สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง พัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
กาญจนบุรี ... แนะนำโปรแกรมท่องเที่ยว กาญจนบุรี คลิกได้เลย .....

กาญจนบุรี

>

ที่พักกาญจนบุรี

>

แผนที่กาญจนบุรี

>

ร้านอาหารกาญจนบุรี

>

การเดินทางกาญจนบุรี

>

ประวัติกาญจนบุรี


อำเภอสังขละ,กาญจนบุรี
 


สังขละบุรี

 

เส้นทางสุขใจของผม ทริปนี้ สังขละบุรี ครับ ดินแดนศักสิทธิ์ วัดใต้น้ำของพระอาจารย์ชื่อดัง ชุมชนชาวมอญ สุดชายแดนตะวันตก ต้นกำเนิดลำน้ำแคว คลิกดู ภาพและประวัติสังขละบุรี คลิปวีดีโอ ทัศนียภาพสังขละบุรี

 

คุณรู้หรือไม่ว่าที่อำเภอสังขละนี้ ก็มีคำขวัญด้วย คือ "สะพานไม้ ด่านเจดีย์ นทีสามประสบ มรดกทุ่งใหญ่ ไทย กระเหรี่ยง รามัญ สารพันธรรมชาติ อภิวาทหลวงพ่ออุตตมะ เมืองสังขละชายแดน สุดแคว้นตะวันตก" 

ทริปนี้ครั้งที่ 4 แล้วครับ จากครั้งแรกเมื่อ 13 ปี ก่อน พักที่แพไทรโยคใหญ่แล้วเหมารถสองแถวพันกว่าบาทมาที่ด่านเจดีย์สามองค์ ครั้งที่สอง เมื่อ 12 ปีก่อน พักที่ทองผาภูมิแล้วแวะมาเที่ยววัดวังวิเวกการาม ครั้งที่สามเมื่อ 6ปีที่แล้วพักที่เขื่อท่าทุ่งนา แล้วตีรถมาเที่ยวด่านเจดีย์และวัด ครั้งที่สี่นี้ผมตั้งใจมาพักที่สังขละบุรีโดยตรง ซึ่งจะเห็นได้ว่าสังขละบุรีต้องมีอะไรดีจึงชวนให้หลงใหล และที่นี่ไม่ใช่แค่เป็นทริปรองอีกต่อไป

ความเป็นธรรมชาติยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง สังขละบุรี เที่ยวได้ทุกฤดู แม้หน้าฝน เช่นที่ผมไปมาล่าสุด ฝนที่นี่ไม่ตกหนักแต่ตกบ่อย ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ สดชื่นดีเมื่อได้เห็นฝนตกลงบนทุ่งหญ้าหลังต้นไม้ใหญ่ หญ้าสีเขียวกำลังงอกงาม ฝนตกกระทบพื้นน้ำอยู่ตรงหน้าโดยมีทิวเขาสูงใหญ่สลับเป็นชั้นอยู่สุดสายตา พร้อมด้วยเมฆลอยต่ำบนยอดเขา บรรยากาศเย็นฉ่ำตอนฝนพรำ นั่งจิบชาหรือกาแฟร้อนๆสักถ้วย พร้อมหนังสือดีๆสักเล่มนอนเอียงกายบนเก้าอีไม้เอนได้จะดีไม่ใช่น้อย พอแดดเริ่มส่องลอดใต้ก้อนเมฆ จะได้เห็นวีถีชาวมอญแต่งตัวแบบวัฒนธรรมดั้งเดิม สาวมอญนุ่งผ้าถุงสวนเสือสีขาวลายดอกเดินไปมาบนสะพานไม้ เรือหางยาวเริ่มออกหาปลา แพนักท่องเที่ยวเรียงรายริมน้ำ และเห็นเจดีย์สีเหลืองอร่ามของวัดวังวิเวกการาม์อยู่แต่ไกล ความรู้สึกแบบนี้หากได้เพลงโปรดมาเปิดเบาๆ ด้วยละก้อ...ต้องขอหยุดเวลาไว้สักพักใหญ่ๆ

แต่ทว่า Highlight ของทริปไม่ได้มีอยู่เพียงเท่านี้...คำถามที่มีอยู่ในใจของผมคือ"วัดใต้น้ำ" หรือ "เมืองบาดาล" อยู่ที่ไหน ทราบมาตั้งแต่คราวแรกที่มาเยือนแล้วว่าอำเภอสังขละบุรีจริงๆแล้วได้ย้ายขึ้นไปอยู่บนที่สูงหลังจากทางการฯได้ทำเขื่อนเขาแหลม (ชื่อใหม่ คือ เขื่อนรัชประภา)และกักน้ำ ทำให้ที่ตั้งอำเภอเดิมและวัดวังวิเวกการามจมอยู่ใต้น้ำ แต่คราวนั้นยังไม่โด่งดังเหมือนปัจจุบัน หลังจากทททได้โปรโมทเป็น Unseen Thailand แล้วผู้คนก็หลั่งไหลกันเขามาชมไม่ขาดสาย ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวท้องถิ่น เช่น ที่พัก เรือหางยาว ขี่ช้าง ล่องแก่งหรือแม้แต่ร้านขายข้าวแกงในตลาด เจริญเติบโตขึ้นตามๆกันไป

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ

เจดีย์และวัดวังวิเวกการาม    ซึ่งของเดิมอยู่ในน้ำ แต่ได้สร้างใหม่อยู่บนที่สูงวัดและเจดีย์อยู่ห่างกัน1 กม. ควรเที่ยวทั้งของใหม่และของเดิม เจดีย์เป็นแบบพุทธคยาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วัดตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอสังขละบุรีประมาณ 3 กม. มีวิหารริมแม่น้ำประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อนอ้นงดงามและเป็นที่จำพรรษาของ "หลวงพ่ออุตตมะ" พระเกจิอาจารย์ชื่อดังซึ่งประชาชนชาวไทย ชาวมอญ รวมทั้งกระเหรี่ยงและพม่า น่าเสียดายที่ปัจจุบันท่านมรณะภาพไปแล้วส่วนวัดใต้น้ำต้องนั่งเรือไป ค่าโดยสารเหมาลำ 300 บาท ท่านสามารถติดต่อเรือหางยาวได้ทั่วไปริมสะพานไม้มอญ หรือแพลุงเณร โทร. 034-595360, 09-2212330 บริการดี แกรับพาเที่ยววัดจมน้ำ ตกปลา แพลาก แพล่อง แพเช่า (ผมเองก็ใช้บริการมาแล้ว) สามประสบเป็นอีกที่ที่น่าสนใจ คือจุดที่ แม่น้ำ สามสายมาประจบกัน คือ แม่น้ำรันตี ต้นกำเนิดจากป่าทุ่งใหญ่นเรศวร, แม่น้ำซองกาเลีย และแม่น้ำบิคลี้ สองแม่น้ำหลังนี้มีต้นกำเนิดจากพม่า น้ำจะมีสีออกแดง

 

 

 

 

------------------------------------------------------------------------------------

สะพานไม้มอญ

อยู่ไม่ไกลจากวัดวังก์วิเวการามนัก จะมีแยกทางเข้าเล็กๆ เข้าได้สองทาง คือทางเลยตลาดมาหน่อยอยู่ขวามือ (ทางไปสาบประสบรีสอร์ท) อีกทางเลยตัวเมืองเข้าไปนิดนึงเป็นทางลาดชันลงไป หากได้แวะไปถ่ายภาพสักหน่อยจะดีไม่น้อย จากบริเวณสะพานจะได้เห็นทิวทัศน์ภูเขาและพื้นน้ำโดยรอบ สวยงามมากทีเดียว

------------------------------------------------------------------------------------ 

ด่านเจดีย์สามองค์และชายแดนพม่า ห่างจากตัวเมืองสังขละบุรี 22 กม. เดิมเรียกว่า หินสามกอง เป็นที่สักการะของคนไทยในสมัยโบราณก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่เขตพม่า ต่อมาในปี 2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีของไทย ได้เป็นผู้น้ำชาวบ้านสร้างเป็นเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ดังที่เห็นในปัจจุบันนี้ นอกจากนี้บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ยังเป็นช่างทางเดินทัพที่สำคัญของไทยและพม่าในอดีต ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมตลาดชายแดนในเขตพม่าได้ โดยเสียค่าผ่านด่านชาวไทย 25 บาท ชาวต่างประเทศ 130 บาท ถ้าเราได้ข้ามไปฝั่งพม่า เลยไปตามทางลูกรัง ประมาณ 4-5 กม. เราจะพบ วัดเสาร้อยต้น ห่างจากชายแดนประมาณ 1 กม.จะมีตลาดของฝาก สินค้าส่วนใหญ่เป็น ไม้เฟอร์นิเจอร์ เครื่องหวาย ผ้า พลอย ของป่า

------------------------------------------------------------------------------------

แม่น้ำต่างๆ เช่น แม่น้ำรันตี แม่น้ำบิคลี้ แม่น้ำซองกาเลีย ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาล่องแก่งที่นี่ น้ำตกตะเคียนทอง น้ำตก

อาหารอร่อย ที่ร้านอาหารพันนที แบบดูดีหน่อย อยู่ริมน้ำ เลยตลาดประมาณ 1.5 กม. หรือร้านข้าวแกง 59 หม้อ อยู่ในตลาด หรือหาทานแถวตลาดก็ได้

ที่พักสังขละบุรี รีสอร์ทส่วนใหญ่จะอยู่เรียงรายริมน้ำอยู่แล้วในตัวเมืองสังขละบุรีพรไพลิน...ดูหรูที่สุดในขณะนี้เพิ่งสร้างได้ไม่นาน ห้องพักมีสองแบบ แบบโซนโรงแรม และบังกะโล ห้องมีทีวีระเบียงเห็นวิวน้ำ เข้าทางตลาดสดสังขละบุรีตรงเข้าไปตามป้ายเกือบสุดทาง มีกิจกรรมล่องแพ และขี่ช้างP.Guest House รีสอร์ทบริหารโดยคนพื้นที่ Mr.P เหมาะสำหรับคนที่ชอบความคึกครื้น มีเพลงร้องคาราโอเกะในยามเย็นถึงค่ำคืน กิจกรรมล่องแก่ง แพ ขี่ช้าง พันนที รีสอร์ท บริหารโดยคุรสุพจน์หนุ่มเชื้อสายจีนคนกรุงเทพฯแต่อยู่ประจำที่รีสอร์ได้หลายปี บริหารแบบโรงแรมขนาดย่อย อาหารอร่อย บริการดี ห้องพักดี

 

การเดินทางจากกรุงเทพฯ สองเลนตลอดถึง อ.ไทรโยค ทางถนนพระบรมราชชนนี หรือเพชรเกษมจากตัวเมืองกาญจนบุรี ใช้เส้นทางหลวง 323 สู่ อำเภอไทรโยค อำเภอทองผาภูมิ แล้วเลี้ยวขวาไปอำเภอสังขละบุรี ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง บวกลบนิดหน่อยตามสภาพรถและฝีเท้าในการเหยียบคันเร่ง

แผนที่สังขละบุรี 

 


อ่านต่อรายละเอียด สังขละบุรี
---------------------------------------

วัดวังวิเวการาม

อยู่เลยจากตัวอำเภอสังขละบุรีไปประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นวัดจำพรรษาของ “หลวงพ่ออุตตมะ” ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนชาวไทย ชาวมอญ รวมทั้งชาวกระเหรี่ยงและพม่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น ภายในวิหารที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อนอันงดงามชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อขาว จากวัดวังก์วิเวการามแยกไปอีก 1 กิโลเมตร จะเป็นที่ตั้งของเจดีย์แบบพุทธคยามีลักษณะฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เป็นกระดูกนิ้วหัวแม่มือขวา ขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร บริเวณใกล้เจดีย์มีร้านจำหน่ายสินค้าจากพม่าหลายร้านจำพวกผ้า แป้งพม่า เครื่องไม้    ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี มีการจัดงานคล้ายวันเกิดหลวงพ่ออุตตมะ ในงานมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วยพิธีกรรมทางศาสนา การแข่งขันชกมวยคาดเชือก การแสดงของชมรมวัฒนธรรมท้องถิ่นเช่น การรำแบบมอญ การรำตงของชาวกะเหรี่ยง และในงานประชาชนจะพร้อมใจกันแต่งกายตามแบบวัฒนธรรมของชาวไทยรามัญและจัดเตรียมสำรับอาหารทูนบนศีรษะไปถวายพระสงฆ์ที่วัด

บริเวณภายในวัดวังวิเวการามวัดวังวิเวการามวัดวังวิเวการาม


อ่านต่อรายละเอียด วัดวังวิเวการาม
---------------------------------------

ด่านเจดีย์สามองค์

มีเนื้อที่ 343,750 ไร่ ประกาศเป็นเขตอุทยานฯ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2518 มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ  เขตสิ้นสุดชายแดนไทยด้านทิศตะวันตก ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองลู ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 โดยก่อนถึงตัวอำเภอสังขละบุรี 4 กิโลเมตร จะมีทางแยกด้านขวาไปด่านเจดีย์สามองค์ เป็นระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร เส้นทางลาดยางตลอดสาย พระเจดีย์สามองค์นี้เดิมเรียกว่า หินสามกอง เป็นที่สักการะของคนไทยโดยทั่วไปก่อนเดินทางออกจากเขตแดนไทยเข้าสู่เขตแดนพม่า ต่อมาในปี พ.ศ. 2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีได้เป็นผู้นำชาวบ้านก่อสร้างเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ดังที่เห็นในปัจจุบัน นอกจากนี้ด่านเจดีย์สามองค์ยังเป็นช่องทางเดินทัพที่สำคัญของไทยและพม่าในอดีต บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ มีร้านขายสินค้าจากประเทศพม่า นักท่องเที่ยวสามารถข้ามชายแดนเข้าไปชมตลาดพญาตองซู ซึ่งเป็นตลาดชายแดนที่มีการจำหน่ายสินค้าของพม่า โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าผ่านด่าน (ฝั่งประเทศพม่า) ชาวไทย 25 บาท ชาวต่างประเทศ 10 เหรียญสหรัฐ รถยนต์ คันละ 50 บาท ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ด่านตรวจคนเข้ามืองสังขละบุรี โทร. 0 3459 0105, 0 3459 5335

ด่านเจดีย์สามองค์บริเวณรอบๆ ด่านเจดีย์สามองค์ร้านค้าบริเวณรอบๆ ด่านเจดีย์สามองค์


อ่านต่อรายละเอียด ด่านเจดีย์สามองค์
---------------------------------------

เที่ยวป่าสังขละบุรี

เป็นบริการนำเที่ยวของสถานที่พักในเขตอำเภอสังขละบุรี โดยจัดให้นักท่องเที่ยวล่องเรือไปตามลำน้ำซองกะเลีย  แล้วต่อด้วยการนั่งช้างเที่ยวป่าและล่องแก่ง ผู้สนใจติดต่อล่วงหน้าที่บริษัทนำเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรี  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลางเขต 1 โทร. (034) 511200

จริงๆ แล้วที่ป่าสังขละยังมีน้ำตกลำธารอีกมากมาย ซึ่งยังเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว thai-tour.com มีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสมาบ้างแล้ว (น้ำตกซึ่งไม่มีใครตั้งชื่อ ดังรูปด้านขวามือ)

 


อ่านต่อรายละเอียด เที่ยวป่าสังขละบุรี
---------------------------------------

วัดเสาร้อยต้น

วัดเสาร้อยต้น อยู่ห่างจากชายแดนไทย-พม่า ด่านเจดีย์สามองค์ ประมาณ 5 กม. อยู่ในเขตประเทศพม่าใช้เสาใหญ่จำนวนมากในการสร้างวัด สถาปัตยกรรมสวยงาม ตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้านพม่า อยู่ติดกับด่านเจดีย์สามองค์   รายละเอียด :วัดเสาร้อยต้น สร้างขึ้นโดยหลวงพ่ออุตตมะ อยู่ใน จ.พม่า มีด้วยกัน 3 ชั้น ใช้เสาจำนวนมากในการสร้างวัด จึงเป็นที่มาของชื่อวัด มีสถาปัตยกรรมสวยงาม บริเวณวัดยังมีตลาดให้เลือกซื้อสินค้าจากพม่า

 


อ่านต่อรายละเอียด วัดเสาร้อยต้น
---------------------------------------

ตลาดสังขละบุรี

ตลาดสังขละบุรีตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับสะพานมอญ ซึ่งเป็นตลาดที่มีสินค้าให่เลือกจับจ่ายใช้สอยมากมาย ปลาหลายหลายชนิด ผักผลไม้สด อาหารคาวและหวานหรือให้เลือกซื้อ เลือกชม อาหารพื้นเมือง และได้ชมชีวิตความเป็นอยู่ของชาวมอญ และความงามของทัศนียภาพโดยรอบ

 


อ่านต่อรายละเอียด ตลาดสังขละบุรี
---------------------------------------

ถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล

ตั้งอยู่ในเขตอำเภอสังขละบุรี ห่างจากด่านเจดีย์สามองค์ ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนระหว่างไทยกับพม่า ประมาณ 1 กม. อาณาเขตของถ้ำแก้วสวรรค์บันดาลกินบริเวณกว้าง เนื่องจากเป็นถ้ำที่อยู่ในภูเขาทั้งลูก  ภายในยังแบ่งเรียกเป็นถ้ำต่างๆ อีก 4 ถ้ำ คือ ถ้ำวังบาดาล ถ้ำมรกต ถ้ำแก้ว และถ้ำสวรรค์บันดาล แต่ละถ้ำมีความสลับซับซ้อน  สามารถเดินเชื่อมทะลุถึงกันได้หมดทุกถ้ำ ภายในมีหินย้อยรูปทรงต่างๆ งดงามมาก เมื่อกระทบกับแสงไฟจะสะท้อนแสงแวววาวคล้ายถูกโรยไว้ด้วยกากเพชร  การเข้าไปเที่ยวชมนักท่องเที่ยวควรแต่งกายด้วยชุดที่รัดกุม เลือกสวมรองเท้าที่เหมาะสมและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะบางถ้ำมีโขดหินที่สูงชัน บางถ้ำต้องใช้ วิธีการคลานและมุดไปตามซอกของช่องหิน และบางถ้ำที่มีระดับน้ำสูงประมาณหัวเข่า หากต้องการจะเที่ยวชมให้ครบหมดทุกถ้ำ จะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงขึ้นไป

การเดินทาง ใช้เส้นทางอำเภอสังขละบุรี-ด่านเจดีย์สามองค์ โดยเลี้ยวขวาบริเวณศาลาพักร้อนริมทาง ที่อยู่ก่อนด่านเจดีย์สามองค์ประมาณ 1 กิโลเมตร จากนั้นขับรถไปตามถนนดินอีกประมาณ 700 เมตร เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางอีก 200 เมตร  จะถึงบริเวณสำนักสงฆ์ที่เป็นที่ตั้งของถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามรายละเอียดของการเข้าไปเที่ยวภายในถ้ำได้จากพระสงฆ์ ที่จำวัดอยู่ในบริเวณสำนักสงฆ์แห่งนั้น

 


อ่านต่อรายละเอียด ถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล
---------------------------------------

ซองกาเลีย

ลำน้ำซองกาเลีย อยู่ในอำเภอสังขละบุรี บริเวณชายแดนไทย-พม่า เป็นสถานที่ดินแดนชาวมอญ มีสะพานมอญ หรือสะพานอุตตมานุสรณ์ สร้างขึ้นจากสะพานไม้ ตัดผ่านลำน้ำซองกาเลียแห่งนี้ด้วย สำหรับให้ประชาชนฝั่งตัวอำเภอสังขละบุรีและฝั่งหมู่บ้านชาวมอญเดินข้ามสัญจรไปมา  

 


อ่านต่อรายละเอียด ซองกาเลีย
---------------------------------------

เมืองบาดาล (วัดใต้น้ำ)

ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองลู อำเภอ สังขละบุรี จ. กาญจนบุรีเมืองบาดาลหรือวัดใต้น้ำนั้น เดิมเป็น วัดวังก์วิเวการาม ที่หลวงพ่ออุตตมะเป็นผู้ก่อสร้าง มีการสร้างเขื่อนเขาแหลมจึงได้ย้ายวัดบนเขา วัดเดิมนั้นได้จมอยู่ใต้น้ำหลายสิบปี เป็นสถานที่ unseen in Thailand สามารถนั่งเรือข้ามมาชมความงานของวัดนี้

ช่วงเวลาที่แนะนำ มีนาคม - เมษายน ช่วงน้ำขึ้นจะเห็นแค่ยอดโบสถ์เท่านั้น

บริเวณรอบๆ เมืองบาดาล (วัดใต้น้ำ)เมืองบาดาล (วัดใต้น้ำ)บริเวณภายในของวัดใต้น้ำ


อ่านต่อรายละเอียด เมืองบาดาล (วัดใต้น้ำ)
---------------------------------------

น้ำตกคลีตี้

เป็นภาษากระเหรี่ยงแปลว่า “เสือโทน” มีต้นน้ำอยู่บนยอดเขาดีกะ ใกล้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร การเดินทางไปน้ำตกคลีตี้บนต้องใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 2 วัน จากบ้านกระเหรี่ยงคลีตี้ และจะต้องมีลูกหาบและคนนำทาง ส่วนน้ำตกคลีตี้ล่าง อยู่เหนือทะเลสาบแควใหญ่บริเวณลำเขางู ใช้เวลาเดินทางเรือจากท่าเรือกระดานหรือท่าหม่องกระแทะ ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกคลีตี้
---------------------------------------

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวร

ประวัติความเป็นมา  เมื่อปี พ.ศ.2508 ป่าไม้เขตบ้านโป่งขอให้กรมป่าไม้ประกาศห้ามการล่าสัตว์ป่าในบริเวณป่าทุ่งใหญ่ เนื่องจากเห็นว่ามีสัตว์ป่าอาศัยอยู่อย่างชุกชุมและมีคนเข้าไปล่าสัตว์ป่ากันมากกองบำรุง กรมป่าไม้ ซึ่งรับผิดชอบงานด้านการสงวนและคุ้มครองสัตว์ในขณะนั้นจึงได้ส่ง เจ้าหน้าที่ไปสำรวจและตรวจสอบในปี พ.ศ.2510 และเห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แต่เนื่องบริเวณพื้นที่มีขนาดใหญ่ยังมีประทานบัตรและการอนุญาตทำประโยชน์อื่น ๆ อีกหลายอย่างในป่าแห่งนี้ จึงได้มีหนังสือขอความร่วมมือจากจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดตาก ระงับใบอนุญาตใด ๆ ที่กระทบกระเทือนต่อแผนการจัดตั้งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ และได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปดำเนินการเตรียมการจัดตั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2516  ต่อมาได้ปรากฏข่าวอื้อฉาวทางหน้าหนังสือพิมพ์ว่า เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ของทางราชการเครื่องหนึ่งเกิดอุบัติเหตุตกพังพินาศที่อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ.2516 มีผู้เสียชีวิต 6 คน และพบซากสัตว์ป่าปะปนอยู่กับซากปรักหักพังของเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งกลายเป็นเรื่องที่เกี่ยวโยงไปถึงกรณีที่สื่อมวลชนและนิสิตนักศึกษากลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติได้ไปพบคณะล่าสัตว์ในป่าทุ่งใหญ่ ทำการล่าสัตว์โดยไม่เกรงกลัวต่อเจ้าหน้าที่ และยืนยันว่าเป็นคณะเดียวกันกับเฮลิคอปเตอร์ที่ตก ทำให้กรณีทุ่งใหญ่เป็นข่าวใหญ่และเป็นที่สนใจของคนทั่วไปอยู่เป็นเวลานาน  คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ.2516 และมีมติให้ดำเนินการประกาศป่าทุ่งใหญ่เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยให้ชื่อว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่เคยหยุดทัพในบริเวณทุ่งใหญ่ระหว่างการยกทัพไปรบกับพม่า และได้ดำเนินการต่อไปตามขั้นตอนจนเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับพิเศษ เล่ม 91 ตอนที่ 72 ลงวันที่ 24 เมษายน พ.ศ.2517 ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งให้เป็นมรดกทางธรรมชาติของโลกเมื่อพ.ศ. 2534  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และตำบลแม่ละมุ้ง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 33,647.2 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,279,500 ไร่ โดยมีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้  ทิศเหนือ จรดหมู่บ้านยางแดง บ้านกะเหรี่ยงมาจี บ้านกะเหรี่ยงมาจีใหม่ ในเขตจังหวัดตาก  ทิศใต้ จรดแม่น้ำรันตีและแนวเขตวกลงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามลำห้วยแยกของแม่น้ำรันตึไปจรดขุนห้วยหงียาย  ทิศตะวันตก จรดพรมแดนประเทศสหภาพพม่า และพื้นที่สัมปทานเหมืองแร่ บางส่วน  ลักษณะภูมิประเทศ  ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนและเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแควน้อยและแควใหญ่ ลำน้ำแควใหญ่ไหลผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ทางด้านตะวันออกมีเนื้อที่ประมาณ 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมด ระดับความสูงจากน้ำทะเลเฉลี่ยประมาณ 800 - 1,200 เมตร ยอดเขาที่สูงที่สุด คือ เขาใหญ่ สูง 1,800 เมตร อยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่ เป็นต้นน้ำลำธารหลายสาย คือ ห้วยโรตี่ แม่น้ำรันตี ไหลลงสู่ ลำแควน้อยทางด้านตะวันตก ห้วยเซซะโหว่ ห้วยดงวี่ ห้วยซ่งไท้ ไหลลงสู่แควใหญ่ทางด้าน ตะวันออก ห้วยหม่องดง แม่น้ำกษัตริย์ใหญ่ ห้วยทีมู ไหลลงสู่ประเทศพม่าทางด้านเหนือ  ลักษณะภูมิอากาศ  มีฤดูกาลเช่นเดียวกับภาคกลางของประเทศไทย แต่อากาศค่อนข้างหนาวเย็นกว่าปกติ เนื่องจากเป็นพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล ในหน้าร้อนอากาศเย็นสบายและกลางคืนน้ำค้างแรงมาก  ชนิดป่าและพรรณไม้  ป่าไม้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีหลายลักษณะผสมกันอยู่ตามธรรมชาติ เป็นแหล่งน้ำแหล่งอาหาร และที่หลบซ่อนป้องกันภัยของสัตว์ป่าที่สมบูรณ์ ทำให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งนี้มีสัตว์ป่าอยู่อย่างชุกชุม ป่าเหล่านี้ประกอบด้วยทุ่งหญ้า ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบ และป่าดงดิบเขา  ทุ่งหญ้า มีกระจายอยู่ทั่วไปตามยอดเนิน บางแห่งมีขนาดใหญ่มีเนื้อที่ถึง 10 ตารางกิโลเมตร และเรียกบริเวณนี้ว่า ทุ่งใหญ่ บริเวณทุ่งหญ้าเหล่านี้มักจะเกิดไฟป่าลุกไหม้อย่าง รุนแรงทุกปี ทำให้มีไม้ยืนต้นกระจายอยู่ห่าง ๆ ไม้พื้นล่างเป็นพวกหญ้าและไม้ตระกูลปาล์ม คือ ปรงและเป้งขึ้นผสมอยู่ทั่วไป ในฤดูฝนไม้พื้นล่างในทุ่งจะเจริญงอกงามจนสูงท่วมหัว สัตว์ป่าจึงได้อาศัยหากินและซุกซ่อนอยู่ในบริเวณดงหญ้าเหล่านี้ เมื่อถึงฤดูหนาวหญ้าที่แก่เต็มที่จะแห้ง และสุมกันเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ตอนปลายฤดูหนาว-ฤดูร้อนจึงเกิดไฟป่าลุกไหม้ทั้งทุ่งจนเหลือแต่ตอ หลังจากนั้นหญ้าจะเริ่มแตกยอดอ่อนเป็นหญ้าระบัด และกลายเป็นแหล่งหากินที่สำคัญของสัตว์ป่าและจะมีความสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง ทุ่งหญ้าที่มีชื่อเสียงรู้จักกันดี ได้แก่ ทุ่งใหญ่ ทุ่งฤาษี ทุ่งนเรศวร  ทุ่งใหญ่ เป็นทุ่งหญ้าบนเนินเขาที่มีบริเวณติดต่อกันเป็นเนื้อที่ประมาณ 10 ตาราง กิโลเมตร สลับด้วยไม้ยืนต้นที่เหลือรอดจากไฟไหม้ทั้งที่เป็นกลุ่มและกระจายกันอยู่ในบริเวณทุ่งบริเวณที่ลุ่มมีแหล่งน้ำและดินโป่งหลายแห่ง ส่วนรอบ ๆ ยังเป็นป่าที่อุดทสมบูรณ์และยอดเขา หินปูนแซมอยู่ทั่วไป บริเวณนี้จึงมีสัตว์ป่าชุกชุมมากและมีทางด่านสัตว์ป่าที่ใช้เดินเป็นประจำและรอยลงกินดินโป่งอยู่ทั่วไป  ป่าเบญจพรรณ มักจะขึ้นผสมอยู่กับป่าเต็งรัง ส่วนใหญ่ยังมีสภาพสมบูรณ์ มีไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจหลายชนิด เช่น ประดู่ แดง มะค่าโมง ตะแบก ส้าน และมักจะพบไม้ไผ่ขึ้นแซมอยู่เป็นไม้พื้นล่าง เช่น ไผ่ไร่ ไผ่ไร่ลอ ไผ่รวก และบางแห่งจะปกคลุมไปด้วยป่าไผ่เกือบทั้งหมด ซึ่งมักจะเป็นกอขนาดใหญ่ ได้แก่ ไผ่ป่าหรือไผ่หนาม ไผ่ซางนวล ไผ่บง เป็นต้น  ป่าเต็งรัง มักจะพบในบริเวณที่หน้าดินตื้นและมีความชื้นน้อย สภาพป่าโดยทั่วไปยังมีความอุดมสมบูรณ์และมีไม้ขนาดใหญ่กว่าที่อื่น ไม้มีค่าที่พบมาก ได้แก่ เต็ง รัง ประดู่ แดง ส่วนไม้พื้นล่างมักจะเป็นหญ้าชนิดต่าง ๆ ป่าเต็งรังบางแห่งได้เปลี่ยนสภาพเป็นทุ่งหญ้าและเกิด ไฟป่าลุกลามอย่างรุนแรง ป่าในลักษณะนี้จะมีไม้ยืนต้นขึ้นอยู่น้อย ไม้ที่พบเป็นไม้จำพวกส้านและกระโดน แต่จะมีไม้พื้นล่างตระกูลปาล์มจำพวกเป้งและปรงขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นมีลักษณะแปลกไปจากที่อื่น โดยเฉพาะต้นปรงมีขนาดโตมากและมีอายุนับร้อยปี  ป่าดงดิบ มักจะพบตามที่ราบลุ่มและริมห้วย ซึ่งจะมีลักษณะทั้งป่าดงดิบชื้นและ ป่าดงดิบแล้งผสมกัน มีพันธุ์ไม้ป่าดงดิบขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ที่สำคัญและมีค่าทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ตะเคียน อบเชย เป็นส่วนใหญ่ ไม้พื้นล่างเป็นหวาย ไม้ไผ่ และเถาวัลย์ เป็นแหล่งต้นน้ำ ลำธารที่สำคัญยิ่งและเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าซึ่งชอบป่าทึบ  ป่าดงดิบเขา กระจายอยู่ตามยอดเนินเขาเมื่อระดับความสูงมากขึ้น ชนิดพันธุ์ไม้จะค่อย ๆ เปลี่ยนจากพันธุ์ไม้ป่าเต็งรังหรือป่าเบญจพรรณเป็นพันธุ์ไม้ป่าดิบเขาจำพวกก่อชนิดต่าง ๆ มณฑาป่า จำปีป่า ป่าดงดิบเขาเป็นป่าทึบซึ่งเขียวชะอุ่มตลอดปีและติดต่อกันเป็นผืนใหญ่ เป็นต้นน้ำลำธาร แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าที่สำคัญมาก  สัตว์ป่า  การผสมผสานของทุ่งหญ้าและป่าไม้ชนิดต่าง ๆ ตามธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์ สัตว์ป่าแห่งนี้ ทำให้มีแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร และที่หลบซ่อนป้องกันภัยแก่สัตว์ป่าอย่างสมบูรณ์ จึงปรากฏมีสัตว์ป่ามากทั้งชนิดและจำนวน โดยเฉพาะสัตว์ป่าสงวน เช่น เลียงผา ควายป่า กระซู่ สมเสร็จนอกจากนั้นยังมีร่องรอยและรายงานการพบเห็นอยู่ตามแหล่งต่าง ๆ ส่วนสัตว์คุ้มครอง อื่น ๆ ที่พบได้แก่ ช้างป่า กระทิง วัวแดง กวาง เก้ง เสือชนิดต่าง ๆ หมี ค่าง บ่าง ชะนี ลิงลม ลิงต่าง ๆ พญากระรอก ชะมด อีเห็นต่าง ๆ หมีขอ ลิ่น และสัตว์อื่น ๆ อีกหลายชนิด รวมทั้งไก่ฟ้าหลังเทา ไก่ฟ้าพญาลอ เป็ดหงษ์ เป็ดก่า นกเงือกชนิดต่าง ๆ นกแก้ว นกพญาไฟ นกขุนทอง นกกระทาดง นกหัวขวานต่าง ๆ เป็นต้น ก็พบมากในป่าแห่งนี้  สัตว์ป่าที่มีจำนวนมากและพบเห็นบ่อย ๆ ได้แก่ กระทิง ช้างป่า กวาง เก้ง ตาม ทุ่งหญ้าและดินโป่ง ตามทางรถและทางด่านสัตว์ก็จะพบชะมด อีเห็น และรอยเท้าเสือโคร่ง เป็นจำนวนมาก ในบริเวณป่าโปร่งและป่าไผ่ก็จะพบเห็นไก่ป่า ไก่ฟ้าหลังเทา เก้ง กวาง โดยไม่ยาก ส่วนนกชนิดต่าง ๆ และชะนีจะได้ยินเสียงร้องหรือเห็นตัวในป่าทั่วไป  จุดเด่นที่น่าสนใจ  ธรรมชาติที่สวยงามและมีลักษณะแปลกกว่าที่อื่น เป็นที่น่าสนใจและพบเห็นได้เฉพาะในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ ป่าไม้ส่วนใหญ่ยังสมบูรณ์ประกอบด้วยไม้ชั้นต่าง ๆ ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ตามคบไม้มักจะประดับไปด้วยกล้วยไม้ป่าที่ออกดอกมีมีสรรต่าง ๆ บางต้นเป็นที่เกาะทำรังของผึ้งและมีรวงผึ้งเกาะแขวนอยู่ตามกิ่งไม้เป็นจำนวนมาก บางแห่งเป็นป่าไผ่นานาชนิดที่สมบูรณ์ และมีขนาดใหญ่งดงาม ทุ่งหญ้าและป่าโปร่งซึ่งมีกระจายอยู่ทั่วไปตามเนินเขานั้นบางแห่งก็มีขนาดใหญ่มาก เช่น ทุ่งใหญ่ ทุ่งฤาษี ทุ่งนเรศวร ทุ่งหญ้าเหล่านี้มักจะมีไม้พื้นล่างตระกูลปาล์ม เช่น เป้ง ปรง ขึ้นแซมผสมอยู่กับไม้ยืนต้นทำให้มองดูแปลกกว่าที่อื่น ต้นปรงส่วนใหญ่มีขนาดโต และมีลักษณะงดงามตามธรรมชาติ ตามท้องทุ่งบางแห่งจะมีกล้วยไม้ดินและดอกหญ้า ขึ้นแซมสลับกับสีเขียวของทุ่งหญ้า สัตว์ป่าหลายชนิดได้อาศัยทุ่งหญ้าเหล่านี้เป็นที่หากิน จึงมักจะพบรอยเท้าสัตว์และทางด่านสัตว์เต็มไปหมด โดยเฉพาะตามน้ำซับและดินโป่งซึ่งมีอยู่ทั่วไป โป่งซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่ โป่งซ่งไท้เล็ก โป่งซ่งไท้ใหญ่ โป่งดงวี โป่งตะเลอะเซอะ โป่งบอน โป่งไผ่ และหนองหม่องดง ซึ่งมีนกชุกชุมมาก ลำห้วยหลายแห่งมีความสวยงามตามธรรมชาติที่หาได้ยาก เช่น ลำแควใหญ่ ที่ไหลผ่านทางด้านตะวันออก ห้วยแม่หม่องดง แม่น้ำกษัตริย์ใหญ่ ห้วยเซซะโว่ ห้วยตะเลอะเซอะ ห้วยดงวี ห้วยซ่งไท้ เป็นต้น  ธรรมชาติที่น่าสนใจเหล่านี้เป็นส่วนที่ได้สำรวจพบแล้วในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่มีเนื้อที่มากกว่า 2 ล้านไร่นี้ และยังไม่ได้ทำการสำรวจโดยละเอียดอีกหลายบริเวณ จึงคาดว่าจะได้พบสัตว์ป่าและธรรมชาติที่น่าสนใจอีกมากมาย ทางด้านตะวันออกมีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ซึ่งอุดมด้วยสัตว์ป่า ถ้ำงู ถ้ำกระดูก บึงละกะตู บึงน้ำขนาดใหญ่ เป็นที่อยู่อาศัยของเป็ดก่าซึ่งเป็นนกน้ำประจำถิ่นที่มีประชากรน้อยมากในธรรมชาติ หลักฐานที่ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยทิ้งเอาไว้เช่น ครกกังหันน้ำ  การเดินทาง  1.ทางด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี  การคมนาคมไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรทางด้านตะวันตกอยู่ในสภาพที่ไม่สะดวก มีเส้นทางรถยนต์ซึ่งเป็นทางรถบรรทุกแร่จากหมู่บ้านกระเหรี่ยงคลิตี้ (ตำบลทุ่งเสือโทน อำเภอทองผาภูมิ) เพียงทางเดียวที่ผ่านที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ห้วยซ่งไท้เข้าสู่ทุ่งใหญ่ ระยะทางจากคลิดี้ถึงที่ทำการเขต ฯ ประมาณ 45 กิโลเมตร การเดินทางในฤดูฝนค่อนข้างลำบากและอันตรายเนื่องจากต้องข้ามภูเขา ลำห้วยหลายสาย  การเดินทางจากตัวจังหวัดกาญจนบุรีไปยังหมู่บ้านกระเหรี่ยงคลิดี้ มีทางคมนาคมสะดวกกว่า โดยมีถนนลาดยางไปถึงเขื่อนศรีนครินทร์ระยะทางประมาณ 64 กิโลเมตร และมีถนนลูกรังผ่านอุทยานแห่งชาติศรีนครินทร์ถึงคลิดี้ระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร หากจะเดินทางผ่านอำเภอศรีสวัสดิ์ก็มีถนนลาดยางก่อนถึงทางแยกเข้าเขื่อนศรีนครินทร์ ไปยังอำเภอศรีสวัสดิ์ ผ่านอำเภอศรีสวัสดิ์ไปข้ามแพขนานยนต์ที่ท่าแฉลบ เป็นถนนลูกรังไปรวมกับเส้นทางเดิมไปถึงคลิดี้ เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีเส้นทางรถยนต์ขนส่งแร่จากคลิดี้ไปยังอำเภอสังขละบุรีและอำเภอ ทองผาภูมิโดยตรงได้อีกด้วย แต่เส้นทางไม่สะดวกตลอดปี  2.ทางด้านตะวันออก จังหวัดตาก  การเดินทางการเดินทางสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันออก โดยปกติแล้วจะลำบากมากในฤดูฝน สามารถเดินทางโดยรถโดยสารได้หลายสาย แต่ละสายเดินรถเพียงวันละ 1 เที่ยวเท่านั้น คือ  รถยนต์โดยสารจากอำเภอแม่สอด-อำเภออุ้มผาง ระยะทาง 169 กิโลเมตร  รถยนต์โดยสารจากอำเภออุ้มผาง-หมู่บ้านกะแง่คี ระยะทาง 47 กิโลเมตร  สิ่งอำนวยความสะดวก  ไม่มี


อ่านต่อรายละเอียด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวร
---------------------------------------

น้ำตกกระเต็งเจ็ง

เป็นน้ำตกที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อ.สังขละบุรี เป็นน้ำตกที่มีความสูงถึง 36 ชั้น นักท่องเที่ยวจะต้องปีนป่ายผ่านสายน้ำขึ้นไปตามชั้นต่างๆ จนถึงชั้นบนสุด เมื่อขึ้นไปถึงแล้วนักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางกลับได้ โดยไม่ใช้ทางเดิม แต่เปลี่ยนเป็นเส้นทางเดินป่าที่ยังคงสภาพป่าดิบอันสมบูรณ์ระหว่างทางจะผ่านดงเฟิร์นที่กว้างใหญ่ตระการตา ผ่านป่ามะไฟป่าและต้นไม้ยักษ์ที่มีขนาดใหญ่ถึง 13 คนโอบ ตลอดทางเดินจะได้ยินเสียงน้ำตกกระทบโขดหินดังก้องอยู่ในป่าตลอดเวลา จัดเป็นเส้นทางเดินป่าที่สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง

 

การเดินทาง ไปน้ำตกกระเจ็งใช้เส้นทางทองผาภูมิ-สังขละบุรีจนถึงอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณขวามือของถนน ก่อนถึง อ.สังขละบุรีประมาณ 30 กม. นำรถจอดที่อุทยาน แล้วเดินทางเท้าต่อไปอีกประมาณ 2-3 ชั่วโมง ก็จะถึงตัวน้ำตก การเดินทางควรติดต่อหาผู้นำทางที่เชี่ยวชาญโดยอาจติดต่อผ่านทางบริษัทนำเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรี หรือในเขตอ.สังขละบุรี ทั้งนี้เนื่องจากสภาพป่ามีลักษณะเป็นป่าดงดิบ อาจทำให้เกิดพลัดหลงได้ และควรสวมเสื้อผ้าในชุดเดินป่าที่รัดกุม เนื่องจากมีทากชุกชุมตลอดเส้นทางทุกฤดูกาล


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกกระเต็งเจ็ง
---------------------------------------

น้ำตกตะเคียนทอง

เป็นน้ำตกที่ถูกปกคลุมด้วยป่าไผ่ ดงหวาย ดงเฟิร์นและไม้ใหญ่ยืนต้นนานาพันธุ์บริเวณเทือกเขาตะนาวศรี แนวเขตชายแดนไทย-พม่าในเขตสังขละบุรีตัวน้ำตกมีต้นน้ำอยู่ในเขตประเทศพม่าไหลเลาะเลื้อยมาตามแนวเขาที่กั้นเขตแดน สู่ประเทศไทยที่ห้วยซองกาเลียซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของต้นแม่น้ำแควน้อย จากความอุดมสมบูรณ์ของป่า ทำให้เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี แต่ละชั้นมีความงดงามแปลกตา ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นลานกว้าง มีน้ำตกไหลผ่านกระจายกันออกไปนักท่องเที่ยวสามารถเดินลุยน้ำไปตามน้ำตกเพื่อขึ้นไปชมชั้นสูงๆ ได้

การเดินทาง ขับรถจากทางแยก อ.สังขละบุรี-ด่านเจดีย์สามองค์ไปประมาณ 8 กม. จะมีป้ายบอกทางเข้าน้ำตกอยู่ริมถนนด้านขวาเลี้ยวตามทางแยกไปบนถนนลูกรังอีกประมาณ 12 กม. เส้นทางค่อนข้างแคบและบางช่วงมีเนินสูงชัน และต้องตัดผ่านลำธารเป็นบางช่วง จึงควรใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือรถกะบะในการเดินทาง เมื่อถึงจุดพักรถจะต้องเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 30 นาที จึงจะถึงตัวน้ำตกชั้นแรก หากต้องการความสะดวกควรติดต่อสอบถามรายละเอียดเส้นทางการเดินทางหรือว่าจ้างผู้นำทางจากชาวบ้านในเขตอำเภอสังขละบุรีหรือติดต่ออำเภอสังขละบุรี หรือติดต่อผ่านบริษัทนำเที่ยว ที่มีการจัดนำเที่ยวในเส้นทางน้ำตกสายนี้


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกตะเคียนทอง
---------------------------------------

หมู่บ้านมอญ

หมู่บ้านมอญ อยู่ฝั่งตรงข้ามกับตัวอ.สังขละบุรี มีสะพานปูนข้ามแม่น้ำซองกาเลีย  และสะพานไม้อุตตามานุสรณ์เชื่อมทั้งสองฝั้งเข้าด้วยกัน หมู่บ้านอยู่ห่างจาก อ.สังขละบุรีมาประมาณ 5 กิโลเมตรภายในหมู่บ้านนี้จะคึกคักและมีชีวิตชีวาในตอนเช้าตรู่และตอนเย็น ชาวบ้านที่นี่มีอัธยาศียไมตรีและคุ้นชินกับการมาเยือนของนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่พูดภาษาไทยได้ดี บ้านเรือนในหมู่บ้านส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้หลังใหญ่ซึ่งสร้างขึ้นจากค่าชดเชยจากการสร้างเขื่อน


อ่านต่อรายละเอียด หมู่บ้านมอญ
---------------------------------------

สะพานมอญ

สะพานมอญ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นสะพานที่ยาวเป็นลำดับ 2 ของโลกมีความยาวถึง 850 เมตร เป็นสะพานที่สร้างข้ามลำน้ำซองกาเลีย อยู่ในตัวอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี (หลวงพ่ออุตตมะ) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้ใช้เป็นเส้นทางในการติดต่อไปมาหาสู่ ทำมาค้าขาย ขนส่งพืชผลทางการเกษตรในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้ และเป็นเส้นทางแห่งการเผยแพร่แลกเปลี่ยนประเพณีวัฒนธรรม ระหว่างชาวมอญและชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่สองฝั่งแม่น้ำซองกาเรียบริเวณของสะพานเป็นจุดชมวิวทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณที่สวยงาม สามารถมองเห็นลำน้ำสามสาย คือ ซองกาเลีย บีคลี่ และรันตี ที่ไหลมาบรรจบกันเป็นสามประสบ (จุดกำเนิดแม่น้ำแควน้อย)

สะพานมอญบริเวณรอบๆ สะพานมอญสะพานมอญ


อ่านต่อรายละเอียด สะพานมอญ
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา