สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง พัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
เชียงใหม่ Chiangmai English Version, please click here

เชียงใหม่

>

ที่พักเชียงใหม่

>

แผนที่เชียงใหม่

>

ร้านอาหารเชียงใหม่

>

การเดินทางเชียงใหม่

>

ประวัติเชียงใหม่


จองที่พัก > ภาคเหนือ > เชียงใหม่ > อำเภอเมืองเชียงใหม่


วัดสวนดอก

วัดสวนดอก หรือ วัดบุพผาราม ตั้งอยู่ถนนสุเทพ อำเภอเมือง วัดนี้พระเจ้ากือนาทรงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1914 (ศักราชนี้ถือตาม หนังสือชินกาลมาลีปกรณ์ ของพระรัตนปัญญาเกตุ) เพื่อให้เป็นที่จำพรรษาของพระมหาเถระสุมน ผู้ประดิษฐาน พระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ ในแผ่นดินลานนาไทย วัดนี้แต่เดิมเป็นพระราชอุทยาน ของกษัตริย์ลานนาไทย สมัยแรกเริ่ม มีสถาปัตยกรรมสำคัญ คือ เจดีย์ประธานเป็นเจดีย์ทรงกลม กู่บรรจุอัฐิเจ้าตระกูล ณ เชียงใหม่และวิหารโถง นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าเก้าตื้อ ซึ่งพญาเมืองแก้วโปรดให้หล่อขึ้นเป็นพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ ศิลปะล้านนาผสมกับศิลปะสุโขทัย

 

 


อ่านต่อรายละเอียด วัดสวนดอก
---------------------------------------

เสาอินทขิล หรือ เสาหลักเมือง

เสาอินทขิล หรือเสาหลักเมือง อ.มือง เป็นหลักเมืองเมื่อครั้งพ่อขุนเม็งรายมหาราชสร้างเมืองเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 1839 ปัจจุบันนี้อยู่ตรงหน้าวัดเจดีย์หลวง เสาอินทขิลนี้ประดิษฐานอยู่ในวิหารจตุรมุขทรงไทยหลังเล็กๆ หลักอินทขิลนี้สร้างด้วยไม้ซุงต้นใหญ่ ฝังอยู่ใต้ดิน ทุกปีในเดือนพฤษภาคมจะมีงานเรียกว่า เข้าอินทขิล เป็นการฉลองหลักเมือง


อ่านต่อรายละเอียด เสาอินทขิล หรือ เสาหลักเมือง
---------------------------------------

วัดพระสิงห์วรวิหาร

วัดพระสิงห์ หรือมีชื่อเต็มว่า วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนสามล้าน ต.พระสิงห์ เป็นวัดที่มีนักท่องเที่ยวรู้จักคุ้นชื่อกันดี พญาผายู กษัตริย์เชียงใหม่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เพื่อบรรจุพระอัฐิของพญาคำฟู ซึ่งเป็นพระราชบิดา เดิมชื่อว่า วัดลีเชียงพระ บริเวณหน้าวัดแห่งนี้เคยเป็นกาดมาก่อน ชาวบ้านเรียกว่า กาดลี วัดพระสิงห์มีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่ หอไตร สร้างเป็นครึ่งตึกครึ่งไม้ ที่ตัวผนังตึกด้านนอกประดับด้วยทวยเทพปูนปั้นแต่งองค์ทรงเครื่องสวยงาม เป็นฝีมือช่างสมัยพระเมืองแก้ว ต่อมาในสมัยเจ้าแก้วนวรัฐได้มีการซ่อมแซมขึ้นใหม่ ประมาณ พ.ศ. 2467 ที่ฐานหอไตรปั้นเป็นลายลูกฟักลดบัวภายในประดับด้วยรูปสัตว์หิมพานต์ และประจำยาม ที่มีลักษณะละม้ายลายสมัยราชวงศ์เหม็งของจีน

นอกจากนี้ยังมีวิหารลายคำ เป็นวิหารทรงพื้นเมืองล้านนาขนาดเล็กกระทัดรัด ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ ที่ผนังวิหารมีภาพจิตรกรรมโดยรอบ ด้านเหนือเขียนเป็นเรื่องสังข์ทอง ด้านใต้เป็นเรื่องสุวรรณหงส์ ภาพจิตรกรรมดังกล่าวมีความน่าสนใจมากทีเดียว โดยเฉพาะเรื่องสังข์ทองพบเพียงแห่งเดียวที่นี่ ลักษณะเด่นของภาพจิตรกรรมที่พบในล้านนา อาจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้สรุปไว้ว่า " จิตรกรรมในภาคเหนือนิยมเขียนภาพชีวิตประจำวัน เป็นภาพเหมือนชีวิตจริง ถ้าเรามองดูภาพที่งดงามเรื่องสังข์ทองในวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่ เราจะรู้สึกคล้ายกับว่า เราเข้าไปอยู่ในสภาพการณ์ที่เป็นจริงตามความเป็นอยู่เมื่อ 100 ปีก่อน "


อ่านต่อรายละเอียด วัดพระสิงห์วรวิหาร
---------------------------------------

วัดเจดีย์หลวง

 ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 บ้านท่าใน ตำบลควนทอง เป็นชุมชนโบราณ ซึ่งมีร่องรอยของเนินดิน สระน้ำ หินชิ้นส่วนของเทวสถาน แท่นเทวรูป แท่นศิวลึงค์ ที่กระจัดกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก

เป็นวัดที่มีเจดีย์ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของ จ. เชียงใหม่ ปัจจุบันยอดเจดีย์ได้หักพังลงมาเมื่อคราวเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2088 วัดเจดีย์หลวงจึงเป็นโบราณสถานอันเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

วัดเจดีย์หลวงวัดเจดีย์หลวงวิหารภายในวัดเจดีย์หลวงวัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่วัดเจดีย์หลวงบรรยากาศวิหารภายในวัดเจดีย์หลวงวัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่


อ่านต่อรายละเอียด วัดเจดีย์หลวง
---------------------------------------

วัดเชียงมั่น

อยู่ถนนราชภาคินัย อำเภอเมือง เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในตัวเมืองเชียงใหม่ เมื่อพญามังรายสร้างเมืองเชียงใหม่เมื่อ พ.ศ. ๑๘๓๙ พระองค์ทรงยกพระตำหนักเชียงมั่น ถวายเป็นพระอารามให้ชื่อว่า วัดเชียงมั่น วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญของเชียงใหม่ "พระเสตังคมณี" หรือ "พระแก้วขาว" ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนชาวเชียงใหม่มีสถาปัตยกรรมสำคัญ ได้แก่ พระอุโบสถ หอไตร และที่สำคัญคือ เจดีย์ทรงระฆังฐานสี่เหลี่ยมและมีช้างล้อมที่ฐานหมายความว่าค้ำจุนพระพุทธศาสนาไว้


อ่านต่อรายละเอียด วัดเชียงมั่น
---------------------------------------

วัดกู่เต้า

ตั้งอยู่ในเขตตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง วัดนี้ปรากฏชื่อครั้งแรกในสมัยพระยอดเชียงราย เมื่อปี พ.ศ. ๒๐๓๕ มีปรากฏชื่อวัดเวฬุวันกู่เต้า ในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ครั้งพม่ายกมาล้อมเมืองเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๐๕ พม่าได้มาตั้งทัพ ณ วัดแห่งนี้ เจดีย์ เดิมคงมีรูปแบบคล้ายเจดีย์ปล่อง แต่คงได้มีการบูรณะอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นมีรูปร่างคล้ายบาตรพระหรือผลน้ำเต้าซ้อนลดหลั่นขึ้นไป ๕ ชั้น ประดับด้วยเครื่องดินเผาเคลือบประดับกระจกจีนสีเงิน และทอง สันนิษฐานว่า คงจะบูรณะเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๔ พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ศิลปแบบมัณทเล เป็นพระประธานในวิหาร วัดกู่เต้าได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๘ และได้ประกาศกำหนดขอบเขตวัด เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๒

บรรยากาศภายในวัดกู่เต้าวัดกู่เต้า


อ่านต่อรายละเอียด วัดกู่เต้า
---------------------------------------

วัดเจ็ดยอด

วัดเจ็ดยอด หรือ วัดโพธารามมหาวิหาร(พระอารามหลวง) จ.เชียงใหม่ เป็นวัดพระอารามหลวง ชั้นสามัญ  ตั้งอยู่ที่ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 1998 พระเจ้าติโลกราช กษัตริย์องค์ที่ 11 แห่งราชวงศ์เม็งราย ทรงสร้างวัดโพธารามมหาวิหาร สร้างด้วยศิลาแลงประดับลวดลายปูนปั้น เป็นเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย พ.ศ. 2020 วัดโพธารามมหาวิหาเป็นที่สังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 8 ของโลก ปัจจุบันเจดีย์เจ็ดยอดหักพังไปเกือบหมด


อ่านต่อรายละเอียด วัดเจ็ดยอด
---------------------------------------

วัดแสนฝาง

วัดแสนฝาง ตั้งอยู่ที่ถนนท่าแพ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าวัดนี้สร้างในสมัยใด ทราบแต่เพียงว่าเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งเท่านั้น วัดแสนฝางเป็นวัดที่มีศิลปะพม่า มีการก่อสร้างแบบพม่า พระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7 โปรดฯให้รื้อที่ประทับของพระเจ้ากาวิโรรสสุริวงศ์ (เจ้าชีวิตอาว) เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 6 มาสร้างเมื่อปี    พ.ศ.2420 ครั้นสร้างเสร็จแล้วจึงโปรดฯให้มีการฉลองวัดแสนฝางในปี พ.ศ.2421


อ่านต่อรายละเอียด วัดแสนฝาง
---------------------------------------

เวียงกุมกาม

เรื่องราวของผู้คนและบ้านเมืองในภาคเหนือตอนบนนั้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะปรากฏอยู่ในหนังสือพงศาวดารหรือตำนานทางพุทธศาสนา หรือไม่ก็เป็นนิทานพื้นบ้านปรัมปรา แฝงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ ความศักดิ์สิทธิ์ของผู้มีบุญมาเกิด เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ทวยราษฎร์ให้เล่าขานสืบต่อกันมา เรื่องราวที่จะกล่าวต่อไปนี้เกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาของ พญามังราย  ซึ่งมีมูลเหตุที่น่าเชื่อคือได้ว่าเป็นเหตุการณ์ณ์ในยุคสร้างบ้านแปงเมืองในดินแดนแถบนี้

เรื่องราวของผู้คนและบ้านเมืองในภาคเหนือตอนบนนั้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะปรากฏอยู่ในหนังสือพงศาวดารหรือตำนานทางพุทธศาสนา หรือไม่ก็เป็นนิทานพื้นบ้านปรัมปรา แฝงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ ความศักดิ์สิทธิ์ของผู้มีบุญมาเกิด เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ทวยราษฎร์ให้เล่าขานสืบต่อกันมา เรื่องราวที่จะกล่าวต่อไปนี้เกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาของ พญามังราย  ซึ่งมีมูลเหตุที่น่าเชื่อคือได้ว่าเป็นเหตุการณ์ณ์ในยุคสร้างบ้านแปงเมืองในดินแดนแถบนี้

 

เชื่อกันว่า พญามังราย บรรพกษัตริย์ผู้ครอบครอง และสืบทอดราชวงศ์ลวจังกราช เหนือราชบัลลังก์เมืองหิรัญนครเงินยาง แห่งแค้วนโยนโบราณอันกว้างใหญ่ แถบลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำสาย และแม่น้ำกก ได้เสด็จพร้อมด้วยไพร่พลมาที่ดอยจอมทอง ซึ่งตั้งอยู่ตรงทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ริมแม่น้ำกกที่ไหลมาแต่เทือกเขาสูงทางทิศเหนือ ณ ดอยแห่งนี้ พระองค์โปรดให้ สร้างเวียง* แห่งใหม่ขึ้น เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๑๘๐๖ มีนามว่า เชียงราย หรือ เวียงแห่งพญามังราย

 

เพื่อเป็นการแสดงแสนยานุภาพและขยายอาณาเขตพระองค์จึงเสด็จขึ้นไปทางเหนือไปรวบรวมรี้พล และสร้างเวียงฝางไว้เป็นเมืองหน้าด่าน  อีกทั้งยังได้สำรวจเส้นทางในลุ่มน้ำแม่ระมิงค์หรือสายน้ำแห่งชาวรามัญเพื่อขยายดินแดนลงมาทางใต้เพราะทรงทราบถึงเกียรติศัพท์อันร่ำลือว่า หริภุญไชยเป็นแค้วนใหญ่ร่มเย็นด้วยพุทธศาสนา บ้านเมืองสงบสุขมั่งคั่ง มีศิลปะวิทยาการเจริญรุ่งเรืองแต่อดีตกาลครั้งพระนางจามเทวี จึงทรงปรารถนาที่จะรวมแค้วนหริภุญไชยให้อยู่ในเขตขัณฑสีมาแห่งพระองค์ ในที่สุด พระองค์ก็ยกกำลังพละข้ายึดครองหริภุญไชยได้เป็นผลสำเร็จเมื่อปี พ.ศ. ๑๘๒๔

 

อีก ๒ ปีต่อมา ทรงดำริว่า หริภุญไชยเป็นเวียงศูนย์กลางทางพุทธศาสนา มีความคับแคบเกินไป การจะขยายเวียงเพื่อรองรับชุมชนจำนวนมากทำได้ยาก จึงทรงมอบเวียงหริภุญไชยให้อ้ายฟ้าดูแล แล้วนำกำลังรี้พลพร้อมด้วยราษฎรไปตั้งมั่นอยู่ที่ บ้านแซว หรือ ชแว เพื่อพิจรณาทำเลที่เหมาะสมสำหรับสร้างบ้านแปงเมืองขึ้นใหม่ ให้เป็นศูนย์กลางการปกครองและการค้าขาย ตลอดจนมีพื้นที่เหมาะสมกับการเกษตรกรรม ทางเลือกพี้นที่บ้านกลาง บ้านลุ่ม และบ้านแห้ม โปรดให้สร้างเวียงใหม่ขึ้นในปี พ.ศ. ๑๘๒๙ ณ บริเวณที่แม่น้ำปิงหรือน้ำแม่ระมิงค์ไหลผ่านทางด้านทิศเหนือ และทิศตะวันออก ด้วยพิเคราะห์ว่าแม่น้ำปิงสายนี้จะเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญระหว่างดินแดนทางทิศเหนือและทิศใต้ ทรงให้ขุดคูเวียง ๓ ด้าน ใช้น้ำแม่ระมิงค์เป็นคูเวียงธรรมชาติด้านทิศเหนือ ก่อกำแพง ๔ ด้าน  มีสัณฐานรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า พร้อมสร้างที่ประทับเรือนหลวงภายในเวียงด้วยฐานะที่เป็นเมืองหลวงควบคุมดูแลการเมืองการปกครองหัวเมืองน้อยใหญ่ ตลอดจนเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญ เวียงนี้จึงได้ชื่อเรียกขานกันทั่วไปว่า  “เวียงกุ๋มก๋วม” หรือ “เวียงกุมกาม”  ในเวลาต่อมา

 

อาจด้วยเพราะเวียงกุมกามตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มบริเวณคุ้งน้ำเมื่อย่างเข้าหน้าฝน พื้นที่โดยรอบก็จะชุ่มแฉะ คราวใดที่แม่น้ำปิงมีปริมาณน้ำสูงมาก ก็จะถาโถมเข้าท่วมเวียงได้ง่าย หลักฐานจากชั้นดินในการขุดค้นทางโปราณคดีและการขุดแต่งโบราณสถานในเวียงกุมกาม ยืนยันความจริงว่าเวียงกุมกามประสบปัญหาเรื่องน้ำท่วม  ทั้งนี้เห็นได้จาก  โบราณสถานวัดร้างหลายแห่งพบอยู่ทั้งในเวียงและนอกเวียงนั้น ถูกดินเหนียวร่วนปนกรวดทราย  ซึ่งเป็นตะกอนน้ำพัดพา  กลบฝังอยู่ลึกประมาณ ๑.๕๐ – ๒.๐๐ เมตร  ส่งผลเสียหายแก่บ้านเมืองอยู่เป็นประจำ  เป็นเหตุให้พญามังรายทรงย้ายมาสร้างเวียงใหม่

 

ณ บริเวณที่พระองค์พร้อมด้วยพระสหาย  คือ  พ่อขุนรามคำแหง  แห่งเมืองสุโขทัย  และพญางำเมือง  แห่งเมืองพะเยา พิจารณาร่วมกันว่าบริเวณพื้นที่ราบลุ่ม มีความลาดเอียงไปทางทิศตะวันออกอยู่ระหว่างอุสุจบรรพตหรือดอยสุเทพทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ  กับแม่น้ำปิงซึ่งไหลผ่านมาทางด้านทิศตะวันออกนั้น เป็นชัยภูมิที่เหมาะสม  จึงโปรดให้สร้างเวียงแห่งใหม่  มีขื่อว่า “นพบุรีศรีนครงพิงค์เชียงใหม่” ขึ้นเป็นเมืองหลวงแห่งอาณาจักรล้านนาแทนเวียงกุมกาม เมืองปี พ.ศ. ๑๘๓๙

แม้ศูนย์กลางการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ การปกครอง เศรษฐกิจ ศิลปะ และวิทยาการต่าง ๆ จะย้ายมาอยู่ที่เชียงใหม่แล้วในช่วงเวลานั้น เวียงกุมกามก็ยังคงความสำคัญโดยเฉพาะกับราชวงศ์มังราย มีผู้คนอยู่อาศัยสืบต่อกันมา เห็นได้จากเมื่อครั้งที่ มีงานอภิเษกแต่งตังพระนางปายโคขึ้นเป็นราชเทวี และงานฉลองยศอุปราชเจ้าพญาไชยสงครามราชโอรสพญามังรายโปรดให้มีการเฉลิมฉลองทั้งเวียงเชียงใหม่และเวียงกุมกามถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน  เมื่อครั้งประชวรก็โปรดที่จะเสด็จมาประทับพักผ่อนที่เวียงกุมกาม  เมื่อครั้นสิ้นสมัยของพญามังรายแล้ว  มีเรื่องเล่ากันว่า นางจีมคำ  พระราชเทวีของพญาแสนภู ได้เสด็จเยี่ยมเวียงกุมกามโดยข้ามน้ำแม่โทอยู่บ่อยครั้ง จนได้เรียกบริเวณนี้ว่า  ขัวจีมคำ  หรือสะพานจีมคำ  ล่วงมาถึงสมัยพญากือนาซึ่งมีความกล่าวไว้ในศิลาจารึกพบที่วัดพระยืนว่า  มีผู้คนจำนวนมากจากหริภุญไชยเชียงใหม่  และเวียงกุมกาม  ร่วมกันเป็นศรัทธาทำบุญถวายทาน  แด่พระสุมนเถระที่พญากือนาอาราธนามาแต่เมืองสุโขทัย  เพื่อเผยแผ่พุทธศาสนา  จนถือได้ว่าเป็นการเริ่มยุคทองของพุทธศาสนาในอาณาจัตรล้านนา  ต่อมาในสมัยพญาแสนเมืองมา  พระองค์เสด็จมาเวียงกุมกามเพื่อหล่อพระพุทธรูปเจ้าสิกขี ๑ พระองค์ แล้วให้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ณ วัดการโถมช้างค้ำกลางเวียง

เวียงกุมกาม  เริ่มประสบปัญหาความยุ่งยาก  เมื่อท้าวมหาพรมเจ้าเมืองเชียงราย  ได้นำกำลังพลจำนวนหนึ่งเข้ามากวาดต้อนผู้คนที่เวียงกุมกาม  เพื่อเข้าตีเวียงเชียงใหม่  แต่ไม่สามารถต้านทานกำลังรบของพญาแสนเมืองมาได้  จึงยกทัพกลับไป  เวียงกุมกาม  ใช่จะมีความสำคัญเพราะเป็นเมืองหน้าด่านทางทิศใต้ของเวียงเชียงใหม่เท่านั้น แต่ชื่อ กุมกามดูเหมือนจะเป็นชื่อที่คุ้นเคย  ถูกนำมาตั้งเป็นชื่อราชบุตรของพญาแสนเมืองมา คือ ท้ายยี่กุมกามด้วย  อย่างไรก็ตามในสมัยพญาติโลกราช เวียงกุมกาม มีฐานะเป็นเพียงพันสาหนึ่งของเวียงเชียงใหม่  โดยมี  หมื่นกุมกาม  เป็นผู้ปกครองดูแลต่อมา ในสมัยพระเมืองแก้ว  พระองค์เสด็จมาบำเพ็ญกุศลสร้างวิหาร  และอัญเชิญพระประติมาทองสำริด มาประดิษฐานบนแท่นชุกชีที่วัดกุมกามที่ปาราม  หรือ  วัดเกาะกุมกามด้วย

                ในปี พ.ศ. ๒๑๐๑  เชียงใหม่เสียแก่พม่า ผลของสงครามและฐานะของความไร้อิสรภาพ  ประกอบกับอุทกภัยทางธรรมชาติหลายครั้งหลายหน  อาจมีส่วนทำให้บทบาทของเวียงกุมกามหมดความสำคัญสูญหายใปจากหน้าประวัติศาสตร์ตลอดสมัยการปกครองของพม่าที่ยึดครองล้านนาอยู่ ๒๑๖ ปี แม้ในตอนต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๔ เวียงกุมกามคงเป็นแค่ตำนานของผู้คนในเวียงเชียงใหม่ ครั้งเมื่อ พระเจ้าตากสินมหาราชพร้อมด้วยพระยาจ่าบ้าน  ได้ยกทัพมาต่อสู้กับพม่าที่

ท่าวังตาล ยังไม่ปรากฏว่ามีการกล่าวถึงชื่อ  กุมกาม  ตราบจนตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระเจ้ากาวิละ เจ้าผู้ครองเวียงเชียงใหม่พระองค์แรก ได้ฟื้นฟูบ้านเมืองโดยใช้นโยบาย  “เก็บผักใส่ซ้า  เก็บข้าใส่เมือง” ทำให้ผู้คนมาตั้งถิ่นฐานในเวียงเชียงใหม่มากขึ้น  ซึ่งอาจรวมถึงบริเวณเวียงกุมกามด้วย  ในสมัยรัชการที่ ๕ มีบันทึกชึดเจนว่า  ผู้คนเข้าไปอยู่อาศัยเป็นชุมชนขนาดเล็กที่ “บ้านช้างค้ำท่าวังตาล” กระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๒๗ เป็นต้นมา กรมศิลปากร สำรวจและขุดค้น  พบโบราณสถาน วัดร้างหลายแห่ง มิติของเมืองในตำนานเริ่มฉายภาพเด่นชัดขึ้น  จนกระทั่งเป็นข้อยุติว่า  ท่าวังตาล  คือ ที่ตั้งแห่ง “เวียงกุมกาม รุ่งอรุณแห่งนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่”

เวียงที่สูญหายและหวนคืน

เวียงกุมกามปัจจุบัน  อยู่ในเขตการปกครองท้องถิ่งขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าวังตาล องค์การบริหารส่วนตำบลหนองผึ้ง  อำเภอสารภี  และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหอย  อำเภอเมือง  ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ ๕ กิโลเมตร

                จากการศึกษาภาพถ่ายทางอากาศ  และการสำรวจทางโบราณคดี  มีร่องรอยแนวกำแพงเวียงทางทิศใต้คูเวียงทางทิศเหนือและทิศตะวันออก  สันนิษฐานตามสภาพว่า เวียงมีลักษณะสี่เหลี่ยมผีนผ้า  ขนาดกว้าง ๖๐๐ เมตร ยาว ๘๕๐ เมตร โดยประมาณ สำนักงานศิลปากรที่ ๘ เชียงใหม่ กรมศิลปากร ดำเนินการขุดค้นขุดแต่ง และอนุรักษ์โบราณสถาน ที่อยู่ทั้งภายใน และภายนอกเวียงเล้ว จำนวน ๔๒ แห่ง ยืนยันว่า ฐานโบราณสถานทุกแห่งถูกทับถมด้วยตะกอนน้ำท่วม ในระดับ  ๑ – ๒ เมตร  เวียงกุมกามในปัจจุบัน จึงมีสภาพดังเช่น “นครโบราณใต้พิภพ” ที่ถูกเปิดเผยออกมาให้สาธารณชนได้รับรู้

ศิลปกรรมในเวียงกุมกาม โบราณสถานที่โดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรม ล้วนเป็นศาสนาสถานเนื่องในพุทธศาสนา ได้แก่ เจดีย์เหลี่ยม ที่พญามังรายโปรดให้สร้างขี้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๙ โดยถ่ายแบบสถาปัตยกรรมมาจาก เจดีย์กู่กุดวัดจามเทวี จังหวัดลำพูน องค์เจดีย์มีฐานสี่เหลี่ยม ประดับซุ้มพระโดยรอบ ซ้อนชั้นลดหลั่นกันขึ้นไป อย่างไรก็ตามในปี พ.ศ. ๒๔๕๑ มีการบูรณะซ่อมแซมใหญ่ โดยช่างชาวพม่า ทำให้ลวดลายปูนปั้น และประติมากรรมพระพุทธรูปในซุ้มเป็นศิลปะแบบพม่า เจดีย์ที่วัดหัวหนอง มีช้างหมอบคู้ขาหน้าล้อมรอบฐานเจดีย์ลักษณะเดียวกันกับช้างล้อมที่เจดีย์รุวันเวลิ ในประเทศศรีลังกา เป็นอิทธิพลศิลปะสุโขทัย ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ – ๒๐ ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๐ – ๒๑ ศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมในเวียงกุมกาม ได้พัฒนาเป็นศิลปะล้านนาอย่างแท้จริง โดยสร้างเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม มีเรือนธาตุสูง ประดับลูกแก้วอกไก่และชุดมาลัยเถามียอดเป็นองค์ระฆังขนาดเล็ก เช่น เจดีย์ที่วัดกู่ไก่ไม้ซ้ง วัดธาตุขาว วัดอีก้าง วัดกู่ขาว เป็นต้น เจดีย์บางองค์มีเรืองธาตุสูง และประดับซุ้มพระ ๔ ด้าน โดยมีชุดมาลัยเถารองรับองค์ระฆังขนาดเล็ก เช่น เจดีย์ที่วัดปู่เบี้ย วัดวาอารามบางแห่งที่เพิ่งถูกค้นพบในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นต้นมา ไม่ปรากฏยอดเจดีย์ แต่มีฐานเจดีย์ วิหาร กำแพงแก้ว ฝังจมอยู่ใต้พื้นดิน ๑ – ๒ เมตร ยังคงรักษางานลวดลายปูนปั้นที่วิจิตร งดงามไว้เป็นอย่างดี เช่น หัวบันไดมกรคายนาค ลายประดับสิงห์ เหมราช กิเลน ที่วัดหนานช้าง หงส์ ที่วัดหัวหนอง เทวดาปูนปั้นแบบนูนสูงและลวดลายปูนปั้นมกรคายมังกร ที่วัดกู่ป้าด้อม เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบโบราณวัตถุ เช่น พระพิมพ์ดินเผาสกุลช่างหริภุญไชย เครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์ หมิง – ชิง และชิ้นส่วนพระพุทธรูป ซึ่งข้อมูลโดยละเอียด รับทราบได้จาก “ศูนย์ข้อมูลเวียงกุมกาม” วิถีชีวิตของผู้คนในเวียงกุมกาม ย่อมหนีไม่พ้นกระแสโลกาภิวัฒน์ แต่ด้วยจารีตประเพณี อันสืบเนื่องมาจากข้อกฎหมายโบราณที่เรียกว่า “มังรายศาสตร์” ซึ่งเป็นหลักยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของประชาชนมาแต่โบราณกาล ทำให้กลิ่นอายของล้านนายังคงอบอวลอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะจากกลุ่มผู้คนที่เรียกตนเองว่า “คนเมือง” ประจักษ์พยานเห็นได้จาก งานรื่นเริง และงานบุญในเทศกาล สำคัญทางพุทธศาสนา ที่ประกอบด้วยพิธีกรรม การแต่งกาย ศิลปะการแสดง และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่คงความเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นอย่างแท้จริง กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยความร่วมมือของฝ่ายการเมือง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่น กำลังดำเนินการฟื้นฟู และอนุรักษ์เวียงกุมกาม ให้คืนสู่บรรยากาศในอดีตที่รุ่งเรืองของ รุ่งอรุณแห่งนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ เป็น “เมืองประวัติศาสตร์” ที่มีวิถีชีวิตของผู้คนอยู่ร่วมกันกับโบราณสถานอย่างเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน

เวียงกุมกามเวียงกุมกามบรรยากาศภายในเวียงกุมกามเวียงกุมกามพ่อขุนเม็งรายมหาราชเวียงกุมกามเวียงกุมกามเวียงกุมกามเวียงกุมกามเวียงกุมกามเวียงกุมกามเวียงกุมกามเวียงกุมกามเวียงกุมกามศูนย์ข้อมูลเวียงกุมกาม


อ่านต่อรายละเอียด เวียงกุมกาม
---------------------------------------

วัดเจดีย์เหลี่ยม (เจดีย์กู่คำ)

วัดเจดีย์เหลี่ยม หรือ วัดกู่คำ ตั้งอยู่บนนถนน สายเกาะกลาง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1831 ในสมัยของพระเจ้าเม็งราย หลังจากที่พระองค์ยกทัพมาตีเมืองลำพูนแล้ว ในขณะที่พระองค์ยกทัพไปสร้างเมืองใหม่ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ได้ 5 ปี ต่อมาปี พ.ศ. 1820 จึงยกทัพมาสร้างเมืองใหม่ริมแม่น้ำปิง และได้ตั้งชื่อเมืองว่า "เวียงกุมกาม" จนในปี พ.ศ. 1830 ทรงให้ช่างไปถ่ายแบบพระเจดีย์ จากวัดจามเทวีลำพูน มาเป็นต้นแบบ เพื่อนำมาสร้างสักการะ โดยสร้างเจดีย์วัดมีขนาดฐานกว้าง 8 วา 1 ศอก สูง 22 วา แต่หลังจากนั้นวัดถูกทอดทิ้ง  รกร้างอยู่นานหลายร้อยปี จนเมื่อปี พ.ศ. 2451 มีคหบดีชาวพม่าคนหนึ่งได้มาเห็นเข้า เกิดศรัทธา จึงบูรณะขึ้นใหม่ โดยใช้ช่างจากพม่า ลักษณะสถาปัตยกรรมจึงมีรูปแบบศิลปะแบบพม่าแทนที่ศิลปะขอม ที่เป็นแบบดั้งเดิม


อ่านต่อรายละเอียด วัดเจดีย์เหลี่ยม (เจดีย์กู่คำ)
---------------------------------------

วัดอุโมงค์

ตั้งอยู่ที่ถนนสุเทพ ในตัวเมืองเชียงใหม่ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ามังรายเมื่อราวปี พ.ศ. 1839 และได้บูรณะเพิ่มเติมในสมัยพระเจ้ากือนา เป็นวัดที่มีอนาเขตกว้างขวาง มีโบราณสถานที่สำคัญ คือ สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่เป็นแนวยาวคล้ายกำแพงมีเจดีย์ก่ออิฐถือปูนขนาดใหญ่ ปัจจุบันปรับปรุงบริเวณเป็นสวนพุทธธรรม ร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาพันธุ์


อ่านต่อรายละเอียด วัดอุโมงค์
---------------------------------------

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เป็นพิพิธภัณฑสถานระดับภาคที่กรมศิลปากรจัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษา การอนุรักษ์ และการให้บริการข้อมูลทางศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่ และของภาคเหนือตอนบน  หรือที่เรียกมาแต่โบราณว่า ล้านนา

             พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคาร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  เชียงใหม่ ซึ่งเป็นอาคารจตุรมุขทรงไทยประยุกต์ สองชั้น ประดับยอดจั่วด้วยกาแลแบบศิลปะ พื้นเมือง พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการถาวรภายในอาคารเมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๑๖

             ในปี พ.ศ.๒๕๓๙ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ ได้รับการซ่อมแซมและต่อเติมตัวอาคารให้เต็มรูปแบบ พร้อมทั้งปรับปรุงนิทรรศการถาวรให้มีเนื้อหาวิชาการและเทคนิคการจัดแสดงที่หลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งในด้านธรรมชาติวิทยา โบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์วิทยา และศิลปกรรมของล้านนา เพื่อให้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำภาคอย่างแท้จริง และสามารถอำนวยประโยชน์ อย่างกว้างขวาง ต่อนักเรียน นักศึกษา ประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่มาเข้าชม


อ่านต่อรายละเอียด พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่
---------------------------------------

ศูนย์ศิลปะการแสดงกาดสวนแก้ว

ศูนย์ศิลปะการแสดงกาดสวนแก้ว สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางในการนําเสนอกิจกรรมทางศิลปะและวัฒนธรรม และเผยแพร่ความรู้ทางศิลปะการแสดง ประกอบด้วยสถาบันศิลปะการแสดง ห้องสมุด หอศิลป์ วงดนตรี คณะละคร รวมทั้งโรงละครกาดสวนแก้ว ซึ่งเป็นโรงละครที่มีการออกแบบและใช้อุปกรณ์ทางเทคนิคที่ทันสมัย ศูนย์ศิลปะการแสดงกาดสวนแก้ว ตั้งอยู่ในอุทยานการค้ากาดสวนแก้ว เปิดแสดงละครทั้งของไทยและต่างประเทศ


อ่านต่อรายละเอียด ศูนย์ศิลปะการแสดงกาดสวนแก้ว
---------------------------------------

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี (Chiang Mai Night Safari) เป็นสวนสนุกบนพื้นฐานธรรมชาติ (Nature Theme Park) ของรัฐบาลที่สร้างขึ้นเพื่อเพิ่มศักยภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่นอกเหนือจากศิลปะวัฒนธรรม ประเพณี และความสวยงามตามธรรมชาติของป่าเขาลำเนาไพร ซึ่งถือเป็นมนต์เสน่ห์ที่สำคัญยิ่ง ของจังหวัดเชียงใหม่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่จะให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในภูมิภาคอินโดจีน และประเทศจีนตอนล่าง รวมถึงบางประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ พร้อมกับการยกระดับสนามบินจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นสนามบินนานาชาติ ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ หลั่งไหลเข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวเหล่านี้จะได้ใช้เวลาว่างยามค่ำคืนในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีให้เป็นประโยชน์ในการสร้างความรื่นเริง หรรษา พักผ่อนหย่อนใจเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติวิทยา ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า นำไปสู่การอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ทั้งด้านคุณภาพและความหลากหลาย

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ในเขตตำบลหนองควาย อำเภอหางดง และตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ในพื้นที่ 819 ไร่ 2 งาน 60 ตารางวา ประกอบด้วย ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ที่บางส่วนยังสมบูรณ์ และมีการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีอยู่ห่างจากกลางเมืองเชียงใหม่ประมาณ 12 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินเชียงใหม่ สถานีขนส่งหรือสถานีรถไฟประมาณ 15 – 20 นาที จึงนับได้ว่าเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีอยู่ท่ามกลางป่าธรรมชาติอันสงบ สวยงาม ร่มรื่น ยากที่จะหาได้ในปัจจุบัน และเป็นป่าธรรมชาติที่อยู่ใกล้เมืองที่สุดหรือในเมืองแห่งเดียวในประเทศไทย

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว นอกจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวของประชาชนโดยทั่วไปแล้ว เชียงใหม่ไนท์ซาฟารียังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ส่งเสริมให้สมาชิกครอบครัวทุกเพศทุกวัยร่วมกันทำกิจกรรม จึงทำหน้าที่เสมือนเป็นสื่อสัมพันธ์ของสมาชิกครอบครัว 3 รุ่นอายุ (ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ และลูก) มาใช้ชีวิตร่วมกันจรรโลงสถาบันครอบครัว ที่นับวันจะเลือนรางหายไปจากสังคมไทย ให้กลับคืนมาอย่างสมบูรณ์และยั่งยืน เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ได้เริ่มเปิดให้เข้าชมครั้งแรกอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2548 และเปิดเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2549 ขณะนี้มีผู้เข้าชมประมาณ 2.5 ล้านคน ซึ่งมากกว่าเป้าหมายที่คาดว่าจะให้มีผู้เข้าชม 1.3 ล้านคนต่อปี และสามารถเลี้ยงตนเองได้หลังจากปีที่ 7 จึงนับว่าเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีกำลังเดินทางไปตามแผนวิเคราะห์ทางการเงิน (Financial Analysis) อย่างมีความมั่นใจยิ่ง

ในการจัดสร้างเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีมีเป้าหมายเพื่อที่จะจัดสร้างสวนสนุกบนพื้นฐานของธรรมชาติที่เป็นเลิศระดับโลก ประกอบด้วยหลายแผนงาน ในขณะนี้ได้ดำเนินการในส่วนแรกแล้วเสร็จ คือ ในส่วนที่เกี่ยวกับสัตว์ป่า น้ำพุดนตรี (Musical Fountain) และม่านน้ำ(Water Screen) และจะสร้างสิ่งอื่น ๆ เพิ่มเติมในโอกาสต่อไป เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่เป็นเลิศในระดับโลกที่ครบถ้วนสมบูรณ์และยั่งยืน เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้ถูกจัดสร้างเป็นแห่งที่ 3 ของโลก ต่อจากสิงคโปร์ไนท์ซาฟารี และของจีนที่เมืองกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีนเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีมีขนาดเป็น 2 เท่าของสิงคโปร์ไนท์ซาฟารี และเป็นไนท์ซาฟารีที่มีธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างสวยงามที่สุดในโลก

วัตถุประสงค์ในการจัดสร้างเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

1. เพื่อเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ ให้เดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงมากขึ้น และใช้เวลาอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่นานขึ้น 2. เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติวิทยา สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า นำไปสู่การอนุรักษ์อย่างยั่งยืนทั้งความหลากหลายและคุณภาพ 3. เพื่อเป็นการสร้างงานและยกระดับการครองชีพของประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง

----------------------------------------เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีร้านขายของภายในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีมีการแสดงโชว์ยามค่ำคืนด้วย


อ่านต่อรายละเอียด เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี
---------------------------------------

ถนนคนเดินวัวลาย เชียงใหม่

ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง ใกล้กับประตูเมืองเชียงใหม่ เปิดเฉพาะวันเสาร์ เวลาประมาณ 17.00 - 22.00 ถนนที่ขึ้นชื่อว่า เป็นถนนสายเครื่องเงินย่านเก่าแก่ของเมืองเชียงใหม่ จุดเด่นของถนนคนเดินแห่งนี้อยู่ที่มีสินค้าเฉพาะกลุ่มให้เลือก นั่นคือ ผลิตภัณฑ์เครื่องเงินอันเป็นเอกลักษณ์เด่นของย่านนี้ โดยสามารถเดินเลือกซื้อเครื่องเงินสวย ๆ หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นของใช้เครื่องประดับ หรือของตกแต่งบ้านอย่างสบายอารมณ์ เพราะเป็นสินค้าพื้นเมืองจากผู้ผลิตโดยตรง ทุกวันจะมีการแสดงโชวร์บนเวทีเกี่ยวกับวัฒนธรรมล้านนา บนเสน่ห์ถนนวัวลายทั้งแถบ ยาวกว่า 3 ก.ม.


อ่านต่อรายละเอียด ถนนคนเดินวัวลาย เชียงใหม่
---------------------------------------

สนามบิน เชียงใหม่

ท่าอากาศยานเชียงใหม่เป็น 1 ใน 6 สนามบิน ภายใต้การกำกับดูเเลของ บริษัท ท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) เช่นที่ได้กล่าวไว้ว่า ท่าอากาศยานเชียงใหม่เป็นประตูหลักสู่ดินเเดนที่สวยงาม เเละเต็มอิ่มไปด้วยวัฒนธรรมทางภาคเหนือของประเทศไทย โดยมีบทบาทสำคัญในการช่วยส่งเสริม เรื่องของการท่องเที่ยวทั่วภูมิภาคตอนเหนือ โดยมีสายการบินบริการ 9 สายการบินผู้โดยสารมากกว่า 2,000,000 คนเที่ยวบินกว่า 15,000 เที่ยวบิน เเละบริการขนถ่ายสินค้ามากกว่า 16,000 ตัน


อ่านต่อรายละเอียด สนามบิน เชียงใหม่
---------------------------------------

วัดพันเตา

วัดพันเตา ตั้งอยู่บนถนนพระปกเกล้า ติดกับวัดเจดีย์หลวง วิหารเดิมเป็นหอคำหรือท้องพระโรงหน้าของพระเจ้ามโหตรประเทศ เป็นอาคารเครื่องไม้แบบพื้นเมือง ซุ้มประตูประดับไม้แกะสลักรูปนกยูงอันเป็นสัญลักษณ์ของเจ้านายฝ่ายเหนือซึ่ง มองดูวิจิตรและสง่างาม อยู่ในเขตตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง ฯ ไม่ปรากฏว่าสร้างขึ้นเมื่อใด มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าได้ใช้เป็นที่ตั้งเตาหลอม ในการหล่อพระอัฏฐารสในวิหารวัดเจดีย์หลวง จึงได้ชื่อว่าวัดพันเตา ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2348 สาธุคัมภีระวัดพันเตาได้ถูกยกขึ้นเป็นสวามีสังฆราชาตั้งแต่นั้นมา วัดพันเตาคงมีความสำคัญมาก จนได้เป็นหัวหน้าหมวดอุโบสถ แม้แต่วัดเจดีย์หลวง ซึ่งเป็นวัดใหญ่ก็ยังขึ้นอุโบสถวัดพันเตาด้วย

พิพิธภัณฑ์หอคำ ภายในวัดพันเตาพระวิหารหอคำหลวงวัดพันเตาวัดพันเตาวัดพันเตา


อ่านต่อรายละเอียด วัดพันเตา
---------------------------------------

วัดมหาวัน

เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในเชียงใหม่ที่สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาของคนเชียงใหม่ในสมัยก่อน ตำนานเกี่ยวกับการสร้างวัดมหาวันว่า เป็นวัดที่สร้างในสมัยของพระเจ้ากาวิละเมื่อครั้งที่พระองค์ได้ทรงกอบกู้เอกราชคืน หลังจากที่เชียงใหม่ตกเป็นเมืองขึ้นของพม่ามายาวนานถึง 200 ปี สิ่งที่น่าสนใจ พระเจ้าโต หรือ วิหารหลวง ที่ภายในประดิษฐานพระพุทธปฏิมากร เป็นพระพุทธรูปที่สร้างด้วยศิลปกรรมแบบพม่า

วัดมหาวันวัดมหาวันวัดมหาวัน


อ่านต่อรายละเอียด วัดมหาวัน
---------------------------------------

Art in Paradise Chiang Mai

Art in Paradise พิพิธภัณฑ์ภาพวาด 3 มิติ แห่งแรกในเชียงใหม่ ก่อตั้งโดย คุณ จาง คยู ซอก (Mr. Jang Kyu Suk) ชาวเกาหลีใต้ สร้างสรรค์ผลงานศิลปะโดยจิตรกรชาวเกาหลีมืออาชีพที่มีผลงานชนะเลิศระดับประเทศกว่า 10 ท่าน ร่วมกันเนรมิตพิพิธภัณฑ์แห่งจินตนาการ สร้างจิตรกรรมบนฝาผนังเสมือนจริง ที่ต้องใช้เทคนิคการวาดภาพให้สามารถลวงตาผู้ชมได้ (Illustion Art) สามารถทำให้ผู้ชมสัมผัส และมีส่วนร่วมกับผลงานศิลปะได้อย่างใกล้ชิด (Interactive Art) ให้ความรู้สึกที่เหมือนจริง ประหนึ่งว่าผู้ชมเป็นส่วนหนึ่งของภาพจิตรกรรม (Realistic Art) เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-21.00 น. ส่วนบัตรเข้าชมนั้น ผู้ใหญ่ราคา 180 บาท เด็ก (สูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร) ราคา 120 บาท (ปิดเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว 19.30 น.) ติดต่อสอบถาม 053-274100


อ่านต่อรายละเอียด Art in Paradise Chiang Mai
---------------------------------------

วัดตำหนัก

วัดตำหนัก(วัดศิริมังคลาจารย์ หรือ   วัดสวนขวัญ) สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2050 ในสมัยพระเจ้าศิริธรรมจักรพรรดิราช(พระ เมืองแก้ว)กษัตริย์องค์ที่ 13 แห่งราชวงศ์เม็งราย อาศรมแห่งนี้เป็นที่จําพรรษาของพระศิริมังคลาจารย์ผู้นิพนธ์พระคัมภีร์ มังคลัตถทีปนี ปัจจุบันนี้ชํารุดทรุดโทรมปรักหักพังลงแล้ว

คลิก ชื่อโรงแรม ระดับ หรือ ราคา เพื่อจองที่พักเชียงใหม่


อ่านต่อรายละเอียด วัดตำหนัก
---------------------------------------

ถนนคนเดินเชียงใหม่ ประตูท่าแพ

ถนนคนเดินเชียงใหม่ ประตูท่าแพ  เป็น ตลาดแผงลอย ย่านการค้า ริมประตูท่าแพ ริมฟุตบาท ถนนคนเดินเชียงใหม่ มี สองที่ อีกที่คือ ถนนวัวลาย เปิดเฉพาะวันเสาร์ อยู่แถววัดพระสิงห์ (อ.เมือง) ส่วน ถนนคนเดินเชียงใหม่ ประตูท่าแพ เปิดเฉพาะวันอาทิตย์สำหรับถนนคนเดินวันอาทิตย์ ถ.ท่าแพ นี้ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่าคนไทย สินค้า ได้แก่ เครื่องหัตถกรรม แกะสลัก ภาพวาดสี เสื้อผ้า ของประดับตกแต่งบ้าน เครื่องเงิน กำไลข้อมือ สร้อยคอ เฟอร์นิเจอร์ไม้ มีอาหารแผงลอยปนอยู่อีกทางด้านของตลาด

ถนนคนเดินเชียงใหม่ ประตูท่าแพร้านค้าที่ถนนคนเดินเชียงใหม่ถนนคนเดินเชียงใหม่ถนนคนเดินเชียงใหม่ ประตูท่าแพถนนคนเดินเชียงใหม่ถนนคนเดินเชียงใหม่ ประตูท่าแพร้านค้าที่ถนนคนเดินเชียงใหม่


อ่านต่อรายละเอียด ถนนคนเดินเชียงใหม่ ประตูท่าแพ
---------------------------------------

วัดพระธาตุดอยคำ

พระธาตุดอยคำ ตั้งอยู่บนเกาะเทือกเขาเล็ก ๆ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเชียงใหม่ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 กม. ภูเขาที่ตั้งของพระธาตุดอยคำ เป็นป่าเขียวขจีมีทัศนียภาพที่สวยงาม ด้านล่างเป็นสวนราชพฤกษ์ 2549 (พืชสวนโลก) และอยู่ใกล้เคียงกับเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี (สวนสัตว์กลางคืน)  มีอายุมากกว่า 1,300 ปี เป็นปูชนียสถานสำคัญและเก่าแก่แห่งหนึ่งของเชียงใหม่

วัดพระธาตุดอยคำวัดพระธาตุดอยคำบรรยากาศภายในวัดพระธาตุดอยคำยักษ์ปู่สมเฝ้าทรัพย์วัดพระธาตุดอยคำวิหารภายในวัดพระธาตุดอยคำวัดพระธาตุดอยคำวัดพระธาตุดอยคำ


อ่านต่อรายละเอียด วัดพระธาตุดอยคำ
---------------------------------------

หมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง ดอยปุย

หมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้งนี้ ห่างจากพระตำหนักฯ 3 กม. ตั้งอยู่บนดอยปุย เป็นทางลาดยางตลอด หมู่บ้านม้งดอยปุยนี้ เป็นหมู่บ้านที่น่าสนใจยิ่ง นอกจากเราจะเห็นสภาพ ความเป็นอยู่อย่างง่าย ๆ แล้ว และยังสามารถมองเห็น ดอยอินทนนท์เบื้องหน้า ได้อย่างชัดเจนอีกด้วย บริเวณรอบ ๆ หมู่บ้านยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามอย่างยิ่ง หมู่บ้านม้งดอยปุยเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถไปเยี่ยมชมได้สะดวก ทั้งนี้เพราะอยู่ใกล้ตัวเมือง โดยใช้เวลาในการเดินทางจากตัวเมืองประมาณ 1 ชม.เท่านั้น จึงมีนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างประเทศนิยมเดินทางไปชมกันเป็นจำนวนมาก อีกทั้งภายในหมู่บ้านยังมี ร้านขายของที่ระลึก ซึ่งผลิตภายในหมู่บ้าน และนำมาจากที่อื่นวางขายให้แก่นักท่องเที่ยวด้วย

หมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้งร้านค้าของชาวเขาเผ่าม้งหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง ดอยปุยหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้งหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้งหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้งบริเวณบ้านเรือนของชาวม้งบรรยากาศดีมากๆ


อ่านต่อรายละเอียด หมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง ดอยปุย
---------------------------------------

ดอยปุย

ดอยปุย เป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ ยอดเขาที่สูง 1,658 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 24 ของประเทศ มีลักษณะของพื้นที่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนอยู่ในแนวเทือกเขาถนนธงไชย นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของตัวเมืองเชียงใหม่ และพื้นที่บางส่วนของอำเภอรอบ ๆ สภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่จะหนาวเย็นและชุ่มชื้น เนื่องจากได้รับไอน้ำจากเมฆหมอกที่ปกคลุมอยู่เกือบตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในพื้นที่อยู่ระหว่าง 10-12 องศาเซลเซียส


อ่านต่อรายละเอียด ดอยปุย
---------------------------------------

ขุนช่างเคี่ยน

สถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน หรือ ขุนช่างเคี่ยน ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในเส้นทางเดียวกับพระธาตุดอยสุเทพ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิวเศน์ และบ้านม้งดอยปุย เป็นสถานีวิจัยเกี่ยวกับ ไม้ผลเมืองหนาว เมล็ดพันธุ์กาแฟ เช่น ท้อ พลับ บ๊วย พลัม อะโวกาโด มะคาเดเมีย และไม้ผลกึ่งร้อน ได้แก่ ลิ้นจี่

ขุนช่างเคี่ยนขุนช่างเคี่ยนบ้านขุนช่างเคี่ยนต้นนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย


อ่านต่อรายละเอียด ขุนช่างเคี่ยน
---------------------------------------

น้ำตกห้วยแก้ว

น้ำตกห้วยแก้ว อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 6 กม. เป็นน้ำตกเล็ก ๆ สูงประมาณ 10 ม. น้ำตกห้วยแก้วมีน้ำไหลตลอดปี รอบ ๆ บริเวณก็สวยงามด้วยทิวทัศน์และร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ นอกจากนั้นยังมีที่พักผ่อน นำอาหารไปนั่งรับประทานกันที่ ผาเงิบและวังบัวบาน อันเป็นสุสานแห่งความรัก ของสาวบัวบานผู้ถือรักเป็นสรณะ

น้ำตกห้วยแก้วบริเวณรอบๆ น้ำตก มีทิวทัศน์ที่สวยงามและพันธุ์ไม้มากมายเป็นน้ำตกเล็ก ๆ สูงประมาณ 10 ม. มีน้ำไหลตลอดปีน้ำตกห้วยแก้วบรรยากาศร่มรื่นน่าไปเที่ยวมาก


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกห้วยแก้ว
---------------------------------------

ริมแม่น้ำปิง

ริมแม่น้ำปิง  ในบริเวณใกล้ๆกับสะพานริมแม่น้ำปิง ประตูท่าแพ วัดพระสิงห์ เทศกาลลอยยี่เปงล้านนาประจำปีในบรรยากาศคืนวันลอยยี่เปง 3 คืนซ้อน หรือ จุดจัดงานลอยกระทงเชียงใหม่


อ่านต่อรายละเอียด ริมแม่น้ำปิง
---------------------------------------

วัดศรีสุพรรณ

วัดศรีสุพรรณ เป็นวัดเก่าที่สร้างขึ้นในสมัย พระเมืองแก้ว กษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย จุดที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ พระอุโบสถเงินทรงล้านนา เป็นพระอุโบสถหลังแรกที่สร้างด้วยโลหะเงินและดีบุก ด้วยฝีมือและภูมิปัญญาของช่างบ้านศรีสุพรรณ ที่มีชื่อเสียงทางด้านเครื่องเงิน ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ใกล้วัด ได้มีจิตศรัทธาในการร่วมสร้างพระอุโบสถขึ้น แทนหลังเก่าที่ชำรุดลงไป

วัดศรีสุพรรณบรรยากาศบริเวณหน้าวัดศรีสุพรรณวัดศรีสุพรรณวัดศรีสุพรรณวัดศรีสุพรรณบรรยากาศภายในวัดศรีสุพรรณวัดศรีสุพรรณวัดศรีสุพรรณ


อ่านต่อรายละเอียด วัดศรีสุพรรณ
---------------------------------------

พิพิธภัณฑ์แมลงโลกและสิ่งมหัศจรรย์ธรรมชาติ

พิพิธภัณฑ์แมลงโลกและสิ่งมหัศจรรย์ธรรมชาติ เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กของนักสะสมเอกชน ด้านในประกอบด้วยสิ่งที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะผู้ที่สนใจเรื่องแมลง และซากแมลงต่างๆ ภายในสถานที่นี้รวบรวมแมลงชนิดต่างๆ จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ผีเสื้อ แมลงปอ แมลงน้ำ ตั๊กแตนชนิดต่างๆ นอกจากแมลงแล้วยังมีหินสะสมสวยงาม พืชและสัตว์ดึกดำบรรพ์ต่างๆ ไว้ด้วย โดยแมลงต่างๆ จัดเก็บอย่างถูกวิธีตามหลักอนุกรมวิธาน ไฮไลท์ของที่นี่ คือ เป็นแหล่งรวมยุงในประเทศไทยสี่ร้อยกว่าชนิดที่ใช้เวลาสี่สิบกว่าปีในการรวบรวม เพื่องานวิจัยทางการแพทย์


อ่านต่อรายละเอียด พิพิธภัณฑ์แมลงโลกและสิ่งมหัศจรรย์ธรรมชาติ
---------------------------------------

หอศิลปวัฒนธรรม

หอศิลปวัฒนธรรม เชียงใหม่ เป็นอาคารเก่าแก่ที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมอันงดงาม สร้างขึ้นในสมัยรัชการที่ 6 เคยเป็นศาลาว่าการรัฐบาลมณฑลพายัพ และเป็นศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ อาคารแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณที่เรียกว่ากลางเวียงในปัจจุบัน หรือ ก็คือสะดือเมืองในอดีตซึ่งมีความสำคัญ ทางประวัติศาสตร์เพราะเคยเป็นที่ตั้งเสาอินทขิลหรือเสาหลักเมือง ก่อนที่จะย้ายเสาอินทขิลไปไว้ที่วัดเจดีย์หลวง ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเมืองเชียงใหม่ และวิถีชีวิตวัฒนธรรมท้องถิ่น นับตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์มา และที่อาคารส่วนหลังจัดแบ่งเป็นห้องแสดงนิทรรศการหมุนเวียน


อ่านต่อรายละเอียด หอศิลปวัฒนธรรม
---------------------------------------

พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์

อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จ.เชียงใหม่ ตั้งอยู่ด้านหน้าหอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ ใกล้กับ วัดอินทขีลสะดือเมือง สร้างขึ้นตามพงศาวดารโยนกที่กล่าวถึงกษัตริย์สามพระองค์ คือพระสหายทั้งสอง คือ พญางำเมือง เจ้าเมืองพะเยา และ พญาร่วง (พ่อขุนรามคำแหง) เจ้าเมืองสุโขทัย และ พญามังราย โดยสร้างเป็นพระรูปสามกษัตริย์ประทับเคียงกัน ขณะพิจารณาทำเลเมืองเชียงใหม่ อนุสาวรีย์นี้ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธฺ์และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองเชียงใหม่

หอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์


อ่านต่อรายละเอียด พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์
---------------------------------------

อุทยานแห่งชาติออบขาน

มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 484 ตารางกิโลเมตร หรือ 302,500 ไร่ครอบคลุมพื้นที่อำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ สะเมิง หางดง แม่วาง และสันป่าตอง ลักษณะภูมิประเทษเป็นภูเขาหินปูนและหินอัคนี ประกอบด้วยป่าประเภทต่าง ๆ ได้แก่ ดิบเขา สนเขา ดิบแล้ง เบญจพรรณและ เต็งรัง เป็นต้นกำเนิดน้ำแม่วาง น้ำแม่วินและน้ำแม่ขาน และที่นี่เป็นแหล่งที่พบเอื้องมณีไตรรงค์แห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งจะบานในช่วงเดือนมกราคม  สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ ได้แก่ออบขาน มีลักษณะคล้ายออบหลวง เป็นช่องหน้าผาชันแต่มีขนาดเล็กกว่าสูงประมาณ 30 เมตร ซึ่งมีแม่น้าขานไหลผ่านกลาง และมีลักษณะเว้าแหว่งเป็นรูปทรงต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำ    การเดินทาง  จากเมืองเชียงใหม่ ใช้ถนนเลียบคลองชลประทาน ทางหลวงหมายเลข 121 เป็นทางลาดยาง ไปทางอำเภอหางดงประมาณ 15 กม. แล้วเลี้ยวขวาตามถนน รพช. สายน้ำแพร่-ออบขานไปอีก 10 กม.(เป็นทางลาดยาง สลับทางลูกรังมีความชันและโค้ง) ถึงที่ทการอุทยานแห่งชาติออบขาน จากนั้นเดินต่อไปอีกประมาณ 450 เมตร จะถึงออบขาน  ห้วยหญ้าไซ มีระดับน้ำค่อนข้างตื้น เหมาะสำหรับลงเล่นน้ำ บริเวณริมฝั่งมีหญ้าไซขึ้นปกคลุมเขียวขจีและออกดอกสวยงาม ถัดจากห้วยหญ้าไซไปเพียง 500 เมตร มีผาเตี้ย ๆ เรียกว่า ผาตูบ ลักษณะเป็นซะง่อนหินใหญ่ที่ถูกสายน้ำกัดเซาะจนมีรูปร่างแปลกตาน่าชม ห้วยหญ้าไซอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 1 กม.    สถานที่น่าสนใจอื่น ๆ เช่น ห้วยโป่ง ที่อยู่ห่างจากที่ทำการไปประมาณ 2 กม. สามารถลงเล่นน้ำได้ ผาลาย น้ำตกขุนป๋วย น้ำตกแม่เตียน ถ้ำดอยโตน น้ำพร้อนแม่โต๋ น้ำตกมรกต น้ำตกแม่มูด น้ำตกขุนวิน น้ำตกแม่วาง และ ถ้ำตั๊กแตน และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่จัดไว้เหมาะสำหรับพาเด็กนักเรียนมาเข้าค่ายธรรมชาติ  ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก มีจุดพักแรมและบ้านพักบริการ แต่ต้องติดต่อล่วงหน้าที่ อุทยานแห่งชาติออบขาน ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ 50230 หรือ ศูนย์ประสานงานอุทยานแห่งชาติกลุ่มนครพิงค์ สำนักงานป่าไม้เขตเชียงใหม่ โทร. 053-818348 มีร้านค้าสัวสดิการให้บริการระหว่างเวลา 08.00-18.00 น.


อ่านต่อรายละเอียด อุทยานแห่งชาติออบขาน
---------------------------------------

บ้านเหมืองกุง

หมู่บ้านเหมืองกุง เป็นหมู่บ้านที่ผลิตเครื่องปั้นดินเผาชนิดต่างๆ ที่นี่มีการทำเครื่องปั้นดินเผากันแทบทุกหลังคาเรือน จนสามารถพูดได้ว่าเป็นหมู่บ้านแห่งภูมิปัญญาไทยโดยแท้จริง โดยออกสู่ตลาดตั้งแต่สมัยโบราณ มีการทำน้ำต้น (คนโทใส่น้ำ) และหม้อน้ำ ไปขายในเมืองเชียงใหม่ ปัจจุบันมีการทำเครื่องปั้นดินเผา หลายรูปแบบตามความต้องการของตลาด ชาวบ้านเหมือนกุงพัฒนาฝีมือและสร้างสรรค์รูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มากขึ้น มีทั้งอ่างบัว หม้อน้ำขนาดใหญ่ แจกัน ตั้งแต่ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ มีการเขียนลวดลายต่างๆ อย่างสวยงาม


อ่านต่อรายละเอียด บ้านเหมืองกุง
---------------------------------------

ร้านลายผ้า

ร้านลายผ้า เป็นร้านที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์หัตถกรรมจากผ้าฝ้าย ซึ่งถักทอจากไหมแท้ ๆ ทุกเส้นไหม ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นด้วยรูปแบบการถักทอซึ่งไม่เหมือน ไม่ซ้ำแบบใคร สวยงามและประณีต


อ่านต่อรายละเอียด ร้านลายผ้า
---------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา