สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด เกาะช้าง พัทยา ปาย เขาค้อ ที่พักหัวหิน   
ชัยภูมิ แนะนำที่พัก ในตัวเมืองชัยภูมิ Siam River Resort....สนใจจองที่พัก คลิกที่นี่

ชัยภูมิ

>

ที่พักชัยภูมิ

>

แผนที่ชัยภูมิ

>

ร้านอาหารชัยภูมิ

>

การเดินทางชัยภูมิ

>

ประวัติชัยภูมิ


อำเภอเมืองชัยภูมิ, ชัยภูมิ


มอหินขาว

ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติภูแลนคา เป็นกลุ่มหินขนาดใหญ่จำนวน 3 กลุ่ม โดยจะมีหินทรายก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งเป็นสีขาวและโดดเด่นในพื้นที่ และเป็นที่มาของคำว่า มอหินขาว และในบริเวณยังมีเสาหินขนาดใหญ่จำนวน 5 เสา ตั้งเรียงรายกันเป็นแถว มีความสูงประมาณ 12 เมตร นอกจากนั้นยังมีแท่นหินที่มีรูปร่างคล้ายเรือ เจดีย์ หอเอียงเมืองปิซ่า และคล้ายกระดองเต่า ซึ่งจัดเป็นกลุ่มหินที่ 1 กลุ่มหินที่ 2 อยู่ห่างออกไป แท่นหินจะมีรูปร่างแปลกแตกต่างกันออกไป และเมื่อห่างออกไปอีกประมาณ 1,500 เมตร จะเป็นกลุ่มหินที่ 3 ที่เป็นแท่นหินและเสาหินขนาดเล็ก โดยลาดเอียงขึ้นไปจดหน้าผาที่มีชื่อว่า ผาหัวนาก และบริเวณมอหินขาวยังเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดชัยภูมิ  ที่มาของชื่อ มอหินขาว: เดิมพื้นที่แถวนี้เป็นป่า ต่อมาได้มีคนมาบุกเบิกทำไร่ และก็เห็นมีก้อนหินขนาดใหญ่อยู่ทั่วไปแต่ ก็ไม่ได้สนใจอะไร ที่ไร่มันสำปะหลัง (ในสมัยนั้น) ของลุงก็มีก้อนหินใหญ่ขึ้นทั่วไป แต่ที่ลุงเห็นว่าแปลกประหลาดมาก ก็คือก้อนหินใหญ่ 5 ก้อน ที่ในทุกคืนวันพระ (15 ค่ำ, 8 ค่ำ) จะมีแสงสีขาวส่องขึ้นมา คนเฒ่าคนแก่สมัยนั้น เลยเรียกที่นี่ว่ามอหินขาวสโตนเฮนจ์ เมืองไทย“เสาหินและแท่งหิน ที่มอหินขาวส่วนใหญ่เป็นหินทรายสีขาว นอกจากนี้ก็ยังมี หินทรายแป้ง หินโคลน หินทรายสีม่วง ซึ่งสันนิษฐานว่าก้อนหินขนาดยักษ์เหล่านี้มีอายุประมาณ 175-195 ล้านปี และเกิดจากการสะสมตัวของตะกอนทรายแป้งและดินเหนียว  กลุ่มหินของมอหินขาวกลุ่มที่โดดเด่นที่สุด คือ กลุ่มหินแรกที่มีเสาหินขนาดใหญ่ 5 ต้นเรียงรายกันอยู่ เสาหินเหล่านี้มีความสูงราว 12 เมตร ต้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดต้องใช้คนโอบไม่น้อยกว่า 20 คน เชื่อว่าที่นี่จะได้รับความนิยมในบ้านเราในเวลาไม่นานนัก  สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูแลนคา โทร. 044810902-3 หรือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร.025620760

มอหินขาวมอหินขาวบรรยากาศบริเวณมอหินขาวเสาหินเหล่านี้มีความสูงราว 12 เมตร


อ่านต่อรายละเอียด มอหินขาว
---------------------------------------

อุทยานแห่งชาติภูแลนคา

อุทยานแห่งชาติภูแลนคา ตั้งอยู่ในจังหวัดชัยภูมิ มีเนื้อที่โดยประมาณ 92,500 ไร่ เป็นสภาพพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตามกฏหมาย และป่าอนุรักษ์ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 และ 17 มีนาคม พ.ศ.2535  และที่สำคัญเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร  ป่าสมบูรณ์ ป่าฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ป่าที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า รวมทั้งเป็นป่าที่คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ คณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้ประจำจังหวัด ชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจังหวัด องค์กรสิ่งแวดล้อม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ องค์การบริหารส่วนตำบลทุกตำบลที่เกี่ยวข้อง ให้การเห็นชอบและสนับสนุนให้จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติภูแลนคา โดยอย่างยิ่งพื้นที่ป่าอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติเป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำและลำห้วยต่างๆ ที่ไหลรวมกันเป็นลุ่มน้ำและไหลกันเป็นแม่น้ำชี เดิมเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูแลนคาด้านทิศเหนือและป่าภูแลนคาด้านทิศใต้

อุทยานแห่งชาติภูแลนคา มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลายที่ด้วยกันในอดีต เคยเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการทหาร (ประวัติทางการสู้รบ) และประวัติศาสตร์ของศาลปู่ด้วง (บุคคลทรงศีล) จุดเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่ ตาดหินลาด ตาดโตนน้อย ภูคำน้อย ภูกลาง ภูดี ผาเกิ้ง ผาเพ ผากล้วยไม้ ถ้ำเกลือ ถ้ำพระ แม่น้ำชี ลาดหินแตก เทพบูชา ประตูโขลง ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติภูแลนคา เหมาะสมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี

ลักษณะภูมิประเทศ

โดยทั่วไปพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่บนเทือกเขาภูแลนคา ซึ่งมีลักษณะเป็นพื้นที่ภูเขาสูงสลับซับซ้อน พื้นที่ลาดชันสูง พื้นที่ลาดเอียง พื้นที่หน้าผาสูงสลับหุบเขา และเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารที่ก่อกำเนิดลุ่มน้ำต่างๆ เช่น ลุ่มน้ำชีล่างลุ่มน้ำห้วยสิ่ว ลุ่มน้ำห้วยซับปีเส็ง ลุ่มน้ำห้วยหินดาด ลุ่มน้ำห้วยเดื่อ ฯลฯ สูงจากระดับน้ำทะเล 300 - 900 เมตร สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ มีความลาดชันตั้งแต่ 35% ขึ้นไป มีอาณาเขตติดต่อกับ      ทิศเหนือ        จด   พื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (สปก.)      ทิศใต้           จด   พื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (สปก.)     ทิศตะวันออก   จด   ลำห้วยกุดทิวหรือห้วยช้างซ่อม      ทิศตะวันตก     จด   แม่น้ำลี และพื้นที่ชลประทาน   ท้องที่ตำบลภูแลนคา

การเดินทาง

เส้นทางคมนาคม (ถนน) ระยะทางจากจังหวัดชัยภูมิ ถึงอำเภอหนองบัวแดง  26  กิโลเมตร และระยะทางจากอำเภอหนองบัวแดง ถึงสำนักงานอุทยานแห่งชาติภูแลนคา 17 กิโลเมตร สภาพถนนส่วนใหญ่เป็นถนนลาดยาง

สิ่งอำนวยความสะดวก

อุทยานแห่งชาติภูแลนคา มีสถานที่ให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักแรมได้กางเต้นท์ จำนวน 5 แห่ง พักได้ทั้งหมด 50 คน พร้อมสวัสดิการต่างๆของอุทยานฯ สนใจติดต่อโดยตรงที่งานบริการบ้านพัก ฝ่ายนันทนาการและสื่อความหมาย ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม้ กรุงเทพฯ โทร.5797223 , 5795734 หรือโทร.5614292-4 ต่อ 724 , 725

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติภูแลนคาบรรยากาศรอบๆ อุทยานแห่งชาติภูแลนคาอุทยานแห่งชาติภูแลนคาอุทยานแห่งชาติภูแลนคาลานหินแตก เป็นหนึ่งในจุดเด่นของอุทยานแห่งชาติภูแลนคาอุทยานแห่งชาติภูแลนคาผากล้วยไม้ ก็เป็นจุดเด่นของอุทยานแห่งชาติภูแลนคาเช่นกันอุทยานแห่งชาติภูแลนคา


อ่านต่อรายละเอียด อุทยานแห่งชาติภูแลนคา
---------------------------------------

น้ำตกผาเอียง

น้ำตกผาเอียง ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติตาดโตน เป็นน้ำตกที่มีลักษณะเป็นหน้าผาเฉลียงตัดลำห้วยอยู่ทางทิศตะวันตกของอุทยานแห่งชาติตาดโตน อยู่ห่างจากทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2159 (ชัยภูมิ-หนองบัวแดง) บริเวณบ้านชีลองเหนือ ประมาณ 3 กิโลเมตร มีทางเดินเท้าถึงตัวน้ำตกประมาณ 800 เมตร บริเวณรอบน้ำตกแห่งนี้เป็นป่าดิบแล้งค่อนข้างสมบูรณ์โดยมีต้นไม้ขนาดใหญ่เหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ร่มรื่นเหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างยิ่ง

บริเวณรอบๆ น้ำตกผาเอียงน้ำตกผาเอียงบรรยากาศบริเวณน้ำตกผาเอียงน้ำตกผาเอียงบริเวณรอบน้ำตกแห่งนี้เป็นป่าดิบแล้งค่อนข้างสมบูรณ์โดยมีต้นไม้ขนาดใหญ่เหลืออยู่เป็นจำนวนมาก


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกผาเอียง
---------------------------------------

น้ำตกและอุทยานแห่งชาติตาดโตน

ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของเทือกเขาภูแลนคา มีเนื้อที่รวมทั้งสิ้น 134,737.50 ไร่ ประกาศเป็น อุทยานฯ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2523 เป็นต้นกำเนิดของน้ำตกผาเอียง น้ำตกตาดกลาง และน้ำตกตาดโตน ผู้ประสงค์จะเข้าพักในบริเวณอุทยานฯ

สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและจองบ้านพักล่วงหน้าได้ที่ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ โทร. 579-0529, 579-4842 การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข 2051 จากตัวเมืองถึงที่ทำการอุทยานฯ ระยะทางประมาณ 21 กม. ถนนราดยางตลอดสาย

อุทยานแห่งชาติตาดโตนที่ทำการอุทยานแห่งชาติตาดโตนทางไปน้ำตกตาดมะค่าน้ำตกในอุทยานแห่งชาติตาดโตนน้ำตกตาดโตนศาลย่าแม่ดีศาลย่าแม่ดีอุทยานแห่งชาติตาดโตน


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกและอุทยานแห่งชาติตาดโตน
---------------------------------------

สระหงษ์

สระหงษ์ อยู่ในบริเวณวัดเขาสระหงษ์ เป็นสระโบราณอยู่กลางเนินเขาเตี้ย ๆ กว้างประมาณ 5 วา ห่างจากสระนี้ประมาณ 3 เมตร มีหินก้อนหนึ่งลักษณะคล้ายรูปหงษ์ ซึ่งเป็นเองโดยธรรมชาติอยู่ในท้องที่ต.นาเสียว ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทางทิศ เหนือประมาณ 12 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2051 ทางด้านซ้ายมือ (ทางแยกเข้างอ่างเก็บน้ำช่อระกา)


อ่านต่อรายละเอียด สระหงษ์
---------------------------------------

น้ำตกตาดฟ้า

ตาดฟ้าหรือถ้ำเตี้ย เป็นถ้ำเล็กๆ อยู่เชิงเขาภูอีเฒ่า และมีน้ำตกเป็นลานหินลาดชันกว้างประมาณ 15-20 เมตร ยาวโดยตลอด 80-90 เมตร ลาดชันประมาณ 30 องศา มีน้ำไหลตลอดปี มีแอ่งน้ำให้อาบหรือเล่นได้ อยู่ในท้องที่ตำบลนาเสียว อำเภอเมือง ห่างจากจังหวัดไปทางทิศเหนือ ประมาณ 25 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 201


อ่านต่อรายละเอียด น้ำตกตาดฟ้า
---------------------------------------

อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล

ประดิษฐานอยู่ตรงวงเวียนศูนย์ราชการ ปากทางเข้าสู่ตัวเมืองชัยภูมิ อนุสาวรีย์แห่งนี้ชาวจังหวัดชัยภูมิได้ร่วมใจกันสร้างขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงพระยาภักดีชุมพล ผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิ ซึ่งชาวชัยภูมิทั้งหลายเรียกท่านว่า "เจ้าพระยาแล"

อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพลพระยาภักดีชุมพลเป็นผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิ ซึ่งชาวชัยภูมิเรียกท่านว่า "เจ้าพระยาแล"อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล


อ่านต่อรายละเอียด อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล
---------------------------------------

ศาลเจ้าพ่อพระยาแล

ตั้งอยู่ริมหนองปลาเฒ่า ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิประมาณ 3 กิโลเมตร แยกทางเข้าไปจากถนนใหญ่สายชัยภูมิ บ้านเขว้า เลี้ยวขวาเข้าสู่ริมหนองปลาเฒ่าที่ริมน้ำแห่งนี้มีต้นมะขามใหญ่ซึ่งกล่าวกันว่าเจ้าพระยาและถูกทหาร เวียงจันทร์ ฆ่าที่นี่ เมื่อปี พ.ศ. 2369 มีศาลสร้างด้วยไม้ตั้งอยู่ใต้ต้นมะขาม ต่อมาในปี พ.ศ. 2511 ชาว จังหวัดชัยภูมิได้พร้อมใจกันสร้างศาลพระยาภักดีชุมพล ขึ้นประดิษฐานรูปหล่อของท่านไว้ภายใน เพื่อเป็นที่เคารพสักการะบูชาของชาวเมืองชัยภูมิ

ศาลพระยาแล เป็นที่เคารพสักการะบูชาของชาวเมืองชัยภูมิบรรยากาศภายในศาลพระยาแลศาลพระยาแลศาลพระยาแล


อ่านต่อรายละเอียด ศาลเจ้าพ่อพระยาแล
---------------------------------------

ปรางค์กู่

ปรางค์กู่อยู่ที่บ้านหนองบัว ตำบลในเมือง เขตอำเภอเมือง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๓ กิโลเมตร    ประวัติความเป็นมาปรางค์กู่ เป็นอโรคยาศาลสร้างขึ้นสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ระหว่าง พ.ศ. ๑๗๒๔-๑๗๖๓ หรือพุทธศตวรรษที่ ๑๘ มีข้อความว่าให้อยู่ใต้พระบารมีของพระพุทธเจ้า ผู้ทรงการแพทย์คือ พระไภษัชยคุรุไวทูรยประภา ผู้ประทานความสุขเกษมและความไม่มีโรคให้แก่ประชาชน ปัจจุบันเป็นโบราณสถานที่สำคัญและมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ

ลักษณะทั่วไปปรางค์กู่เป็นปราสาทอีกแห่งหนึ่ง ที่มีแผนผังและลักษณะเช่นเดียวกับปราสาทที่ได้พบหลักฐานว่าเป็นอโรคยาศาล ที่สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ นั่นคือ มีปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง ๑ องค์ วิหารหรือบรรณาลัยด้านหน้า ๑ หลัง ล้อมรอบด้วยกำแพงซึ่งมีโคปุระเฉพาะด้านหน้าทั้งหมด ก่อด้วยศิลาแลงยกเว้นกรอบประตูหน้าต่าง ทับหลัง เสาประดับเป็นหินทราย หันหน้าไปทางทิศตะวันออก นอกกำแพงตรงมุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีสระน้ำ ๑ สระ ยังคงสภาพสมบูรณ์ดีมาก โดยเฉพาะปรางค์ประธานซึ่งมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด ๕ เมตร ย่อมุมไม้สิบสอง ด้านหน้ามีประตูเข้าออกทำเป็นมุขยื่นออกมา ผนังปรางค์อีก ๓ ด้านเป็นประตูหลอก เหนือประตูหลอกด้านทิศเหนือยังคงมีทับหลังติดอยู่ จำหลักภาพตรงกลางเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งปางสมาธิเหนือหน้ากาล ซึ่งจับท่อนพวงมาลัยไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ด้านข้างทางซ้ายและขวาจำหลักรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ๔ กร กับรูปนางปรัชญาปารมิตา ด้านหน้ามีทับหลังเช่นกัน สันนิษฐานว่าสลักเป็นภาพเดียวกัน แต่ปัจจุบันลบเลือนมาก ที่ช่องประตูหลอกด้านทิศเหนือยังมีพระพุทธรูปศิลาปางสมาธิ ศิลปะแบบทวาราวดี ขนาดสูง ๑.๗๕ เมตร หน้าตักกว้าง ๗.๕ เมตร ประดิษฐานอยู่ ๑ องค์ ซึ่งเป็นของที่เคลื่อนย้ายมาจากที่อื่น นอกจากนี้ยังพบทับหลังและองค์ประกอบสถาปัตยกรรมอื่น ๆ เช่น เสาประดับประตู    หลักฐานที่พบ นอกกำแพงตรงมุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีสระน้ำ ๑ สระ ยังคงสภาพสมบูรณ์ดีมาก โดยเฉพาะปรางค์ประธานซึ่งมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ขนาด ๕ เมตร ย่อมุมไม้สิบสองด้านหน้ามีประตูเข้าออกทำเป็นมุขยื่นออกมา ผนังปรางค์มี ๓ ด้าน เป็นประตูหลอก เหนือประตูหลอกด้านทิศเหนือยังมีทับหลังติดอยู่ จำหลักภาพตรงกลางเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งปางสมาธิเหนือกาล ซึ่อถือพวงมาลัยไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ด้านข้างทางซ้ายและขวาจำหลักรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ๔ กร กับรูปนางปรัชญาปารมิตาด้านหน้ามีทับหลังเช่นกัน สันนิษฐานว่าสลักเป็นภาพเดียวกัน แต่ปัจจุบันลบเลือนมากที่ช่องประตูหลอกด้านทิศเหนือยังมีพระพุทธรูปศิลาปางสมาธิ ศิลปะแบบทวาราวดี ขนาดสูง ๑.๗๕ เมตร หน้าตักกว้าง ๗.๕ เมตร ประดิษฐาน  อยู่ ๑ องค์ ซึ่งเป็นของที่เคลื่อนย้ายมาจากที่อื่นนอกจากนี้ยังพบทับหลังและองค์ประกอบสถาปัตยกรรมอื่นๆ เช่น เสาประดับประตู    เส้นทางเข้าสู่สถานที่สำคัญ  จากจังหวัดชัยภูมิมาตามทางหลวงหมายเลข ๒๐๒ ประมาณ ๑ กิโลเมตร จะมีทางแยกเลี้ยวขวาเข้าปรางค์กู่เป็นระยะทาง ๒ กิโลเมตร

ปรางค์กู่เป็นอโรคยาศาลสร้างขึ้นสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ปรางค์กู่ปรางค์กู่ปรางค์กู่


อ่านต่อรายละเอียด ปรางค์กู่
---------------------------------------

ใบเสมาบ้านกุดโง้ง

วัดกุดโง้ง เป็นสถานที่รวบรวมใบเสมาที่พบในบริเวณรอบหมู่บ้านโดยนำมาเก็บรักษาไว้ในอาคารไม้ที่ปลูกสร้างทางด้านซ้ายของโรงเรียนบ้านกุดโง้ง ใบเสมาทำด้วยหินทราย มีลักษณะเป็นแผ่นค่อนข้างใหญ่ ปลายมนแหลม ด้านหน้าจำหลักลายและบางแผ่นมีจารึกอยู่ที่ด้านหลังด้วย เฉพาะที่สลักลวดลายเก็บรักษาไว้ในอาคาร ชนิดแผ่นเรียบและรูปสถูปปักไว้ที่พื้นด้านนอก ลวดลายเป็นเรื่องราวพุทธศาสนาเล่าเรื่องชาดกตอนต่างๆ ภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่งบนบัลลังค์ใต้ต้นโพธิหรือรูปสถูป ซึ่งมักปักดินอยู่นอกอาคารเห็นเพียงสถูป ส่วนองค์ระฆังรูปหม้อน้ำคงจะฝังอยู่ใต้ดิน นับเป็นกลุ่มเสมาที่สวยงามอีสาน 

การเดินทาง จากจังหวัดตามทางหลวงหมายเลข 202 ประมาณ 12 กม. ถึงบ้านกุดตุ้มเลี้ยวขวาเข้าทางสายกุดตุ้ม-บุ้งคล้า เข้าไปตามทางจนถึงหมู่บ้านกุดโง้ง และต่อไปถึงวัดกุดโง้ง

ใบเสมาที่สลักลวดลายเรื่องเล่าชาดกในตอนต่างๆใบเสมาบ้านกุดโง้งใบเสมาทำด้วยหินทราย มีลักษณะเป็นแผ่นค่อนข้างใหญ่ใบเสมาที่สลักลวดลายจะเก็บรักษาไว้ในอาคารใบเสมาบ้านกุดโง้งใบเสมาบ้านกุดโง้ง


อ่านต่อรายละเอียด ใบเสมาบ้านกุดโง้ง
---------------------------------------

พระพุทธบาทภูแฝด

เป็นเนินเขาเตี้ยๆ มีรอยพระพุทธบาทในก้อนหินคล้ายๆ พระพุทธบาทที่จังหวัดสระบุรี ในท้องที่ตำบลนาเสียว อำเภอเมือง ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทางทิศเหนือประมาณ 18 กม. (เส้นทางเดียวกับภูพระ) แยกขวาเข้าไปประมาณ 5 กม. มีต้นไทร สนฉัตร ต้นจำปา และพันธุ์ไม้นานาชนิด ทางเข้าวัดทั้งสองข้างมีต้นไม้ร่มรื่นยิ่งนัก หากจะชมรอยพระพุทธบาท สามารถขอกุญแจจากแม่ชีที่วัดได้

ภูแฝด เป็นเนินเขาเตี้ยๆ มีรอยพระพุทธบาทในก้อนหินคล้ายๆ พระพุทธบาทที่จังหวัดสระบุรีพระพุทธบาทภูแฝดบรรยากาศภายในวัดพระพุทธบาทภูแฝด


อ่านต่อรายละเอียด พระพุทธบาทภูแฝด
---------------------------------------

ภูพระ

ภูพระ อยู่ในบริเวณวัดศิลาอาสน์ ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทางทิศเหนือประมาณ 12 กิโลเมตร บนทางหลวงหมายเลข 201 เป็นภูเขาเตี้ย ๆ มีโบราณวัตถุ คือ รอยสลักหินเป็นพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิ ชาวบ้านเรียกว่า "พระเจ้าองค์ตื้อ" อยู่ในเขต ท้องที่ตำบลนาเสียว อำเภอเมืองชัยภูมิ

พระเจ้าองค์ตื้อ มีลักษณะพระหัตถ์ขวาวางอยู่ที่พระเพลา พระหัตถ์ซ้ายวางพาดอยู่ที่ พระชงฆ์ หน้าตักกว้าง 5 ฟุต สูง 7 ฟุต เรียกว่า รอบ ๆ พระพุทธรูปองค์นี้มีรอยแกะหินเป็นรูปพระสาวกอีกหลายองค์ ฐานว่าอาจจะสร้าง ในสมัยรุ่นราวคราวเดียวกับปรางค์กู่ ก็เป็นได้ พระพุทธรูปเหล่านี้มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปแบบอู่ทอง มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18 - 19 ( ราว พ.ศ. 1701 - พ.ศ. 1900 )

ทุก ๆ ปี จะมีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ ขึ้นไปกราบไหว้พระเจ้าองค์ตื้อ ในวันขึ้น 13, 14 และ 15 ค่ำ เดือน 5 เป็นจำนวนมาก เนื่องจากผู้คนเลื่อมใสว่า "หมอรักษาเป็นหมอลำ" ให้การรักษาคนป่วย ขอให้หาย โดยบนบานต่อพระเจ้าองค์ตื้อจะได้สมความปรารถนา ในปี พ.ศ. 2483 พระวิบูลนิโรธกิจ อดีตเจ้าคณะจังหวัด ชัยภูมิ ( พระครูจรูญ    นิโรธ เจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิ ขณะนั้นได้ขอตั้งเป็นสำนักสงฆ์ชื่อ "ศิลาอาสน์" ) และปรับปรุงบริเวณสถานที่ ในปีต่อมาได้สร้างกุฏิ พระภิกษุได้จำพรรษอยู่ประจำมาตลอดจนทุกวันนี้

ภูพระ อยู่ในบริเวณวัดศิลาอาสน์ เป็นภูเขาเตี้ย ๆ มีโบราณวัตถุพระเจ้าองค์ตื้อ มีลักษณะพระหัตถ์ขวาวางอยู่ที่พระเพลา พระหัตถ์ซ้ายวางพาดอยู่ที่พระชงฆ์บริเวณรอบๆ พระเจ้าองค์ตื้อ ยังมีพระพุทธรูปพระสาวกอีกหลายองค์


อ่านต่อรายละเอียด ภูพระ
---------------------------------------

วัดเขาสระหงษ์

วัดเขาสระหงษ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลนาเสียว อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ ลักษณะเป็นสระโบราณอยู่กลางเนินเขาเตี้ย ๆ กว้างประมาณ ๕ วา ห่างจากสระนี้ประมาณ ๓ เมตร มีหินก้อนหนึ่งลักษณะคล้ายรูปหงษ์ ซึ่งเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติอยู่ในท้องที่ตำบลนาเสียว ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทางทิศเหนือ ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๒๐๕๑ ทางด้านซ้ายมือ (ทางแยกเข้าอ่างเก็บน้ำช่อระกา)

หินก้อนนี้มีลักษณะคล้ายรูปหงษ์ ซึ่งเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติวัดเขาสระหงษ์สระน้ำโบราณภายในวัดวัดเขาสระหงษ์บรรยากาศภายในวัดเขาสระหงษ์วัดเขาสระหงษ์วัดเขาสระหงษ์


อ่านต่อรายละเอียด วัดเขาสระหงษ์
---------------------------------------

 

     
   
  ท่องเที่ยว  
เทพสถิต วิวล์ รีสอร์ท
เริ่มต้น 850 บ ไม่รวมอาหารเช้า
  ท่องเที่ยว  
   
  ท่องเที่ยว  
บ้านไร่อิงดอย 1800 บ/ห้อง

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หัวหิน  เกาะเสม็ด   เกาะช้าง  เกาะเต่า  พัทยา  ภูเรือ  เขาใหญ่  เขาค้อ  ดอยอินทนนท์  สวนผึ้ง

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัดด
Email: info@thai-tour.com All rights reserved by Thai-Tour.Com with TAT License 11/04452
เกี่ยวกับเรา | นโยบายความเป็นส่วนตัว | การใช้เวปไซต์ | โฆษณา