ ทั้งนี้ภายในหมู่บ้านยังมีร้านค้า ร้านอาหาร ห้องน้ำ และร้านขายของที่ระลึกไว้บริการ ส่วนผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ ได้แก่ ผ้าทอมือ เครื่องประดับ ตุ๊กตาไม้แกะสลัก กระเป๋าผ้า เป็นต้น


อ่านต่อรายละเอียด กะเหรี่ยงคอยาว บ้านในสอย
---------------------------------------

วัดก้ำก่อ

“วัดก้ำก่อ” (ก้ำก่อภาษาไทยใหญ่แปลว่า "ดอกบุนนาค")หนึ่งในวัดเก่าแก่คู่เมืองสามหมอก สร้างเมื่อ พ.ศ. 2433 ด้านหน้าวัดโดดเด่นด้วยสิงห์คู่ศิลปะไทยใหญ่ 2 ตัวยืนขนาบซ้ายขวา ถัดไปฟากถนนเป็นเจดีย์สมส่วนขนาดย่อม ส่วนอีกฟากหนึ่งเป็นทางเดินหลังคาคลุม มีซุ้มประตูหลังคาซ้อนชั้นตกแต่งลวดลายฉลุสังกะสีอย่างวิจิตรบรรจง ทางเดินสายนี้นำเข้าสู่ศาลาอันขรึมขลัง ข้างในมีพระพุทธรูปศิลปะไทยใหญ่-พม่า อันสวยงามให้สักการะบูชา    ตามประวัติกล่าวว่าวัดก้ำก่อสร้างขึ้นเมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม พ . ศ ๒๔๓๓ ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๓ ค่ำเ เดือน ๒ ปีขาล จ . ศ . ๑๒๕๒ โดยเจ้าอาวาสรูปแรกของวัด นามว่า ‘' ครูบาเฒ่า ‘' ชาวไทใหญ่ผู้อพยพมาจากเมืองเชียงทอง เป็นผู้ริเริ่มสร้างวัดนี้ขึ้น ชาวบ้านทั่วไปขนานนามท่านว่า ‘' ตุ๊เจ้าเจียงตอง ‘' ( ออกเสียงตามภาษาพื้นเมือง ) หมายถึงพระที่มาจากเมืองเชียงของนั่นเอง ประวัดการก่อตั้งวัดก้ำก่อพอจะสรุปได้ว่าเมื่อครั้งที่ครูบาเฒ่าอพยพมาจากเมืองเชียงทองเข้ามาสู่จังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้น ท่านได้เดินทางมาจนพบที่ว่างขนาดครึ่งสนามฟุตบอลอยู่ท่ามกลางป่าไม้ล้อมรอบ สามารถสร้างวัดได้โดยไม่ต้องตัดไม้ทำลายป่าหรือทำการปรับพื้นที่ให้ ๆ อีกจึงได้ชักชวนชาวบ้านมาดูและตัดสินใจสร้างวัดขึ้นในที่นั้น โดยชาวบ้านเป็นผู้หาวัสดุก่อสร้างและลงแรงกันเอง


อ่านต่อรายละเอียด วัดก้ำก่อ
---------------------------------------

หมู่บ้านรวมไทย

บ้านรวมไทย หรือ ปางอุ๋ง เป็นหมู่บ้านภายในโครงการพระราชดำริปางอุ๋ง ในพระบรมราชินูปถัมป์ของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ที่ให้ “ชาวปางอุ๋งมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุข ตามวิถีของตนเอง” เพราะวิถีของชาวเขาทั้งหลายนั้นไม่มีความฟุ้งเฟ้อ ไม่มีความอยากได้อยากมีในวัตถุนิยมต่างๆ มีแต่ความสงบและความสุขตามอัตภาพ พระองค์จึงไม่ประสงค์ให้ปางอุ๋งมีไฟฟ้าใช้ ดังจะเห็นว่าไฟฟ้าทั้งหมดจะเป็นไฟปั่นซึ่งจะปิดประมาณ 4 ทุ่ม มีลักษณะพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำมีแนวสนปลูกเรียงรายสวยงาม ยามพระอาทิตย์ขึ้นจะสะท้อนผืนน้ำเป็นแสงสีทองผ่านแนวสนดูโรแมนติกและสงบ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อเพื่อขออนุญาติขึ้นไปชมและที่พักได้ที่ ศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน และให้ผู้ที่ขึ้นไปชมสถานที่แห่งนี้ได้รับความประทับใจและเกิดผลกระทบ กับแหล่งท่องเที่ยวน้อยที่สุด ได้มีการกำหนดวิธีการขึ้นไปชมด้วยการรับคูปองการเข้าชมได้ที่ศูนย์ศิลปาชีพจังหวัด แม่ฮ่องสอนในพระบรมราชินูปถัมภ์


อ่านต่อรายละเอียด หมู่บ้านรวมไทย
---------------------------------------

ภูโคลน

ภูโคลน แหล่งน้ำแร่และโคลนธรรมชาติที่มาจากสายน้ำแร่ใต้พื้นดินทำให้เกิดบ่อโคลนเดือดขนาดใหญ่ มีอุณภูมิประมาณ 60-140 องศาเซลเซียส ซึ่งใช้ประโยชน์ด้านความงามได้ ซึ่งบ่อโคลนนั้นเป็นบ่อโคลนเดือดที่เกิดขึ้นพร้อมกับน้ำแร่ธรรมชาติสะอาดและไม่มีกลิ่นกำมะถัน โคลนในบ่อจะเดือดปุดๆ อยู่ตลอดเวลาลึกลงไปใต้บริเวณดังกล่าวมีความร้อนใต้พิภพและรอยเลื่อนขนาดใหญ่ ทำให้น้ำใต้ดินเคลื่อนที่สู่ผิวดิน ประกอบกับมีแรงดันและอุณหภูมิสูง แร่ธาตุจากชั้นหินจึงถูกละลายขึ้นมาพร้อมกับน้ำและดินโคลน ทำให้เกิดควันลอยขึ้นเหนือปากบ่อ


อ่านต่อรายละเอียด ภูโคลน
---------------------------------------

น้ำตกผาบ่อง

น้ำตกผาบ่อง เป็นน้ำตกที่มีขนาดเล็กแต่มีความสูงมาก ชาวบ้านจะเรียกว่า น้ำคำขอนเพราะเกิดจากห้วยคำขอน สายน้ำไหลลดหลั่นลงมาจากหน้าผาหินที่สูง 40 เมตร แต่ว่ากระแสน้ำจะไม่รุนแรง ด้านหน้าเป็นแอ่งน้ำเล็กๆ สามารถลงเล่นได้ อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยป่าเบญจพรรณ (ในหน้าแล้งน้ำจะแห้ง)


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกผาบ่อง
---------------------------------------

น้ำตกแม่สะกึดหลวง

น้ำตกแม่สะกึดหลวง เป็นน้ำตกขนาดเล็กท่ามกลางป่าที่ร่มรื่น แต่เพราะยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากนัก บรรยากาศบริเวณน้ำตกจึงเงียบสงบ น้ำในลำธารไม่ลึกมาก สามารถลงแช่น้ำได้ บรรยากาศดี แวดล้อมไปด้วยป่าร่มครื้ม สามารถมองเห็นน้ำตกไหลตกจากหน้าผา จากน้ำตกแม่สะกึดหลวงมีทางขึ้นเขาชันไปยังน้ำฮูหายใจและดอยปุย ซึ่งเป็นที่เที่ยวสำหรับผู้รักธรรมชาติอีกด้วย


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกแม่สะกึดหลวง
---------------------------------------

บ้านห้วยเสือเฒ่า

บ้านห้วยเสือเฒ่า กลุ่มชาวปาดองหรือกะเหรี่ยงคอยาวซึ่งรวมตัวกันประมาณ 20 หลังคาเรือนในหมู่บ้านนี้ จะอาศัยอยู่ในกลุ่มของตัวเอง ไม่ปะปนกับชาวบ้านซึ่งเป็นชาวกะเหรี่ยงหรือยางแดง เป็นกลุ่มชุมชนที่รักสงบ มีเอกลักษณ์อยู่ที่สตรีต้องสวมห่วงทองเหลืองที่คอ กะเหรี่ยงคอยาวบ้านห้วยเสือเฒ่ามีความเป็นอยู่ไม่ต่างจากกะเหรี่ยงคอยาวที่บ้านในสอยและบ้านน้ำเพียงดิน คืออาศัยอยู่ในบ้านยกพื้น หลังคามุงใบตองตึง มีขายของที่ระลึกตามเพิงต่างๆ ซึ่งมีอยู่ 20 แห่ง ของที่วางจำหน่ายจะมีทั้งกำไลทองเหลือง ห่วงคอตีด้วยมือ ผ้าทอและย่าม


อ่านต่อรายละเอียด บ้านห้วยเสือเฒ่า
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา