สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง พัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
กาญจนบุรี ... แนะนำโปรแกรมท่องเที่ยว กาญจนบุรี คลิกได้เลย .....

กาญจนบุรี

>

ที่พักกาญจนบุรี

>

แผนที่กาญจนบุรี

>

ร้านอาหารกาญจนบุรี

>

การเดินทางกาญจนบุรี

>

ประวัติกาญจนบุรี


อำเภอเมืองกาญจนบุรี, กาญจนบุรี
 


สะพานข้ามแม่น้ำแคว

เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึก พันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย และฮอลันดา จำนวนมากมาสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ผ่าน ประเทศพม่า ซึ่งมีส่วนหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะความทารุณของสงครามและโรคภัยตลอดจนขาดอาหาร ทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง สะพานข้ามแม่น้ำแควตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขาม ห่างจากตัวเมืองไปทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข 323 ประมาณ 4 กม. แยกซ้ายประมาณ 400 เมตร มีป้ายเขียนบอกไว้ชัดเจน

สะพานข้ามแม่น้ำแควสะพานข้ามแม่น้ำแควสถานีรถไฟสะพานแควใหญ่สถานีรถไฟสะพานแควใหญ่


อ่านต่อรายละเอียด สะพานข้ามแม่น้ำแคว
---------------------------------------

ทางรถไฟสายมรณะ

ถ้ำนี้เป็นถ้ำที่เคยเป็นที่พักของเชลยศึกเมื่อครั้งสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะจากไทยไปพม่า ตัวถ้ำติดกับเส้นทางรถไฟสายกาญจนบุรี–น้ำตก วึ่งเป็นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันสิ้นสุดที่สถานีรถไฟน้ำตก ภายในถ้ำโปร่งและมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ มองจากปากถ้ำมาที่บริเวณทางรถไฟจะเห็นทิวทัศน์ที่งดงามและมองเห็นแม่น้ำแควน้อยอยู่เบื้องล่าง บริเวณนี้เป็นจุดที่สร้างทางรถไฟยากที่สุด เนื่องจากเส้นทางโค้งเลียบเขา  การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 55 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 กิโลเมตรที่ 29–30    ทางรถไฟสายนี้เริ่มต้นจากสถานีหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่านเข้ากาญจนบุรี ข้ามแม่น้ำแควใหญ่ ไปทางทิศตะวันตก ผ่านด่านพระเจดีย์สามองค์จนถึงปลายทางที่เมืองตันบีอุซายัต ประเทศพม่า เส้นทางสายนี้เป็นน้ำ พักน้ำแรงการบุกเบิกของทหารเชลยศึกพันธมิตร ที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์สร้างเพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่าน ประเทศพม่า ทิวทัศน์ตลอดเส้นทางนี้สวยงามมาก ปัจจุบันเส้นทางสายนี้ไปสุดที่บ้านท่าเสา หรือสถานีน้ำตก ระยะ ทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกเป็นระยะทางประมาณ 77 กม. การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเดินรถ บนเส้นทางสายนี้ทุกวัน และจัดรถไฟขบวนพิเศษสายกรุงเทพฯ-น้ำตก ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ติดต่อ สอบถามรายละเอียดได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 2237010, 2237020

 


อ่านต่อรายละเอียด ทางรถไฟสายมรณะ
---------------------------------------

สุสานกาญจนบุรี (ดอนรัก)

สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก (Kanchanaburi War Cemetery) เนื่องจากการเกณฑ์ทหารสัมพันธมิตรมาสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ ผ่านกาญจนบุรีไปเมียนมาร์ของกองทัพญี่ปุ่น ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเหตุให้เชลยศึกพันธมิตรเสียชีวิตที่กาญจนบุรีเป็นจำนวนมาก สุสานแห่งนี้บรรจุกระดูกของทหารสัมพันธมิตร จำนวน 6,982 หลุม สุสานแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 17 ไร่ ตั้งอยู่หลังสถานีรถไฟกาญจนบุรี ห่างจากศูนย์กลางจังหวัดกาญจนบุรีประมาณ 2 กิโลเมตร ในเขตบ้านดอนรัก ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมืองกาญจนบุรี สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ภายในมีการตกแต่งสวยงาม ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมาเยี่ยมชมจำนวนมากเพราะเป็นเส้นทางผ่านไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ และอยู่ห่างจากสถานีรถไฟกาญจนบุรีเพียง 300 เมตร เท่านั้น

อยู่ที่บริเวณหลังสถานีรถไฟ กาญจนบุรี ห่างจากตัวเมืองออกไปทางเหนือประมาณ 1 กม. เป็นสุสานที่มีเนื้อที่กว้างขวางสวยงามและเงียบ สงบ บรรจุศพทหารเชลยศึกถึง 6,982 หลุม

 ทางเข้าสุสานกาญจนบุรี (ดอนรัก)สุสานกาญจนบุรี (ดอนรัก)สุสานกาญจนบุรี (ดอนรัก)สุสานกาญจนบุรี (ดอนรัก)


อ่านต่อรายละเอียด สุสานกาญจนบุรี (ดอนรัก)
---------------------------------------

พิพิธภัณฑ์ สงครามโลกครั้งที่ 2

หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชน ก่อตั้งขึ้นโดยคุณอรัญ จันทร์ศิริ ผู้ประกอบการธุรกิจค้าอัญมณี ในจังหวัดกาญจนบุรี พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เริ่มก่อตั้งในปี 2538 โดยตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควใหญ่ บริเวณใกล้กับสะพานข้ามแม่น้ำแคว ลักษณะพิพิธภัณฑ์เป็นกลุ่มอาคารจัดแสดงจำนวนหลายหลัง เรื่องราวที่จัดแสดงภายในมีเนื้อหาที่หลากหลาย บางส่วนเกี่ยวโยงกับเรื่องสงครามโลกครั้งที่สอง การสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแคว และบางส่วนเป็นความสนใจส่วนตัวของเจ้าของ และบางส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจค้าอัญมณี ทั้งนี้พื้นที่การจัดแสดงสามารถแบ่งคร่าวๆ ได้ 7 เรื่องราว ได้แก่

1. ประวัติศาสตร์ชาติไทย สงครามระหว่างไทยกับพม่า จัดแสดงภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง สงครามการสู้รบระหว่างไทยกับพม่า พร้อมข้าวของต่าง ๆ ที่เจ้าของสะสมไว้ อาทิ เครื่องปั้นดินเผา ที่บดยา ปืน ดาบ กระต่ายขูดมะพร้าวเป็นต้น   2. การสร้างสะพานความแม่น้ำแคว และทางรถไฟสายไทย-พม่า โดยจัดแสดงอาคารจำลองที่พักเชลยศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง พร้อมแสดงหุ่นจำลอง และภาพถ่ายและภาพวาด แสดงชีวิตความเป็นอยู่ของเชลยศึกในค่าย การจัดแสดงภาพถ่ายและโมเดลเหตุการณ์การทิ้งระเบิดทำลายสะพานข้ามแม่น้ำแคว ข้าวของเครื่องใช้ของเชลยศึก และทหารญี่ปุ่น ยานพาหนะของทหารญี่ปุ่น เป็นต้น   3. ของสะสมส่วนตัว อาทิ แสตมป์ นาฬิกา เหรียญและธนบัตร สัตว์สตัฟฟ์ เครื่องดนตรี เป็นต้น   4. หินแร่ และเครื่องประดับ แสดงตัวอย่างแร่ธาตุต่าง ๆ อาทิ แร่แอเมทิสต์ แร่หยกขาว แร่รูไทล์ รวมถึงพลอยดิบ   5. เครื่องแต่งกายไทย จัดแสดงเครื่องแต่งกายผู้หญิงประกอบภาพวาดนางสาวไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน   6. ยานพาหนะของทหารญี่ปุ่น อาทิ รถจี๊ป รถมอเตอร์ไซค์ รถม้า เป็นต้น   7. ถ้ำมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จัดแสดงภาพวาดและรูปจำลองวิวัฒนาการของมนุษย์ตั้งแต่อดีต เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00 -18.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ โทร. (034) 512596

 ทางเข้าพิพิธภัณฑ์สงครามโลก ครั้งที่ 2รถไฟในสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2พิพิธภัณฑ์สงครามโลก ครั้งที่ 2


อ่านต่อรายละเอียด พิพิธภัณฑ์ สงครามโลกครั้งที่ 2
---------------------------------------

วัดถ้ำมังกรทอง

อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 7 กิโลเมตร บนฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ตั้งอยู่เชิงเขา วัดนี้สร้างขึ้นในปี 2447 เหตุที่ได้ชื่อว่าถ้ำมังกรทองก็เนื่องจากมีถ้ำขนาดเล็กอยู่บนยอดเขา โดยราวบันไดขึ้นสู่ถ้ำสร้างเป็นรูปมังกรสองตัวขนาดใหญ่ขนานกันไปจนสุดทางที่ปากถ้ำ มีบันไดทั้งหมด 95 ขั้น ที่ตรงปากถ้ำมีหินใหญ่ทำเป็นหน้าสิงโตดูน่าเกรงขาม วัดถ้ำมังกรทองยังมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลายเกี่ยวกับการทำสมาธิลอยตัวในน้ำ ที่เยกกันว่า "แม่ชีลอยน้ำ" โดยเสียค่าเข้าชม(ทำบุญ) 10 บาทต่อคน มีผู้สนใจมาชมการแสดงลอยตัวในน้ำเป็นประจำ   การเดินทาง จากถนนแสงชูโตใช้เส้นทางที่แยกซ้ายจากหน้าศาลากลางจังหวัดไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองไปยังวัดถ้ำมังกรทอง

 


อ่านต่อรายละเอียด วัดถ้ำมังกรทอง
---------------------------------------

พิพิธภัณฑ์อักษะเชลยศึก

พิพิธภัณฑ์อักษะเชลยศึกหรือพิพิธภัณฑ์สงครามวัดใต้ (JEATH War Museum : Japan England Australia Thailand Holland) สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ . ศ . 2520 ในบริเวณวัดไชยชุมพลชนะสงคราม หรือวัดใต้ ตำบลบ้านใต้ อำเภอเมืองกาญจนบุรี ตัวอาคารสร้างเป็นกระท่อมเลียนแบบค่ายเชลยศึก สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นที่เก็บรวบรวมภาพวาด ภาพถ่าย แสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของเชลยศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง นอกจากนั้นยังมีเครื่องมือ เครื่องใช้ของทหารเชลยศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เช่น อาวุธสงคราม หมวก มีด ช้อน ส้อม เป็นต้น สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างจากสถานีขนส่งกาญจนบุรีเพียง 400 เมตร  จัดสร้างขึ้นเป็นกระท่อมที่มีสภาพคล้ายค่ายเชลยศึก สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นที่รวบรวมภาพวาดและภาพถ่ายตลอดจน เครื่องมือ เครื่องใช้ในสมัยนี้ นอกจากนี้ยังมีเศษลูกระเบิดที่ตกอยู่ตามที่ต่างๆ ระหว่างสงครามแสดงไว้ในบริเวณรอบ พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแม่ กลอง ในบริเวณวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) ถนนไชยชุมพล เปิดให้ เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 5 บาท ชาวต่างประเทศ 25 บาท

 


อ่านต่อรายละเอียด พิพิธภัณฑ์อักษะเชลยศึก
---------------------------------------

วัดถ้ำพุหว้า

ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองหญ้าเป็นสาขาหนึ่งของวัดปากน้ำบรรยากาศโดยรอบสะอาดร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปปฏิบัติธรรมเจริญศีลภาวนาทั้งสวยงามด้วยภูมิประเทศที่โอบล้อมด้วยภูเขาป่าไม้ และถ้ำที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยงดงามหลายแห่ง การเดินทาง ไปยังวัดถ้ำพุหว้าสามารถใช้เส้นทางไปได้ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางกาญจนบุรี-บ้านเก่าเลี้ยวซ้ายบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 16 ไปตามเส้นทางสายพุประดู่-วังลาน อีก 6 กม. ก็จะถึงทางแยกเข้าวัด หรือ ข้ามแพขนานยนต์ที่ท่าน้ำหน้าเมืองเดินทางผ่านวัดถ้ำเขาปูน สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ จากนั้นเลี้ยวขวาที่บริเวณระหว่างหลักกม.ที่ 49-48 ไปตามเส้นทางสายพุประดู่-วังลานอีก 5 กม.ก็จะถึงทางแยกเข้าวัด

วัดถ้ำพุหว้าพระพุทธรูปภายในวัดถ้ำพุหว้าพระพุทธรูปภายในวัดถ้ำพุหว้า


อ่านต่อรายละเอียด วัดถ้ำพุหว้า
---------------------------------------

วัดป่าเลไลยก์

วัดป่าเลไลย์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลลาดหญ้าอำเภอเมือง บริเวณนี้เคยเป็นเมืองหน้าด่านสกัดกั้นการเดินทัพของพม่า ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้นจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น  วัดป่าเลไลยก์อยู่ห่างจากวัดขุนแผนไปทางทิศเหนือประมาณ ๕๐๐ เมตร ภายในวัดประกอบด้วย  มณฑป ก่ออิฐถือปูน ฐานรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส กว้างด้านละ ๗.๖๐ เมตร สูง ๖.๖๐ เมตร ฐานประกอบด้วยชุดบัวคว่ำ มีซุ้มพระยืน ทางด้านทิศเหนือทิศใต้ และทิศตะวันตก ประตูเข้าอยู่ทางทิศตะวันออก ภายในมณฑปประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้น ปางป่าเลไลยก์ขนาดใหญ่มีลิง และช้างหมอบอยู่ทั้งสองข้าง  วิหาร ก่ออิฐถือปูนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง ๗ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สูง ๓ เมตร มีประตูทางเข้าอยู่ทางด้านทิศตะวันออกสองประตู ตัววิหารตั้งอยู่บนฐานหน้ากระดานสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๒ เมตร สูง ๑.๔๐ เมตร ทางด้านทิศเหนือและทิศใต้มีบันไดขึ้นสู่วิหาร กว้าง ๑.๒๐ เมตร  เจดีย์ นอกกำแพงแก้วเป็นเจดีย์ทรงกลมก่ออิฐถือปูน ตั้งอยู่บนฐานรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส กว้างด้านละ ๕ เมตร สูง ๑.๕๐ เมตร  เจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงกลม ก่ออิฐสอดินฉาบปูน ส่วยยอดหักพัง ความสูงที่เหลืออยู่ประมาณ ๗.๕๐ เมตร องค์เจดีย์ตั้งอยู่บนฐานเขียวรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส กว้างด้านละ ๘ เมตร ทางด้านทิศใต้ของเจดีย์มีฐานโบราณสถานรูปแปดเหลี่ยม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๘ เมตร สูง ๔๐ เซนติเมตร  กำแพงแก้ว ก่อด้วยอิฐ กว้าง ๒๗ เมตร ยาว ๕๕ เมตร หนาประมาณ ๑ เมตร มีประตูทางเข้าทางด้านทิศตะวันออก และทิศเหนือ ประตูกว้าง ๑ เมตร บริเวณด้านทิศใต้ของกำแพงแก้วมีฐานรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง ๒ เมตร ยาว ๓ เมตร

วัดป่าเลไลย์ กาญจนบุรี ด้านหน้าวัดวัดป่าเลไลย์ กาญจนบุรีวัดป่าเลไลย์ กาญจนบุรี 


อ่านต่อรายละเอียด วัดป่าเลไลยก์
---------------------------------------

อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม9ทัพ

อยู่ที่ทุ่งลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี ระหว่างทางไปน้ำตกเอราวัณ อ.ศรีสวัสดิ์ เลี้ยวซ้ายจากทางหลวง ประมาณ 600 เมตร ทางเข้ามีเสาธงเป็นสัญลักษณ์ เสาสีเขา 4 ต้น คือ กองทัพไทยทั้ง 4 ทัพ และ เสาสีน้ำตาล 9 ต้น แสดงถึง กองทัพทั้ง 9 ของพม่า แต่มี 5 กองทัพที่ยกมาทางหุบเขาที่ทุ่งลาดหญ้าแห่งนี้ ซึ่งมีกองทัพไทย ออกมาตั้งรับ แทนที่จะตั้งอยู่ในเมืองหลวงเหมือนเมื่อก่อน จนในที่สุดไทยเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ

ประวัติโดยสังเขป คือ เมื่อ พ.ศ.๒๓๒๘ หลังจากสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ได้เพียงสองปีกว่า ปราสาทราชวังท้องพระโรงยังเป็นเครื่องไม้อยู่ ส่วนพม่า ก่อนหน้านั้นก็มีเรื่องยุ่งๆ  แย่งชิงราชสมบัติกัน สุดท้ายพระเจ้าปะดุงได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน พระเจ้าปะดุงองค์นี้เก่ง รวบรวมพม่าเป็นปึกแผ่นได้ เมื่อรู้ว่าไทยเพิ่งสร้างกรุงใหม่ ก็ดำริจะตีไทยให้ย่อยยับเหมือนเมื่อครั้งอยุธยา

จึงกรีธาทัพใหญ่ ไพร่พลถึง ๑๔๔,๐๐๐ คน แบ่งเป็น ๙ กองทัพ ยกเข้ามา ๕ ทิศทาง เราจึงเรียกสงครามครั้งนี้ว่า ‘สงคราม ๙ ทัพ’ หรือ ‘ศึกเก้าทัพ’

ทั้ง ๙ ทัพ ๕ ทิศทาง ว่ากันย่อๆ ดังนี้

ทิศทางที่ ๑ กองทัพที่ ๔, ๕, ๖, ๗, ๘ รวมเป็น ๕ กองทัพ ยกหนุนเนื่องกันเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ พระเจ้าปะดุงเป็นจอมทัพกองทัพหลวง คือ กองทัพที่ ๘

ทิศทางที่ ๒ กองทัพที่ ๙ ยกมาทางด่านแม่ละเมา มีหน้าที่ตัดหัวเมืองเหนือให้ขาดจากภาคกลาง ตีดะลงมาตามลำน้ำปิง ตาก กำแพงเพชร และนครสวรรค์ ลงมาบรรจบกับทัพหลวง

ทิศทางที่ ๓ กองทัพที่ ๓ เคลื่อนจากตองอูมารวมทัพที่เชียงแสน (ของพม่า) ตีลำปาง สวรรคโลก สุโขทัย พิชัย พิษณุโลกแล้วลงมาสมทบทัพหลวง

ทิศทางที่ ๒ กองทัพที่ เคลื่อนมาทางด่านบ้องตี้ ทิวเขาตะนาวศรี (กาญจนบุรี) ตีราชบุรี ตัดหัวเมืองฝ่ายใต้

ทิศทางที่ ๕ กองทัพที่ ๑ มีทั้งทัพบกและทัพเรือ เข้าตีหัวเมืองฝ่ายใต้ ตั้งแต่ชุมพรลงไป

พระราชพงศาวดาร บันทึกเอาไว้ว่า

“พระบาทสมเด็จพระบรมบพิตร พระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ (วังหลวงและวังหน้า) ได้ทรงทราบข่าวศึก ดังนั้น จึงดำรัสให้ประชุมพระบรมวงศานุวงศ์ มีกรมพระราชวังบวรสถานพิมุขฝ่ายหลัง (แต่ยังดำรงพระอิสริยยศ พระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์) เป็นต้น กับท้าวพระยาเสนาบดีมนตรีมุขทั้งหลาย พร้อมกัน ดำรัสปรึกษาราชการเป็นหลายเวลา...”

เมื่อทรงวางแผนต่อสู้เรียบร้อยแล้ว

ตรงนี้ ขอเน้นสักนิดว่า เมื่อสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์แล้ว เจ้านายไทยต้นๆ

พระราชวงศ์นั้น มิได้ทรงเว้นว่างจากศึกสงคราม ท่านรบเก่งกันมาแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแล้ว ท่านก็ยังต้องเหนื่อยยาก ทำศึกสงครามต่อในรัชกาลที่ ๑ นั้น ต้องทำสงครามออกศึกถึง ๗ ครั้ง

ฝ่ายไทยในครั้งนั้นรวมพลแล้วได้เพียง ๕๓,๐๐๐ คน จัดแบ่งเป็นกองทัพไปสกัดทัพพม่าเพียง ๒ ทาง คือ

ทิศทางที่ ๑ เจ้าพระยาธรรมาธิบดี เป็นแม่ทัพหน้ากรมพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เป็นแม่ทัพหลวง พระยามหาโยธา คุมกองมอญ ๓,๐๐๐ คนไปขัดตาทัพที่ด่านกรามช้าง

ทิศทางที่ ๒ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษเทเวศร์ (กลับมาจากสงครามคราวนี้ได้เป็นกรมพระราชวังหลัง) เป็นแม่ทัพไปตั้งค่ายหลวงที่นครสวรรค์ พระยาพระคลัง (หน) และพระยาอุทัยธรรม (บุนนาค) เป็นกองหลังตั้งค่ายอยู่เมืองชัยนาท

สรุปว่า แม้มีกำลังพลเพียง ๑ ใน ๓ ของพม่าในที่สุดฝ่ายไทยก็สามารถตีทัพพม่า ค่ายพม่าแตกได้ ทุกทิศทาง นับว่าเป็นศึกซึ่งเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ทีเดียว

จะขอเล่าถึงชัยชนะทางด้านเมืองกาญจนบุรีและราชบุรี ซึ่งพม่ายกเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ ถึง ๕ ทัพ ตามที่มีผู้จดบันทึกเอาไว้ เป็นการประกอบดังนี้

“กองทัพหน้าพม่าล่วงเข้ามาที่ด่านกรามช้าง มีกำลังพลถึง ๑๑,๐๐๐ คน เข้าปะทะตีทัพ พระยามหาโยธา (ที่คุมกองมอญ ๓,๐๐๐ คน) ขัดตาทัพอยู่ ถอยหนีเข้ามาหาทัพหลวง ส่วนกองทัพพม่าหนุนเนื่องกันเข้ามา มาตั้งค่ายอยู่ท่าดินแดงวังหน้าจึงมีพระราชบัณฑูรดำรัสสั่งให้ท้าวพระยานายทัพนายกองทั้งปวงยกพลออกตีค่ายพม่า รบกันเป็นสามารถล้มตายด้วยกันทั้งสองข้าง ในครั้งนี้วังหน้า ทรงมีพระราชบัณฑูรให้ทำครกและสากใหญ่ไว้ในค่ายหลวง ๓ สำรับ ดำรัสให้ประกาศแก่นายทัพนายกองและทหารทั้งปวงว่า ถ้าผู้ใดถอยหนีพม่าข้าศึกจะเอาตัวลงครกโขลกเสีย”

สมเด็จพระบวรราชเจ้าฯ มหาสุรสิงหนาท วังหน้าในรัชกาลที่ ๑ นั้น ทราบกันดีว่าทรงห้าวหาญ ดุเด็ดขาด และพระทัยร้อน ถึงพวกพม่าพากันเรียกท่านว่า ‘พระยาเสือ’ ตั้งแต่รัชสมัยกรุงธนบุรี ว่ากันว่า หากพวกพม่าได้ยินว่า ‘พระยาเสือ’ เป็นแม่ทัพ กำลังใจก็ลดลงแล้ว

ในการศึกสงครามนั้น ท่าน ‘เอาจริง’ มิใช่แต่เพียงขู่

ครั้งนั้น ท่านดำรัสสั่งให้ พระยาสีหราชเดโช พระยาท้ายน้ำ พระยาเพชรบุรี เป็นนายทัพกองโจร ถือพล ๕๐๐ คน มีปลัดทัพสองคน คือ พระยารามคำแหง พระยาเสนานนท์ ยกลัดป่ามาคอยซุ่มสกัดตีกองลำเลียงพม่าที่ตำบลพุไคร้ อันเป็นช่องแคบ (พุไคร้นี้เคยไปมาแล้ว เป็นเขามีช่องแคบลับลี้เหมาะสำหรับซุ่มจริงๆ  สมัยเมื่อตุลาคม ๒๕๑๖ เคยมีพวกนิสิตนักศึกษาไปหลบซ่อนอยู่)

 


อ่านต่อรายละเอียด อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม9ทัพ
---------------------------------------

ถ้ำพุพระหรือวัดถ้ำขุนแผน

เป็นถ้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนภูเขาสูง มีประวัติเล่าว่า ขุน แผนได้นำเอากุมารทองมาย่างในถ้ำนี้ ถ้ำพุพระอยู่บนเส้นทางสายกาญจนบุรี- ไทรโยค-ทองผาภูมิ ตรงกม.ที่ 7-8 แยกซ้ายเข้าไปอีก 1 กม. มีป้าย บอกชัดเจน มีรถประจำทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค วิ่งผ่านปากทางไปสู่ถ้ำ นี้ด้วย โดยจะต้องเดินเข้าไปอีก 1 กม.

 ทางเข้าวัดถ้ำขุนแผนทางเข้าวัดถ้ำขุนแผน


อ่านต่อรายละเอียด ถ้ำพุพระหรือวัดถ้ำขุนแผน
---------------------------------------

ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี

ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ด้านหน้าสถาบันราชภัฏกาญจนบุรีอยู่บนถนนสายกาญจนบุรี - ไทรโยค ( ทางหลวงหมายเลข 323) ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นแหล่งแสดงเครื่องใช้ภายในครัวเรือน เครื่องมือที่ใช้ในการประมง ภาชนะดินเผาก่อนประวัติศาสตร์ หนังสือไทยโบราณและศิลปวัตถุต่างๆ  ด้านข้างอาคารศูนย์ฯมีหลุมขุดค้นทางประวัติศาสตร์ ศูนย์วัฒนธรรมฯเปิดให้ชมทุกวันตั้งแต่เวลา 8.30–16.30 น.

ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรีภายในศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี


อ่านต่อรายละเอียด ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี
---------------------------------------

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า

พิพิธภัณฑบ้านเก่า (Ban Kao Museum) บ้านเก่าเป็นตำบลเล็กๆ ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย เขตอำเภอเมืองกาญจนบุรี อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 35 กิโลเมตร บ้านเก่าเป็นแหล่งอารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์ที่สำคัญของโลก ในระหว่าง พ . ศ . 2503 – 2505 มีการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์สมัยหินใหม่ เครื่องมือและเครื่องใช้ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ เครื่องมือเครื่องใช้ทำด้วยหิน เครื่องประดับรูปแบบต่างๆ การเดินทางไปพิพิธภัณฑ์บ้านเก่าสะดวกและรวดเร็ว โดยทางรถยนต์สายกาญจนบุรี - สังขละบุรี ตามทางหลวงหมายเลข 323 แยกเข้าบ้านเก่าที่กิโลเมตราที่ 10 ไปถนนสายลาดยาง ประมาณ 20 กิโลเมตร ถึงบ้านเก่าแยกเข้าพิพิธภัณฑ์บ้านเก่าประมาณ 1 กิโลเมตร หรือเดินทางโยรถไฟสายกาญจนบุรี - น้ำตกไปลงที่สถานีบ้านเก่าและเดินทางตามทางรถยนต์อีก 2 กิโลเมตร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า เปิดให้ชมทุกวัน เว้นวันจันทร์และวันอังคาร เวลา 09.00-16.00 น.

ทางเข้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่าอาคารหลักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า


อ่านต่อรายละเอียด พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า
---------------------------------------

โรงถ่ายภาพยนตร์พระนเรศวร (พร้อมมิตรสตูดิโอ)

สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ถ่ายทำในบริเวณกองพลทหารราบ ที่ ๙ ค่ายสุรสีห์ ตำบลลาดหญ้า ด้วยระยะเวลาการก่อสร้างกว่า 4 ปี จากสภาพพื้นที่ 2,000 ไร่ ได้เนรมิตฉากต่างๆ จากการศึกษาค้นคว้าข้อมูลอย่างพิถีพิถัน เพื่อรองรับการถ่ายภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ "ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช" มีกิจกรรมต่าง ๆ  อาทิ  การแต่งกายชุดประวัติศาสตร์  ขี่ม้า  ขี่ช้าง  นั่งเกวียน  และมี จุดจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว

อีกทั้งยังวางแผนพัฒนาให้พื้นที่แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่ สร้างความประทับใจและความบันเทิงให้กับผู้เยี่ยมชม

เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น.  

ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ชาวไทย  100 บาท   เด็กอายุ 2 ปีไม่เกิน 12 ปี  50 บาท  ชาวต่างชาติ 200 บาท  

บริเวณรอบๆ สถานที่ถ่ายภาพยนตร์พระนเรศวรโรงถ่ายภาพยนตร์พระนเรศวรโรงถ่ายภาพยนตร์พระนเรศวร


อ่านต่อรายละเอียด โรงถ่ายภาพยนตร์พระนเรศวร (พร้อมมิตรสตูดิโอ)
---------------------------------------

วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ

วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ ลักษณะเป็น เป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธนิกาย โดยตัววัดสร้างจากไม้ทั้งหลัง มีพระโพธิสัตว์กวนอิมองค์ใหญ่แกะสลักจากไม้ สูง 12 เมตร และมีเจ้าแม่กวนอิมที่แกะสลักจากไม้หอมปางต่างๆ อีกกว่า 100 ปาง วัดพุทธแบบจีนตั้งอยู่ อ.หนองหญ้า-อ.เมือง จ.กาญจนบุรีอยู่ห่างจากตัวเมือง ควรเดินทางโดยรถส่วนตัว เพราะ โดยสารด้วยรถประจำ เริ่มจาก วิ่งเข้าตัวเมือง หาทางไปให้ถึงวัดเทวสังวรารามให้ได้(วัดเหนือ)ข้ามสะพานสมเด็จญาณสังวรที่อยู่หน้าวัด วิ่งไปตามทาง ผ่านสุสานเขาช่องไก่ ผ่านวัดถ้ำเขาปูนผ่านวิทยาลัยเกษตร ผ่านสวนหินสมเด็จ จนถึงปากทางเข้าจะมีเสาประตูทางเข้าอยู่ ขวามือ เสาสีแดงป้ายใหญ่เลี้ยวขวา วิ่งไปตามทางอีก ประมาณ 3-4 ก.ม ตั้งเมื่อ 14 ตุลาคม 2542

บริเวณด้านหน้าของวัดเมตตาธรรมโพธิญาณวัดเมตตาธรรมโพธิญาณ


อ่านต่อรายละเอียด วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ
---------------------------------------

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรี แต่เดิมกำหนดสร้างที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2525 ณ ตำบลหว้ากอซึ่งเป็นที่ตั้งของอุทยานวิทยาศาสตร์หว้ากอ ในปัจจุบัน แต่ด้วยความไม่พร้อมของสถานที่จึงย้ายไปจังหวัดกาญจนบุรีซึ่งอยู่เขตการศึกษาเดียวกัน ที่ตั้งของสวนอยู่ในบริเวณวิทยาลัยเกษตรกรรมและเทคโนโลยีกาญจนบุรี เป็นที่ราบเชิงเขาอุดมไปด้วยพรรณไม้ประจำถิ่นมากมายและหลากหลายชนิด มีความสวยงามที่แตกต่างไปจากสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์แห่งอื่นๆ กล่าวคือ ที่เชิงเขาหินปูนอุดมปด้วยหินโผล่เหนือดินหลากหลายรูปร่างและขนาด สามารถให้จินตนาการเป็นรูปต่างๆ ตามความคิดของผู้มอง เช่น รูปเสือ สิงโต ปลา ปลาวาฬ แรด ไดโนเสาร์ ฯลฯ บางก้อนมีเสียงกังวานเหมือนระฆังเมื่อตีด้วยไม้ บางก้อนมีต้นไม้ใหญ่กอดรัด บางก้อนมีต้นไม้เล็กสอดแทรกตามร่องรูหรือรอยแตก รวมทั้งมอส และเฟิร์น นอกจากสวนหินธรรมชาติแล้วยังมีพรรณไม้ธรรมชาติและสัตว์ป่านานาชนิด รวมทั้ง เก้ง เลียงผา กระต่ายป่า ไก่ฟ้าและนกมากมายหลายชนิด สัตว์ในธรรมชาติเหล่านี้เริ่มปรากฏจำนวนเพิ่มมากขึ้น

การเดินทางไปสวนหิน

เส้นทางที่ใกล้ที่สุด คือเดินทางจากหลักเมืองไปยังท่ารวมของแม่น้ำสองสาย คือ แม่น้ำแควน้อยและแควใหญ่ ข้ามแพขนานยนต์ไปยังฝั่งตรงข้ามเดินทางผ่านสุสานสหประชาชาติ ถ้ำเขาปูนและเลี้ยวเข้าวิทยาลัยเกษตรกรรม จ.กาญฯ ระยะทางประมาณ 9 กม.

อีกเส้นทาง ไปตามถนนแสงชูโตผ่านสุสานสัมพันธมิตรถึงสามแยกแก่งเสี้ยน เลี้ยวซ้ายผ่านสะพานข้ามแม่น้ำแควใหญ่ไปตามเส้นทางวัดเขาปูนจะถึงบริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ทางนี้มีระยะทาง 21 กม

 สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรีบรรยากาศร่มรื่นสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์, กาญจนบุรี ถนน สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์สระบัวด้านหน้าสวนย่อม


อ่านต่อรายละเอียด สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
---------------------------------------

สุสานทหารสัมพันธมิตรหรือสุสานช่องไก่

สุสานทหารสัมพันธมิตรเขาปูน หรือสุสานช่องไก่ ( Chong-Kai War Cemetery ) เคยเป็นที่ตั้งค่ายเชลยศึกขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย ฝั่งตะวันออก ในตำบลเกาะสำโรง อำเภอเมืองกาญจนบุรี ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 2 กิโลเมตร ขนาดเล็กกว่าสุสานกาญจนบุรี ( ดอนรัก ) มีพื้นที่ประมาณ 7 ไร่ บรรจุศพเชลยศึกรวม 1,750 หลุม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารอังกฤษ ภายในมีการตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับอย่างร่มรื่น การเดินทางไปสุสานเขาปูน ทางรถยนต์ไปตามถนนลาดยางประมาณ 2 กิโลเมตร และอาจเดินทางโดยเรือที่หน้าเมืองกาญจนบุรี ตามลำน้ำแควน้อยอีกประมาณ 2 กิโลเมตร


อ่านต่อรายละเอียด สุสานทหารสัมพันธมิตรหรือสุสานช่องไก่
---------------------------------------

สุสานเขาปูน (ช่องไก่)

สุสานทหารสัมพันธมิตรเขาปูน หรือสุสานช่องไก่ ( Chong-Kai War Cemetery ) เคยเป็นที่ตั้งค่ายเชลยศึกขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย ฝั่งตะวันออก ในตำบลเกาะสำโรง อำเภอเมืองกาญจนบุรี ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 2 กิโลเมตร ขนาดเล็กกว่าสุสานกาญจนบุรี ( ดอนรัก ) มีพื้นที่ประมาณ 7 ไร่ บรรจุศพเชลยศึกรวม 1,750 หลุม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารอังกฤษ ภายในมีการตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับอย่างร่มรื่น การเดินทางไปสุสานเขาปูน ทางรถยนต์ไปตามถนนลาดยางประมาณ 2 กิโลเมตร และอาจเดินทางโดยเรือที่หน้าเมืองกาญจนบุรี ตามลำน้ำแควน้อยอีกประมาณ 2 กิโลเมตร


อ่านต่อรายละเอียด สุสานเขาปูน (ช่องไก่)
---------------------------------------

ถ้ำสัตตบรรณคูหา

จากทางเข้าสวนหินมาประมาณ 1 กิโลเมตร เยื้องกับวิทยาลัยเกษตรกรรม มีทางแยกไปถ้ำอีก 1 กิโลเมตร บริเวณถ้ำเป็นที่ตั้งสำนักสงฆ์ สภาพภูมิประเทศโดยรอบสวยงามและเงียบสงบ  โบราณสถานในเขตเมืองกาญจนบุรีเก่า ตั้งอยู่ในเขตตำบลลาดหญ้า บริเวณนี้เคยเป็นเมืองหน้าด่าน สกัดกั้นการเดินทัพของพม่าซึ่งยกเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น จนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ประมาณ พ.ศ. 2091-2328 สภาพปัจจุบันยังคงเหลือร่องรอยของแนวกำแพงดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 168 x 355 เมตร มีป้อมค่ายอยู่ทั้ง 4 มุม โบราณสถานโดยรอบมีวัดขุนแผน วัดแม่หม้าย วัดป่าเลไลยก์ และวัดนางพิมพ์


อ่านต่อรายละเอียด ถ้ำสัตตบรรณคูหา
---------------------------------------

โบราณสถานในเขตเมืองเก่า

ตั้งอยู่ในเขตตำบลลาดหญ้า ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 และเข้าทางหลวงหมายเลข 3199 ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 2-3 บริเวณนี้เคยเป็นเมืองหน้าด่าน สกัดกั้นการเดินทัพของพม่าซึ่งยกเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้นจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นประมาณ พ.ศ. 2091-2327 สภาพปัจจุบันยังคงเหลือร่องรอยของแนวกำแพงดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 167 x 355 เมตร มีป้อมค่ายอยู่ทั้ง 4 มุม    โบราณสถานโดยรอบในบริเวณใกล้เคียงกัน ได้แก่  วัดป่าเลไลยก์ เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ชาวบ้านเรียกว่าวัดผ่าอก แต่เดิมภายในมณฑปประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่ภายในมณฑป ได้ถูกคนลักลอบเจาะอกพระจนทะลุ จึงได้เรียกกันว่าวัดผ่าอก ต่อมาชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างพระพุทธรูปปางป่าเลไลย์ขึ้นแทน โบราณสถานบริเวณวัดป่าเลไลย์ประกอบด้วย มณฑป วิหาร และเจดีย์ทรงกลมก่อด้วยอิฐสอดินฉาบปูน    วัดขุนแผน จากวัดป่าเลไลยก์ทางเข้าด้านข้าง วัดนี้เข้าไปทางค่ายฝึกสำรวจคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นวัดร้างที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีพระปรางค์เป็นหลักสำคัญของวัด ภายในบริเวณวัดมีโบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่ พระปรางค์ พระอุโบสถ เจดีย์ประจำทิศ เจดีย์ราย และวิหาร ปัจจุบันคงยังมองเห็นเฉพาะซากพระปรางค์เท่านั้น   วัดแม่หม้าย เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ห่างจากวัดขุนแผนไปทางทิศตะวันออกประมาณ 300 เมตร มีโบราณสถานแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทางด้านทิศเหนือประกอบด้วยเจดีย์ทรงกลมขนาดใหญ่มีฐานประทักษิณ วิหารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันตก และกลุ่มทางด้านทิศใต้ประกอบด้วย วิหารขนาดกลาง เจดีย์ราย และกำแพงแก้วล้อมรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ทั้งสองกลุ่มมีสระล้างกระดูกอยู่ระหว่างกลาง

กาญจนบุรี  โบราณสถานในเขตเมืองเก่ากาญจนบุรี  โบราณสถานในเขตเมืองเก่ากาญจนบุรี  โบราณสถานในเขตเมืองเก่า


อ่านต่อรายละเอียด โบราณสถานในเขตเมืองเก่า
---------------------------------------

ถ้ำมะเดื่อ

อยู่ภายในบริเวณวัดถ้ำมะเดื่อ ต.บ้านเก่า อ.เมือง ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 40 กม. ตัวถ้ำอยู่ริมแม่น้ำแควน้อยคนละฝั่งกับปราสาทเมืองสิงห์ โดยอยู่ห่างจากปราสาทเมืองสิงห์ประมาณ 1 กม.

การเดินทางไป วัดถ้ำมะเดื่อต้องลงเรือข้ามฟากจากท่าเรือ ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟท่ากิเลนประมาณ 1 กม. หรือถ้าไปทางรถยนต์ต้องไปข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแควน้อยที่ตำบลบ้านเก่า และไปตามเส้นทางสายไปค่ายทหาร (ค่ายไทรโยค) ตัวถ้ำจะอยู่ห่างจากค่ายไทรโยคไปประมาณ 2 กม.เมื่อเดินทางไปถึงนักท่องเที่ยวต้องติดต่อกับทางวัด เพื่อขอกุญแจเปิดประตูทางเข้าถ้ำมะเดื่อ

ภายในถ้ำมีเนื้อที่กว้างขวางมีหินงอกหินย้อยสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละคูหา ต้องใช้เวลาในการชมประมาณ 2 ชม. ทางวัดถ้ำมะเดื่อได้ติดตั้งไฟฟ้าเพื่อให้เห็นความงดงามของถ้ำ

 พระประทานบนเขาของถ้ำมะเดื่อบนยอดเขาเห็นวิว 360 องศาอีกด้านหนึ่งมีพระประทานวิวสวยมากมองเห็นท้องฟ้า วิวกราบไหว้พระอีกด้านมองเห็นภูเขาพระประทานป้ายหน้าถ้ำด้านทางรถขึ้นเขา


อ่านต่อรายละเอียด ถ้ำมะเดื่อ
---------------------------------------

เขื่อนท่าทุ่งนา

เขื่อนท่าทุ่งนา  เป็นโครงการหนึ่ง ในแผนพัฒนาลุ่มแม่น้ำแควใหญ่ ของการไฟฟ้าการผลิตแห่งประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ เขื่อนศรีครินทร์ เขื่อนแห่งนี้มีคุณสมบัติพิเศษ คือ เขื่อนศรีนครินทร์มาผลิตกระแสไฟฟ้า ได้อีก และยังสามารถสูบน้ำจากน้ำเขื่อนท่าทุ่งนา กลับไปใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้อีกครั้ง ที่เขื่อนศรีครินทร์ นับเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ที่นี่มีบริการที่พัก และ สนามกอล์ฟ

เขื่อนท่าทุ่งนาเขื่อนท่าทุ่งนา สวนย่อมเล็กๆเขื่อนท่าทุ่งนา วิวด้านบนด้านนี้น้ำเข้ามาไม่ถึงเขื่อนท่าทุ่งนาวิวด้านภูเขา


อ่านต่อรายละเอียด เขื่อนท่าทุ่งนา
---------------------------------------

วัดถาวรวราราม

วัดถาวรวราราม  หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกสั้น ๆ ว่า  วัดญวน  เป็นวัดพุทธศาสนาฝ่ายอนัมนิกาย  ลัทธิมหายาน  และมีชื่อตามภาษาญวนว่า  “คั้นถ่อตื่อ”  ที่แปลเป็นไทยว่า  “อยู่อย่างมั่นคงถาวร”  โดยชื่อ  วัดถาวรวราราม  นี้  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 5 เป็นวัดที่มีผู้คนไปกราบไว้กันมากและทุกๆ ปีก็จะมีงาน ถาวรวรารามเพื่อให้ไปกราบไว้ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์

วัดถาวรวราราม วัดถาวรวรารามวัดถาวรวรารามวัดถาวรวรารามวัดถาวรวราราม วัดถาวรวรารามวัดถาวรวราราม


อ่านต่อรายละเอียด วัดถาวรวราราม
---------------------------------------

วัดถ้ำเขาปูน

ถ้ำเขาปูน ก็หมายถึงภูเขาหินปูนนั่นเองเป็นถ้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากภูเขาหินปูนและมีเพียงแห่งเดียวประกอบด้วยห้อง 9 ห้อง มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป

บันไดทางขึ้นวัดด้านหน้าวัดถ้ำเขาปูนถนนในวัดถ้ำเขาปูนถ้ำเขาปูน


อ่านต่อรายละเอียด วัดถ้ำเขาปูน
---------------------------------------

หาดทรายท่าล้อ

หาดทรายท่าล้อ เป็นหาดทรายที่อยู่ติดกับแม่น้ำแม่กลอง บริเวณหาดทราย มีบริการเตียงผ้าใบ ร่ม ห่วงยาง เสื้อชูชีพ เรือถีบ เรือพาย เจ็ตสกี ไว้คอยให้บริการ ท่านสามารถ สั่งอาหารทะเล  มานั่งทานตามอัธยาศัย และสำหรับเด็กๆ ที่ชอบการเล่นน้ำ บริเวณหาดทรายก็มีสวนสนุกลอยน้ำ (เครื่องเล่นเป่าลม) เป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดาเด็กๆ ที่มาเล่นน้ำ อัตราค่าบริการ คนละ 20 บาท  หรือ จะเล่นน้ำ ก่อกองทรายก็สามารถทำได้

 เก้าอี้ผ้าใบนักท่องเที่ยวเยอะชายหาดน้ำน่าเล่นมากน้ำใสสะอาดไม่มีขยะด้วยสำหรับเช่าไปเล่น


อ่านต่อรายละเอียด หาดทรายท่าล้อ
---------------------------------------

พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย พม่า

พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า เมืองกาญจนบุรี ตั้งอยู่ใกล้กับสุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก ที่นี่ได้จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทางรถไฟสายไทย-พม่า เริ่มตั้งแต่การเข้ามาของประเทศญี่ปุ่น การออกแบบและการสร้างทางรถไฟ สภาพภูมิศาสตร์ของทางรถไฟ สภาพชีวิตในค่ายเชลยศึก ด้านการแพทย์ ค่าของสงคราม การปฏิบัติการของทางรถไฟ การทิ้งระเบิดและการทำลายทางรถไฟ และเหตุการณ์หลังจากสงครามยุติ

พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่าพิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่าพิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า


อ่านต่อรายละเอียด พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย พม่า
---------------------------------------

สวนน้ำ เวสท์ วันเดอร์ West Wonder Waterpark

สวนน้ำแห่งใหม่ของจังหวัดกาญจนบุรี ให้ใส่ชุดว่ายน้ำ เเบบเต็มตัว หรือแบบบิกินี่ เท่านั้น ไม่อนุญาติให้ใส่กางเกงยีนส์ เสื้อยืด กระโปรง รองเท้า โดยทางสวนน้ำจะมีให้เช่า หรือ ซื้อ เพิ่มเติมได้ บริเวณด้านในมี คลองน้ำวนหรรษา สไลเดอร์วนหลากสี ทะเลสาบมหัศจรรย์ตะวันตก อโลฮ่ายักษ์

ตั้งอยู่ใกล้กับสะพานสุดใจ (ฝั่งตรงข้ามกับตัวเมือง) ต.ท่ามะขาม อ.เมือง ห่างจากสะพานข้ามแม่น้ำแควเพียง 2 กม. รองรับที่จอดรถมากกว่า 1,000 คัน

เงื่อนไข :ราคาค่าเข้าผู้ใหญ่ปกติ 500 บาท ช่วงโปรโมชั่น ราคา 300 บาท และ เด็กที่สูงน้อยกว่า 130 ซม. เพียง 100 บาท โดยไม่มีการเก็บค่าเครื่องเล่นต่างๆ

เวลา เปิด- ปิด 10.00-18.00 น

 สวนน้ำ เวสท์ วันเดอร์ West Wonder Waterpark ป้าย ด้านหน้าป้ายยินดีต้อนรับประตูทางเข้าเล่นสวนน้ำจุดซื้อตั๋วเข้าสวนน้ำสวนน้ำ เวสท์ วันเดอร์ West Wonder Waterpark ราคาค่าเข้าสวนน้ำ เวสท์ วันเดอร์ West Wonder Waterpark สวนน้ำ เวสท์ วันเดอร์ West Wonder Waterpark สระว่ายน้ำเครื่องเล่นในสวนน้ำป้ายด้านหน้า


อ่านต่อรายละเอียด สวนน้ำ เวสท์ วันเดอร์ West Wonder Waterpark
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา